ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

บทนำ

     กลิ่นเหม็นของพื้นดินลอยเข้ามาในจมูก 

มันทำให้เธอมึนงง

เสียงพูดอันวุ่นวายรอบด้านมันดังจนไม่สามารถจับใจความได้

ความเจ็บปวดทั่วร่างกาย 

ฝ่าเท้าที่เหยียบอยู่บนใบหน้า 

ความอัปยศ

สิ้นหวัง

มันรุมเร้าเข้ามาจนเธอแทบสิ้นสติ...

     'ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้?'

     'พวกเราทำอะไรผิด?'

     'เจ็บ...มันเจ็บ...'

     'ฉันจะจำหน้าพวกแกไว้! ต่อให้ต้องตกนรก ก็จะกลับขึ้นมาลากพวกแกไปด้วย!'

----------

     ยามคำ่คืนอันเงียบสงบ แสงจันทร์ส่องลงมาเห็นทิวทัศน์ได้เพียงเลือนลาง สายลมที่พัดผ่านทุ่งหญ้าทำให้มันสั่นไหวราวระลอกคลื่น ภาพเหล่านี้สวยงามจนผู้คนที่ผ่านไปมาอดหยุดมองดูไม่ได้ 

แต่ไม่ใช่กับคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขาเคลื่อนไหวผ่านบริเวณนี้ไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าไม่สนใจรอบด้านแม้สักนิด

ทั้งหมดประมาณสิบคน มีตั้งแต่ชายหนุ่มอายุยี่สิบเศษจนไปถึงวัยกลางคน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันก็คือลักษณะของนักรบที่ปกปิดไว้ไม่มิด รูปร่างสูงใหญ่และดูมีพลัง ความสนใจของพวกเขาทั้งหมดมุ่งไปยังร่างที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า ถึงแม้ระยะห่างจะค่อนข้างไกล แต่ก็สามารถย่นระยะเข้าไปได้เรื่อยๆ

ร่างที่วิ่งหนีนั้นซ่อนอยู่ในผ้าคลุม ใบหน้าที่อยู่ข้างในมองย้อนกลับไปเป็นระยะ ดวงตามีแววตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด

-ฟุ่บ-

ในตอนนั้นเอง หนึ่งในกลุ่มคนก็พุ่งออกไป เขาเอื้อมมือรวบร่างในผ้าคลุมไว้ได้จนกลิ้งไปกับพื้นทั้งสองคน

     "ปล่อยฉัน! ไอ้คนชั้นตำ่! เอามือสกปรกของแกออกไป!" เสียงที่เปล่งออกมาเป็นของหญิงสาว เธอกรีดร้องเสียงดังพร้อมกับดิันรน แต่แรงของผู้หญิงนั้นไม่สามารถเอาชนะผู้ชายได้ เธอจึงทำได้เพียงนอนขดตัวปกป้องห่อผ้าในอ้อมแขนไว้เท่านั้น

เมื่อทั้งหมดล้อมรอบเธอไว้ ชายหนุ่มก็ลุกออกมา เขามีรูปร่างสูงใหญ่และเต็มไปด้วยมัดกล้าม เพราะเหตุผลนี้ หญิงสาวจึงไม่สามารถดิ้นหลุดไปได้

     "หึ เธอเองรึนาเดีย สองคนนั้นตกตำ่ถึงกับต้องมาพึ่งน้องสาวเลยหรือ ส่งเด็กคนนั้นมาซะ แล้วเธอจะไปใหนก็ไป" เขากล่าวเยาะเย้ย แต่ก็มีความโกรธในนำ้เสียง ราวกับว่ามันเป็นความแค้นที่ฝังลึกถึงกระดูก บนแก้มสามารถมองเห็นได้ชัดว่าเขากัดฟันไว้แน่น

     "ให้แก? ทำไมล่ะ ทำไมฉันต้องใหั! เด็กนี่ไม่ใช่ลูกของแก! เขาเป็นลูกชายของพี่สาวฉันกับทัลบาอัส แกไม่มีสิทธิ์!" เธอเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว แสงจันทร์ยามคำ่คืนเผยให้เห็นส่วนหนึ่งใต้ผ้าคลุม 

มันเป็นใบหน้าของนางฟ้า... 

นั่นคือสิ่งที่ใครได้พบเธอครั้งแรกต้องคิดแบบนี้ เมื่อรวมกับดวงตาที่ราวกับจะล่อลวงให้ทำผิดแล้ว เธอนับว่าเป็นหญิงสาวในฝันของชายทุกคน

     "ไม่มีสิทธิ์? ทำไมฉันจะไม่มีล่ะ? ก็นั่นมันภรรยาของฉัน! ภรรยาที่คบชู้... คนที่ทำให้ตระกูลคอนโดเรียต้องมัวหมอง! ส่งมา! ไอ้เด็กที่เกิดจากสองคนนั่น ฉันจะส่งมันไปรอพ่อกับแม่ของมันในนรกเอง" 

เขาก้าวย่างเข้าไปเรื่อยๆ จิตสังหารถูกส่งออกมาจนทำให้คนที่อยู่รอบข้างต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ไม่เว้นแม้แต่หญิงสาว ใบหน้าเธอขาวซีดจนไม่เห็นสีเลือด 

เห็นฝ่ายตรงข้ามก้าวเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนว่าเธอตัดสินใจอะไรบางอย่างได้จึงกัดฟันพร้อมกับตะโกนออกไป

     "แกจะเคียดแค้นอะไรนักหนา? พวกเขาสองคนรักกันก่อนที่เธอจะไปอยู่กับแกด้วยซำ้ แกแยกทั้งสองคนออกจากกัน และวันนี้ก็คิดจะฆ่าลูกของพวกเขา แกมันไอ้ชั่ว! จำคำพูดของฉันไว้ให้ดี พี่สาวของฉัน เธอ ไม่ เคย รัก แก เลย!"

     "แก!  แน่จริงพูดมันอีกครั้ง!" เหมือนเสียงอะไรขาดผึง ชายหนุ่มคำรามพร้อมกับคว้าคอหญิงสาวแล้วยกขึันไปบนอากาศ แต่ถึงอย่างนั้น เสียงหัวเราะก็ยังดังออกมาจากลำคอของเธอไม่ขาดสาย  ทั้งเหยียดหยามและดูถูก สายตาที่มองลงมาเหมือนกับว่ามองตัวตนอันน่าสมเพช 

-ตุบ!-

จนเมื่อชายหนุ่มทนไม่ไหว เขาจับเธอทุ่มลงกับพื้นอย่างรุนแรง เมื่อเจอแบบนี้ เธอจึงเงียบเสียงลง ดูเหมือนว่าจะสลบไปแล้ว

ร่างที่นอนอยู่บนพื้นแน่นิ่งไม่ไหวติง แต่เธอไม่ยอมปล่อยมือ ยังกอดห่อผ้าในอ้อมแขนไว้แน่นราวกับมันเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายในชีวิต

     "เธอคงอยากตายมากสินะ ได้ ฉันจะทำตามความปรารถนาของเธอ เอาดาบมา! ฉันบอกให้เอาดาบมาได้ยินไหม!" ชายหนุ่มตะโกนก้อง เขามองย้อนกลับไปหาทุกคนที่ยืนอยู่รอบด้าน แต่ก็ไม่มีใครกล้ายื่นดาบให้

     "สงบสติอารมณ์ไว้ราฟิส ฆ่าเธอไปก็ไม่มีประโยชน์ แกต้องใจเย็นๆ ตอนนี้เรากลับกันก่อนเถอะ ถ้าทหารของไพโทเนียมาเจอพวกเรามันจะยุ่งยาก" ชายคนหนึ่งก้าวออกมา เขาชื่อว่าไรเทล ดูอายุเยอะกว่าราฟิสเล็กน้อย ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่ในดินแดนศัตรู ก็ยังสงบเยือกเย็นเหมือนนำ้แข็ง

ได้ยินแบบนั้น ราฟิสหันควับไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าแสดงความไม่พอใจ แต่เพราะไรเทลเป็นเพื่อนของเขา คำพูดจึงสามารถทำให้ราฟิสต้องคิดเล็กน้อย

     "หึ ฉันเป็นเพื่อนกับแกตั้งแต่เด็ก ทำไมฉันจะไม่รู้สิ่งที่แกคิดไรเทล ฉันรู้ แกรักผู้หญิงคนนี้ เลยไม่อยากให้เธอตาย ก็ได้ ฉันจะให้แกรับเธอไป แต่ไอ้เด็กนี่ ต้องตาย!" สิ้นเสียงของราฟิส ใบหน้าของไรเทลแสดงอาการดีใจขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองไปยังร่างหญิงสาวที่นอนกอดห่อผ้าในอ้อมแขนไว้แน่น เขากัดฟันยิ้มเหี้ยมเกรียม

     "คิดให้ดีสิราฟิส ทัลบาอัสเป็นเจ้าชายของอาณาจักรไพโทเนีย การที่เราจะฆ่ามันได้ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน แล้วในช่วงเวลานั้น คิดว่าความโกรธของแกจะเป็นยังไง? สิบปี? ยี่สิบปี? หรืออาจจะทั้งชีวิต! มีคนเคยพูดไว้ว่า 'สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าความตายคือการมีชีวิตอยู่โดยไม่สามารถตาย' ทำไมไม่ลองให้ลูกของพวกมันได้เจอสิ่งนี้ล่ะ แล้วเวลาที่ฆ่าพวกมัน รอดูใบหน้าที่กำลังจะตายได้ฟังว่าลูกต้องเจอกับอะไรบ้าง มันไม่ใช่การแก้แค้นที่สุดยอดไปเลยหรือ?"

เหมือนกับได้เจอผู้ชี้ทางสว่าง เมื่อไตร่ตรองคำพูดของไรเทลดีๆแล้ว ราฟิสก็เบิกตากว้างราวกับไม่เคยคิดถึงสิ่งนี้เลย 

     "นี่...นี่มัน...เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก! แกคิดได้ยังไงไรเทล ฉันทนรอไม่ไหวเลยเมื่อคิดถึงสีหน้าของสองคนนั้นยามรู้ความจริง รอก่อนเถอะพวกแกทั้งสองคน! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!" เสียงหัวเราะอันโกรธเกรี้ยวดังก้องไปในทุ่งหญ้า และในคืนนี้เอง ชะตากรรมของเด็กชายคนหนึ่งได้เริ่มขึ้นแล้ว...

++++++++++


แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น