ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2560 21:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 19
แบบอักษร

19


        วันหยุดที่ควรจะได้นอนพักผ่อน แต่ผมกลับต้องลากสังขารง่วงๆ มาหอไอ้อัธ เห็นแก่เพื่อนรักนะครับเลยมา ส่วนเรื่องกินฟรีนี่แค่ส่วนเล็กน้อยมากในเหตุผลที่มา...จริงจริ๊ง 

ผมไม่ได้มาคนเดียว วันนี้หนีบไอ้เม่นมาด้วย อันที่จริงไม่พามา มันก็ต้องดิ้นรนโวยวายงอแงจะมาอยู่ดี แม้มันจะไม่ค่อยระรื่นสักเท่าไหร่ คงเพราะรู้ว่า มีใครรออยู่บ้างให้ที่แห่งนั้น วันนี้พวกเพื่อนๆ ของผมนัดสังสรรค์ ซึ่งปกติจะไปกินที่ห้องแฟนไอ้กลอย แต่วันนี้มีแหล่งมั่วสุม เอ๊ย คอนโดใหม่ จึงต้องฉลองกันหน่อย...เขาว่าไง ผมก็ว่างั้นแหละครับ

“พี่เดินลืมตาปะเนี่ย” ที่โดนถามเพราะเมื่อกี้เดินชนกับประตูลิฟต์ครับ คิดว่ามันเปิดแล้วไง ได้ยินเสียงดังติ๊งก็คิดว่าเปิดทันทีเลยเดินออกไป ที่ไหนได้ ชนไปเต็มๆ แม่งโคตรเจ็บหน้าผาก 

“มึงก็ไม่คิดจะดึงกูเลย” แอบพาลเล็กๆ แถน้อยๆ กลบความอายครับ 

“ก็ดึงไม่ทัน” ไอ้เม่นพูดไป มือก็ยื่นมาลูบหน้าผากผมไป “ดีที่ไม่ปูด” 

“ถ้าปูดกูกลับ” ตาขวางใส่คนหัวเราะหลังผมพูดจบ เออ หัวเราะได้หัวเราะไป ผมเดินหน้ามุ่ยมาถึงประตูห้อง ยกมือเคาะเรียก รอไม่นานก็มีคนมาเปิด “ของฟรีมาไวนะมึง” แขวะเพื่อนรักไป ไอ้กลอยมันก็ยักไหล่ไม่แคร์ 

“เชิญครับเพื่อนม่านและแฟนเพื่อน” ดูมันกวน ถ้าไม่ติดว่าแฟนมันจ้องมาละก็ ผมยกขาเตะมันไปแล้ว “คิดซะว่า เป็นห้องของมึงเลยนะ นั่งๆ ไอ้เม่นนั่งเลย ไอ้ทู แจกแก้วสิวะ” ทำตัวเยี่ยงเจ้าของห้อง ทั้งที่เจ้าของห้องตัวจริงกำลังวุ่นอยู่หน้าเตา 

“ไอ้อัธมันทำอะไรวะ” ผมถามขณะรับแก้วน้ำอัดลมจากไอ้ทู เพื่อนสนิทสุดเลิฟ คู่หูของผมเอง เมื่อก่อนตัวติดกัน เดี๋ยวนี้มันติดแฟนมันแทน 

“ทำมื้อเที่ยง” ไอ้ทูว่า ผมเห็นมันหรี่ตามองไอ้เม่นตอนเอาแก้วให้ “ได้ยินจากไอ้กลอยว่ามึงคบกันแบบใสๆ เหรอวะ” พอไอ้ทูโพล่งออกมา ทุกเสียง ทุกสายตาต่างก็พุ่งมาที่ผมกับไอ้เม่น 

“ถามทำพ่อง” ตบหัวไอ้เพื่อนคู่หูเป็นการตอบแทนสำหรับคำถาม ผมกระพริบตาปริบๆ ให้สมองเตรียมคำตอบที่กำลังจะถาโถมมาจากบรรดาผู้สอด เอ้ย ผู้อยากรู้ทั้งหลายที่ส่งสายตากดดันแล้ว “มองกันขนาดนี้ถามมาเลยก็ได้นะครับ” บอกบรรดารุ่นพี่มหาลัยที่สนิท แม้เราจะเรียนคนละคณะ แถมพี่เขาก็เรียนจบไปแล้ว แต่ความรักและความสนิทสนมกลมเกลียวยังคงแน่นแฟ้น 

“นี่...พวกมึงสองคนยังไม่ได้กันอีกเหรอวะ” พี่คนถามชื่อแทมครับ หากจำกันได้ พี่เขาคือคนที่พาผมไปเลี้ยงข้าว

        “รักกัน เรื่องอย่างว่าไม่จำเป็นก็ได้” ตอบแบบเซเลปนิดๆ เลยโดนตบหัวข้อหาหมั่นไส้จนสมองแทบจะไหล เบามือบ้างครับพี่ครับ  

“ตอแหลสัด” ตวัดสายตามองเจ้าของห้องที่มันตะโกนมา 

โลกมันโหดร้ายจังนะครับ ผมถูกทำร้ายและใส่ร้ายจากพวกคนนิสัยไม่ดี

“กูไม่ได้ตอแหลไอ้ห่า” เถียงคอแทบจะเป็นเอ็น “พี่แทม หน้าพี่จะทิ่มหน้าไอ้เม่นอยู่แล้ว” ผมรีบดึงเสื้อไอ้เม่นให้ขยับถอยหลัง ไอ้นี่ก็นั่งนิ่งให้พี่เขายื่นหน้ามาหา สงสัยจะเกร็ง หรือไม่ก็ อยากลองของแปลก 

“หวงกับกูเหรอ กูไม่พิศวาสผัวเด็กมึงหรอก ไม่ใช่สเปค” พี่แทมพูดจบเสียงหัวเราะก็ดังรอบทิศ “นี่ไอ้น้อง อย่าหาว่าพี่สอนเลยนะ คิดจะเอาเมียต้องรวบรัด ถ้าไม่ยอมแม่งก็มัดแล้วลากขึ้นเตียงเลย” 

โว๊ย ผมกระทืบพี่แทมได้ไหมเนี่ย 

“พี่แทม!” 

“ไม่ก็ ถามเคล็ดลับเพื่อนกูได้ มันเชี่ยว” พี่แทมยังพูดต่อไม่สนรังสีอำมหิตจากสายตาคนถูกพาดพิง “เรื่องนี้อย่าอาย ได้ยินมะ ด้านได้เมีย อายอดได้เมียนะมึง” 

“พี่แทม ผมไหว้ล่ะ” ยกมือขึ้นไหว้จริงๆ แต่ก็ยังถูกเมิน ไอ้เม่นกระพริบตาปริบๆ ดูตั้งใจฟัง ไอ้นี่ก็อีก อย่าไปฟังสิวะ คนไร้สาระ เรื่องมันก็มีแต่เรื่องไร้สาระ 

 “มึงอย่าแกล้งน้องมัน” เสียงสวรรค์ดังจากด้านใน ผมเบะปากอยากจะขอบคุณพี่จอมที่ช่วยห้าม แต่... “เรื่องพวกนี้ไม่ต้องสอนเพราะถ้าจระเข้ว่ายน้ำไม่เป็นก็จม” 

“เกี่ยวอะไรกับจระเข้เหรอพี่” ไอ้กลอยถามออกมาอย่างสงสัย 

“ไอ้โง่ ก็เรื่องบนเตียงไม่มีใครสอนได้หรอกเว้ย ลีลาใครลีลามัน” พี่จอมพูดเสร็จก็หันไปยักคิ้วให้แฟนตัวเอง 

โว้ย พวกเขากำลังปลุกความหื่นในตัวไอ้เม่นอยู่นะ

“ไอ้เม่น อย่าไปฟัง” ยื่นมือไปปิดหูคนของผม “พวกพี่นี่นะ ให้ผมอยู่แบบธรรมดาบ้างก็ได้” 

“มึงจะเป็นคนธรรมดาในฝูงเทวดาไม่ได้” พี่ตินพูดขึ้นหลังจากเอาแต่นั่งขำ 

“ฝูงนี่มันใช้กับควายหรือเปล่าพี่” โดนครับ ไอ้กลอยถูกเท้าพี่ตินถีบหลังเต็มๆ ข้อหากวนตีน 

“พอเถอะ ได้โปรดเห็นใจไอ้ม่านคนนี้บ้าง” ว่าอย่างเหลืออด 

“จะให้กูเห็นใจมึง? ถอดเสื้อสิ กูจะได้เห็น”

“เห็นแต่นมน่ะสิพี่” 

“งั้นไอ้อัธ เอามีดมาดิ๊ กระซวกเอาใจไอ้ม่านออกมาดู มันบอกให้เห็นใจมัน” 

โว้ย พวกพี่เขาทำไมเป็นคนคุยยากแบบนี้วะ

ผมถอนหายใจมองกลุ่มรุ่นพี่ที่สนิทนั่งสอนไอ้เม่นให้กดผมลงเตียง วิธีแต่ละคนแม่งโคตรจะรับไม่ได้ อยากตอกกลับเหลือเกินว่าให้เก็บไว้ใช้เอง แต่หาจังหวะแทรกไม่ได้เลย 

         แล้วความสนใจเรื่องบนเตียงก็ถูกขัด เมื่อกับข้าวหอมๆ ถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า กลิ่นหอมของสปาเก็ตตี้ไวท์ซอสกำลังทำให้น้ำย่อยในท้องปั่นป่วน แม้ฝีมือเจ้าของห้องจะสู้ร้านอาหารหรูๆ ไม่ได้ แต่ก็อร่อย ยืนยันได้จากการแย่งชิงของคนที่อยู่ในห้อง ผมคาบส้อมไว้ในปากมองบรรดารุ่นพี่ร่วมสถาบันแย่งของอร่อยในชามใหญ่ ผมแย่งมาได้แค่คำเดียวเอง

“พี่ม่าน” เสียงกับส้อมที่ม้วนสปาเก็ตตี้มาจ่อที่ปาก ผมหันไปมองเจอไอ้เม่นยิ้มตาหยี “ผมแย่งมาได้” 

“กินเถอะ” แม้จะกลืนน้ำลายเวลาพูดอยู่หน่อยๆ ก็ตาม

“พี่กินเถอะ เพราะยังไงแล้วมันก็ไม่อิ่ม” ไอ้เม่นว่าพร้อมขำ ก็จริงของมัน ชามใหญ่แต่คนในห้องอยู่นับสิบ มันจะไปพอยาไส้อะไร 

“ค่อยซื้อไปทำกินที่ห้องก็ได้” ผมว่า

“พี่ทำเป็นเหรอ” 

“ซื้อแบบสำเร็จรูปไปเวฟเอา”

“ว่าแล้ว”

ผมกับไอ้เม่นเริ่มไม่สนใจการแย่งชิงอาหาร ถึงจะสนไปก็เท่านั้น ยังไงก็ไม่ได้กินอยู่ดี ส่วนเจ้าของห้องเอาแต่หัวเราะที่เห็นคนอื่นด่ากันเมื่อแย่งกินไม่ได้ 

ผมว่า ผมมีเรื่องที่ควรสนใจใหม่แล้วล่ะ

“มึงไม่ชวนคนอื่นมาด้วยเหรอ” ลุกเดินไปหาไอ้อัธที่ยืนพิงโต๊ะอาหาร มันมองผมอย่างหน้างงๆ คงไม่เข้าใจคำถาม “ก็ห้องตรงข้ามมึงอะ” 

“ไอ้เจไง” ไอ้กลอยโผล่มาจากไหนไม่รู้ ทำเอาผมกับไอ้อัธสะดุ้งโหยง 

“ทำไมกูต้องชวน” เสียงกับหน้านิ่งๆ ของเพื่อนยิ่งกระตุกต่อมความอยากรู้ของผมกับไอ้กลอย 

“อ่าว คนรู้จักไง อีกอย่าง มันเป็นเพื่อนกูนะ” ผมว่า

“เพื่อนมึง มึงก็ไปชวนเองสิ” ว่าอย่างไร้เยื่อใยสุดๆ 

“โห ไอ้คนแล้งน้ำใจ” ไอ้กลอยว่า ซึ่งผมก็เห็นด้วย “งั้นกูไปชวนเองก็ได้” 

ผมกับไอ้กลอยเดินปึงปังออกจากห้อง ก่อนไป ผมไม่ลืมฝากไอ้เม่นให้รุ่นพี่ดูแล ไม่รู้ว่ากลับมาไอ้เม่นจะมีสภาพยังไง แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันมองผมตาละห้อยแบบนั้นตอนเดินผ่าน 

ออกจากห้องมา ผมก็เดินไปฝั่งตรงข้าม เคาะประตูจนมือแทบหักก็ไร้เสียงตอบกลับ ไอ้เจมันไม่น่าจะหลับลึกแบบนั้นนี่นา คนประสาทไวแบบนั้น 

“ทำไมมันไม่มาเปิดประตูวะ” ผมว่า ไอ้กลอยย่นคิ้วใช้ความคิด

“มึงก็โทรไปหาสิ มือถือมีไว้ทำไม” โดนมันด่า แต่ก็จริงของมัน

ผมกดโทรออกหาเพื่อนสนิท รอสายอยู่นานกว่ามันจะรับ เสียงที่ดังเล็ดลอดออกมาทำเอาขมวดคิ้ว 

“มึงอยู่ไหนวะไอ้เจ” ผมกรอกเสียงลงไป   (กูอยู่ห้างกับแม่ มึงมีอะไรหรือเปล่า) เสียงดังอึกทึกคึกโครมทำให้พอรู้ว่า มันพูดจริง

“กูแค่จะชวนมึงมากินเหล้าห้องไอ้อัธ” ผมพูดพลางเหล่ตามองไอ้กลอยที่ยื่นหูมาแนบฟังด้วย  

        (อ่าว เมื่อเช้ากูก็บอกไอ้อัธแล้วนะว่ากลับบ้าน มันไม่ได้บอกมึงเหรอ ไอ้มู่แค่นี้นะ กูโดนคุณนายบ่นแล้ว) 

แล้วไอ้เจก็วางไปแล้ว ผมกับไอ้กลอยเลยมองหน้ากันแบบนิ่งๆ ต่อมอยากรู้กระดิกสั่นริกๆ แบบรัวๆ มันต้องมีอะไรแน่นอนล้านเปอร์เซ็น แม้จะผิดแผนไปหน่อย แต่ก็มีพิรุธที่จับได้ 

       ผมกับไอ้กลอยคิดว่าหากพาไอ้เจเข้าห้อง น่าจะได้รู้ ได้เห็นปฏิกิริยาอะไรบ้าง เพราะไอ้อัธเป็นพวกเก็บความลับโคตรเก่ง ถ้าเรื่องไหนมันไม่บอกเองก็ไม่มีทางรู้ ดังนั้น ต้องใช้วิธีนี้วิธีเดียว

แต่ก็แห้วรับประทาน 

“กลับห้อง” ผมว่า 

เปิดห้องกลับเข้ามาเห็นคนที่ผมฝากฝังกำลังนั่งดีดกีต้าร์ร้องเพลงให้คนอื่นฟัง แต่ละคนทำหน้าเคลิ้มซะเหมือนเมา หรือว่าอิ่มจนง่วงก็ไม่รู้ ผมละสายตาจากไอ้เม่นแล้วตรงดิ่งไปหาเพื่อนชายนายอัธที่กำลังหาอะไรอยู่หน้าตู้เย็น

“ไง” พอไอ้อัธเห็นผมกับไอ้กลอยก็ถามขึ้น

“มันไม่อยู่” ผมว่า 

“เหรอ” ไอ้อัธขานรับแบบเฉยเมยมาก ผมเลยต้องสะกิดไอ้กลอยให้พูดบ้าง เพราะมันเอาแต่จ้องอย่างเดียว 

“มึงรู้อยู่แล้วว่ามันไม่อยู่ ทำไมไม่บอก แถมยังให้พวกกูออกไปเรียกมันอีก” พอไอ้กลอยว่า ไอ้อัธก็หันมามองอีกรอบ ไม่ใช่ว่าผมไม่สังเกต หากเป็นไอ้กลอยหรือเรื่องไอ้กลอย ไอ้อัธมักจะดูกระตือรือร้นมากกว่าคนอื่น อย่างเช่นตอนนี้ที่มันยืนขึ้นเต็มความสูง หลังจากนั่งค้นหาของในตู้เย็น “มึงแกล้งกูเหรอ” 

“มึงไม่ถามเองจะให้กูบอกว่าไง” ผมมองไอ้อัธที่ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากไอ้กลอยจนหน้าหงาย แม้เซ้นส์ไอ้ม่านไม่แรง แต่ก็พอใช้ได้นะครับผม

“กูผิดเหรอ” ไอ้กลอยปัดมือที่จิ้มหน้าผากมันออก 

“อืม” 

“อ่อ”

ถึงกับต้องยกมือขึ้นเกาหัวเมื่อสองเพื่อนซี้ต่างแยกย้ายไปคนละที่ อะไรของพวกมันเนี่ย ไอ้ม่านงง 

พอไม่ได้ความอะไร ผมก็เดินย้อนกลับมาหาไอ้เม่น ตอนนี้มันวางกีต้าร์แล้วเพราะทุกคนที่นั่งฟังหลับ ดีเนาะ กินฟรี มีเพลงให้ฟัง มีแอร์เย็นๆ ให้นอนสบาย ดีจริงๆ 

“เพื่อนพี่ไม่มาเหรอ” ไอ้เม่นกระซิบถาม คงกลัวพวกรุ่นพี่จะตื่น ผมส่ายหน้านิดๆ บอก “เหรอ แล้วนี่เราต้องอยู่ถึงค่ำป่ะ” 

“กูว่าจะไม่อยู่ ขี้เกียจ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนผมตัวคนเดียวคงอยู่รอนั่นแหละครับ ของฟรี ของดีอีก ไม่รอก็บ้าแล้ว แต่นี่มีไอ้เม่น ผมกลัวว่ามันจะเบื่อ 

“งั้นเราซื้อไปกินบนห้องก็ได้เนอะ” ยักคิ้วให้เมื่อเห็นว่าเป็นความคิดที่ดี “กลับเลยไหม” 

“ใจร้อนจริง” ไอ้เม่นดูระริกระรี้ตอนชวนกลับ สงสัยจะเบื่อนั่นแหละครับ ก็นะ อยู่กับบรรดาคนไม่ค่อยเต็ม คงปวดหัวน่าดู ดีนะที่ผมเป็นคนสติเต็มร้อย 

ผมตัดสินใจเดินไปสะกิดไอ้กลอยที่นั่งอ้อนแฟนมัน ได้ยินมันฟ้องว่าถูกไอ้อัธแกล้ง ผมบอกว่าจะกลับ ไอ้กลอยก็โบกมือไล่ ส่วนพี่โชแฟนมันยิ้มให้น้อยๆ บอกคู่รักแห่งปีเสร็จ ผมก็เดินไปบอกไอ้อัธ จะกลับไม่บอกเจ้าของห้องคงไม่ดีเท่าไหร่ 

“ไปเถะ” ผมเดินนำไอ้เม่นออกมาจากห้อง มือที่ว่างถูกจับหมับจนเกือบจะดึงออกเพราะตกใจ คนจับยิ้มตาหยีให้ “อะไรของมึงเนี่ย” 

“เดี๋ยวพี่หลง” ตอนแรกก็ทำหน้างงว่าผมจะหลงไปไหน แต่เห็นรอยยิ้มของมันแล้วก็พอจะรู้ว่าไอ้เม่นหมายถึงหลงอะไร “จับไว้แบบนี้ดีจัง อุ่นด้วย”

“ร้อนสิไม่ว่า” มือมันร้อนจริงๆ ครับ เหงื่อเต็มมือเลย “หิวอะ ไปหาอะไรกินก่อน” 

“ได้ขอรับ นายเม่นคนนี้พร้อมรับคำสั่งจากพี่ม่านเสมอ” ผมหลุดขำ เมื่อเห็นไอ้เม่นตะเบ๊ะเหมือนทหาร “ว่าแต่ รุ่นพี่พวกนั้นโคตรตลก”

“ปกติ แรกๆ อาจจะดูน่ากลัว พออยู่นานๆ พวกพี่เขาก็น่ารักดี เป็นที่พึ่งได้ดีมากเชียวล่ะ” ผมว่า 

“ก็คงงั้น” เหล่ตามองไอ้เม่นที่ยิ้มแปลกๆ 

“ดีทุกเรื่อง ยกเว้นคำแนะนำ มึงอย่าไปฟังมาก มีแต่เรื่องไร้สาระ” ต้องรีบขวางก่อน ไม่รู้ไอ้เม่นถูกเป่าหูอะไรมาบ้างช่วงที่ผมออกจากห้อง 

“บางอย่างก็มีสาระนะ” หันขวับไปมอง ไม่นะ มึงอย่ายิ้มสยองแบบนั้น “อย่างเช่น แนวข้อสอบเข้ามหาลัย” ถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยิน 

“มึงถามพวกพี่เขาเหรอ” อันที่จริง เห็นไร้สาระแบบนั้นเรียนเก่งกันทุกคนนะครับ หัวกะทิทุกคน ไอ้เม่นพยักหน้าลงเป็นคำตอบ “ก็ดี พวกพี่เขาเรียนเก่ง” 




ผมเลือกจะซื้อข้าวกลับไปกินที่ห้อง สังเกตเห็นไอ้เม่นเงียบๆ บางครั้งคิ้วมันก็ขมวดเหมือนกำลังใช้ความคิด หรือมันเครียดเรื่องจะสอบเข้าก็ไม่รู้ ผมเก็บจานที่กินเสร็จไปล้าง ปล่อยให้ไอ้เด็กต่างมหาลัยนั่งเงียบๆ ของมันไป เก็บจานเสร็จก็พอดีกับมือถือตัวเองดัง ผมรีบวิ่งไปรับ หน้าจอโชว์เบอร์ไม่คุ้น 

“ฮัลโหล” ผมกรอกเสียงนิ่งๆ ตาก็เหล่มองคนที่ยื่นหน้ามาแนบฟังด้วย 

(พี่ม่านใช่ไหมครับ ผมแว่นเองนะ) ชื่อที่ได้ยินทำเอานิ่งไปนิดๆ ก่อนหน้าเด็กที่ใส่แว่นกลมๆ จะลอยเข้ามา   “อ๋อ จำได้ละ มีอะไรหรือเปล่า แล้วรู้เบอร์พี่ได้ยังไง” สุภาพนิดหนึ่ง กับเด็กปีหนึ่งต้องปั้นหน้าทำตัวเป็นคนดีนิดหนึ่ง แม้รู้ว่าไม่ค่อยจะทันก็เถอะ ช่วงแรกหยาบใส่มันพอดู ว่าแต่ มันรู้เบอร์ผมได้ยังไงวะครับ ผมไม่เคยให้เบอร์เด็กปีหนึ่ง หรือมันได้มาจากพี่รหัสมัน ไอ้เชี่ยนี่แจกเบอร์ไปเรื่อย 

(ได้มาจากพี่รหัสครับ) นั่นไง ทำไมไม่ถูกหวยแบบนี้วะ 

“แล้วมีอะไร” 

(คือผมจะเอาขนมให้พี่ เลยจะโทรถามว่าอยู่ในมอหรือเปล่าตอนนี้) ไอ้เด็กนี่มีน้ำใจ 

“พี่ไม่เข้ามอวันนี้อะ แต่ขอบใจมาก” ผมว่า “เอาจริงๆ พี่ต้องเลี้ยงหรือเปล่าวะ” กำลังคิดจะเลี้ยงเหมือนกันครับ แต่ต้องรอนัดสายก่อน อีกอย่าง ตังค์หมด  

(งั้นผมจะรอนะครับ แล้วนี่เบอร์ผมนะ พี่อย่าลืมบันทึกเบอร์หลานรหัสนะครับ สวัสดีครับ) ปลายสายวางไปแล้วหลังคุยจบ แต่ดูเหมือนมีคนยังไม่จบ ไอ้เม่นหน้างอจ้องหน้าผมในระยะประชิด 

“อะไรของมึง จะนับขนตากูหรือไง” หน้ามันแทบจะชนหน้าผมอยู่แล้ว 

“ใครอะ” เสียงไอ้เม่นโคตรนิ่ง หน้าที่ขยับออกห่างนิดๆ ฉายแววโหดเหี้ยม 

“หลานรหัส” ผมบอก ก่อนจะลุกขึ้น แต่กลับถูกดึงให้นั่งลงตามเดิม “อะไร” 

“ห้ามทำให้ผมหึงนะ ผมขี้หึงมาก” เลิกคิ้วมองคนบอกว่าตัวเองขี้หึง “ไม่ได้ล้อเล่น” 

“เออ กูเชื่อ” จิ้มหน้าผากคนบอกขี้หึงไปจนหน้ามันหงาย ผมยังจำภาพงานวันเกิดเพื่อนมันได้ดี หน้าตาไม่ได้โหดแบบเล่นๆ บอกปุ๊บไอ้เม่นก็เริ่มคลี่ยิ้มพร้อมส่งแขนยาวๆ มาโอบเอวผม หน้าขาวซบที่อกจนรู้สึกจั๊กจี๋ 

“พี่ห้ามมองคนอื่น เพราะพี่เป็นของผมคนเดียว เข้าใจหรือเปล่า” ก็อยากจะตอบแต่ต้องกลั้นหายใจเมื่อถูกจูบตรงหน้าอกด้านซ้าย

“ทำเชี่ยอะไร ขนลุก” 

“จูบหัวใจไง”

“หัวใจหรือหัวนม”

“ทั้งคู่”

“ไอ้!”

ยกมือเขกหัวไอ้คนหื่น ไอ้เม่นหัวเราะร่าไม่เหลือเค้าตอนขากลับ ไม่รู้ว่าที่เงียบๆ นั่นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ อยากถามตามต่อมเผือก แต่ก็ไม่กล้า 

“พี่ม่าน” เสียงเรียกของคนที่กอดเอวทำให้ผมก้มหน้ามอง ไอ้เม่นช้อนสายตาขึ้นมาโคตรน่ารัก “ถ้าผมสอบติด...”

“อยากได้อะไร” ผมขัดขึ้นเมื่อรู้ทัน 

“ผม...” รอฟังของที่อยากได้ แต่มือที่ลูบอยู่แถวๆ ก้นมันช่างดึงความสนใจซะจริงๆ “คือผม...”

“ผมอยู่บนหัว แต่มือมึงอยู่ที่ก้น จะลูบให้เลขขึ้นหรือไงวะ” ผมดึงหูไอ้คนหัวเราะแห้งๆ แต่มันก็ไม่มีท่าทางสลด 

“โหย ก็อยู่ใกล้พี่ทีไร กลิ่นพี่ทำให้ผมเบลอเผลอคึกทุกทีเลย” 

“งั้นมึงก็อยู่ไกลๆ” ยิ่งว่ายิ่งดันหัว ไอ้เม่นยิ่งรัดเอวผมแน่นขึ้นไปอีก ผมไม่ได้เป็นเด็กอมมือที่ไม่รู้ว่ามันต้องการอะไร ทั้งสายตา ทั้งการกระทำมันเห็นชัดอยู่แล้วกับสิ่งที่มันอยากขอ แต่บางทีมันก็ต้องให้เวลาผมทำใจบ้าง “กูรู้ว่ามึงอยากได้อะไร แต่...แต่กู” ผมอึกอักไม่กล้าพูด ต่างจากไอ้เด็กที่จ้องหน้าผมตาแป๋วฉายแววอยากรู้เต็มแก่ “แต่กูไม่กล้า” ไอ้เม่นทำตาโตก่อนปล่อยเสียงหัวเราะออกมา แค่นี้ผมก็อายจะแย่ที่พูด มันยังมาหัวเราะใส่อีก  

“เรื่องพวกนี้มันต้องใช้ความกล้าด้วยเหรอ” ไอ้เม่นถาม มือมันยกเช็ดน้ำตาที่เล็ดออกจากหางตา   “เออสิ มึงลองนอนให้กูเอาป่ะล่ะ แบบนั้นกูจะไม่กลัวเลย” ผมรู้ตัวดีว่ากดไอ้เม่นไม่ได้แน่นอน ดังนั้นผมก็ต้องเป็นฝ่ายรับ ผมคิดถูกใช่ไหม ดีนะที่อ่านการ์ตูนแนวนี้มาบ้าง ต้องขอบคุณไอ้กลอยที่เอามาให้อ่านทำให้ไม่ตกเทรน    

“เอาจริงอะ” คนกอดเอวผมผละลุกไปนั่ง ดวงตามันจ้องอย่างตื่นๆ 

“เออ” ไอ้เม่นถึงกับกระโดดไปยืนข้างเตียงมือจับก้นตัวเองเมื่อได้คำยืนยัน หน้ามันโคตรตลกจนต้องขำออกมา “หน้ามึงโคตรตลก”

“พี่แกล้งผมเหรอ” หน้าหงิกยิ่งตลก ผมล้มตัวนอนหัวเราะตัวงออยู่บนเตียง แกล้งเด็กมันดีอย่างนี้นี่เอง “โอ๊ย ปวดท้อง” 

“ได้” มัวแต่หัวเราะจนเปิดโอกาสให้ไอ้เม่นตะครุบ มันทิ้งน้ำหนักตัวกดทับซะผมแบนติดเตียง “เล่นผิดคนซะแล้วนะจะบอกให้” 

“เชี่ย ไอ้เม่น” ถูกมันคลุกวงในอีกแล้ว ผมรีบจับมือร้อนของมันที่พยายามลวนลาม ไอ้นี่เปิดช่องว่างไม่ได้เลยนะ “โอ๊ย กูจั๊กจี้” ดิ้นเป็นไส้เดือนถูกขี้เถา พอผมดึงมือมันออกจากท้อง มันก็เปลี่ยนมาจี้เอวผมแทน ตอนนี้หัวเราะใกล้จะตายแล้วครับ แม่ง

“ยอมหรือยัง” ไอ้เม่นไม่มีท่าทีจะหยุด มือย้ายจากเอวมาจิ้มแถวอก พอปัดที่อกย้ายลงไปที่เอว “ยอมหรือยัง จะยอมผมหรือยัง”

“เออๆ กูยอม พอแล้วๆ” ขำจนหน้าแดงแน่ๆ ตอนนี้ ผมพูดปุ๊บ มือที่จี้ก็หยุด “จะทำให้กูหัวเราะตายหรือไง” นอนหอบเหนื่อยจากการหัวเราะ มือก็ยกเช็ดน้ำตาตัวเองที่ไหลออกมาอย่างเยอะ 

“ใครจะฆ่าคนรักตายได้เล่า รักออกขนาดนี้” ดูปากมันครับ ไอ้เม่นยิ้มก่อนจะซบหน้าบนอกของผม มือมันสอดไปด้านหลัง ตอนนี้ผมถูกมันกอดไว้ทั้งตัวและแนบชิดสุดๆ

“จะอ้อนเอาอะไร หรือจะเอาของขวัญถ้าสอบได้?” ลองถามอีกรอบ อยากรู้มันจะกล้าบอกในสิ่งที่ต้องการหรือเปล่า 

“ถ้าผมสอบได้ พี่ย้ายไปอยู่กับผมที่คอนโดนะ” คำขอที่ผิดคาดไปนิด ผมขมวดคิ้วกับสิ่งที่ได้ยิน “ห้องของพี่ผมก็อยู่ได้นะ แต่มันแคบไปแถมดูไม่ปลอดภัยด้วย”

“ไม่ปลอดภัยยังไง” ผมอยู่มาเข้าปีที่สามยังไม่เห็นมีอะไร

“เมื่อวานผมได้ยินคนข้างล่างคุยว่า ของหาย มีโจรงัดห้อง” 

“จริงดิ่ ทำไมกูไม่เห็นรู้” ป้าที่นั่งเคาน์เตอร์ไม่เห็นบอกผมเลย “โม้หรือเปล่ามึง”

“ผมพูดจริงๆ พี่ไปถามได้เลย พี่ห้องสองสองหนึ่ง” น้ำเสียงโมโนโทนดูไม่น่าจะโกหก “นะ ไปอยู่คอนโดผม แม้มันจะไกลมหาลัยไปหน่อย แต่ก็ปลอดภัยกว่าเยอะเลย”

“จำเป็นเหรอวะ” 

“มาก”

“ถ้าสอบติดนะ” เห็นจากสายตาเว้าวอนนั่นก็ใจอ่อนทุกที สุดท้ายก็ต้องรับปาก ทั้งที่ไม่อยากจากห้องนี้ไป ผมรู้สึกผูกพันนะ อยู่มาหลายปี เคยร่วมทุกข์จากท่อน้ำรั่ว ร่วมสุขจากการได้มิตรภาพดีๆ จากข้างห้องเมื่อตอนปีแรกๆ 

“ได้อยู่แล้ว ไอ้เม่นซะอย่าง คอยดูเถอะ จะเอาท็อปให้ดู” ผมถูกหอมแก้มซ้ายแก้มขวาจนแทบช้ำ “ขอบคุณนะ”

“อย่าเพิ่งขอบคุณ ทำให้ได้ก่อน” 

“รับทราบ” 

นี่ผมรักไอ้เด็กคนนี้มากเกินไปใช่ไหม ใช่ เกินไปมาก มากซะจนยอมตามใจ ยอมให้มันคลุกวงใน ยอมให้มันหอมแก้ม ให้จูบ ทั้งที่ผมโคตรหวงตัวกับคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนสนิท นี่ผมรักมันแบบปฏิเสธไม่ได้แล้วสินะ 

ก็ได้ 


ผมรักไอ้เม่น 


...TBC



ขอโทษที่มาช้า (อีกแล้ว)  

ต่อไปจะไม่สัญญา แต่จะพยายามทำให้ดีขึ้นค่าา  

ขอบพระคุณค่า (ก้มกราบ)

ความคิดเห็น