facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๓ น้องสามี พี่สะใภ้ 50%

ชื่อตอน : บทที่ ๓ น้องสามี พี่สะใภ้ 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2560 11:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๓ น้องสามี พี่สะใภ้ 50%
แบบอักษร

ไม่ต้องห่วงสามกันนะครับ เดี๋ยวธีจะดูแลแทนพี่ธามเอง อิอิ​ ​

บทที่ ๓ น้องสามี พี่สะใภ้

ช่วงสายของวันใหม่ ปานตากำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อหาซื้อลูกสุนัขมาเลี้ยงแก้เหงาตามที่ว่าไว้ แต่พอดีว่าธีรัชเดินมาทักทายก่อน หญิงสาวจึงหยุดคุยด้วยตามมารยาท

“สามจะออกไปไหนเหรอ”

“ว่าจะไปร้านขายลูกสุนัขค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าพี่ธีจะตื่นนอนก่อนเที่ยงได้นะคะ” ปานตาว่าพลางนึกถึงพี่ชายคนโตของเธอที่ชอบปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ กว่าจะตื่นนอนและออกจากห้องก็ปาไปตอนบ่ายของวัน

“พี่ไม่ใช่คนนอนขี้เซาครับ แล้วเมื่อคืนก็แค่ตีหนึ่งเอง ไม่ดึกมาก” เขาหมายถึงปาร์ตี้ค่ำคืนที่ผ่านมากับเพื่อน ๆ ปานตาก็ร่วมแจมด้วย แต่ไม่นานเธอก็ขอตัวขึ้นนอน เนื่องจากกำลังท้องจึงไม่อยากนอนดึก

....แต่ความจริงแล้วคือ ธนาธิป ให้เด็กในบ้านตามเธอขึ้นห้องต่างหาก เขาแอบไม่พอใจที่เห็นภรรยาอยู่กับน้องชายและเพื่อน ๆ รุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน

“ดีจัง ถ้าเป็นพี่ชายของสามนี่ปาร์ตี้ยันเกือบสว่าง แต่ว่าเดี๋ยวนี้น่าจะเลิกแล้วล่ะ เพราะแต่งงานมีลูกแล้ว ลูกแฝดด้วยนะคะ น่ารักสุด ๆ เลย นี่ค่ะรูปหลานแฝดของสาม” ปานตาเปิดภาพถ่ายในโทรศัพท์แล้วส่งให้เขาดู

“น่ารักมากเลยครับ แฝดชายหญิงซะด้วย เพิ่งรู้ว่าสามมีพี่ชายด้วย”

“พี่ธีก็... สามเพิ่งเล่าให้ฟังไง” สองหนุ่มสาวมองหน้ากันแล้วต่างคนต่างหัวเราะ ดูมีความสุขจนทำให้ใครบางคนไม่พอใจ

ใครบางคนที่ว่านั้นคือ ธนาธิป นั่นเอง วันนี้เขาตั้งใจว่าจะอยู่บ้านทั้งวัน จะไม่ออกไปไหน

“สามเอาเอากุญแจรถมาสิ พี่ขับให้ พี่รู้จักร้านขายลูกสุนัขน่ารัก ๆ ด้วยนะ” ธีรัชยื่นมือรอ ปานตาเลยต้องยื่นกุญแจรถให้เขาแบบไม่ได้คิดมากอะไร อีกอย่างคงไม่มีใครมาคอยหึงหวงเธอเพียงเพราะออกไปข้างนอกกับน้องสามี หญิงสาวคิดในใจอย่างนั้น

“ขอบคุณนะคะ”

“ขึ้นรถเลย” ชายหนุ่มบริการพี่สะใภ้ด้วยการเปิดประตูรถให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ



สายตาคู่คมของธนาธิปจ้องมองรถยนต์คันหรูจนลับสายตา เขากำมือแน่นอย่างแสดงอาการว่าไม่พอใจที่เห็นภรรยากับน้องชายสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้ อยากทราบว่าทั้งคู่กำลังพากันออกไปไหนและไปทำอะไร แต่ไม่คิดจะโทรศัพท์ถาม จึงได้แต่หงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีอยู่อย่างที่ใครเห็น

กมลพรแอบยิ้มพอใจที่เห็นปานตาออกไปข้างนอกกับธีรัช ยิ่งสองคนนี้ดูสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ยิ่งดี ธนาธิปจะได้เห็นว่าภรรยาทำตัวไม่เหมาะสม เธอต้องการให้ทั้งคู่ทะเลาะและมีปัญหากัน ปานตาไม่เหมาะจะเป็นภรรยาของธนาธิปเท่าเธอ เธอรู้จักและรู้ใจเขามากกว่าใคร

...สักวัน เขาต้องรักและเห็นใจเธอกว่าผู้หญิงทุกคน!

“วันนี้พี่ธามไม่ออกไปไหนเหรอคะ” หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ ขยับกายนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขาอย่างสุภาพ มองหน้าเขาแล้วยิ้มหวาน ๆ ให้

“วันนี้พี่ตั้งใจจะอยู่บ้านทั้งวัน แล้วเกดล่ะ ไม่ออกไปไหนเหรอ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นตอบพร้อมส่งยิ้มกลับ

“คงไม่ค่ะ อืม... พี่ธามเห็นพี่คุณสามไหม เกดว่าจะชวนเธอทำขนมในครัวด้วยกัน เดินหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอเลยค่ะ” กมลพรทำเป็นถามถึงปานตาเพราะอยากรู้อาการของธนาธิปตอนพูดถึงภรรยาออกไปนอกบ้านกับน้องชาย

“ปานตาน่ะเหรอจะเข้าครัวทำขนมกับเรา คุณหนูออกขนาดนั้น คงไม่เคยเข้าครัวด้วยซ้ำ” เขาว่าอย่างมีอคติ

“ไม่นะ เกดเคยเห็นเธอเข้าครัวทำอาหารง่าย ๆ ทานเองบางครั้งเลยค่ะ” หญิงสาวแสร้งทำเป็นพูดถึงปานตาในแง่ดี เพื่อให้คนฟังเข้าใจว่าเธอหวังดีกับภรรยาของเขา

“งั้นเหรอ แต่พี่ว่าเธอคงไม่ได้ทำขนมกับเกดหรอก เพราะเพิ่งออกไปข้างนอกกับนายธีเมื่อสักครู่นี่เอง” น้ำเสียงคนพูดฟังดูหงุดหงิดไม่น้อย กมลพรจึงลอบยิ้มพอใจที่ธนาธิปไม่พอใจภรรยา

“ว้า... งั้นเกดก็คงต้องทำคนเดียวสิคะ พี่ธามต้องชิมขนมของเกดด้วยนะ เกดจะตั้งใจทำให้อร่อยที่สุดเลยล่ะ”

“แน่นอน พี่ต้องกินขนมที่เกดทำอยู่แล้ว ทำเผื่อนายธีด้วยล่ะ เห็นเคยพูดว่าติดใจขนมฝีมือเกด” ธนาธิปบอกพลางขยับกายลุกขึ้นยืน “พี่ว่าจะขึ้นไปเปลี่ยนชุดแล้วลงมาว่ายน้ำซะหน่อย ขอตัวนะ”

“ค่ะพี่ธาม ถ้าเกดทำขนมเสร็จแล้วจะยกไปให้นะ”

“อืม” ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบผมหญิงสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดูแบบน้องสาว กมลพรทำเพียงเงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วฉีกยิ้มหวาน ๆ



ประมาณชั่วโมง ปานตาถึงกลับมาบ้านโดยไม่มีธีรัชกลับด้วย เนื่องจากชายหนุ่มมีสาวสวยมารับไปเที่ยวด้วยกันต่อ หญิงสาวลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าใส่ลูกสุนัขตัวที่ซื้อมา ทำหน้าสงสัยเมื่อเห็นกมลพรยืนร้องไห้ตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าราวกับว่ามีเรื่องให้สะเทือนใจ

“คุณสามทำปุยนุ่นตาย! คุณฆ่าปุยนุ่น! ฮือ...”

ปานตาได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งงงกันใหญ่เพราะเพิ่งมาถึง แต่พอมองตามสายตาอันเจ็บปวดเสียใจของหญิงสาวรุ่นน้องถึงทราบว่าตนขับรถชนเจ้าปุยนุ่นจนตายคาที่ เธอไม่ได้ตั้งใจและมองไม่เห็นมันเลยด้วยซ้ำ!

“เปล่า... ฉันไม่เห็น ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ” ปานตารีบพูดขึ้นด้วยสีหน้าซีดๆ เสียใจที่ตัวเองไม่ทันมองเห็นปุยนุ่น ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้

“ไม่จริง เกดไม่เชื่อว่าคุณสามมองไม่เห็น ฮือ...” กมลพรวิ่งไปนั่งลงข้างร่างไร้วิญญาณของสุนัขแสนรัก ช้อนร่างของมันขึ้นมาวางบนตักด้วยความอาลัย

“เกิดอะไรขึ้นเกด! ปุยนุ่นเป็นอะไร” ธนาธิปตามออกมาดู สายตาก็มองทั้งสองคนสลับไปมา ปานตาทำหน้าซีด ๆ ส่วนกมลพรนั้นเอาแต่ร้องไห้เสียใจ

“พี่ธาม ฮือ... คุณสามขับรถชนปุยนุ่นจนมันตาย ฮือ... เกดเสียใจ” หญิงสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจตายตามสุนัขเสียให้ได้ จงใจโทษว่าเป็นความผิดของปานตา เธอรักสุนัขตัวนี้มากเพราะมันมีความหมายสำหรับเธอ

ธนาธิปมองหญิงสาวอย่างเข้าใจความรู้สึกที่สูญเสียของรักก่อนหันไปจ้องหน้าภรรยาอย่างคาดโทษแล้วตะคอกถามอย่างใส่อารมณ์

“ขับรถยังไงถึงมองไม่เห็นปุยนุ่น!”

“ฉันไม่เห็นจริงๆ ขอโทษนะเกด” ปานตานั่งลงตรงหน้ากมลพรพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ แต่หญิงสาวรุ่นน้องกลับมองด้วยสายตาเกลียดชัง เคียดแค้น เอาแต่โทษว่าเป็นเพราะปานตา ปุยนุ่นจึงต้องตาย!

ธนาธิปฉุดแขนภรรยาให้ลุกออกห่างจากกมลพรโดยลืมนึกไปว่าเธออาจจะเจ็บตัวหรือเสียใจก็ได้ที่เขาทำแบบนี้ ชายหนุ่มลูบผมน้องสาวบุญธรรมอย่างปลอบโยนก่อนหันขวับไปมองหน้าภรรยาอย่างอคติ

“เห็นแล้วใช่ไหม ว่าเกดเสียใจมากแค่ไหน”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่เห็น ไม่เห็น!”

“ขับรถชุ่ยๆ สินะ ต่อไปนี้ห้ามใช้รถทุกคันเป็นเวลาหนึ่งเดือน จะไปไหนก็ไปเลยไป! ...หยุดร้องไห้นะเกด เดี๋ยวพี่พาออกไปซื้อตัวใหม่มาเลี้ยง” เขาพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นแต่ว่าเธอไม่ยอมลุก เอาแต่นั่งกอดร่างไร้วิญญาณของสุนัขด้วยความเสียอกเสียใจ

“เกด ทำใจเถอะนะ เดี๋ยวพี่พาออกไปซื้อตัวใหม่เอง”

“ไม่ค่ะพี่ธาม เกดไม่ซื้อตัวใหม่ ในเมื่อคุณสามทำปุยนุ่นตาย เธอก็ต้องชดใช้ ...เกดจะเอาน้องหมาตัวที่เธอซื้อมานี่แหละ เลี้ยงแทนปุยนุ่น” กมลพรบอกอย่างคนเอาแต่ใจ อยากทำให้ปานตาเสียใจที่โดนแย่งของ ต่อไปเธอจะไม่แย่งแค่ลูกสุนัขหรอก แต่จะแย่งธนาธิปมาเป็นสามีให้ดู!

“ไม่ได้ ฉันจะเลี้ยงตัวนี้” ปานตาบอกเสียงแข็ง นี่เป็นลูกสุนัขตัวเดียวที่เธอถูกชะตาที่สุดในร้าน จะไม่ยอมให้มันตกไปเป็นของใครเด็ดขาด

“ยกให้น้องเกดซะ คนอย่างเธอไม่น่าเลี้ยงเป็นหรอก” ธนาธิปสั่งแกมบังคับด้วยสายตา แต่คนเป็นภรรยาก็ส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว แต่เขาก็ไม่สนใจ ตรงเข้าไปแย่งเอากระเป๋าใส่ลูกสุนัขจากเธอจนสำเร็จ

“คุณธาม! เอาคืนฉันมานะ คนบ้า! นี่มันน้องหมาของฉัน เอาคืนมาสิ” ปานตาพยายามแย่งลูกสุนัขจากมือสามี แต่ก็ทำไม่สำเร็จ

“เงียบไปเลยนะสาม! เอาให้น้องเกดเลี้ยงนั่นแหละดีแล้ว” ไม่ใช่ว่าเขาให้ความสำคัญกมลพรมากกว่าปานตา เพียงแต่เห็นว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ ไม่ควรจะยุ่งวุ่นวายกับสัตว์เลี้ยง ควรหากิจกรรมอย่างอื่นทำน่าจะดีกว่า อีกเหตุผลหนึ่งคือไม่พอใจที่เธอทำตัวสนิทสนมกับน้องชายของเขา ก็เลยอยากทำให้เธอเสียใจบ้างก็เท่านั้น

ปานตาเอาแต่ยืนจ้องหน้าสามีด้วยความน้อยใจ เขาไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลยสักนิด คนใจร้าย...

“เข้าบ้านไปสิ จะมายืนตากแดดอยู่ทำไม เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้ง”

“ไม่! ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน” ปานตากำลังประชดเพราะความน้อยใจที่ถูกแย่งสุนัข

ธนาธิปรู้ดีว่าเธอทำประชดแต่เลือกทำเป็นไม่สนใจ เขาพยุงร่างกมลพรให้ยืนขึ้น โดยที่หญิงสาวอุ้มซากของเจ้าปุยนุ่นไว้อย่างอาลัย

“เอาปุยนุ่นไปฝังที่สวนหลังบ้านด้วยกันนะคะพี่ธาม” กมลพรทำเป็นชวนเพราะอยากเห็นปานตาถูกทิ้งให้ยืนตากแดดคนเดียว ธนาธิปพยักหน้าตกลงแต่ก็ไม่ลืมจะหันมองมายังภรรยาและสั่งเธอเดินเข้าบ้านอีกครั้ง

“เข้าบ้าน”

“ไม่!”

“งั้นก็ตามใจ” เขาพูดทิ้งท้ายราวกับไม่สนใจ ทั้งที่ข้างในนั้นรู้สึกเป็นห่วงเธอไม่น้อย จากนั้นก็เดินไปทางหลังบ้านกับกมลพร ทิ้งให้หญิงสาวอีกคนประชดต่อด้วยการยืนตากแดดคนเดียวทั้งน้ำตา




ไม่ได้อัพนิยายนานมาก เพราะไม่สะดวกนะคะ ไม่ใช่ว่าหยุดอัพค่ะ หลังจากวันที่ 22 ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ กลับมาอัพบ่อยๆ แล้วล่ะค่ะ รออีกนิดนะคะ จุ๊บๆ

ปล.หากอ่านไม่สนุก ต้องขออภัยด้วยค่ะ แต่งไปดูทีวีไป ลูกก็เล่นเกมอยู่ข้าง ๆ ฮ่าๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว