ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ll ASULE ll - Prologue - เธอปล้ำฉัน [ 100% ] << รีไรท์

ชื่อตอน : ll ASULE ll - Prologue - เธอปล้ำฉัน [ 100% ] << รีไรท์

คำค้น : fierce doctor หมอดุ อสูร แสนซน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ธ.ค. 2560 16:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ll ASULE ll - Prologue - เธอปล้ำฉัน [ 100% ] << รีไรท์
แบบอักษร

Prologue

#อสูรแสนนซน

เวลา 03.00 น. @ Night Beats Pub

“นี่มันอะไร! ยัยหนู ไอ้สูร ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้โว้ย”

“ป๊า ใจเย็นก่อนดิ”

“เย็นดิ”

เสียงดังเอะอะมาจากที่ไหนสักแห่งทำให้ฉันรู้สึกตัว ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก หนังตามันหนักจังเลยน้า พอมองไปรอบๆ ก็พบกับห้องที่แปลกตา ทั้งผนัง พื้น เพดานห้อง หรือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์ก็ยังเป็นสีดำสนิท แน่นอนแล้วว่าไม่ใช่ห้องฉันแน่ๆ แล้วมันคือที่ไหนล่ะ?

ฉันนอนอยู่บนเตียงสีดำขนาดใหญ่ ด้านซ้ายเป็นห้องน้ำที่แต่งด้วยโทนสีดำ เมื่อเลื่อนสายตามาด้านข้างก็พบกับจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่กับผนังห้องสีดำ ส่วนทางด้านขวาเป็นประตูสีดำบานใหญ่ที่ถูกเปิดอ้าค้างไว้ และก็มีร่างสูงของผู้ชายสามคนยืนขวางอยู่ตรงประตูบานนั้น

พอสายตาเริ่มคุ้นชินกับแสง ฉันก็เห็นภาพชัดเจนเลยแหละว่าผู้ชายสามคนนั้นคือใคร คนแรกเป็นชายร่างสูงใหญ่ที่มีอายุมากแล้ว ยืนเด่นอยู่ตรงกลาง ท่านคือคุณปู่ทศกัณฑ์ คุณปู่ของฉันเอง ท่านดูอารมณ์ไม่ค่อยดีแหะมีเรื่องอะไรมารึเปล่าน้า

ทางด้านซ้ายมือของคุณปู่เป็นผู้ชายร่างกำยำ มาดแมน ผิวขาวออร่า ผมสีดำสนิท กำลังฉุดแขนคุณปู่ไว้ด้วยสีหน้าเนือยๆ เขาคืออาราม หรือรามสูรนั่นแหละค่ะ

ส่วนทางด้านขวามือของของคุณปู่ เป็นผู้ชายตัวสูงหน้าตาโหดๆ เถื่อนๆ ผมสีทองอร่ามตารวมกับผิวสีขาวออร่าแบบคนดูแลตัวเองดี มองนานๆ แล้วอาจทำให้ตาบอดได้เลยนะเนี่ย คิกๆ เขาก็คืออาทัพ หรือ ทัพนาสูรจอมโวยวายนั่นเอง แฮร่ อาทัพกำลังรั้งคุณปู่ด้วยสีหน้าจริงจังและติดรำคาญสุดๆ เดี๋ยวแสนซนจะฟ้องคุณปู่แหละ ว่าอาทัพทำหน้าแบบนี้ใส่คุณปู่

‘จี้ดดดดดด’ ปวดหัว นี่เป็นความรู้สึกแรกหลังจากได้สติ จริงๆ แล้วก็ปวดไปหมดทั้งตัวเลยแหละ ฮือ เกิดอะไรขึ้น ฉันไปทำอะไรมา พอเริ่มขยับตัวฉันก็พบกับความปวดร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน งั้นก็นอนอยู่ที่เดิมละกันเนอะ ฉันมองไปทางหน้าประตูด้วยความอยากรู้อยากเห็นและก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรออกมา...

“ไอ้สูร! ลุกขึ้นมา ลุกโว้ย!” คุณปู่ตะโกนลั่นห้อง ก่อนจะพุ่งเข้ามาทางฉันอย่างรวดเร็ว แต่ติดตรงที่อารามกับอาทัพดึงแขนทั้งสองข้างของท่านเอาไว้ก่อน ท่านจึงกลับไปยืนอยู่ที่เดิมแล้วทำท่าฟึดฟัดอย่างคนหัวเสีย ถ้าคุณปู่เดือดขนาดนี้แปลว่าต้องมีเรื่องร้ายแรงใช่ไหมล่ะ มันต้องมีอะไรแน่ๆ เลยเนอะ แต่...มันมีอะไรล่ะ

“เฮ้ยป๊า ใจเย็นดิ เหนื่อยนะเนี่ย อายุไม่ใช่น้อยแล้วนะป๊า” อาทัพยังเดินหน้าห้ามคุณปู่อย่างต่อเนื่องแถมโวยวายเสียงดังไม่แพ้คุณปู่เลยแหละ ผิดกับอารามที่ยืนรั้งแขนคุณปู่ด้วยความสงบ นี่คือที่มาของสำนวน นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวรึเปล่านะ สมกับเป็นอารามจริงๆ นะเนี่ย

“เย็นอะไร พวกแกเห็นไหม ปล่อยสิว่ะ! ไอ้พวกนี้” คุณปู่โมโหมากกว่าเดิมแล้วแน่เลยอะ ตวาดเสียงดังลั่นเชียว ดังมากจนเสียงมันเข้าไปสั่นสะเทือนสมองฉัน จนฉันปวดไปหมดเลยง่ะ ทรมานอะไรขนาดนี้น้า

“อืมม” เอ๊ะ เสียงใครดังอยู่ใกล้ๆ หู แต่แล้วพอฉันตัดสินใจหันไปข้างๆ ก็ต้องตกใจจนหัวใจแทบตกไปยังตาตุ่ม เสียงลึกลับที่คราง ‘อืม’ เมื่อกี้ คือเสียงของผู้ชายตัวสูงใหญ่ ไหล่กว้างสมส่วน เรือนผมสีดำตัดกับผิวขาวกำยำน่าฟัด แต่ที่น่าตกใจไม่ใช่ความขาวน่าฟัดกับแผงอกแกร่งนั่นนะ แต่ที่น่าตกใจเพราะผู้ชายคนข้างๆ ฉันเป็นเขาต่างหาก เขาก็คืออาสูร อสุรา หรืออสูรร้ายที่เป็น ‘อาของฉัน’ นั่นเอง

อาสูรกับอารามเนี่ยเป็นฝาแฝดกันค่ะ แต่อาสูรคลอดก่อนดังนั้นอาสูรจึงเป็นพี่ แต่ว่าอาสูรกับอารามก็ไม่ได้เรียกกันแบบพี่น้องน้า อยู่กันแบบเพื่อนมากกว่าขึ้นภาษาพ่อขุนรามกันบ๊อยบ่อย

ป๊าของฉันเป็นลูกชายคนแรกของบ้านค่ะ แต่ท่านเสียไปตั้งแต่ฉันเล็กๆ แล้วล่ะ สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีแค่รูปถ่ายของป๊ากับเรื่องเล่าจากคุณปู่คุณย่าที่คอยทำหน้าที่แทนป๊ากับม๊าให้ฉันเสมอ

สวบ สวบ

อาสูรตัวโตที่นอนอยู่ด้านข้างฉันเริ่มขยับตัว เขาพลิกตัวจากท่านอนหงายมาเป็นตะแคงข้างหันหน้าเข้ามาซุกที่ซอกคอฉันด้วยสภาพเปลือยท่อนบน แถมเอาแขนมาพาดเอวฉันอีกต่างหาก แต่ว่านะไอ้ผิวหนังตรงที่แขนอาสูรพาดอยู่เนี่ยมันไม่มีเสื้อผ้าปิดเลยนี่แหละ มันเลยร้อนวูบๆ วาบๆ ใหญ่เลย แบบนี้ไม่ดีแน่ ไม่ดีน้า จะเป็นลมแล้วค่า

“กรี๊ดด อุ้บ...” ตกใจเลยเผลอกรี๊ดไปนิดนึง

“เงียบ!” อาสูรเอามือมาปิดปากฉันแล้วปรามไม่ให้ส่งเสียง ทั้งที่ตัวเองยังหลับตาอยู่ แต่แขนอาสูรน่ะโดนหน้าอกแสนซนเต็มๆ เลยนะ ฮือ ตรงเอวเมื่อกี้ยังร้อนจนจะเป็นลมเลย ยิ่งเป็นแบบนี้หัวใจจะวายแล้วค่ะ

“ไอ้สูรรรรร! มึงปล่อยยัยหนูเดี๋ยวนี้นะโว้ยยย!” พริบตาเดียวคุณปู่ก็พุ่งเข้ามากระชากอาสูรออกจากตัวฉันไปอย่างรวดเร็ว และ...

ปึ้กกกกกกก  

ชกเข้าที่หน้าของอาสูรอย่างจังหนึ่งที

“อั่กกก” อาสูรตอบสนองกับหมัดนั้นด้วยเสียงร้องดังลั่น ง่ะ คงจะเจ็บมากเลยเนอะ คุณปู่เล่นชกอาสูรเข้าไปเต็มแรงขนาดนั้น ทำยังไงดีล่ะ ไม่นะ คุณปู่ง้างหมัดอีกแล้ว เดี๋ยวอาสูรก็ตายกันพอดี ไม่ได้น้า

“เห้ย ป๊า เวรเอ๊ย” อาทัพรีบวิ่งตามเข้ามารั้งคุณปู่ไว้

“คุณปู่ขา อย่าน้า” ฉันเอ่ยห้ามด้วยเสียงแหบแห้งอย่างกับเป็ด พร้อมตั้งท่ากำผ้าห่มคลุมตัวให้แน่นที่สุด เพื่อจะลุกขึ้นไปช่วยห้ามคุณปู่อีกแรง

‘จี้ดดดดด’ แต่พอลุกขึ้นยืน ก็ดันปวดร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงท้องน้อยจนต้องนั่งลงที่ริมเตียงต่อไป

“ป๊า ไปต่อยเฮียสูรทำไมวะเนี่ย” อาทัพกอดรัดคุณปู่ไว้จากทางด้านหลัง พร้อมทั้งพยายามเจรจาห้ามคุณปู่อย่างเต็มความสามารถ แต่อารามนี่สิยืนเอามือล้วงกระเป๋าสองข้างแล้วทำหน้ามึนๆ เมาๆ แถมหาวตบท้ายอีกหนึ่งที นี่อารามง่วงหรอคะ =[ ]=

“อารามขาาา” แงะ เสียงแหบอีกแล้ว

“หืม” ตอบสั้นดีจัง

“ไม่ห้ามคุณปู่หรอคะ ห้ามหน่อยน้า” ไม่ทันพูดจบ อารามก็พุ่งไปดึงตัวอาสูร ออกจากมือคุณปู่ ก่อนจะมีเหตุการณ์นองเลือดเกิดขึ้น ขนาดมีเหตุการณ์แบบนี้อารามยังหน้านิ่งแบบเดิมเป๊ะเลยนะเนี่ย แสนซนนับถือเลยค่ะ

“ไอ้ทัพปล่อยเว้ย ไอ้รามปล่อยมันมา!” ไม่เคยเห็นคุณปู่โมโหขนาดนี้เลยง่ะ น่ากลัวจริงๆ นะเนี่ย

“เสียงดังอะไร” อาสูรที่ได้สติแล้วตอบกลับมาอย่างงัวเงีย หน้าตาตอนงัวเงียยังเท่เลยเนอะ ตอนนี้อาสูรไม่ได้ใส่เสื้อด้วยแหละกล้ามเนื้อหน้าท้องนั่นมันทำให้ใจฉันสั่นได้ตลอดเลยน้า ขนาดอาสูรใส่แค่กางเกงสแลคยังเท่ได้ขนาดนี้เลย ถ้าไม่ใส่เลยจะเท่ขนาดไหนน้า เอ๊ะ! ไม่ใช่แล้ว แสนซนยัยบ้า ผู้หญิงลามก บ้าจริงๆ เลย

“แกทำอะไรยัยหนู!” คุณปู่ตะคอกใส่อาสูรด้วยความไวแสง อาสูรที่พึ่งได้สติเลยหันมองรอบกายอย่างช้าๆ และหยุดสายตาลงที่ฉัน ด้วยความที่ทำอะไรไม่ถูกฉันเลยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหลบหลังคุณปู่พร้อมกอดแขนคุณปู่ไว้อย่างแน่นหนึบ ไอ้ตาคู่นี้ก็ไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน ก็เลยมองมือตัวเองซะเลย ฮื่อทำตัวไม่ถูกเลยน้า เวลาโดนสายตาของอาสูรมองเนี่ยหัวใจมันเต้น ‘ตึกตัก ตึกตัก’ ตลอดเลย

“ไม่ได้ทำ” อาสูรตอบด้วยเสียงงัวเงีย พร้อมเอามือเช็ดเลือดที่ไหลตรงมุมปากๆ ไปด้วย อ๊ะ เพิ่งเห็นนะเนี่ยว่าอาสูรเลือดออก งือ คงจะเจ็บมากเลยนะนั่น ฉันควรจะเข้าไปช่วยเช็ดไหมน้า

“ไม่ได้ทำ? แล้วไอ้รอยเลือดบนเตียงคืออะไร? แล้วไหนจะไอ้รอยช้ำๆ บนตัวยัยหนูอีก แกจะอธิบายยังไง?” คุณปู่ชี้ไปที่เตียงที่ฉันเพิ่งสังเกตว่ามันมีรอยเลือดดวงเบ้อเร้ออยู่ด้วย ถึงมันจะเป็นผ้าสีดำ แต่เวลามีน้ำหกหรือมีอะไรเปรอะมันก็จะเห็นใช่ไหมล่ะ ฮื่อ น่าอายที่สุดเลย แถมคุณปู่ยังดันฉันมายืนข้างหน้า แล้วเอามือจิ้มๆ ไปตามคอและไหล่ของฉันด้วย พอมองตามเท่านั้นแหละก็ต้องรีบเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอ เพราะเนื้อตัวฉันมีแต่รอยแดงช้ำเต็มไปหมด ตรงหัวไหล่มีรอยฟันขบเล็กๆ ซึ่งมันก็เริ่มจะช้ำแล้วด้วย พรุ่งนี้มันต้องเข้มขึ้นแน่เลยน้าไอ้รอยพวกนี้เนี่ย ฮือ มิน่า เจ็บไปทั้งตัวเลย

“… ” อาสูรไม่ตอบ แต่ชี้มือมายังฉัน เอ๊ะ อาสูรชี้ฉัน ทำไมล่ะ O_O ทุกคนหันมามองหน้าฉันอย่างพร้อมเพียง แล้วทำหน้าแบบเดียวกันก็คือ งง เจ้าค่ะ

“แสนซนหรอ เปล่านะ ไม่ใช่ค่ะๆ แสนซนจะกัดตัวเองได้ยังไง” ตอบออกไปทันทีแบบไม่ต้องคิด ก็ใครมันจะกัดตัวเองได้ล่ะ จริงไหม (' ' )

“เธอปล้ำฉัน!" อาสูรส่ายหน้าช้าๆ พร้อมเฉลยความจริงอะ เอ๊ะ! ฉันปล้ำ ฉันเนี่ยนะปล้ำไม่จริง ไม่จริงอะ ขนาดตัวอาสูรฉันยังไม่กล้าแตะเลย แล้วจะให้ไปปล้ำเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง

“ไอ้สูร! อย่าโยนความผิดให้ผู้หญิง!” จากที่อารมณ์คุณปู่สงบลงนิดนึงแล้ว มันก็ปะทุอีกรอบกับคำตอบของอาสูร ท่านทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องอาสูร อาทัพจึงต้องเพิ่มแรงรั้งคุณปู่ไว้อีกเป็นเท่าตัว

“ป๊า! พอแล้ว!”  เสียงอาทัพเอ่ยปรามคุณปู่ด้วยสีหน้าจริงจัง

“ป๊านี่ความจริง” อาสูรตอบด้วยหน้าเคร่งขรึม คิ้วเข้มผูกกันเป็นโบว์ แสนซนเดาว่าสติอาสูรน่าจะมาครบแล้วแหละ ถึงทำหน้าดุแบบนั้นได้ ไม่ว่าจะเวลาไหนอาสูรก็ทำหน้าดุๆ แบบนี้ตลอดเลยแหละ

“ยัยหนูทำมันรึเปล่า” แล้วคุณปู่ก็หันมาถามฉันแทน ทำไมถึงถามแบบนี้ง่า -0- คุณปู่ไม่ไว้ใจแสนซนหรอ หรือคุณปู่เห็นว่าแสนซนลามกกันแน่นะ

“ง่ะ แสนซนจะไปทำได้ยังไงล่ะคะ นั่นอาสูรเลยน้า” แค่เข้าไปเกาะแขนแล้วอ้อนแบบที่ทำกับคุณปู่ อารามหรืออาทัพก็ไม่กล้าแล้ว แล้วนี่จะใจกล้าไปปล้ำอาสูรเนี่ยนะ ถ้าเป็นแบบนั้นมีหวังแสนซนหัวใจวายพอดีค่ะ

“แกยังจะกล้าโทษหลานอยู่อีกไหม ห๊ะ!!” คุณปู่หันไปคาดคั้นกับอาสูรแทน แต่ยังไม่ทันที่อาสูรจะได้ตอบ ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากทางหน้าประตูซะก่อน

“มีไรกันว่ะ อ้าว...ป๊าหวัดดีครับ” เป็นเสียงพี่ผู้ชายผมดำเข้ม หน้าตาโหดๆ บอดี้นี่ อื้อหือไม่ เป็นสองรองใคร ไหล่ก็กว๊างกว้างเหมือนอาสูรเลยแหละ แถมที่แขนขวามีรอยสักด้วยน้าเท่จังเลย พี่ผมดำยกมือไหว้และทักทายคุณปู่อย่างเป็นมิตร แล้วเดินเข้ามาในห้องพร้อมการ์ดอีก 2 คน ฉันจำได้ว่าพี่ชายคนนี้เคยมาที่บ้านอยู่บ่อยๆ บางทีก็มาเล่นเกมกับพวกอาสูร บางทีก็มาว่ายน้ำ แต่ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเพื่อนหรือแขกของอาสูรเลยแม้แต่คนเดียว ก็เลยไม่เคยรู้จักใครเลยงะ แหะๆ

“ฟา มึงให้คนมาปิดห้องเลย กูกลับละ” อาสูรตอบพี่ผมดำคนแมน ชื่อพี่ฟาสิน้า

“เออ” พี่ฟาตอบรับด้วยเสียขรึม พี่เขาดูแมนจังเลยเนอะ ยิ่งมองก็ยิ่งเท่นะเนี่ย  แสนซนจะเรียกว่าพี่ฟาคนแมนทุกครั้งเลยค่ะ สัญญา

“ป๊า..ไปคุยที่บ้าน” แล้วอาสูรก็หันมาพูดกับคุณปู่ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อมาใส่ แล้วก็เดินออกไปโดยไม่มองหน้าฉันอีกเลย

“ยัยหนูไปใส่เสื้อผ้ากลับบ้านกับปู่ ส่วนพวกแก...ไปดูมัน ขับรถสภาพนั้น

ได้ตายก่อนถึงบ้านพอดี” คุณปู่หยิบเสื้อผ้ามาให้ฉันแล้วดันหลังให้เข้าไปในห้องน้ำ พร้อมกับหันไปสั่งอารามและอาทัพให้ไปดูแลอาสูรอีกที

“ป๊าก็ขับดีๆ เดี๋ยวรถคว่ำตาย” อาทัพชอบแซวคุณปู่แบบนี้ตลอดเลย เดี๋ยวก็โดนคุณปู่ตีหรอก ถ้าไม่โดนตีนะ ฉันนี่แหละจะไปยุให้คุณปู่ตีให้ได้

“ไอ้ทัพ!! ปากแกเนี่ยนะ หึ่ย” คุณปู่ทำท่าจะเข้าไปหาเรื่องอาทัพซะแล้ว แต่อารามเดินตัดหน้าออกไปทางประตูซะก่อน

“แหม รักหลอกจึงหยอกเล่นไงป๊า ฮะฮ่ะฮ่า” อาทัพนี่นะ แกล้งคนเก่งนักแหละ พออาทัพพูดจบก็หัวเราะร่าแล้วเดินออกจากห้องตามอารามไปติดๆ

คุณปู่นั่งลงบนเตียงก่อนจะมองมาที่ฉันเพื่อย้ำให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อ ฉันเลยรีบเดินเข้าไปแต่งตัวในห้องน้ำเพราะไม่อยากให้คุณปู่รอนาน ฉันว่าหลังจากกลับบ้านไปแล้ว คงต้องคุยกันยาวแน่ๆ เลย แล้วถ้าคุณปู่ถามฉันจะตอบยังไงดีง่ะ เรื่องราวมันเป็นยังไงฉันก็ไม่รู้ ฉันยังจำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะโดนดุที่ไปที่ผับนั่นรึเปล่าเนี่ย


เวลา 04.00 น. @ บ้านโยธาไพศาล

ฉันกับคุณปู่มาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ตอนอยู่บนรถก็ไม่ได้คุยอะไรกับคุณปู่เลยเพราะฉันหลับมาตลอดทาง แฮร่  ตีสี่แล้วนี่ใครก็ง่วงทั้งนั้นแหละ จริงไหม

“ไปรอปู่ที่ห้องนั่งเล่น เรียกไอ้พวกนั้นมาด้วย เดี๋ยวปู่เอารถไปเก็บก่อน” พอคุณปู่จอดรถที่ประตูหน้าคฤหาสน์ ก็ปลดล็อครถแล้วให้ฉันเดินเข้าไปในบ้านก่อน เพื่อเรียกพวกอาๆ ไปที่ห้องนั่งเล่น พอฉันลงจากรถคุณปู่ก็ขับรถไปจอดในโรงรถที่มีรถหรูนับสิบคันจอดอยู่

ฉันยังไม่ได้เล่าสินะ ว่าบ้านโยธาไพศาลของเราน่ะ เปิดโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่มาตั้งแต่รุ่นคุณทวดแล้ว โรงพยาบาลในเครือโยธาไพศาลน่ะมีอยู่ทั่วประเทศเลยน้า ให้บริการทั้งคนไทยละชาวต่างชาติ ดังนั้นทุกคนในบ้านนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นหมอทั้งนั้น ยกเว้นฉันที่ไม่ได้มีเซลล์สมองไว้ทำเรื่องแบบนั้นเลยสักนิดเดียว แหะๆ

เริ่มจากคุณปู่ คุณปู่ชื่อจริงๆ ว่า ศ.ดร.นพ.ทศกัณฑ์ โยธาไพศาล เป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทที่เป็นระดับตำนานของวงการแพทย์ไปแล้ว ตอนนี้คุณปู่เปิดศูนย์การแพทย์ระบบบประสาทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศแล้วยังผันตัวจากแพทย์ไปเป็นอาจารย์แพทย์แล้วด้วยค่ะ

ส่วนคุณย่า หรือ ดร.พญ.สุวรรณมาลี โยธาไพศาล ตอนนี้กำลังไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ อีกไม่นานก็คงกลับมาแล้ว ถ้าจะถามฉันว่าใครเป็นใหญ่ในบ้านนี้ล่ะก็ คำตอบก็คือคุณย่านี่แหละค่ะ เพราะท่านเป็นคนที่มีระเบียบและเคร่งครัดในทุกๆ เรื่อง พูดอะไรใครก็ฟังค่ะ ไม่เหมือนคุณปู่ที่มักจะหยอกเล่นกับทุกคนจนโดนอาทัพล้อเลียนเสมอ คุณย่าก็เป็นศัลยแพทย์ระบบประสาทเหมือนคุณปู่เลยน้า

อาราม หรือ ดร.นพ.รามสูร โยธาไพศาล เป็นสูตินรีแพทย์มือหนึ่งของโรงพยาบาล อารามก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นกันเลยแหละ พูดน้อยจนนับคำได้ แถมพูดทีก็เข้าใจยาก จนต้องแปลแล้วแปลอีก แต่อารามเนี่ยเป็นคนที่ใจดีที่สุดในบ้านเลยน้า เวลาฉันอ้อนขออะไรไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง (หรืออยากปฏิเสธ แต่ไม่พูดก็ไม่รู้)

อาทัพ หรือ นพ.ทัพนาสูร โยธาไพศาล กำลังเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลรัฐบาลอันดับต้นๆ ของประเทศ พอเรียนจบก็คงต้องเข้ามาช่วยอาสูรกับอารามทำงานแน่นอน อาทัพเป็นคนอารมณ์ร้อนมากถึงมากที่สุด บางทีก็อารมณ์ดีมาก สับสนนิดๆ แหะ อาทัพชอบพูดจาตรงๆ ห้วนๆ เสียงดังๆ บางทีก็ดุแรงมากจนฉันตกใจไปเลยก็มี เห็นว่าอารมณ์ร้อนแบบนี้ แต่อาทัพเนี่ยเป็นคนมีเหตุผลมากเลยน้าและอาทัพก็มักจะเป็นคนคอยห้ามปรามตอนคนอื่นๆ มีเรื่องเสมอเลยนะขอบอก

ส่วนคนสุดท้าย นั่นก็คืออาสูร หรือ ดร.นพ.อสุรา โยธาไพศาล (อสูร) อาสูรเป็นสูตินรีแพทย์ระดับปรมจารย์ ไม่ว่าใครก็อยากรักษากับเขาทั้งนั้น อาสูรเป็นคนเงียบ ขรึม ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบ้านแล้วค่ะ แถมอาสูรยังดุมากซะจนไม่มีใครกล้าเข้าไปกวนโมโหเลย (ยกเว้น อาทัพคนบ้าผู้กล้าตาย เอ้ย กล้าหาญ) เรียกได้ว่า แม้แต่คุณปู่กับคุณย่า ยังให้ความเกรงใจอาสูรเลย แต่มีสิ่งเดียวที่อาสูรไม่ดูแล แตะต้อง ไม่แม้แต่จะแยแสเลยสักนิดนั่นก็คือ ฉันเอง

 ฉันน่ะ ชื่อจริงว่า น.ส.ศุนิษา โยธาไพศาล เป็นลูกของป๊ากาลสูรค่ะ ป๊ากาลเป็นพี่ใหญ่ของบ้าน แต่ป๊าเสียตั้งแต่ฉันยังเล็ก คุณปู่กับคุณย่าเลยดูแลฉันมาจนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ แล้วตอนนี้ฉันก็เป็นนักเขียนอิสระไปด้วยน้า เริ่มเขียนนิยายรักมาตั้งแต่ม.สี่แล้วแหละ ตอนนี้ก็เป็นนักเขียนประจำอยู่ที่สำนักพิมพ์อันดับต้นๆ ของประเทศ ก่อนจะเข้ามหา’ลัยน่ะ ฉันได้อาสูรเป็นคนติววิชาพื้นฐานให้ เลยสอบติดได้ แต่พอผูกพันกับอาสูรมากเข้าๆ พอรู้ตัวอีกทีก็หลงรักอาตัวเองไปแล้ว

มันน่าเศร้าเป็นบ้าเลยนะที่ดันไปตกหลุมรักอาของตัวเองแบบนี้ เรื่องแบบนี้มันผิดศีลธรรม ใช่ ฉันรู้แต่ทุกคนที่เคยมีความรักก็น่าจะเข้าใจนะ ว่ารักมันออกแบบไม่ได้ ฉันเคยสารภาพรักกับอาสูรตอนที่สอบติดไปแล้วด้วยแหละ ผลเป็นยังไงน่ะหรอ ก็โดนเกลียดแบบนี้ไงล่ะ ฮ่า หลังจากนั้นอาสูรก็ดูจะไม่ชอบหน้าฉันสักเท่าไร ยิ่งฉันเข้าใกล้อาสูรก็ยิ่งถอยห่าง จนตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ใจนึงก็ไม่อยากจะยอมแพ้อยากเดินหน้าต่อไป แต่อีกใจนึงก็เห็นถึงความผิดชอบชั่วดีจนอยากจะหยุดความรู้สึกลงซะตั้งแต่ตอนนี้เลย

ตอนนี้คุณปู่คุณย่าผันตัวไปดูแลศูนย์การแพทย์ระบบประสาทอย่างเต็มตัวแล้วค่ะ พวกท่านเดินทางไปต่างประเทศบ่อยจนบางครั้งฉันแทบจะไม่เจอท่านเลย ส่วนโรงพยาบาลสาขาใหญ่ที่กรุงเทพก็ให้อาสูรกับอารามเป็นคนดูแลแทนนี่แหละ

“ค่า” เล่านานจนลืมตอบรับคุณปู่เลยเนอะ

และเมื่อเดินเข้ามาในบ้านก็พบว่า คนงานในบ้านก็ทยอยตื่นกันแล้ว แล้วอาๆ ไปไหนกันหมดนะ เดินหาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เจอเองแหละเนอะอะม่ว่าหายังไงก็ไม่เจอใครเลย ้ะดใหญ่้อ็นถึงความผิดชอบชั่วดีจนอยากถอยหลังู้จะทำยังไงแล้ว

อ๊ะ นั่นไง อาทัพกำลังคุยโทรศัพท์กับใครไม่รู้อยู่ในห้องครัว ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ดูอารมณ์ดีแบบนี้ต้องคุยกับสาวๆ แน่เลย อาทัพน่ะเห็นเงียบๆ แบบนี้ มีสาวๆ เข้าหาเป็นสิบคนเลยน้า ข้างๆ อาทัพมีอาสูรยืนดื่มน้ำอยู่หน้าตู้เย็น ส่วนอารามกำลังนั่งฟุบหน้าลงไปบนเคาท์เตอร์กลางห้องครัว...แล้วก็หลับ ท่าทางจะง่วงจริงๆ สินะคะอารามเนี่ย

 “อาสูร อาราม อาทัพคะ คุณปู่ให้แสนซนมาตามไปห้องนั่งเล่นค่ะ (‘ ‘  )”

“ค่ะ” อาทัพวางสายแล้วหันมาตอบรับเป็นคนแรก ปกติอาทัพไม่เคยใช้ คะ ขา กับฉันหรอกนะ สงสัยติดจากสาวๆ ที่เพิ่งวางสายไปแน่เลย

“อืม” ตามด้วยอาสูร ครางรับโดยไม่มองแม้แต่หน้าฉันเลย แถมยังกระดกน้ำจากขวดต่อเสียงดัง 'อึกๆ' ตอนที่น้ำไหลลงคอแล้วลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเนี่ย ทำไมฉันต้องกลืนน้ำลายด้วยงะ งือ กลายเป็นคนโรคจิตไปซะแล้ว เอ๊ะ! หรือโรค คลั่งอาสูร จะกำเริบกันแน่นะ O[ ]O

“zzZ” และปิดท้ายด้วยการหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวของอารามตามระเบียบ อารามคงง่วงมาตั้งแต่ที่ห้องนั้นแล้วละมั้ง เห็นหาวมาตั้งแต่ที่ผับนั้นแล้วนี่นา เอาไงดีล่ะจะเข้าไปปลุกเลยดีไหมนะ

“เฮียราม ตื่นโว้ยย!!”

ปึกกกกก

เป็นอาทัพนั่นเอง ที่อ่านใจฉันออก เดินเข้าไปตะโกนปลุกอารามที่ข้างหู แถมชกเข้าที่ไหล่อารามอย่างหนักหน่วงอีกหนึ่งที “สัสทัพ” พวกอาๆ สนิทกันจนเล่นแรงๆ แบบนี้แหละค่ะ ฮะฮ่า


MawNum's Talk

15/06/2017  อาสูรขา...ผู้ชายอะไร ฟ้องป๊าว่าผู้หญิงปล้ำตัวเองอะ 55555+

ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจที่สุดอะ ก๊ากๆๆ  >///<

​02/12/2017 กลับมาลงนิยายฉบับรีไรท์ให้นะค้า ตอนนี้ อาสูรกำลังเปิด Pre Order อยู่น้า

​เล่มหนาประมาณ 450 หน้าค่ะ ราคาตกอยู่ที่ 430 บาทรวมส่งลงทะเบียน

เปิด 27/11/2017 - 31/12/2017 เท่านั้นนะคะ

ฝาก Comment เป็นกำลังใจให้อาสูรกับแสนซนของเค้าด้วยน้า แฮร่

Fanpage : MawNum / แมวน้ำ

Link กลุ่มลับ อยู่หน้า Fanpage นะคะ

ღ 1 คอมเม้นต์ 1 กำลังใจน้า ღ


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว