ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ll ASULE ll - Episode 2 - ผู้หญิงที่ชื่อแสนซน [ 100% ] << รีไรท์

ชื่อตอน : ll ASULE ll - Episode 2 - ผู้หญิงที่ชื่อแสนซน [ 100% ] << รีไรท์

คำค้น : fierce doctor หมอดุ อสูร แสนซน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2560 16:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ll ASULE ll - Episode 2 - ผู้หญิงที่ชื่อแสนซน [ 100% ] << รีไรท์
แบบอักษร

Episode 2

#อสูรแสนซน


เวลา 18.00 น. @ โรงพยาบาล X

ASULE'S TALK

ผมกับไอ้รามกำลังเดินออกจากห้องประชุมคณะผู้บริหาร วันๆ ก็แบบนี้ ไม่ประชุมคณะผู้บริหารก็ผ่าตัด ไม่ผ่าตัดก็ทำคลอด ไม่ทำคลอดก็ประชุมผู้บริหาร ชีวิตมันวนอยู่แบบนี้ทุกวัน มันน่าเบื่อผมรู้ แต่พวกผมก็รักที่จะทำมัน ด้วยความที่ถูกปลูกฝังและเลี้ยงดูมาในโรงพยาบาลตั้งแต่เด็ก พวกผมจึงผูกพันกับวงการแพทย์มากกว่าสาขาอื่นๆ ที่สามารถเลือกไปเรียนได้

โรงพยาบาลนี้ก็ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด ป๊าผมถูกกำหนดให้ดูแลกิจการนี้ต่ออย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะป๊าเป็นลูกหลานคนเดียว กลับกันพวกผมมีกันสามคน แค่ใครคนใดคนหนึ่งรับดูแลโรงพยาบาลไป คนที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องมาใช้ชีวิตแบบนี้แล้ว แต่เพราะพวกผมเห็นป๊ากับม๊าดูแลโรงพยาบาลนี้มาอย่างยากลำบาก พวกท่านเคยเจอทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาจากพวกผู้บริหารหรือแม้กระทั่งปัญหาจากพนักงาน แต่พวกท่านก็ยังไม่ย่อท้อและดูแลโรงพยาบาลนี้มาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นพวกผมทั้งสามคนจึงตัดสินใจช่วยกันดูแลและสร้างรากฐานให้โรงพยาบาลของเรามั่นคงยิ่งขึ้น

ผม ไอ้ราม ไอ้ทัพ เลยเลือกเรียนแพทย์เพื่อมาช่วยแบ่งเบาภาระในส่วนนี้ ส่วนเหตุผลที่พวกผมเลือกเรียนสูตินรีแพทย์ เพราะผมหวง หวงเมียในอนาคต ใครมันจะไปยอมให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาเห็นอะไรต่อมิอะไรของเมียตัวเองว่ะ ส่วนไอ้รามมันเลือกเรียนตามผมด้วยคำพูดที่ว่า…

‘เผื่อมึงไม่กล้า กูทำให้’ มันหมายความว่า ถ้าผมไม่กล้าทำคลอดเมียตัวเองมันจะเป็นคนทำคลอดเมียผมให้ แต่ฝันไปเถอะว่าผมจะยอม ถึงผมไม่กล้าดึงหัวลูกตัวเองออกมา หรืออะไรก็ตาม ผมไม่มีวันให้ผู้ชายคนไหนมันได้เห็นอะไรต่อมิอะไรของเมียผมเด็ดขาด อยากจะตะโกนบอกมันว่า หมอสูติผู้หญิงก็มีโว้ย

ส่วนไอ้ทัพ ด้วยความที่มันเป็นคนบ้ากามและเป็นเสือผู้หญิงอยู่แล้ว มันเลยเลือกเรียนสูตินรีแพทย์ตามพวกผม ช่วงแรกมันก็ลังเลระหว่างศัลยแพทย์กับสูตินรีแพทย์ แต่ด้วยความหื่นกามเกินคนของมันมันเลยเลือกสูตินรีแพทย์อย่างที่ทุกคนเห็น ถ้าให้เลือกระหว่างเห็นหน้าอกบางครั้งกับเห็นของสงวนของสาวๆ ทุกครั้ง คนอย่างมันก็คงเลือกข้อหลังอย่างไม่ต้องสงสัยถูกไหม?

แต่เห็นพวกผมเป็นหมอแบบนี้ ทุกคนอาจจะคิดว่าพวกผมเรียบร้อยเป็นพวกคุณชาย หรืออะไรก็ตาม แต่ผมบอกไว้อย่างว่าพวกผมไม่ใช่อย่างที่พวกคุณคิด ก็พวกผมน่ะ มันร้ายตัวพ่อ หึ หึ

Rrrrrrr

เสียงมือถือไอ้รามดังขึ้นทันทีที่พวกผมออกจากห้องประชุม ปกติแล้วโทรศัพท์ไอ้รามมีไว้เล่นเกมเท่านั้นแหละ คนที่จะโทรมาหามันก็มีแค่ป๊า ม๊า ผม ไอ้ทัพ ไอ้พวกนรก แล้วก็สายฉุกเฉินจากโรงพยาบาล ผู้หญิงหรือเพื่อนคนอื่นน่ะไม่โทรหามันหรอก ไม่ใช่ว่ามันไม่ฮอตแต่อีกฝ่ายฟังมันไม่รู้เรื่องต่างหาก หึ!

“ว่า!!”  ใครสอนให้มันรับโทรศัพท์แบบนี้ว่ะ คงไม่ต้องเดาว่าใครโทรมา ถ้าเป็นป๊ากับม๊ามันคงไม่รับด้วยคำห้วนๆ แบบนี้หรอก มันรับสายแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นไอ้พวกนรก

มันเป็นเพื่อนที่พวกผมคบมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คิดจะเลิกคบพวกมัน มันเป็นพวกเถื่อนๆ ดิบๆ แต่ละคนทำธุรกิจเลวๆ มอมเมาเยาวชนกันทั้งนั้น และสาเหตุที่ผมสนิทกับพวกมัน ก็เพราะพวกผมเลวไงอ จบไหม?

เริ่มจาก ‘จาร์ฟา’ มันเปิดไนท์ผับอยู่ในย่านธุรกิจ ผับของมันนับว่าเติบอย่างรวดเร็วและขยายวงไปอย่างกว้างขวาง ลูกค้าของมันมีทั้งวัยรุ่นจนถึงวัยทำงาน นอกจากผับมันก็ยังเปิดโรงแรมสุดหรูด้วยตัวของมันเอง เออก็เข้าใจว่าหลังจากเข้าผับแล้ว มันก็อาจจะต้องไปต่อที่โรงแรมน่ะนะ แต่ว่ามึงก็ไม่จำเป็นต้องเปิดธุรกิจให้ครบวงจรไหมวะ?

‘เสือ’ มันเปิดสนามแข่งรถและอู่ซ่อมรถครบวงจร แถมช่วงหลังมานี้มันยังเพิ่มธุรกิจส่งออกรถยนต์เข้าไปด้วย รถที่บ้านผมก็ได้มันนี่แหละที่คอยดูแลซ่อมบำรุงให้ทุกปี ไอ้เสือเนี่ยมันมีนิสัยคล้ายไอ้รามจนผมตกใจ ดังนั้นมันเลยเป็นอีกคนที่เข้าใจสิ่งที่ไอ้รามจะพูดได้อย่างง่ายดาย

สุดท้าย ‘ไคท์’ ไอ้ว่าวสุดโง่ จริงๆ แล้วมันก็เก่งพอตัวแหละ เปิดบ่อนคาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังคุมคนในบ่อนที่ทั้งเลวทั้งระยำได้อีก นอกจากนั้นมันยังมีดีกรีเป็นลูกชายเจ้าของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วย แต่สำหรับผมมันก็ยังโง่อยู่ดี หึๆ ด่ามันวันละนิดจิตแจ่มใส

ผม ไอ้ฟา ไอ้เสือ สนิทกันมาก่อน พวกมันชอบนัดกันมาบ้านผมพร้อมกับหนีบไอ้ว่าวมาด้วย และทุกครั้งที่พวกมันมามันก็มักจะหาอะไรมามอมเมาไอ้รามกับไอ้ทัพเสมอ เลยกลายเป็นว่าพวกมันก็สนิทกับน้องผมไปด้วย        

“กูไอ้สูร ไอ้ทัพเคส” หึ...ไอ้รามมันเป็นแบบนี้แหละ ไม่รู้มันกลัวไม่เท่หรืออะไร แม่งไม่เคยพูดรู้เรื่อง แต่ก็น่าแปลกที่มีคนฟังมันพูดออกอยู่บนโลกด้วย หนึ่งในนั้นก็ผมนี่แหละ อาจจะเพราะมันเป็นแฝดผมมั้ง (ไม่น่าเกี่ยว)

เมื่อกี้มันจะบอกปลายสายว่ามันอยู่กับผม ส่วนไอ้ทัพก็ติดเคสอยู่ เคสของไอ้ทัพอาจจะเป็นเคสจริงหรือเคสปลอมอันนี้พวกผมก็ไม่รู้ได้จนกว่าจะได้โทรไปหามัน ทุกครั้งที่มันมี ‘เคสปลอม’ มันมักจะมีเสียงผู้หญิงแสบแก้วหูมารับโทรศัพท์แทนมันเสมอ

“เออ” แล้วมันก็วางสาย เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง และหันมามองผมด้วยสายตาเนือยๆ ต่อให้หน้ามันเหมือนผม แต่เพราะมันชอบทำหน้าเนือยๆ ส่วนผมจะติดทำหน้าดุตลอดเวลา มันเลยทำให้ทุกคนแยกพวกเราออกได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มองมา

“เสือ...” มันพูดแค่คำเดียว แล้วก็เงียบ...

ไอ้รามมึงคิดว่ากูแปลความจากคำว่าเสือของมึงได้? เออ กูแปลได้!! ถึงมันไม่พูดผมก็เข้าใจว่าไอ้พวกนรก มันคิดถึงพวกผมแทบแย่เลยโทรมาแบบนี้ ไปหามันที่ผับสักหน่อยแล้วกัน ช่วงนี้ก็มีงานน่าปวดหัวบ่อยๆ เคสก็เยอะจนไม่มีเวลาขยับตัว ได้ไปดื่มคลายเครียดสักหน่อยคงมีแรงมาทำงานต่อ

“เออ ไปรถกูละกัน” ผมบอกพร้อมเดินนำไปที่รถ ไม่นานไอ้รามที่พึ่งรู้สึกตัวว่าผมพูดด้วยก็เดินตามมา เหอะ! หน้าเนือยแล้วยังทำตัวเชื่องช้าอีก ไอ้เวรนี่ ทุกวันนี้ผมยังสงสัยอยู่เลยว่ามันเป็นหมอแล้วจะรักษาคนไข้ได้ยังไง พูดกันรู้เรื่อง? แต่พอได้ดูเวลามันทำงานก็พอจะรับได้อยู่ เพราะมันก็พูดในสิ่งที่ต้องพูดอย่างครบถ้วน ไม่ได้พูดแบบเนือยๆ สั้นๆ แบบเวลาปกติ

“ไอ้ทัพ?” ไอ้รามตะโกนไล่หลังมาเพื่อถามถึงไอ้ทัพ

“กูโทรเอง” ผมพูดพร้อมกดโทรไปหาไอ้ทัพอย่างรวดเร็ว พร้อมเดินไปที่รถด้วย

 คนสวยจ๋า คิดถึงก็มาหา... คนสวยจ๋า เดี๋ยวพี่จะพาขึ้นเตียง

คนสวยจ๋า  คิดถึงก็มาหา... คนสวยจ๋า เดี๋ยวพี่จะพาขึ้นเตียง

โคตรเกลียดเสียงรอสายแม่งเลย ไอ้เวรนี่มันร้องเพลงปัญญาอ่อนแล้วอัดเสียงเอาไว้เพื่อตั้งเป็นเสียงรอสายให้พวกผมโดยเฉพาะ วันแรกที่ไอ้รามได้ยิน มันถึงกับเขวี้ยงโทรศัพท์ลงพื้นอย่างลืมตัว ไอ้ทัพมันเลยต้องซื้อมือถือเครื่องใหม่มาให้ไอ้รามตามระเบียบ หึหึ .. โคตรปัญญาอ่อน

(สวัสดีค่ะ) เสียงผู้หญิงแหลมเล็กดังเข้ามาในโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว นี่แหละโฉมหน้า ‘เคสปลอม’ ของไอ้ทัพ

“ไอ้ทัพไปไหน!” มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับพวกผม โทรไปหามันทีไร สาวๆ ของมันก็รับแทนทุกที ไอ้นี่มันเสือผู้หญิงตัวพ่อ เจ้าชู้มั่วไม่เลิก จนผมต้องจับมันตรวจ anti-HIV* ทุก 6 เดือน

(อาบน้ำอยู่ค่ะ นั่นใครคะ) ผู้หญิงของมันก็เสียงแหลมยิ่งกว่าปลายมีดผ่าตัด ถ้าเสียงมันแยงเข้าไปบาดในแก้วหูได้ ผมคงแก้วหูฉีกไปตั้งแต่มันอายุสิบแปด ไอ้ทัพมันเจ้าชู้มาตั้งแต่มัธยมแล้ว เหลวแหลกที่หนึ่ง เมื่อก่อนผมนั่งด่ามันเช้ากลางวันเย็น มันโดนผมด่ายิ่งกว่าโดนม๊าด่าอีก ถามว่ามันเลิกเจ้าชู้ไหมไหม ก็ไม่ไง!! แต่มันก็อัจฉริยะพอจะสอบติดหมอได้ ผมเลยยอมลดเวลาด่ามันจากสามเวลาหลังอาหารเป็นสองเวลาแทน เหอะ ขอบคุณพี่ชายแสนดีอย่างกูไว้ซะด้วย!!

“อสูร!!” ผมกระแทกเสียงใส่ปลายสาย เพราะรู้สึกรำคาญในเสียงแสบแก้วหูนั่น        

 (อ๋อ เฮียสูรนั่นเอง เดี๋ยวจีน่าเรียกพี่ทัพให้นะคะ) ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงดี้ด้า แสบแก้วหูโว้ย

“ไม่ต้อง! บอกมันว่าไปเจอกันที่ Night Beats ตอนสองทุ่ม ส่วนเธอไม่ต้องมา รำคาญ!!” ผมฝากข้อความไว้ที่ผู้หญิงคนนั้นแล้วกดตัดสายทิ้งทันที คราวที่แล้วไอ้ทัพมันก็พาผู้หญิงคนนั้นมาที่ผับด้วยทำเอาผมรำคาญยิ่งกว่าตอนรับโทรศัพท์แล้วได้ยินเสียงแว้ดๆ นั่นอีก และไม่ต้องเดาเลยว่าไอ้ทัพมันต้องมาสายแน่ๆ เพราะเคสแบบนี้มันคงไม่ปล่อยให้คนอื่นมารับเคสแทนมันหรอกจริงไหม?


เวลา 19.40 น. @ Night Beats Pub

ไม่นานนักผมกับไอ้รามก็มาถึงผับของไอ้ฟา พอมาถึงผมก็ตรงดิ่งขึ้นไปยันชั้นสองที่เป็นโซนนั่งดื่มของพวก VIP ทันที แค่ขึ้นมาชั้นสองผมก็เห็นพวกมันนั่งเสนอหน้าอยู่ที่โต๊ะประจำกันครบทีม

“คุณชายหมอมาแล้วคร้าบ เชิญครับๆ กระผมจัดที่นั่งพิเศษไว้ให้คุณชายทั้งสองแล้วครับ ตรงนี้เลยครับท่าน” ไอ้ว่าวนรกที่เห็นพวกผมเป็นคนแรกพูดขึ้น ก่อนจะใช้เท้ากระดิกไปที่พื้นข้างตัวมัน เพื่อเป็นการบอกกลายๆ ว่าให้ผมนั่งตรงนั้น

“สัสว่าว” ไอ้รามสบถลั่น ก่อนจะเดินไปชนหมัดกับไอ้เสือแล้วนั่งลงข้างมัน ส่วนผมเดินเข้าไปนั่งข้างไอ้ฟา ก่อนจะตวัดขาขึ้นมาบนพนักวางแขนของโซฟาตัวที่ไอ้ว่าวนั่ง จงใจให้รองเท้าหนังสีดำชั้นดีเฉียดหูมันแบบพอดิบพอดี สมควรโดน!

“คุณชายพ่อง!” ผมตอบโต้ก่อนจะหันไปแย่งเหล้าไอ้ฟามากระดกเข้าปาก

อ๊าส์ สะใจชะมัด ไอ้ฟานี่ยังกินเหล้าเข้มเหมือนเดิม สมแล้วที่สนิทกับผมที่สุด มันมีรสนิยมที่คล้ายผมอย่างน่าตกใจ แถมนิสัยบางอย่างยังคล้ายกันอีก ถ้าใครบอกว่าผมเป็นแฝดมันมากกว่าไอ้ราม ผมก็เชื่อ

“เชี่ย ไอ้สูรเกือบโดนหูกู ซี๊ดเลย” มันโวยวายใส่ผม แต่คิดว่าผมสนไหมล่ะ ตอบเลยว่าไม่!! ผมแสยะยิ้มให้มันพร้อมกับกระดิกปลายเท้าท้าทายไอ้ว่าวอีกครั้ง ก่อนจะกระดกเหล้าเข้มๆ ลงคอตามอึกแรกไปติดๆ มันต้องงี้ดิ ถึงจะสะใจ

“มึงไม่เทใหม่ว่ะ” ไอ้ฟาหันมาพูดกับผมด้วยสีหน้ากวนๆ

“มึงเทดิ” ผมพูดพร้อมยักคิ้วให้ไอ้ฟาหนึ่งที แล้วกระดกเหล้าที่แย่งมันมาเข้าปากอย่างสบายใจ

“มึงแม่ง เกรียนตลอด” มันแสยะยิ้มใส่ผม แล้วก็หันไปเทเหล้ากินเงียบๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยของมันต่อ

นั่งได้สักพักก็มีผู้หญิงมากหน้าหลายตา ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ผลัดกันเข้ามาทักทายและทำความรู้จักพวกผม โดยเฉพาะไอ้ว่าวขานั้นระริกระรี้ทุกครั้งที่มีสาวเข้าหามัน แรดไม่เว้นวันพอๆ กับไอ้ตัวที่บ้านเลย ตัวไหนอะหรอ ไอ้ตัวที่ทำเคสปลอมอยู่ไง หึ!

ผู้หญิงสมัยนี้มันเป็นแบบนี้กันไปหมดแล้วหรอว่ะ เจอผู้ชายก็วิ่งใส่ๆ เคยคิดไหมว่าผู้ชายบางคนมันรังเกียจ ผมไม่ได้เป็นเกย์อะไรเทือกนั้นนะ ผมแค่ชอบผู้หญิงน่ารัก น่าทะนุถนอม เป็นกุลสตรีก็แค่นั้น พวกผู้หญิงที่วิ่งเข้าหาผมหรอ หึ ไม่คิดจะแยแส โดยเฉพาะผู้หญิงที่มารักผมก่อนผมยิ่งไม่อยากยุ่งด้วย เพราะผู้หญิงประเภทนั้น จะชอบเรียกร้องความสนใจจากผมไง พอผมจะเขี่ยทิ้งก็ชอบตามตื้อไม่เลิก หึ แม่งโคตรน่ารำคาญ!!

ไม่ทันขาดคำก็มีผู้หญิงร่างบางคนนึงเดินมานั่งข้างผมพร้อมกับเอามือมาวางไว้ที่หน้าขาแล้วลูบไล้มันไปมา ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปสัมผัสกับอกเปลือยเปล่าใต้เสื้อเชิตที่ติดกระดุมไม่เรียบร้อยของผม หึ...นี่ไงล่ะ ผู้หญิงแบบนี้มันจะมีอะไรนอกจาก ‘อยาก’ จนตัวสั่น ถ้าพ่อแม่รู้ว่าทำตัวแบบนี้เขาจะว่ายังไงวะ?

ดูการแต่งตัวเข้าสิเกาะอกสีดำปิดแค่ส่วนหน้าอก แล้วไอ้หน้าอกนี่ก็ดันมาจนมันจะทะลักออกมาจากเสื้ออยู่แล้ว กระโปรงก็สั้นแค่ขอบเพนตี้ แถมยังรัดรูปอีก คิดไหมว่านั่งแล้วอะไรต่อมิอะไรมันจะโผล่ออกมาให้ชายหนุ่มกลัดมันเห็น ไม่กลัวโดนข่มขืนก็ควรกลัวพวกโรคจิตมันทำร้ายบ้างไหมวะ นี่ถ้าลูกหลานผมแต่งตัวแบบนี้ผมจะจับมาฟาดด้วยไม้เรียวสักร้อยที แถมจะจับมานั่งอบรมอีกหนึ่งวันเต็ม!!

คิดไปคิดมาสายตาผมก็ไปสะดุดอยู่ที่ผู้หญิงสองคนที่กำลังเดินเข้ามาในผับ คนนึงเป็นผู้หญิงตัวเล็ก สูงแค่อกผม ผิวขาวจัด ตากลมโต หน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารัก ริมฝีปากเล็กสีชมพูระเรื่อ จมูกโด่งรั้นแบบคนเอาแต่ใจ ผมสีน้ำตาลอ่อนดัดปลาย เสริมด้วยปลายผมสีเขียวอ่อนชวนมอง อยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีดำสั้นแค่คืบถึงจะไม่ได้สั้นเท่าผู้หญิงข้างตัวผม แต่ผมก็มองว่ามันสั้นเกินไปอยู่ดี แถมวันนี้ยังแต่งหน้าบางๆ ทั้งที่ปกติไม่เคยแต่ง และด้วยความขาวออร่าตัดกับชุดเดรสสีดำนั่นทำให้แสนซนดูโดดเด่นจนผู้ชายแต่ละโต๊ะมองตามอย่างไม่วางตา แต่งตัวโป๊ๆ เข้ามาในที่แบบนี้ ‘ใครอนุญาตวะ?!’

ผู้หญิงคนนี้ ตัวเล็กน่ารัก น่าทะนุถนอม ตรงสเปคผมน่ะใช่ แต่คนที่ผมจะเอาตัวเข้าไปยุ่งด้วยต้องไม่ใช่ยัยนี่แน่ๆ "แสนซน" เป็นทั้งหมดที่ผมเกลียด

ผมเกลียดคนที่รักผมก่อน ใช่..เธอเป็น

ผมเกลียดคนที่ตามตื้อผม ใช่...เธอเป็น

ผมเกลียดคนที่มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตผม ใช่...เธอเป็น

และที่สำคัญ เธอก็รู้ว่าเธอรักผมไม่ได้ แต่เธอก็ยังรัก

พวกผมนั่งอยู่ชั้นสองซึ่งเป็นกระจกทั้งหมด มันสามารถมองลงไปข้างล่างได้ทั้งชั้น ผมมองตามร่างเล็กของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘หลาน’ ของผมอย่างเงียบๆ แสนซนไม่ใช่คนตัวเล็กหน้าอกแบนอย่างผู้หญิงตัวเล็กคนอื่น แต่เธอมีหน้าอกอวบอิ่มที่มีขนาดใหญ่เกินตัวและสะโพกกลมมนที่น่าหลงใหล เวลาใส่ชุดแบบนี้...มันก็ดูน่าฟัดมากขึ้นไปอีก ร้อยทั้งร้อยผู้ชายที่มีสเปคแบบผมก็ต้องอยากฟัดกันทั้งนั้น

นั่นไงล่ะมองตามกันเป็นแถวขนาดนั้น มันอะไรกันนักหนาวะ แล้วเจ้าตัวก็ดูจะไม่สะทกสะท้านกับสายตาที่ไอ้พวกหื่นกาม มองไปเลยสักนิด เก่งกล้าน่าดู

ใครสั่งใครสอน...ให้มาเที่ยวที่แบบนี้

ใครสั่งใครสอน...ให้แต่งหน้าแบบนี้

แล้วใครสั่งใครสอน...ให้แต่งตัวแบบนี้กันว่ะ กลับไปคงต้องสั่งสอนกันสักหน่อยแล้วมั้ง

ผิดกับผู้หญิงร่างเพรียวดูบอบบางที่เดินมาข้างๆ เธอคือ ‘ม่านฟ้า’ ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนกับแสนซน ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้เพราะแสนซนพาเธอมาที่บ้านเพื่อติวหนังสือตั้งแต่ม.4 ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ แต่พอเธอโตขึ้น ม่านฟ้าเข้าใกล้กับคำสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด เธอน่ารัก น่าทะนุถนอม เป็นกุลสตรี ทำอาหารได้ ทำงานบ้านเป็น ที่สำคัญเธอเรียนพยาบาลซึ่งสามารถสนับสนุนการงานของผมได้มากที่สุด เธอน่าจะดูแลผมและลูกได้ มั้ง? แต่ถ้าให้เทียบกับแสนซน ที่แค่ดูแลตัวเองยังดูแลไม่ได้ แล้วจะไปเป็นแม่ของลูกได้ยังไง?

ม่านฟ้าเป็นคนผิวสีน้ำผึงเนียนสวย ตัวสูงเพรียวดูบอบบาง ดวงหน้ามนดูน่ารัก เหมือนตุ๊กตา เธอมาในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวกระโปรงยาวถึงเข่า ชายเป็นระบายแบบที่ผู้หญิงน่ารักๆ ทั่วไปใส่ ซึ่งผมมองว่ามันไม่โป๊มากจนเกินไป ผู้หญิงแบบนี้แหละที่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘ผู้หญิงของผม’ มากที่สุด

เธอไม่ได้เข้ามาจีบผมก่อน เหมือนยัยนั่น และที่สำคัญเธอตรงสเปคผมทุกอย่าง ผมจึงเริ่มคุยกับม่านฟ้าแบบจริงจังมาจนถึงปัจจุบัน รวมๆ ก็สองปีแล้วล่ะมั้ง เธอเอาใจผมทุกอย่าง ตามใจผมทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องอย่างว่า...

หลังจากได้ที่นั่งคนตัวเล็กผิวขาวออร่าก็มองไปมองมาไปรอบๆ ไม่หยุด เหมือนพยายามสังเกตสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดเวลา หึ!! สำรวจอะไรกันแน่นะระหว่างบรรยากาศกับผู้ชาย? ต่างกับม่านฟ้าที่พอนั่งแล้วก็ดูเมนูทันทีราวกับไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย

แต่แล้วก็มีผู้ชายเดินเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับทั้งสองคน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นพวกแปลกหน้ามาจีบแต่พอเพ่งมองดีๆ แล้วก็เห็นว่าเป็น ‘ไอ้วิน’ เพื่อนตอนเรียนมัธยมของผมกับไอ้ราม มันเป็นเสือผู้หญิงตั้งแต่สมัยมัธยม เมื่อก่อนแค่มองหน้ามันก็รู้แล้วว่ามันหื่น แต่ตอนนี้มันเป็นบก.ของสำนักพิมพ์ชื่อดัง ก็คงต้องรักษาหน้าตาตัวเอง มันเลยทำหน้าให้ดูน่าเชื่อถือ แต่เชื่อเถอะสันดานเลวๆ มันยังไม่หายไปไหนหรอก

“ให้เมญ่าเติมเหล้าให้ไหมคะ” ผู้หญิงข้างๆ ยังลูบไล้มืออยู่กับร่างกายของผม อ้าวยังอยู่หรอว่ะ? และด้วยความรำคาญผมจึงดันตัวเธอออกแล้วผลักไปทางไอ้ว่าวแทน

“รำคาญ” ผมพูดกับผู้หญิงคนนั้นแล้วหันไปเทเหล้าลงแก้ว ตามด้วยการกระดกเข้าปากอีกรอบ ไม่รู้ทำไมผมต้องกระดกมันเข้าไปดับความร้อนรุ่มแปลกๆ เวลาเห็นไอ้วินนั่งโต๊ะเดียวกับแสนซนและม่านฟ้า คงเพราะหึงม่านฟ้าล่ะมั้ง

ละสายตามากระดกเหล้าเพียงอึกเดียว ก็เห็นร่างเล็กของผู้หญิงสองคนนั้นเดินจูงมือกันไปทางห้องน้ำ ส่วนไอ้วินมันสั่งน้ำส้มมาวางไว้หน้าที่นั่งของแสนซน หยิบเหล้าเทผสมลงไป ก่อนจะหยิบซองอะไรสักอย่างขึ้นมาแล้วเทลงไปในแก้วนั้น

“เหี้ยเอ้ย!” ผมสบถดังลั่น แล้วลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาจากโต๊ะจนทุกคนที่นั่งอยู่ตกใจ

“เห้ย จะไปไหนว่ะ” ไอ้ฟาตะโกนถามผม ขณะที่ผมเดินออกมาจากโต๊ะอย่างรวดเร็วเพื่อมุ่งตรงไปยังโต๊ะข้างล่าง

“ไปล่าเหี้ย!” ผมตอบออกไปสั้นๆ ได้ใจความ ไอ้รามก็น่าจะสังเกตเห็นไอ้วินเหมือนกันมันเลยเดินตามผมมาติดๆ แสนซนกับม่านฟ้าเดินกลับไปถึงโต๊ะแล้ว อย่าเพิ่งกินไอ้น้ำส้มเวรนั่นละกัน

“อ้าวเฮียสูร เฮียราม จะกลับแล้วอ่อ? ผมมาช้าแปปเดียวเองนะเว้ย” พอเดินลงมาชั้นล่าง ก็เจอกับไอ้ทัพที่เพิ่งมาถึงพอดี ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินผ่านหน้ามันออกมาเลย มันที่กำลังงงๆ ก็คงเดินตามมานั่นแหละ

แต่ยังไม่ทันที่จะเดินถึงโต๊ะ แสนซนก็กระดกแก้วนั้นขึ้นดื่ม ผมเลยรีบพุ่งตัวไปดึงแก้วออกจากปากบางจิ้มลิ้มนั่นทันที

“อ๊ะ..” แสนซนสะดุ้งอย่างตกใจพร้อมกับค่อยๆ หันมาหาผม ตามลำคอและเนินอกเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำส้ม แถมยังทำตาปรือแบบนี้อีก มันน่าฟาดไหมทำตัวแบบนี้เนี่ย!!

“อะ...อาสูร” พอหันมาเจอผมก็ทำตาโตแล้วตกใจขึ้นไปอีก หึ แน่ล่ะเพราะรู้ว่าต้องเจออะไรไงถึงได้ตกใจ

ผมเป็นคนดุ โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว หรือคนที่ผมต้องดูแล ทั้งเรื่องแต่งตัว กริยา มารยาท คำพูดคำจา และอื่นๆ มันเป็นเรื่องที่ควรทำเพราะตระกูลเรามีหน้ามีตามาแต่ไหนแต่ไร จะให้คนในตระกูลทำตัวแย่ๆ ได้ยังไง

และแสนซนเป็นคนที่ผมเคร่งครัดมากที่สุด เพราะยัยนี่เป็นผู้หญิงที่ดูแลตัวเองไม่ได้ แค่เดินไปซื้อขนมหน้าปากซอยยังสะดุดล้มจนได้แผลมาบ้าง ตกท่อขาแพลงบ้าง ไม่เคยมีสติในการใช้ชีวิต!!

 “หึ...” ผมหัวเราะในลำคอ แล้วกระดกน้ำส้มแก้วนั้นเข้าปาก เชี่ย ผสมเหล้าโคตรเข้ม ผมหันไปมองร่างเล็กที่เริ่มสั่นเทา ไม่รู้เพราะกลัวผมหรือ ‘อาการมุ้งมิ้ง’ กำลังจะมา ผมจึงตัดสินใจนั่งลงข้างแสนซน เอามือพาดพนักโซฟาด้านหลังคนตัวเล็กจนดูเหมือนโอบไหล่ยัยนี่อยู่กลายๆ แน่ล่ะผมจงใจ

หลังจากจัดท่าทางตามที่ตั้งใจไว้จนเสร็จ ผมก็หันไปจ้องหน้าไอ้วินอย่างคนที่รู้ทันและอยู่เหนือกว่า ไอ้รามกับไอ้ทัพที่ตามมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังโซฟาก็จ้องมันไม่วางตา

“อะ..อ้าว ไอ้สูร ไอ้ราม ไม่เจอกันนานเลยนะเว้ย มึงด้วยไอ้ทัพ เป็นไงกันบ้างว่ะ” มันถามพวกผมด้วยเสียงร่าเริง ผิดกับสายตาที่มันจ้องมาแบบวาววับ

“มึงทำอะไร!” ผมถามมันเสียงดัง ขณะที่ชายตามองคนตัวเล็กด้านข้างไปด้วย เวลาที่ยัยนี่เมามักจะชอบอ้อนชอบนัวเนีย ไม่รู้ทำไมไม่เข็ด เป็นสาวเป็นแซ่หัดทำตัวแบบนี้ มันน่าจับมาฟาดให้เข็ดจริงๆ ไม่ทันขาดคำคนตัวเล็กก็เริ่มตัวอ่อนปวกเปียก เลื้อยไปกับหนักพิงจนสุดท้ายก็เอนหัวมาซบที่อกผม ก่อนจะกอดเอวผมซะแน่น และถูไถหน้าไปมาราวกับลูกแมวขี้อ้อน

“อาสูรๆ คิกๆ อุ๊น อุ่น งืมๆ” พอเมาได้ที่ก็เริ่มปฏิบัติการออดอ้อนออเซาะทันที หึ่ม เป็นมันทุกครั้งสิน่า

“นั่งดีๆ เดี๋ยวจะโดนฟาด!!!” ผมกระซิบข้างหูด้วยความดังระดับที่ได้ยินกันแค่สองคน กระโปรงจะเปิดอยู่แล้ว เสื้อนี่ก็หลวมจนมันจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน ให้ตายเหอะยัยนี่ กลับไปเดี๋ยวรู้เลย โดนฟาดแน่!!

“กูก็มากินเหล้าไง แล้วนี่มึงรู้จักน้องเขาด้วยหรอว่ะ” เสียงไอ้วินดึงความสนใจของผมออกจากร่างเล็กในอ้อมแขน มันมองมาทางแสนซนก่อนจะถามผมด้วยเสียราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นี่หลานกู!” ยังไม่ทันพูดจบ คนตัวเล็กด้านข้างก็ขยับตัวอีกครั้ง

“งืมๆ ห๊อม หอม เอิ้กๆ” คราวนี้ไม่ใช่แค่กอด แต่เริ่มไล่จมูกไปตามอกแกร่งของผม แล้วก็หอมฟอดเข้าที่กลางอก แถมยังหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างชอบใจ มันไม่ใช่แค่อ้อนแล้วแบบนี้มันอ่อยชัดๆ

 “นั่งดีๆ อย่าหอม อย่าซุก ไม่ชอบ” ผมก้มลงไปกระซิบไปที่ข้างหูของร่างเล็กอีกครั้ง พร้อมทั้งดันไม่ให้แสนซนมาแตะต้องเนื้อตัวผมมากจนเกินไป

“คิกๆ จั๊กจี้ งุมๆ” ร่างเล็กหัวเราะคิกๆ แล้วบ่นงึมงำกับอก ก่อนจะเงยหน้ามามองผมด้วยสายตาหวานเยิ้ม หึ่ย ขนลุก! อยากจะผลักออกไปให้พ้นๆ แต่มันก็ติดตรงที่ไอ้วินแม่งนั่งอยู่ด้วยนี่แหละ

ไอ้วินไม่พอยังมีม่านฟ้าที่ตอนนี้จ้องมาที่ผมด้วยสายตาเคียดแค้น แต่พอเธอเห็นว่าผมมองอยู่ ก็เปลี่ยนเป็นสายตาตัดพ้อและเสียใจคล้ายคนใกล้จะร้องไห้ นี่ผมทำอะไรอยู่ว่ะ มานั่งกอดหลานตัวเองให้ คนที่คล้ายจะ ‘คบ’ กันเห็นเนี่ยนะ

“ราม มึงพาไปชั้นสาม เดี๋ยวกูตามไป” ผมหันไปสั่งไอ้รามให้พาแสนซนขึ้นไปนอนพักที่ชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องพักสำหรับแขก Super VIP อย่างพวกผม ไอ้ฟามันสร้างชั้นนี้เอาไว้ รองรับอาการมึนเมาจนแทบหมดสติของพวกผมโดยเฉพาะนี่แหละ

“เออ” รามตอบรับแล้วหันไปกระชากเสื้อสูทมาจากไอ้ทัพ ก่อนจะเอามาคลุมตัวแสนซนแล้วอุ้มออกไปจากอกผมอย่างรวดเร็ว

“งือ...อารามต๋า จุ๊บ” พอยัยตัวเล็กเข้าสู่อ้อมแขนไอ้ราม ก็พุ่งเข้าไปจุ๊บแก้มของมันทันที ทำราวกับไม่ได้เจอกันมาแรมปีงั้นแหละ เหอะ!!

“เห้ย เปี๊ยก จุ๊บอาบ้างๆ” ไอ้ทัพเสนอหน้าพูดทันทีที่เห็นไอ้รามโดนจุ๊บแก้ม เห่อหลานจริงๆ นะพวกมึงเนี่ย

“เลิกเล่น รีบขึ้นไป!!” ผมหันไปตวาดไอ้ทัพ มันหันมาทำท่ากระฟัด กระเฟียดก่อนจะเดินกระแทกเท้าตึงๆ ออกไปอย่างกับตอนผู้หญิงงอนแฟน หึ...กวนตีนได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ผมนี่อยากจะรู้ถ้าวันนึงมันมีเมีย มันจะทำท่าทางแบบนี้ให้เมียมันเห็นไหม!! พอไอ้รามพาแสนซนออกไปจนพ้นสายตา ผมก็หันไปเอาเรื่องไอ้วินทันที

“กูจะไม่อ้อมค้อม มึงใส่อะไรลงไปในแก้ว!!” ผมเปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม ในหัวตอนนี้เริ่มมึนนิดๆ หวังว่ามันคงใส่แค่ยานอนหลับอะไรเทือกๆ นั้น

“กูใส่อะไร กูเปล่า” มันทำหน้านิ่งเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร แต่ขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะหันไปมองหน้าม่านฟ้าอย่างขอความช่วยเหลือ ทำไมต้องมองม่านฟ้า? คิดว่าช่วยได้?

“มองหน้ากูนี่!! ไม่ต้องมองฟ้า กูถามว่าใส่อะไร!!” ผมมองที่กระเป๋ากางเกงของมัน เพื่อให้มันรู้ว่าผมต้องการจะสื่ออะไร ผมเห็นซองยาอะไรสักอย่างแวบๆ แล้วมันก็เก็บไว้ตรงนั้น

“มึงเป็นอะไรเนี่ยสูร ใจเย็นๆ ก่อนดิว่ะ” มันเริ่มเหงื่อตก หึ แน่ล่ะผับนี้ถิ่นพวกผม ถ้ามามีเรื่องกับใครคนใดคนนึงในกลุ่ม มันไม่ได้ตายดีหรอก คนที่มาใช้บริการที่นี่ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าไอ้ฟามันไม่ได้คุมแค่ผับและโรงแรมอย่างเดียว แต่มันคุมไปถึงแก๊งมาเฟียในย่านนี้ด้วย

“กูถามว่าใส่อะไร! เอาออกมา!!” ผมเริ่มขึ้นเสียงจนการ์ดประจำผับเริ่มเดินมาทางนี้ ส่วนผมก็จ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่องต่อไป

“เฮียสูรขา คนมองกันเต็มเลย ใจเย็นๆ ก่อนน้า” ม่านฟ้าเดินมานั่งฝั่งเดียวกับผม แล้วกอดแขนผมไว้เพื่อทำให้ผมอารมณ์เย็นลง

“มึงจะเอาอะไรวะ กะ...กูไม่มีอะไรจะให้มึงนะเว้ย” ไอ้วินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดๆ แต่ยังคงทำหน้าตาเหมือนคนไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“มึงจะให้กูเข้าไปเอาเองใช่ไหม!!” ผมบอกพร้อมกับลุกขึ้น เตรียมจะเข้าไปกระชากซองยามาจากมัน

“เฮียสูร ใจเย็นๆ ค่ะ” ม่านฟ้ารั้งแขนผมไว้ก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัวไอ้วิน ไม่นานนักการ์ดก็มาถึงที่โต๊ะ ผมพยักหน้าให้การ์ดเข้าไปล็อกตัวไอ้วินจากทั้งสองข้าง มันเริ่มกระวนกระวายเหงื่อออกแบบคนมีความผิด

“เออกูยอมแล้ว เอาไปเลยๆ แต่อย่าทำอะไรกู กูขอแค่นั้น” มันพูดออกมาอย่างรีบร้อน แล้วการ์ดคนนึงก็กระชากซองยาออกมาจากกระเป๋ากางเกงของมัน

หนึ่งในนั้นยื่นซองยามาให้ผม และเมื่อผมสังเกตซองนั่น ก็เจอกับผงยาสีขาวอมม่วงอ่อนๆ ถ้าผมเดาไม่ผิด มันน่าจะเป็นยากลุ่ม Alpraxolam ที่พวกนักท่องราตรีเลวๆ เอาไว้ใช้ผสมเหล้าเพื่อหลอกมอมผู้หญิงไปข่มขืน เวลากินเข้าไปแล้วจะมีอาการมึน ไม่มีสติ เคลิบเคลิ้มและจะจำอะไรไม่ได้หลังตื่นขึ้นมา แต่ยาชนิดนี้มันมีฤทธิ์ค้างอยู่ไม่เกิน 24 ชั่วโมง ทำไมผมรู้น่ะหรอ ก็เพราะผมเป็นหมอแล้วผมก็เที่ยวกลางคืนด้วย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องศึกษามาก่อนว่ายาตัวไหนใช้เป็นสารเสพติด ยาตัวไหนใช้มอมเมา และยาตัวไหนใช้เป็นยานอนหลับได้บ้าง

“มึงได้ของไปแล้ว ปล่อยกูไปสิ” ไอ้วินโพล่งออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นผมขมวดคิ้วเพิ่มขึ้น

ปึกกกกกก

เสียงหมัดหนักๆ ของผมกระแทกเข้าไปที่หน้าไอ้วินอย่างจังจนหน้ามันสะบัดไปอีกทาง มันหันกลับมามองผมด้วยสายตาเคียดแค้น แน่ล่ะมีหรอผมจะออมมือไว้ พวกเลวๆ อย่างมันน่ะต้องเจอกับคนแบบผม

“กูไม่ผิด เด็กมันสมยอมมึงก็เห็น!!!” มันตะคอกใส่หน้าผมอย่างเดือดดาน แล้วทำท่าจะพุ่งมาเอาเรื่องผม

“หึ...” สมยอมหรอ

ปึกกกกกก

ผมออกหมัดอีกหนึ่งที คราวนี้กะเล่นให้มันสลบเหมือดไปตรงหน้า แต่โชคไม่เข้าข้างตรงที่ม่านฟ้ามากอดเอวผมไว้ซะก่อน มันเลยโดนหน้าไอ้วินแบบไม่เต็มหมัดนัก

มาจับทำไมว่ะ !!

“เฮียสูร พอเถอะค่ะ ฟ้าเมาแล้ว ไปส่งฟ้าหน่อยนะคะ น้า” ฟ้าอ้อนให้ผมไปส่งที่คอนโดด้วยสายตาหวานเยิ้ม คงจะเมาไม่น้อยไปกว่าแสนซนแน่ๆ แต่ที่ผมสงสัยก็คือ...

“ปกป้องมัน?” ผมหันไปถามม่านฟ้าอย่างเอาเรื่อง

“ป่าวนะคะ แต่ฟ้าไม่อยากให้เฮียมีเรื่องนี่นา” ม่านฟ้าทำเสียงออดอ้อนมากขึ้นพร้อมทั้งเข้ามากอดเอวผมอย่างเอาใจ ตอนนี้ผมก็เริ่มมึนๆ เพราะฤทธิ์ยาตัวนั้นแล้ว ให้พวกไอ้ฟาจัดการต่อก็คงไม่เป็นไร อีกอย่างไปส่งฟ้าแล้วค่อยกลับมาจัดการหลานสาวคนสวยก็คงไม่สาย

“อืม” ผมตอบรับและลากแขนม่านฟ้าออกมาจากตรงนั้น ก่อนที่ผมจะมึนและไม่มีสติมากกว่านี้

“ฟา กูไว้ใจมึงได้ใช่ไหม” ระหว่างที่เดินออกมาจากโต๊ะ ก็เห็นไอ้ฟาที่ลงมาสำรวจความเรียบร้อยตั้งนานแล้วนั่นแหละ ผมเลยได้โอกาสฝากให้มันจัดการที่เหลือให้ผม

“อืม” มันตอบรับผมในทันที ผมเคยบอกแล้วว่ามันเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียใต้ดินแก๊งนึง ถึงมันไม่เคยพูดแต่มันก็ไม่ได้ปิดบังพวกผม และพวกผมเองก็รู้มานานแล้วเหมือนกัน

หลังจากฝากฝังให้ไอ้ฟาจัดการที่เหลือต่อ ผมก็ลากม่านฟ้าไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าร้าน แล้วขับออกไปยังคอนโดของม่านฟ้าทันที คอนโดเธออยู่ไม่ไกลจากบ้านผมและก็ไม่ไกลจากผับนี้เท่าไร และในเวลาแบบนี้ที่อารมณ์โกรธของผมพุ่งขึ้นมาจนแทบระเบิด ขับรถเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย

“เฮียสูร ไปส่งฟ้าบนห้องหน่อยได้ไหมคะ ฟ้าเดินไม่ไหว” ม่านฟ้าเอื้อมมือมาลูบหน้าอกผมพร้อมกับซุกหน้าลงที่ซอกคอของผมพร้อมดูดเม้มมันอย่างที่เธอชอบทำทุกครั้งที่เมา ม่านฟ้าไม่ใช่คนเมาแล้วไม่มีสติ โดยปกติแล้วคนที่เมาจะรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรอยู่ แต่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์หรือการกระทำของตัวเองได้เท่านั้น

แสนซนมักจะเมาแล้วอ้อนคนนู้นคนนี้ กอดบ้าง จูบบ้าง แต่ก็แสดงออกมาในรูปแบบเด็กไร้เดียงสา แต่ม่านฟ้ากลับตรงกันข้ามเพราะเวลาเมาเธอมักจะชอบยั่วให้ผมปั่นป่วนเสมอ ไม่นานนักมือเรียวบางนั่นก็เริ่มเคลื่อนต่ำลงมายังหน้าท้องของผมและมันได้ผลทุกครั้งที่เธอทำแบบนี้ อุณหภูมิในร่างกายของผมมันเริ่มไม่ปกติขึ้นมาดื้อๆ ผมจึงรีบดึงมือม่านฟ้าออกจากตัวเพื่อลงไปส่งเธอที่ห้องทันที

MawNum's Talk

15/06/2017  แสนซน หนูเป็นผุ้หญิงนะลูก หนูจะเมาแล้วมุ้งมิ้งใส่ผู้ชายแบบอาสูรไม่ได้

เดี๋ยวจะโดนขย้ำเอา 555+

02/12/2017 กลับมาลงนิยายฉบับรีไรท์ให้นะค้า ตอนนี้ อาสูรกำลังเปิด Pre Order อยู่น้า

​เล่มหนาประมาณ 450 หน้าค่ะ ราคาตกอยู่ที่ 430 บาทรวมส่งลงทะเบียน

เปิด 27/11/2017 - 31/12/2017 เท่านั้นนะคะ

ฝาก Comment เป็นกำลังใจให้อาสูรกับแสนซนของเค้าด้วยน้า แฮร่

Fanpage : MawNum / แมวน้ำ

Link กลุ่มลับ อยู่หน้า Fanpage นะคะ

ღ 1 คอมเม้นต์ 1 กำลังใจน้า ღ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว