ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่4 ไร้ซึ่งพลังปราณ

ชื่อตอน : บทที่4 ไร้ซึ่งพลังปราณ

คำค้น : จุติเทพราชันย์แห่งสงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 631

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มิ.ย. 2560 20:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4 ไร้ซึ่งพลังปราณ
แบบอักษร

บัดนี้ เวลาได้ล่วงเลยมาได้2ปีนับตั้งแต่ เมิ่งเถียน ถือกำเนิดถูกต้องเขาในเวลาอายุได้2ปีซึ่งปีหน้าเขาจะต้องเข้ารับการทดสอบประจำตระกูล เมิ่งเถียน ได้รับความรักและการเอาใจใส่จาก บิดา มารดา ของเขาเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าเขาคือ ว่าที่ผู้นำตระกูลเมิ่งคนต่อไป ด้วยเหตุนี้ เมิ่งอ่าว จึงได้จัดหาอาจารย์มาเพื่อสอน ความรู้วรยุทย์ด้านการต่อสู้ในทุกแขนง แก่บุตรของตนเอง และเมิ่งเถียนก็พยามฝึกฝนอย่างหนัก แต่ก็หาได้เกิดพลังในท่วงท่าใดๆไม่ ราวกับว่า ตัวของเขานั้นไร้ซึ่ง พลังปราณ และ.. ไม่ว่าจะเป็นอาจารยฺ์คนไหนมาสอนบุตรของตน ก็หาสอนได้เกิดผลสำเร็จดั่งที่หวังไม่ และกล่าวว่า เมิ่งเถียน นั้น มิอาจเป็น จอมยุทย์ อย่างเช่นตัวตนของมันได้ เนื่องจากว่า เขาไม่มีพลังปราณเลยสักนิด


เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งอ่าว ก็รู้สึกโกรธเป็นอย่างมากและกล่าวต่อว่า บรรดาชายชราต่างๆที่มาเป็น อาจารย์ของบุตรตนเองนั้นไร้ซึ่งความสามารถที่แท้จริง และเขาเองก็ได้เปลี่ยนผู้ฝึกสอนแก่บุตรของตนคนแล้วคนเล่า แต่ผลลัพธ์ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ เมิ่งอ่าว จึงได้เชิญ ชายชราผู้นึง ที่อาศัยอยู่ในวังหลวงของเมืองแสงแห่งอัสนีแห่งนี้มาตรวจสอบบุตรของตน เพื่อคลายความข้องใจ ว่าเหตุใดบุตรของตนนั้นถึงไม่อาจใช้ท่วงท่าใดๆให้เกิดซึ่งพลังได้


และในเวลานี้เอง .. 


::ท่านผู้นำตระกูลขอบรับ ท่านอาจารย์ ชูเจียน มาถึงแล้ว พะยะค่ะ !


ทันทีที่ได้รับข่าวจากองค์รักษ์ เมิ่งอ่าวยิ้มและก็รีบลุกขึ้น รีบเดินไปด้านหน้าประตูตำหนักที่พำนักอย่างรวดเร็ว


:: ทหารเปิดประตูเดี๋ยวนี้ !!


ทันทีที่เมิ่งอ่าวมาถึงเขาก็รีบให้ทหารเปิดประตูเพื่อต้อนรับการมาของ ชูเจียน อย่างรวดเร็ว เมื่อประตูตำหนักเปิดออก ปรากฏร่างชายผู้นึง ใบหน้าดูเคร่งขึม อยู่ในชุดสีน้ำเงินเข้ม ออร่าของเขานั้นก็หาธรรมดาไม่ มันดูลึกล้ำยิ่งกว่า เมิ่งอ่าวยิ่งนัก เมื่อเมิ่งอ่าวเห็น ชูเจียนอยู่ในครรลองสายตา เขารีบ กล่าวทักทาย อย่าเคารพไปทันที


:: คารวะ ท่านชูเจียน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาเยือนตระกูลเมิ่ง  !


:: อืม มิเป็นไร เมิ่งอ่าว มิต้องมากพิธี .. ว่าแต่ เพลานี้บุตรของเจ้าอยู่ที่ใดเช่นนั้นรึ ?


::ตอนนี้ ลูกเถียน อยู่ในห้องฝึกตนของข้าเอง เชิญท่าน ชูเจียนตามข้ามาเถิด ..


จากนั้นทั้ง เมิ่งอ่าว และ ชูเจียนก็เดินเข้ามาถึง ในห้องฝึกของเมิ่งอ่าว ซึ่งเมิ่งเถียน ก็ยังฝึกอยู่อย่างไม่มีหยุดยั้ง พอ ชูเจียนได้เห็นเมิ่งเถียน ก็ คิ้วขมวดเข้าหากัน เนื่องจากว่าท่าที่เขากำลังฝึกอยู่ในขณะนี้นั้นก็ ตรวตามตำราทุกอย่างและถือว่าทำได้ดียิ่งกว่าเด็กบางคนที่แก่กว่าเขาเสียด้วยซ้ำ เรื่องนี้ทำให้ ชูเจียน สงสัยยิ่งนัก ..

ทันทีที่ เมิ่งเถียน เห็นเมิ่งอ่าวและชูเจียนเดินเข้ามาเขาก็รู้ได้ทันทีว่าบุคคลที่เดินมากับบิดาของเขานั้นคงจะเป็นอาจารย์คนใหม่ผู้ที่มาแทนอาจารย์คนก่อนของเขาหน้านี้เป็นแน่ เมิ่งเถียนจึงหยุดและรีบเดินมาเพื่อ คารวะ แก่ทั้งสองคน


:: คารวะท่านพ่อ คารวะท่านอาจาร์...?


::ลูกเถียน บุคคลท่านนี้คือ อาจารย์ ชูเจียนที่สอนวรยุทย์อยู่โรงเรียนของเขตวังหลวงในเมืองของเรา ..


:: คารวะ ท่านอาจารย์ ชูเจียน !!


:อืม .. ข้าชื่อว่า ชูเจียน และข้าก็มิได้มาเพื่อฝึกสอนเจ้าหรอก ข้ามาที่นี่เพื่อตรวจสอบระดับพลังปราณของเจ้าก็แค่นั้น ...


เมื่อ เมิ่งเถียนได้ยิ้นเช่นนั้นก็รู้สึกสงสัยว่าทดสอบพลังปราณคืออะไรและพลังปราณนั้นคือพลังอะไรเขาเองหารู้ไม่เพราะว่าท่านพ่อท่านแม่หรืออาจารย์อื่นๆของเขาก็ไม่เคยบอกกล่าวให้เขาฟังเขาจึงรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก เมิ่งเถียน จึงทำมือคำนับและกล่าวออกไปอย่างนอบน้อม


::ท่านอาจารย์ชูเจียน พลังปราณคืออะไรหรือขอรับ และการทดสอบพลังปราณนั้นต้องกระทำเช่นใด ?


เมื่อชูเจียนได้ยินเช่นนั้นจึง หัวเราะเล็กน้อยและกล่าวออกไปว่า


::เด็กน้อยเมิ่งเถียนเอ๋ย ฟังให้ดีน่ะ พลังปราณก็คือพลังที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของเรา ตัวเราทุกๆคนนั้นไม่ว่าใครก็ตามจะมีพลังปราณภายในซ่อนอยู่ เพียงทว่า แต่ละคนนั้นจะมีมากมีน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และความพยายามของบุคคลนั้นๆ..


เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งเถียนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและถามต่อไปว่า


::เช่นนั้น ท่านอาจารย์ชูเจียน ระดับพลังปราณ มีกี่ระดับหรือขอรับ ?


::อืม เป็นคำถามที่ดี ระดับพลังปราณนั้น มีหลายระดับด้วยกันเริ่มเลยก็คือ ระดับ

ผู้ฝึกหัด

ผู้เชี่ยวชาญ

จอมยุทย์

ปรมาจารย์

และที่สุดก็คือ ระดับตำนาน 

ซึ่งแต่ล่ะระดับนั้นจะแบ่งได้เป็น ระดับชั้นละ 9 ขั้น

และ​ในตอนนี้เมืองของเรานั้นมีบุกคคลที่มีพลังปราณมากที่สุดซึ่งหมายถึงแข๋็งแกร่งที่สุด อาศัยอยู่ในพระราชวังของเมืองแสงแห่งอัสนีแห่งนี้ ระดับพลังปราณของเขานั้นอยู่ที่ระดับ ตำนาน ..คนผู้นั้นก็คือท่านเจ้าเมืองแสงแหงอัสนี ท่านฉีกวง นั้นเอง

เมื่อเมิ่งเถียนได้ยินเช่นนั้นเขาก็เริ่มเข้าใจเรื่องพลังปราณและระดับแล้ว และเขาก็สงสัยอย่างนึงคือตัวเขานั้นมีระดับพลังปราณอยู่ขั้นไหน และที่เขากล่าวว่ามาเพื่อทดสอบพลังปราณนั้นเขาจะต้องทำยังไง เมิ่งเถียนจึงถามออกไปว่า


;;เช่นนั้นท่านอาจารย์ช่วยแนะนำแก่ ข้าทีเถิดขอรับ ว่าข้าจะทดสอบวัดพลังปราณของตัวข้าเองได้เช่นไร ?


::ไม่ยากเพราะวันนี้ข้าได้นำของสิ่งนี้มาด้วย !


เมื่อชูเจียนพูดจบเขาพลันล้วงเอา หินผลึก สีใสออกมาลูกนึง ขนาดของมันเท่ากับ ฝ่ามือขงอเขาพอดิบพอดี และกล่าวออกไปว่า


::เด็กน้อย เมิ่งเถียน หินผลึกนี้จะบ่งบอกว่าพลังเจ้านั้นอยู่ในระดับใด ซึ่งจะบอกได้ว่า

ผู้ฝึกหัด   มันจะเปล่งแสงออกมาเป็นสีขาว

ผู้เชี่ยวชาญ จะเปล่งแสงออกมาเป็นสีแดง

จอมยุทย์ จะเปล่งสีออกมาเป็นสีเหลือง

ปรมาจารย์ จะเปล่งสีออกมาเป็นสีม่วงอ่อนๆ

และที่สุดก็คือ ระดับตำนาน จะเปล่งสีออกมาเป็นสีม่วงเข็ม

การทดสอบนั้นก็ไม่ยากเย็นอันใด เด็กน้อย เจ้าเพียงแค่เอามือทั้งสองข้างของเจ้ามาจับที่หินผลึกชิ้นนี้หลับตาลงทำสมาธิและส่งพลังปราณของเจ้าเข้าไปยังหินผลึกนี้ก็แค่นั้น


เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งเถียนจึงยิ้มและตอบกลับออกไปว่า


::ข้าจะรับการทดสอบ ณ บัดนี้ ขอรับ !!!


ชูเจียนยื่นหินผลึกใส่มือของเมิ่งเถียน เมิ่งอ่าว ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังไม่กล่าวอันใดออกมา เขาเพียงแค่ลุ้นว่า ลูกของเขานั้นจะมีพลังปราณอยู่ระดับใด เขาหาได้คิดว่าลูกเขานั้นไม่มีพลังปราณเหมือนดั่งผู้เฒ่าอื่นๆได้กล่าวไว้ไม่

เมื่อเมิ่งเถียนรีบกระทำตามที่ ชูเจียนบอก ผ่านไปกว่า 30 ลมหายใจ ก็หาได้มีแสงอันใดเกิดขึ้นที่หินผลึกไม่ มันว่างเปล่า ราวกับว่าเป็นผลึกธรรมดา สีหน้าของเมิ่งอ่าวเริ่มถอดสี ชูเจียนเองก็คิ้วขมวดเข้ากันเนื่องจากว่าตลอดชีวิตของเขาหาได้เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้ไม่ คนๆนึงจะไม่มีพลังปราณเลยนั้นมันเป็นไปไม่ได้ !

ผ่านไปราว30 ลมหายใจเมิ่งเถียนลืมตาขึ้นและลุ้นว่าตัวเขาเองจะมีพลังปราณอยู่ที่ระดับใด แต่มันก็หาได้มีแสงใดๆอย่างที่ ชูเจียนบอกเขาไม่ เขาพลันถามออกไปว่า


::ท่านอาจารย์ชูเจียน ทำไมผลึกมันถึงไม่ปรากฏแสงอันใดเลยขอรับ ?


เมื่อเห็นเช่นนั้น ชูเจียนพลันกล่าวออกไปว่า


::เด็กน้อย เมิ่งเถียน เอ๋ยเจ้าช่างแปลกประหลาดนัก ตลอดชีวิตของข้านั้นหาได้เคยพบเจอ คนที่ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของพลังปราณอย่างเจ้าไม่ บางทีตลอดชีวิตนี้ของเจ้า คงไม่อาจเป็นอย่างที่บิดาของเจ้าหวังไม่ หวังให้เจ้าเป็นจอมยุทย์ผู้ยิ่งใหญ่

ราวกับฝ้าผ่าลงกลางใจของเมิ่งเถียนเมื่อรู้ว่าตนเองนั้นไม่อาจทำให้ท่านพ่อของเขาได้สมดั่งปรารถนาได้ เขาพลันถือหินผลึกที่อยู่ในมือและร้องไห้วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ในใจเขาตอนนี้ได้แต่คิดว่า ทำไมมันถึงเป็นเช่นนี้ สวรรค์ ช่างไม่ยุติธรรมกับเขาเลย !!!

เมื่อเห็นลูกของเขาวิ่งออกไปเมิ่งอ่าวก็ตะโกนเรียกออกไป


::ลูกเมิ่งเถียน กลับมาก่อน!!!


ชูเจียนเองมิรู้จะทำเยี่ยงไรจึง แตะไปที่บ่าของเมิ่งอ่าวและกล่าวอย่างแผ่วเบาให้เมิ่งอ่าวที่ยืนอึ้งอยู่ด้านข้างว่า


::เมิ่งอ่าว บุตรของเจ้านั้น สวรรค์คงมิอยากให้เขาได้เป็นจอมยุทย์ดังเช่นเจ้า บุตรของเจ้าจึงมิได้มีแม้แต่เศษเสี้ยวของพลังปราณเลยซักนิด ข้าคงช่วยเจ้าได้แค่นี้ ส่วนผลึกทดสอบพลังปราณนั้นเดี๋ยวเจ้าค่อยส่งมาคืนข้าทีหลังก็แล้วกัน ข้ากลับก่อนล่ะ


บัดนี้เมิ่งอ่าวราวกับวิญญานของเขาหลุดลอยไป บุตรที่เขาหวังจะให้เป็นดั่งพญาราชสีห์กับเป็นได้ดั่งแค่มดปลวก เขาหาได้ออกไปส่ง ชูเจียนที่เขาเชิญมาไม่ หลังจากยืนนิ่งครุ่นคิดอยู่นานเขาพลันเรียกทหารยามออกเขาออกมา


::ทหารเจ้าจงไปตามลูกชายข้ากลับมา ตอนนี้เขาคงไปที่ป่าหลังตระกูลเป็นแน่ ไป !!

::รับคำสั่ง ท่านประมุข !!!


ณ ป่าหลังตระกูลเมิ่งตอนนี้ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มอายุราว2-3ขวบได้ยืนร้องไห้อยู่ ภายในดวงตาของเขาในตอนนี้มีวงแหวนอักษรโบราณหมุนอยู่ แต่มันหาได้เป็นสีแดงดำไม่ แต่เป็นสีขาว โดยที่เขาไม่รู้ตัวขณะที่เขาร้องให้อยู่นั้นเขาพลันใช้มือเพียงแค่ข้างเดียวบีบผลึกทดสอบพลังปราณจนแตกกระจาย แต่ ไม่เพียงแค่นั้น รัศมี รอบๆตัวเขาในตอนนี้มีแสงสีขาวหมุนวนอย่างบ้าคลั่งจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้น เสียงดัง บรึ้ม !!!!


จากไปไม่ไกลทหารองครักษ์4นายที่ได้รับหน้าที่ให้มาตามหาบุตรชายของผู้นำตระกูลและพาตัวกลับไปนั้นก็ได้ยินเสียงดังสนั่นทั่วทั้งบริเวณป่า พวกมันจึงรีบรุดไปตามต้นตอที่ได้ยินเสียงมาเมื่อกี้ ทันทีที่มาถึงจุดที่เกิดเสียงระเบิดนั้น พวกมันทั้ง4ก็สั่นสะท้านทั้งร่างเนื่องจากว่าเบื้องหน้าพวกมัน ปรากฏหลุมขนาดใหญ่และใจกลางหลุมนั้นหาใช่ใครอื่นไม่แต่เป็นนายน้อยของพวกมัน เมิ่งเถียน !!

ทหารทั้ง4นายต่างพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันว่า


::  นี่ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย ? !!!!

ความคิดเห็น