ฝากกดติดตามกันด้วยน๊าาา คอมเม้นท์สักหน่อยเป็นกำลังใจให้ Owly นะคะ ถ้าชอบก็สนับสนุนกันได้นะ รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ จุ๊ฟๆ

Chapter 15 : ปฏิบัติการณ์ง้อเมีย

ชื่อตอน : Chapter 15 : ปฏิบัติการณ์ง้อเมีย

คำค้น : ลูเซียส , ลูเซียโน่ , เมล่อน , โจนาธาน ,

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2563 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15 : ปฏิบัติการณ์ง้อเมีย
แบบอักษร

​“อะไรนะ คุณลูเซียโน่ไม่มาทำงาน แล้วเขาบอกรึเปล่าว่าไปไหน” เสียงนีน่าตะโกนโวยวายอยู่กับเลขาหน้าห้องของประธานบริษัท 

“ดิฉันไม่ทราบจริงๆค่ะคุณนีน่า บอสบอกแค่ว่าวันนี้จะไม่เข้ามาทำงานแต่ไม่ได้แจ้งไว้ว่าจะไปไหนค่ะ” เลขาสาวรีบตอบตามความเป็นจริง 

“ทำงานกันประสาอะไร เจ้านายหายไปทั้งคนไม่รู้ไปไหน แล้วเธอรู้มั๊ยว่าเค้าพักอยู่ที่ไหน” 

เลขาสาวรีบจดที่อยู่คอนโดให้นีน่าเพราะกลัวว่าเธอจะอาละวาดหนักกว่านี้คนอะไรแรกๆนึกว่าจะดีที่ไหนได้!! เหอะ 

รถยนต์คันหรูขับมาจอดยังคอนโดที่ลูเซียโน่พักอยู่ ร่างบางสุดเซ็กซี่ของนีน่าไม่รอช้ารีบตรงไปยังลิฟต์เพื่อนขึ้นไปยังห้องที่เลขาสาวบอก 

“ขอโทษนะค่ะ คุณ มาหาใครค่ะ คุณไม่ใช่คนที่พักในคอนโดนี้นิค่ะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์รีบตะโกนถามเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน 

“แล้วหล่อนมายุ่งอะไรด้วยย่ะ ฉันมาหาแฟนฉัน จะทำไม” นีน่าตอบกลับอย่างหัวเสีย 

“เอ่อ ไม่ทราบว่าแฟนคุณอยู่ห้องไหนค่ะ ดิฉันจะได้เช็คให้เผื่อเขาไม่อยู่คุณจะได้ไม่ต้องขึ้นไปเสียเวลาเปล่าๆ” หญิงสาวพูดเสนอ 

“ดีเหมือนกัน อ๊ะ” นีน่าพูดพร้อมกันยื่นใบที่เลขาหน้าห้องจดมาให้ 

“อ๋อ ห้องคุณลูเซียโน่หรอค่ะ เขาไม่อยู่หรอกค่ะ เห็นเขาออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่กลับเข้ามาเลยค่ะ” 

ไม่ได้ไปทำงาน แต่ออกจากคอนโดไปตั้งแต่เช้า เขาไปไหนกันนะ? นีน่าได้แต่คิดอยู่ในใจ 

“นี่หล่อน มีกุญแจสำรองมั๊ยฉันจะขึ้นไปรอเขาที่ห้อง” นีน่าถามออกไป 

“เอ่อ คุณลูเซียโน่เคยขอกุญแจสำรองไปแล้วนี่ค่ะบอกว่าเอาไปให้แฟน ไม่ใช่ให้คุณหรอค่ะ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย 

“ให้แล้ว แต่ฉันทำหาย เลยจะขอใหม่ มีมั๊ย?” นีน่าแกล้งโกหกเพื่อให้ได้กุญแจสำรองมาแต่ในใจก็ยังคิด เขาเอากุญแจคอนโดไปให้ใครกัน? 

หญิงสาวหายไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบกุญแจสำรองมายื่นให้ นีน่ารับมาแล้วรีบเดินไปขึ้นลิฟต์ทันทีโดยไร้ซึ่งคำขอบคุณ นี่หรอพวกมีการศึกษา นี่หรอนักเรียนนอก 

ลูเซียโน่ที่ตั้งใจมาง้อเมล่อนแต่เช้า ตั้งแต่ที่เมื่อคืนพอรู้ว่าพ่อตาไฟเขียว เขายิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ เขาเดินลงจากรถแลมโบกินีคู่ใจ ในมือถือดอกไม้ช่อใหญ่เข้าไปสู่คลับพาราไดซ์อีกครั้ง นี่นับเป็นครั้งที่สองที่เขามาที่นี่ แต่มันชั่งต่างกันโดยสิ้นเชิง เมื่อคืนตอนที่เขาเข้ามามีพวกการ์ดคอยกั้นไม่ให้เขาขึ้นไปด้านบน แต่วันนี้เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าสู่ภายในการ์ดที่ยืนอยู่ต่างโค้งให้แล้วเปิดทางให้เขา 

ลูเซียโน่เดินขึ้นลิฟต์มายังชั้นสอง ก่อนจะเคาะประตูห้องของคนที่เขาอยากเจอหน้ามากที่สุด แต่กลับเป็นเสียงของชายสูงวัยที่ตะโกนออกมาว่า ‘เข้ามา’ เขาจึงเอื้อมมือบิดลูกบิดประตูเพื่อเข้าไปด้านใน เขาเห็นเมล่อนนั่งอยู่ที่โซฟาหันมามองเขาด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าลูเซียโน่จะขึ้นมาถึงบนนี้ได้ 

อีกด้านหนึ่งของห้องมีชายสูงวัยที่กำลังยืนเอามือไขว้หลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ใช่ พ่อตาของเขานั่นเอง ก่อนหน้าที่เขาจะมาถึง ลูเซียโน่ได้โทรมาขอร้องให้สเตฟานทำทีว่าเข้าไปคุยกับเมล่อนในห้อง ไม่เช่นนั้น เมล่อนคงไม่ยอมเปิดประตูให้เขาแน่ 

“อ้าว นึกว่าใคร” ชายสูงวัยหันมามองคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ทำอย่างกับว่าไม่ได้รู้แผนการนี้มาก่อน 

“สวัสดีครับ” ลูเซียโน่ทักทายชายที่สูงวัยกว่า 

ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้เมล่อนงงมากขึ้นไปอีกนอกจากพ่อจะไม่โมโหผู้ชายที่เข้ามาในห้องลูกสาวของตัวเองแล้ว ยังยิ้มให้ราวกับว่ารู้จักเขามาก่อน (ก็เค้ารู้จักกันนะซิเธอ!!) 

“มีอะไรก็คุยกันดีๆนะ ค่อยๆปรับความเข้าใจกัน พ่อไปล่ะ สู้ๆไอ้ลูกเขย” 

สองประโยคแรกสเตฟานตั้งใจพูดกับเมล่อน แต่ประโยคสุดท้ายเขาหันกลับมาพูดกับลูเซียโน่ ตบไหล่เบาๆเพื่อให้กำลังใจแล้วเดินออกจากห้องไป อะไรนะ 

ลูกเขย 

หรอ! 

“...........................................” 

“..........................................” 

คงมีแต่ความเงียบเพราะเมล่อนไม่แม้แต่จะหันมองเขา  ลูเซียโน่เดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงที่โซฟาข้างๆเธอ 

“พี่ขอโทษ สำหรับเรื่องที่ผ่านมา ขอโทษที่พี่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ขอโทษที่พี่ไม่แคร์ความรู้สึกของเมล่อนเลย ขอโทษที่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าเมียของตัวเอง พี่นี่มันแย่จริงๆเลยเนอะ แต่พี่กล้าสาบานนะ ว่าพี่กับนีน่าเราไม่เคยมีอะไรกัน พี่แค่เทคแคร์เขาในฐานะที่เขาเป็นคนที่พ่อฝากมา ก็แค่นั้น” 

“......................................” 

“พี่รู้ว่าเมล่อนเกลียดพี่ พี่ทำให้เมล่อนเสียใจ แต่พี่สัญญานะว่าพี่จะไม่ทำแบบนั้นอีก พี่จะไม่มีวันทำให้เมล่อนเสียใจเด็ดขาด” 

“.......................................” 

“เมล พูดกับพี่หน่อยสิ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั๊ย? จะด่าจะทุบจะตีพี่ยังไงก็ได้ ขอแค่เมล่อนให้อภัยพี่ นะครับ นะครับ นี่ดอกไม้สำหรับเมล่อนนะครับ คุยกับพี่หน่อยนะ” เขาพูดก่อนจะยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้เธอ 

“เมลไม่ได้เกลียดพี่ เมลเป็นคนมีเหตุผลพอ แต่เมลไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางขอใคร” เมล่อนหันมาพูดก่อนจะรับช่อดอกไม้ไปถือในมือ 

“พี่ดีใจนะที่เมล่อนยอมคุยกับพี่  ไม่มีใครเป็นก้างทั้งนั้นแหละครับ เพราะเมล่อนเป็นเมียพี่ และจะเป็นตลอดไปครับ” 

“เบาๆหน่อย เดี๋ยวมีใครได้ยิน” เมล่อนทำสีหน้าตกใจก่อนจะรีบเอามือขึ้นมาปิดปากชายหนุ่มเพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยินประโยคเมื่อครู่ (เขารู้กันตั้งนานแล้วเธอ) 

ลูเซียโน่จับข้อมือที่หญิงสาวเอื้อมมาปิดปากเขาก่อนจะเอาไปหอมเพื่อสูดดมกลิ่นที่คุ้นชิน 

“เราดีกันนะครับ นะครับเมีย” ลูเซียโน่อ้อน 

“ปล่อยค่ะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น” เมล่อนพยายามดึงมือกลับแต่กลับโดนคนตัวสูงดึงจนเธอถลาเขาไปอยู่ในอ้อมอกเขา 

“คิดถึงจังครับเมีย” ลูเซียโน่ยิ้มร่าด้วยความดีใจ ทั้งกอดทั้งหอม ผู้หญิงที่เขาแสนจะคิดถึง 

“ปล่อยค่ะ พี่ไม่ควรทำแบบนี้ที่นี่นะค่ะ” เมล่อนเอ็ด 

“กลัวอะไรหรอครับ” 

“ว๊ายยยยยยย” 

พูดจบลูเซียโน่ก็อุ้มเมล่อนไว้ในอ้อมแขนก่อนจะเดินออกจากห้องของเมล่อน เพื่อมาที่ห้องของใครคนหนึ่ง ใช่ ห้องพ่อตาของเขาไง 

ลูเซียสโน่เคาะประตูก่อนจะมีเสียงอนุญาตดังมาจากด้านใน ตายแน่ๆถ้าเขาขืนทำแบบนี้ต่อหน้าพ่อ ฆ่าตัวตายชัดๆเมล่อนได้แต่คิด และก็เป็นการ์ดคนเดิมที่เปิดประตูให้เขา 

“นั่งสิ” เสียงคนเป็นพ่อตาเอ่ยบอก 

ลูเซียโน่นั่งลงโดยให้เมล่อนนั่งอยู่บนตักเขา 

“ดีกันแล้วสินะ” 

“ครับคุณพ่อ ขอบคุณมากนะครับสำหรับทุกสิ่ง” ลูเซียโน่กล่าวอย่างนอบน้อม 

“ไม่เป็นไร ต่อแต่นี้ก็ดูแลกันดีๆล่ะ คนรักกันต้องเชื่อใจกัน ค่อยๆปรับความเข้าใจกันไม่ใช่อะไรๆก็หอบเสื้อผ้าหนี คิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วเชียวอยู่ดีๆลูกสาวตัวแสบกลับมาอยู่ด้วยโดยไม่บอกล่วงหน้าสักคำฮ่าๆๆๆๆ” 

“ครับคุณพ่อ ต่อแต่นี้ผมจะดูแลเมล่อนให้ดีที่สุดครับ”  ลูเซียโน่ให้สัญญา 

“แล้วนั่นไม่หนักรึไง โอ่งตั้งใบทับขาอยู่น่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” สเตฟานแซวลูกสาว 

“พ่อค่ะ!!!!!” เสียงเมล่อนตะโกนขึ้นมา 

“หนักครับ แต่เป็นลูกเขยมาเฟีย ต้องใจเด็ด ต้องอดทนครับ” ลูเซียโน่ตอบ 

“ฮ่าๆๆๆ ดีมาก นี่สิถึงจะสมกับเป็นลูกเขยพ่อ” ลูเซียโน่พูดอย่างเอาใจ คงเป็นเพราะเหตุผลนี้แหละที่ทำให้เขาพูดคุยถูกคอกับคนที่เป็นพ่อตายิ่งนัก 

“คุณพ่อครับ ผมจะขอพาเมล่อนไปอยู่กับผมที่คอนโดได้มั๊ยครับ ผมคิดว่าคอนโดผมคงจะอยู่ใกล้มหาลัยที่เมล่อนเรียนอยู่มากกว่า เมล่อนจะได้เดินทางสะดวกไงครับ” ลูเซียโน่พูดโดยเอาเรื่องเรียนมาอ้าง 

“แล้วแต่เลยสิ โตๆกันแล้วนิ แต่จำไว้อย่างนะ ห้ามทำลูกสาวพ่อเสียใจเป็นอันขาด เข้าใจมั๊ย?” 

ประโยคสุดท้ายสเตฟานตั้งใจพูดเสียงเข้ม เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคนอย่างเจ้าพ่อมาเฟีย พูดจริง ทำจริง 

หลังจากนั้นลูเซียโน่กับเมล่อนจึงบอกลาสเตฟานก่อนจะมาเก็บของเพื่อจะเอาไปไว้ที่คอนโดของลูเซียโน่ 

ความคิดเห็น