ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

อบพาย ชิ้นที่ 5

ชื่อตอน : อบพาย ชิ้นที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 355

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ธ.ค. 2561 20:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อบพาย ชิ้นที่ 5
แบบอักษร

ตอนที่ 5

เอริกะ เขียน

“น้องไวน์” เสียงเรียกดังมาจากเขมชาติ รุ่นพี่ปีสี่ในคณะและยังเป็นเพื่อนสนิทกับพี่รหัสของไวน์ เขาไม่เคยคุยกับอีกฝ่ายเลยสักครั้ง แต่วันนี้จู่ๆ เจ้าตัวก็เดินเข้ามาทัก ไวน์มองผู้ชายตัวเล็กตรงหน้าที่ส่งยิ้มมาให้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง จนอีกฝ่ายค่อยๆ หุบยิ้มไปเอง

“พี่ขอคุยด้วยแปบนึงสิ” รุ่นพี่ตัวเล็กเอ่ยพลางส่งยิ้มเก้อๆ มาให้ ไวน์นิ่งไปก่อนจะถอนหายใจ รับฟังธุระที่เขมชาติต้องการจะพูดคุยกับตน

“มีอะไรครับ”

“คือ...แบบว่า อาทิตย์หน้าก็วันลอยกระทงใช่ปะ มหา’ ลัยจะมีเดินขบวนร่วมกับทางสำนักงานเขต” เขมชาติเว้นจังหวะในการพูดทำหน้าเหมือนหนักใจ “แล้วทีนี้คณะของเราได้เป็นตัวแทนของมหา’ ลัยในการจัดขบวนเพื่อนๆ ในคณะอยากจะให้ไวน์ช่วยถือป้ายคณะให้หน่อยได้หรือ...”

“ไม่ครับ” เขาปฏิเสธทันทีที่ได้ยิน เขมชาติยังไม่ทันพูดจบด้วยซ้ำ คือมันเป็นนิสัยของเขาอย่างหนึ่งที่มักจะพูดก่อนคิด ใบหน้าน่ารักเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นที่นั่งอยู่รวมกันหลายคนมองมาทางนี้อย่างไม่ชอบใจคนพวกนั้นซึ่งมีอคติกับเขาอยู่แล้ว พอเขาปฏิเสธก็โดนมองในแง่ร้ายเป็นเรื่องธรรมดา ตัวเขาก็ไม่สนใจ เลือกที่จะมองผ่าน

ก็เขาไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะและวุ่นวายนี่นา...

“โธ่ ไวน์ช่วยเถอะนะ เดินแค่แปบเดียวเอง พี่หาคนไม่ได้จริงๆ” เขมชาติยังไม่ยอมแพ้ เขารู้สึกไม่ค่อยชอบคนแบบนี้สักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าเขาเกลียดอีกฝ่ายหรือเขมชาติเป็นคนไม่ดีหรอกนะ ที่เขาไม่ชอบน่ะคือนิสัยช่างตื้ออะไรแบบนี้

“แต่ผม...”

“เถอะนะๆ ๆ” มือเล็กยื่นมาจับแขนของเขา ดวงตาสุกใสราวกับแก้วนั้นมันทำให้ปฏิเสธไม่ได้นี่แหละที่เขาไม่ชอบ ยิ่งแววตาสีหน้าอ้อนๆ มันใช้ได้ผลกับเขาเสมอ

“ไวน์ครับ ช่วยพวกพี่เถอะนะ มันขาดคนจริงๆ” ประโยคขอร้องอีกเสียงมาจากเรืองฤทธิ์รุ่นพี่ปี 4 ซึ่งเป็นพี่รหัสของไวน์เอง ร่างสูงเดินเข้ามาช่วยพูดอีกคน

ไวน์มองสายตาติดจะอ้อนๆ ของพี่รหัส ซึ่งมันไม่ค่อยจะเข้ากับผู้ชายตัวโตๆ แบบอีกฝ่าย มาอ้อนแบบนี้เขาไม่ใจอ่อนหรอกนะ แต่พอเหลียวมาทางคือรุ่นพี่ตัวเล็กก็ชะงัก

เฮ้อ~

“...ก็ได้ครับ” สุดท้ายเขาก็ยอม

“ฮ่ะๆ ขอบใจไว้จบงานพี่จะเลี้ยงสายแบบจัดหนักเลย” พี่รหัสของเขายิ้มกว้างจนแทบจะเห็นฟันครบทุกซี่ ไวน์ล่ะหมั่นไส้นัก พวกเขาดูเหมือนจะไม่สนิทกันแต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่แสดงออกหรอก

“มาๆ มานั่งนี่ก่อน” เรืองฤทธิ์ลากน้องรหัสหน้าสวยให้เดินตามไปสมทบกับพวกเพื่อนๆ หนึ่งในนั้นก็มีคนที่ไวน์ไม่อยากจะเจอหน้าเลย

“พี่วายยยยย”

“ว่าไง” ไวน์ตอบรับเสียงเอื่อยเฉื่อย ผู้ชายตรงหน้าชื่อปิงหรือนายปิยภัทรเป็นน้องรหัสของเขา แถมยังควบตำแหน่งเดือนคณะปีนี้ด้วย ปิงชอบเข้ามาเกาะแกะไวน์แบบนี้ประจำ จะมีช่วงนี้แหละที่ไม่ค่อยได้เจอหน้ากัน เพราะเจ้าตัวกิจกรรมยาวเหยียดกระดิกตัวมาวอแวเขาไม่ได้เลยน่ะสิ

“คิดถึงนะรู้ไหม” ทำเสียงกระเง้ากระงอดจนน่าหมั่นไส้ เท้าชักจะกระตุก

“ไอ้หลินปิงเอ็งหยุดจีบไวน์ก่อนได้มะ ไอ้หมีแพนด้าเอ๊ย” เสียงหนึ่งขัดขึ้นมามันคือเสียงของริท ไม่รู้เพราะอะไรที่เวลาทั้งสองเจอหน้ากัน ทั้งคู่จะอยู่แบบสงบๆ ได้ไม่ถึงสิบนาทีหรอก เขาละสงสัยว่าเคยไปผิดใจหรือทะเลาะอะไรกันตอนไหนหรือเปล่า เพราะตอนที่ปิงเข้ามาเป็นน้องในสายปีแรกๆ ยังดีๆ อยู่เลย แต่ผ่านไปเทอมเดียวดีแตกซะงั้น สายรหัสของเขามีกันแค่สามคนนี่แหละ เนื่องจากน้องแพรวน้องรหัสของเขาย้ายไปเรียนอีกสาขาทำให้เขาไม่มีน้องรหัสมาตลอด จนปิงเข้ามาปี1และไม่มีพี่รหัส ก็เลยจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นสายรหัสเดียวกัน

“เฮียยย ผมชื่อปิงเฉยๆ ไม่ใช่หลินปิงแล้วก็ไม่ได้เป็นหมีแพนด้าด้วย” ไอ้ปิงหน้างอเพราะโดนแซว

“อ้อเหรอ”

“ชิ๊”

“เอาล่ะๆ หยุดกัดกันก่อนวันนี้เราจะมาคุยเรื่องขบวน คอนเซ็ปต์ปีนี้จะเป็น ‘งามอย่างไทย’ สิ้นเสียงของเขมชาติทุกคนก็ตาวาว เพราะในแต่ละปีคอนเซ็ปต์งานจะต่างกันออกไป คือจะเสนอธีมต่างๆ ส่งเข้ามาเป็นตัวเลือกจากนั้นส่งตัวแทนมาออกมาจับฉลากว่าคณะไหนจะได้คอนเซปต์อะไร และจะได้รับมอบหมายให้ทำร่วมกับคณะคหกรรมที่ถนัดในเรื่องเย็บกระทงและจัดดอกไม้ เหมือนว่าจะเป็นงานในวิชาหนึ่งของพวกเขานะแต่คณะอื่นก็ได้คะแนนกิจกรรมไปแทน

เสียงพูดคุยอื้ออึงถกเถียงกันอย่างออกรสชาติ ไวน์ไม่ค่อยได้สนใจฟังสักเท่าไหร่ เพราะยังไงก็แค่ถือป้ายละนะ...

ติ๊ง~

คิดถึง..😘

ใคร?

จู่ๆ ก็มีเบอร์ปริศนาส่งข้อความมา ซึ่งความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรก มันเกิดขึ้นเมื่องสองวันก่อนข้อความพวกนี้มักจะส่งมาแต่เขาไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่กดอ่านแล้วก็ลบทิ้งไป

“พี่ไวน์เป็นแฟนกับคนนี้เหรอ” ขณะที่นั่งฟังรายละเอียดปิงก็ถามขึ้นพลางยื่นมือถือมาให้ดู หลายคนที่ได้ยินก็ทำหน้าสนใจ

ไวน์ชะงักนิดนึงเพราะรูปในมือถือมันเป็นรูปตัวเขากับเด็กยักษ์ที่อยู่ต่างคณะ พอเห็นเขาก็นิ่งไปแล้วเอ่ยปฏิเสธ

“เปล่า”

“แน่ใจเหรอ”

“อืม”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ผมจะได้ไม่มีคู่แข่งเพิ่ม”

“แค่กๆ คะ คู่แข่ง” เสียงพี่ริทขัดขึ้นมา

“ส้นตีนติดคอเหรอไอ้เฮีย”

“นั่นปากหรือคอกหมา”

“ไอ้เฮี๊ยยย”

“ไอ้เด็กด_ก”

“พอๆ อย่าพึ่งคุยกันฟังฉันก่อน! อย่าพึ่งมากัดกันแถวนี้” พี่เขมเข้ามาห้ามทัพ เพราะเห็นว่าไม่ค่อยจะมีใครฟังที่แกพูด ทุกคนเลยหยุดเรื่องที่พูดคุยกันอยู่และหันมาตั้งใจฟัง

“โอเคตกลงตามนี้ อย่าลืมนะวันงานต้องมาเตรียมตัวตั้งแต่ตี4ครึ่ง ปีนี้เราจะคว้าเหรียญมาให้ได้” ผมละความใจจากมือถือฟังพี่เขมนัดแนะเวลาก่อนที่จะแยกย้าย

“พี่ไวน์ไปไหนต่ออ่ะ” วันนี้เขาเลิกไวและมีนัดกับคิทแคทที่ห้าง

“ไปห้าง”

“หูย ผมก็อยากไปแต่ติดเรียน” ไอ้ปิงทำหน้ายู่ ใบหน้าหล่อๆ ของมันทำอะไรก็ดูดีไปหมดสาวๆ หลายคนอมยิ้มที่เห็นท่าทางอ้อนๆ ของมัน

“ตั้งใจเรียนไป” เขาบอกอีกฝ่าย มือก็ส่งข้อความบอกเพื่อนทั้งสองว่ากำลังจะตามไป

“ง่ะ ก็ได้ๆ แต่ก่อนไป ขอกำลังใจหน่อยนะคร้าบบบบ”

จุ้บ

“เชี่ยปิง!” ไวน์สบถออกมาเสียงดังลั่น ก็ไอ้น้องรหัสสุดกวนมันดันจุ้บแก้มเขาแล้วรีบวิ่งออกไป แถมยังหันกลับโบกไม้โบกมือให้ก่อนขึ้นตึก ทำให้เขายืนหงุดหงิดอยู่ตรงนี้

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ไวน์จึงเดินจนมาถึงลานจอดรถ ชะงักเท้าเมื่อเห็นบุคคลที่ไม่อยากเจอ พอแต่บุคคลที่เขาทำเป็นมองไม่เห็นดันเห็นเขาและส่งยิ้มให้อย่างดีใจ

“น้องไวน์”

“ครับ”

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ช่วงนี้พี่ฝึกงานน่ะ” เขาไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย ร่างสูงถือวิสาสะกุมมือของเขาเอาไว้ “พี่คิดถึงไวน์มากรู้ไหม ไม่เห็นไวน์รับโทรศัพท์พี่เลย”

“เอ่อ...พอดีช่วงนี้ยุ่งๆ ครับ” ไวน์ค่อยๆ ดึงมือกลับ คิดว่าจะหาข้ออ้างอะไรเพื่อเลี่ยงออกไป

“เหรอ...แล้วนี่จะไปไหนครับ” รอยยิ้มของคนตรงหน้าทำให้ไวน์รู้สึกอึดอัด ไม่เข้าใจว่าเจ้าตัวไม่รู้เลยรึไงว่าเขาไม่ได้ชอบ แถมแฟนตัวเองยังตามมาราวีเขาถึงคณะ

“ผมจะไปหาเพื่อน ยังไงขอตัวนะ”

“เดี๋ยวสิ” มือหนาดึงแขนเขาเอาไว้ ท่าทางจะหลุดจากหมอนี่ยากซะแล้ว “พี่ยังไม่หายคิดถึงเลยนะ”

“แต่ผมนัดคิทกับแคทเอาไว้”

“น้องไวน์โกรธพี่เรื่องน้ำทิพย์ใช่ไหม พี่กับเขาจบกันแล้วจริงๆ นะครับเรื่องนี้พี่อธิบายได้”

“พี่บอล” ไวน์เรียกอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกเหมือนคนหมดคำพูด นิสัยแบบที่เขาไม่ชอบมากๆ คือชอบตื๊อและคิดเองเออเอง “ผมไม่ได้โกรธพี่ครับตอนนี้ผมมีนัดกับเพื่อน ขอตัวก่อน”

“เดี๋ยวสิ” ไวน์ถูกร่างสูงดึงข้อมือเอาไว้เพราะเห็นว่าเขาทำท่าจะเดินออกมา บอกตรงๆ ว่าไม่เคยเจอใครตื๊อได้ติดหนึบขนาดนี้มาก่อน หนุ่มรุ่นพี่ชักสีหน้าไม่พอใจแวบนึงแต่ก็พยายามเก็บอารมณ์

“ไวน์!”

“นาย” เด็กยักษ์โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ก้าวพรวดเข้ามาประชิดพร้อมกับจับแขนไอ้พี่บอลข้างที่จับแขนผมเอาไว้

“ปล่อยไวน์เถอะครับ”

“นายมายุ่งอะไรด้วย” หนุ่มรุ่นพี่เหมือนจะไม่พอใจมาก แรงบีบที่แขนไวน์แรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ ไอ้บ้านี่โมโหก็ปล่อยมือคนอื่นก่อนสิวะ

“ปล่อยครับ” น้ำเสียงของพบรักดูจริงจังไม่แพ้สีหน้า

อย่ามาตีกันตรงนี้นะ...

ไวน์ได้แต่ภาวนาเพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย คนที่ผ่านไปมาก็เหลียวมองแต่ไม่ได้เข้ามาช่วยเลย

“ชิ๊! น้องไวน์ไอ้เด็กกุ๊ยนี่ใคร”

“เอ่อ...”

“ผมเป็นแฟนไวน์ พี่ควรปล่อยมือแฟนผมได้แล้ว” เด็กยักษ์ขี้ตู่ เขาก็อยากจะถามว่าไปแฟนกับอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ก็เงียบไว้เพราะต้องการให้คนๆ นี้เลิกยุ่งกับตนเองเหมือนกัน

“ไม่จริง!”

“เฮ้ย!” คราวนี้แขนเขาเป็นอิสระ แต่อีกฝ่ายดันไปกระชากคอเสื้อช็อปของพบรักแทน ทำให้ดอกกุหลาบหล่นจากมือพบรัก ซึ่งเขาพึ่งจะสังเกตเห็นและดูเหมือนคนอายุน้อยกว่าก็ไม่ยอมน้อยหน้ากระชากกลับซะงั้น

บอลกัดฟันกรอดๆ ด้วยความโมโห สายตาของทั้งสองจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถ้าเป็นปลากัดคงท้องไปแล้ว

เอิ่ม...เขาผิดประเด็นซินะ

“นี่! หยุดทั้งคู่นั่นแหละ จะตีกันรึไง” ไวน์ถามเสียงเข้มเก๊กหน้าดุๆ เอาไว้ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยได้ผล “พบรักปล่อยแล้วเดินมานี่” ในเมื่อบอกแล้วทั้งสองไม่หยุดจึงต้องเรียกคนใดคนหนึ่งออกมา

“ก็หมอนี่มายุ่งกับไวน์” เด็กยักษ์เถียง แต่ก็ยอมปล่อยมือออกจากคอเสื้อ

“พี่บอลผมว่าปล่อยคอเสื้อพบรักเถอะ คนเริ่มเยอะแล้ว” ตอนนี้มีหลายมองมาอย่างสนใจ บอลมีท่าทีฮึดฮัดเล็กน้อย ยอมปล่อยเพราะกลัวว่าถ้ามีเรื่องกันตรงนี้ คงต้องเข้าพบอธิการฯ แน่

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” หลังจากปล่อยคอเสื้อ อีกฝ่ายก็ชี้หน้าพบรักและเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินจากไป พอพวกที่ยืนดูเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ต่างแยกย้าย ไวน์หันกลับมาส่งสายตาดุๆ ให้คนที่ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ

“แล้วนายมาทำอะไร”

“มาหาไวน์ พี่คิทให้มาตาม”

“หืม?” หมอนี่ไปคุยกับเพื่อนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไปเถอะครับ” อีกคนคว้าแขนเขาแล้วดึงไปที่รถ จากนั้นแบมือ

“อะไร”

“ขอกุญแจด้วยครับ เดี๋ยวผมขับให้นะ”

เขาได้แต่ส่งกุญแจรถให้ไอ้เด็กยักษ์อย่างงงๆ แล้วทำไมเขาต้องทำตามง่ายๆ ด้วยล่ะ! พอคิดได้ก็สายไปแล้ว เนื่องจากรถได้แล่นออกมาจากมหา’ ลัยมุ่งตรงไปยังที่นัดพบกับเพื่อน

“ช้าจัง มีอะไรหรือเปล่า” เมื่อเจอหน้าแคทก็เอ่ยถามทันที เขาจึงเลาสเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้เพื่อนทั้งสองฟัง

“แย่จริง”

“ช่างมันเถอะ คิดว่าถ้าเขามายุ่งอีกฉันคงจะคุยจริงจังกว่านี้”

“แล้วนี่ก็ใจร้อนเหมือนกันนะเรา” แคทหมายถึงคนที่อายุน้อยที่สุดในโต๊ะตอนนี้ พบรักยิ้มรับไม่หือไม่อือ

“สั่งอาหารเถอะ เดี๋ยวเราต้องไปซ้อมหลีด” คิทว่าขณะมองนาฬิกา ตอนแรกพวกเขานัดกันมาคุยเรื่องงาน แต่ตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องยกยอดไปเป็นวันพรุ่งนี้แล้วล่ะ

หลังจากกินข้าวเสร็จพวกเขาก็แยกย้าย กลับมาทำงานที่ค้างอยู่ส่วนคิทไปซ้อมหลีด แคทไปทำรายงานที่ห้องสมุดส่วนพบรักรีบกลับไปเรียน ไวน์เลยไม่ได้ถามคิทกับแคทว่าทั้งสองไปพูดคุยกับพบรักตอนไหน

นอนกลิ้งไปกลิ้งมาก็เผลอหลับตื่นมาอีกทีก็เย็นพอดี ทว่าจู่ๆ ก็เหมือนจะได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ข้างนอก ไวน์ลุกออกจากเตียงอย่างระมัดระวัง พบว่าเสียงมันดังมาจากห้องครัว เห็นแผ่นหลังเล็กที่แสนคุ้นเคย ร่างบางนั้นยืนทำอาหารอยู่ก่อนจะหันมาแล้วส่งยิ้มมุมปากให้

“พี่ดา!”

“ไฮ” ขาเรียวราวกับนางแบบก้าวพรวดเข้ามาประชิดก่อนจะแนบริมฝีปากแดงสดลงหน้าผากของเขา

“มาได้ไง?”

“มาเยี่ยม วันเกิดหลานด้วย” จริงด้วยสินะ เดือนหน้าจะถึงวันเกิดตัวเล็ก เขายังไม่ได้ซื้อของขวัญให้หลานเลย เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะเอาอะไรดี

“แล้วพี่โซจูล่ะ”

“ไม่มาอ่ะ...” พี่โซดาว่าพลางตักน้ำซุปยื่นมาจ่อปากให้ชิม “อร่อยไหม”

“อร่อยเหมือนเดิม” ตอนอยู่ต่างประเทศพี่โซดาชอบทำอาหารให้เขาทาน แต่ไม่บ่อยนักหรอกเพราะเธองานยุ่งอยู่ตลอดแต่ก็ไม่ยุ่งเท่าพี่โซจูรายนั้นไม่มีวันหยุดเลยด้วยซ้ำ

“อร่อยก็กินเยอะๆ”

“อื่อ แล้วทำไมพี่โซจูไม่มาล่ะ”

“เห็นบอกว่าติดงานน่ะนะ” จากคำตอบที่พอจะเดาได้ พี่โซดาเล่าว่าช่วงนี้ธุรกิจกำลังขยายสาขาพี่ชายของเขาจึงยุ่งมากกว่าเดิมจากปกติก็ยุ่งอยู่แล้ว ม๊าโทรมาบ่นกับเขาทุกวันว่าจำหน้าลูกชายคนโตแทบจะไม่ได้แล้ว สั่งผมว่าอย่าเอาแบบอย่างเด็ดขาด

“จะมาอยู่นานไหม”

“หลังวันเกิดหลานก็กลับแล้ว นี่กว่าจะลาได้ก็ขอร้องพี่ชายเราทุกวัน”

“หึหึ เข้าใจครับ” นึกภาพตามได้เลย พี่โซดากับพี่โซจูน่ะต่างกันอยู่หลายส่วนเช่นนิสัย พี่โซดาจะร่าเริงกว่าและพูดเยอะแต่พี่โซจูจะเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดแต่ที่เหมือนกันคงเป็นความชอบและรสนิยม

“ใช่ไหมล่ะ พี่เราน่ะบ้างานเกิน”

“จริง”

“แล้วก็นะเอาแต่ใจที่หนึ่ง” เขายืนฟังพี่โซดาบ่นจนเธอทำเสร็จนั่นแหละ คาดว่าพี่โซจูที่อยู่อีกฝากหนึ่งของโลกคงจะจามไม่หยุดแล้วแน่ๆ พี่โซดาปิดเตาแก๊สและตักอาหารใส่จาน เขาก็เข้าไปช่วยจากนั้นก็ยกไปตั้งโต๊ะ วันนี้รู้สึกดีกว่าทุกวันเพราะมีคนนั่งกินข้าวเป็นเพื่อน

ติ๊ง

ข้อความไลน์จากเบอร์ปริศนา ซึ่งผมรู้แล้วล่ะว่าใคร ไอ้เด็กยักษ์นั่นแหละรูปโปรเป็นรูปน้องหมาพันธุ์ชิวาว่าสีน้ำตาลช็อคโกแลตดูตัวเล็กน่ารักไม่เข้ากับเจ้าของเลย

:สติ๊กเกอร์หมีหิวข้าว

:ทำอะไรอยู่

:อ่านไม่ตอบ

:...

:สติ๊กเกอร์หมีนั่งซึม

“หึ” เขาหลุดขำออกมา เห็นสติ๊กเกอร์แล้วนึกถึงใบหน้าของเจ้าตัวยามซึมๆ ถึงมันเหมือนหมาหงอยมากกว่าหมีก็เถอะ

“คุยกับแฟนเหรอ” พี่โซดาเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นหน้าเข้ามาดูดีที่เขาเก็บมือถือไว้ทัน

“เปล่า...”

“หืมๆ เสียงสูง” เขารู้ว่าพี่สาวไม่เชื่อหรอก เธอมองหน้าเขาแล้วยิ้ม “แล้วใครน้าที่ทำให้ไวไวของพี่ยิ้มได้แบบนี้”

“ไม่ได้ยิ้มนะ!”

“วันหลังพามาแนะนำด้วยล่ะ น่ารักรึเปล่า” พอนึกถึงขนาดตัวกับคำว่าน่ารักของพี่โซดา ตัวอย่างกับยักษ์น่ารักที่ไหน

“ไม่ใช่แฟน รุ่นน้อง”

“หืม...”

“...” เขาละเกลียดนิสัยของตัวเองแบบนี้ที่สุด ชอบพูดก่อนคิดทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนพูดมาก

“จ้าๆ”

“จริงๆ”

“พี่ก็ไม่ว่าอะไรแล้วนี่” ถึงพี่โซดาจะพูดแบบนั้นแต่เขาเห็นว่าแอบอมยิ้มนะ

หลังจากกินข้าวฝีมือพี่สาวจนอิ่มแบบมึนๆ แล้ว เขาก็อาสามาเป็นสารถีพามายังห้างใกล้ๆ เดินเลือกซื้อของแวะดูของเล่นให้ตัวเล็กด้วย มองของเล่นเด็กแล้วนึกถึงเด็กๆ ที่บ้านแสงดาว เขาคิดไอเดียเจ๋งๆ ออกแล้วล่ะ

“ผู้ชายคนนั้นหล่อดี” ไวน์มองตามสายตาของพี่สาว

เฮ้ย!

โลกชักจะกลมเกินไปแล้ว หมอนั่นมาทำอะไรที่นี่เวลานี้เนี่ย เขาพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้เกิดมันเดินเข้ามาทักจะทำยังไงล่ะ

“ไม่เห็นจะหล่อเลย” แอบเบ้ปากนิดนึง เพราะใครๆ ก็ชอบชมว่าหมอนั่นหล่อ

“หืมมม อิจฉาเขาละสิ” พี่สาวของเขาแซวเพราะรู้ว่าเขามีปมด้อยเรื่องรูปร่างหน้าตา ถึงจะไม่เตี้ยแต่รูปร่างก็บางหน้าตาก็ยังได้ม๊ามาเต็มๆ ถึงอย่างนั่นก็คงดีกว่าเบียร์ที่ทั้งตัวเล็กและหน้าสวย

“ไม่ได้อิจฉา ไปทางนู้นกันเถอะ” ไวน์ดึงแขนเล็กให้รีบเดินมาอีกทาง ไม่อยากให้พี่สาวเจอไม่ใช่อะไรเพราะถ้าพี่รู้เขากลัวว่าพี่โซจูจะรู้ด้วย

ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องดี...

ความคิดเห็น