ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มิ.ย. 2560 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

เพียงอ่านข้อความลงบนกระดาษ... อี๋หลินไม่นึกว่านางจะโหดเหี้ยมเช่นนี้ เพราะสิ่งใดกัน เงินทอง อำนาจ สิ่งพวกนี้งั้นหรือ... ที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้

เสียงฝีเท้าคนเดินก้าวเข้ามาในคุกหลวง.. ไป๋อี๋หลินรีบเก็บกระดาษซ่อนไว้ดั่งเดิม เพราะยามนี้นางเริ่มไม่แน่ใจว่าจะสามารถไว้ใจใครได้บ้าง

เมื่อสองเท้าหยุดยืนตรงหน้า บุรุษองอาจทอดมองพระสนมไป๋ด้วยความสงสาร เท้าหนาเดินเข้าใกล้กรงขัง สบสายตาคู่งามที่เขาเฝ้าคิดถึง

"ท่านแม่ทัพ..."

"เกิดเหตุอันใดพระสนม เหตุใดท่านจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้"

"ข้าไม่มีความผิดอะไร ท่านแม่ทัพไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องเข้าใจผิดของนางกำนัล"

"ข้าจะหาวิถีทางช่วยพระสนม"

"ท่านกลับไปเถิด แม่ทัพฉิน การที่ท่านมาหาข้าที่นี่ ข้าเกรงว่าข้าจะยิ่งเหมือนคนผิดเข้าไปใหญ่ ฮ่าๆ" ไป๋อี๋หลินหัวเราะเพียงเล็กน้อย เพื่อกลบเกลื่อนว่าจริงๆแล้วนางกังวลใจเพียงใด

"โธ่... งั้นข้าขอลา ไป๋เฟย" แม่ทัพฉินโค้งคำนับให้นางเล็กน้อยก่อนเดินออกไป


หากนี่เป็นเพียงรักแรกพบ... นางรำในคืนงานเลี้ยงต้อนรับท่านทูต ยังคงเป็นภาพตราตรึงใจที่เขาเก็บไปฝันในทุกค่ำคืน เพียงแค่นางปรายสายตามอง หัวใจของแม่ทัพฉินราวกับจะหยุดเตัน ทั้งๆที่ไม่เคยมีคมดาบใดทำให้เขาหวั่นใจได้เพียงนี้

และหากว่านี่คือรักที่มิควรรัก... เหตุใดนางรำผู้นั้นช่างมีแววตาเฉกเช่นพระสนม... หากนางคือพระสนม เขาควรจัดการกับความรู้สึกนี้เช่นไร ความรู้สึกคิดถึง โหยหาอยากอยู่ใกล้ อยากเห็นรอยยิ้ม ข้าควรต้องทำอย่างไร อี๋หลิน....


เมื่อลับตาแม่ทัพฉินเดินออกไป หญิงงามอีกนางที่แอบมองคนทั้งคู่ก็ก้าวเท้าออกมาจากมุมมืด ผ้าคลุมที่ถูกปิดหน้าไว้ เผยออกให้เห็นใบหน้างดงามที่แสนคุ้นเคย

"ไป๋เฟย..."

"หลิวเฟย... เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าไม่สมควรเข้ามาในนี้"

"ข้าแค่เป็นห่วงเจ้า"

แววตาใสซื่อของนางช่างตรงข้ามกับจิตใจเหลือเกิน เพราะตัวอักษรที่เหมยลี่ทิ้งไว้ก่อนตาย บ่งบอกถึงชื่อของสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้านาง

"เจ้ากลัวว่าข้าจะไม่ต้องโทษประหารอย่างนั้นหรือ"

"เหตใดเจ้าจึงพูดเล่นนั้นเล่า เจ้ากำลังเข้าใจข้าผิด"

เพราะรู้ว่าไป๋อี๋หลินไม่ใช่คนโง่เขลา แต่ก่อนที่นางจะทำทุกอย่างพัง หลิวเฟยจำต้องแอบลอบเข้ามาในคุกหลวง แล้ววางยานอนหลับทหารยาม

"เพราะเหตุใด หลิวเฟย"

ยามนี้อิสตรีสูงศักดิ์ทั้งสอง ยืนจ้องหน้าสบตาราวกับจะฆ่าฟันกันก็ไม่ปาน แววตาของทั้งคู่บ่งบอกได้ชัด ว่ายามนี้ มิตรภาพที่ยาวนานได้สิ้นสุดลงไปแล้ว

"ข้ายังเห็นแก่มิตรภาพของเรา เจ้ารับนี้ไว้..." หลิวเฟยยื่นห่อผ้าเล็กๆมอบให้ผ่านซี่กรงขัง

มือเรียวรับมา เปิดห่อผ้าดูก็พบว่าเป็นยาปั้นก้อนกลม จำนวนหนึ่งก้อน ดูจากสีของมัน คงไม่ใช่ยาบำรุงร่างกายแต่อย่างใด

"ข้าไม่อยากเห็นเจ้าคอขาด ไป๋เฟย... เพราะมันคงเป็นอะไรที่สะเทือนใจข้ามาก"

"เจ้าจึงมอบยาพิษเม็ดนี้ให้ข้าอย่างนั้นหรือ"

"ข้าปราณีเจ้าที่สุดแล้ว ยาเม็ดนี้จะทำให้เจ้าค่อยๆหัวใจหยุดเต้น เจ้าจะเจ็บปวดกลางอกจนทนไม่ได้ แต่ถ้าหากเจ้าเคี้ยวบดยาในปาก มันจะทำให้เจ้าตายทันทีอย่างไม่ทรมาณ"

"กบฏ!" เพียงคำสั้นๆที่ไป๋อี๋หลินเอ่ยออกมา มันกลับจี้ใจหลิวเฟย จนนางต้องขบกรามแน่น

"หากเจ้าไม่อยากกลายเป็นกบฎเช่นข้า ก็ควรทำตามที่ข้าบอก"

หลิวเฟยกลัวว่านางจะออกมานานเกินไปจึงทิ้งคำพูดชวนคิดไว้แค่นั้น แล้วรีบเดินกลับออกมาทันที


ไป๋อี๋หลินฉงนกับคำที่หลิวเฟยกล่าว จากถ้อยคำของหลิวเฟยย่อมประจักษ์แน่ชัดอยู่แล้วว่าต้องมีหลายคนในวังหลวงนี้ และหากนี่คือความเมตตาจากนางจริงๆ น่าจะมีคนคิดปริดชีพนางเป็นแน่ แต่ประโยคที่ว่า 'หากไม่อยากกลายเป็นกบฎ' แสดงว่าต้องมีอีกฝ่ายที่ยังไม่คิดจะปริดชีพนางแต่ต้องการดึงตัวนางไปเป็นพรรคพวก แล้วตัวข้ามีประโยชน์ในการก่อกบฎเช่นไร...


**************************************

ภายในห้องทรงงาน ที่มีห้องลับอีกห้องซ่อนอยู่ เหล่าองค์รักษ์ประจำกาย และขุนพล ต่างยืนรอฟังคำสั่งของเบื้องสูง

"ฝ่าบาทคิดดีแล้วแน่หรือที่ตัดสินใจเช่นนี้" มู่หลินเอ่ยถามอีกครั้ง

"ข้าคิดดีแล้ว..."

"แล้วพระสนมจะเป็นอย่างไร...."

"ตอนนี้พวกเรามีฐานลับอยู่สามแห่งที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดนี้"

มือเรียวของฮ่องเต้ชี้ไปยังโต๊ะตัวใหญ่ที่มีแผนที่ของเมืองตั้งอยู่

"เราเห็นได้ชัดว่าการลักลอบขนส่งอาวุธและกำลังพลนั้น ไม่มีเบาะแสใดๆเลย นั่นเพราะเรามัวแต่ตามหาบนดิน เมืองเราเป็นเมืองการค้า เพราะฉะนั้นเรือสำเภามีจอดเทียบท่าทุกวัน แต่การขนส่งนั้น พวกกบฏน่าจะขนส่งใต้ดิน"

"ใต้ดินหรือฝ่าบาท"

"อุโมงค์ใต้ดินที่สร้างขึ้น ยังไงพวกเราก็ยากที่จะหาทางเจอ" ฝ่าบาททรงตรัสกับเหล่าองค์รักษ์ และ ขุนพล

ซึ่งพอพวกเขาได้ฟังก็ยิ่งถอดใจ แต่นั้นไม่ใช่จุดประสงค์ที่ฝ่าบาททรงตรัสเช่นนี้

"หากพยานของข้าลืมตาตื่นมาแล้วยืนยันได้ ว่าคือคนที่ต่างก็คิดเช่นเดียวกัน เราจะบุกเข้าสามทาง เพราะหากข้าคาดไม่ผิด อุโมงค์ลับต้องอยู่ภายในบ้านหลังนั้น เรามีโอกาสแค่ครั้งเดียวก่อนไก่ตื่น เพราะฉะนั้นเราต้องรอบครอบให้มากๆ"

"พยานหรือ" เมื่อเหล่าขุนพลฟังก็ดีใจขึ้นมา หากกำจัดพวกมันออกไปได้จริงๆ ฮ่องเต้ก็จะทรงปลอยภัยอีกทั้งยังแก้แค้นให้กับผู้เสียสละได้อีก

"ส่วนพระสนม ข้าอยากให้ท่านคุ้มครองนางให้ปลอดภัย จนกว่าจะถึงที่หมาย เพราะถ้าหากแผนการนี้ไม่สำเร็จ ข้าไม่อยากให้นางต้องตกอยู่ในอันตราย หรือต่อสู้ใดๆอีก"

แววตาของฝ่าบาทฉายความกังวลออกมายามเอ่ยถึงไป๋อี๋หลิน

"แล้วฝ่าบาท..."

"ข้าขอตัวก่อน เลิกประชุมได้" ฝ่าบาทรีบตัดบท ไม่ยอมให้มู่หลินเอ่ยถาม เพราะหากเดาไม่ผิด มู่หลินคงถามว่า 'แล้วฝ่าบาทจะทำอย่างไร หากส่งนางไปแล้วไม่ได้เจอนางอีก'

หากวันหนึ่งเจ้ารักใคร เจ้าจะรู้... ความรักไม่ใช่แค่การครอบครอง การอยู่ใกล้ แต่ความรักคือการที่เห็นคนที่เรารักปลอดภัย กินอิ่ม นอนหลับ แล้วไป๋เฟยจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร หากนางต้องอยู่ในวัง....



********************************


ขอบคุณที่ไรท์หายไปนานแต่ก็ยังตามอ่านกันอยู่

ขอบคุณมากๆ ที่ยังรอคอย

จะบอกว่า

ใกล้จบแล้วนะคะ กิกิ

เคร้าโครงดราม่าเริ่มมา 55555

แถมไม่ค่อยมีฉากกุ๊กกิ๊ก กุ๊กๆอีก งื้อออออ

อ่านต่อจนจบเถอะ ขอร้อง

รัก. 💋💋

ความคิดเห็น