ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Let's me 13 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มิ.ย. 2560 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Let's me 13 (100%)
แบบอักษร

 ~ 

 ~~~ 

 "สวัสดีค่ะ" 

 //หนูรัณคะ แม่วิลาเองนะจ๊ะ" 

 "..." 

 อรัณยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมเบิกตากว้าง โทรศัพท์ที่ถือแนบหูอยู่แทบจะร่วงลงพื้น เมื่อเบอร์แปลกที่โทรเข้ามาปลายสายคือคุณหญิงวิลาแม่ของเพลิง ด้วยความที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทำเอาคนรับสายช็อคตาตั้ง

//หนูรัณจ๊ะ ยังอยู่ในสายไหมเอ่ย//

 "ยะ...อยู่ค่ะ คุณน้ามีอะไรรึเปล่าคะ" 

 //ตายแล้วลูก เรากำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้วต้องเรียกแม่สิจ๊ะ// 

 "ค่ะ แม่" 

ถึงแม้กระดากปากที่จะเรียกแต่อรัณก็ขัดไม่ได้ เพราะจากที่ประเมินคุณหญิงในครั้งแรกที่เจอกันแล้วอรัณก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ควรแข็งข้อใส่อีกฝ่ายให้มาก ดูเหมือนว่าชีวิตของเธอกำลังจะวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ 

 //หนูเพลิงอยู่ด้วยกันไหมจ๊ะ ไม่รับโทรศัพท์หม่ามี๊เลย// 

 เป็นอีกครั้งที่อรัณต้องอ้าปากหวอ ถ้าหากบอกคุณหญิงไปว่าเธอแยกกันอยู่กับเพลิง มีหวังความซวยต้องมาเยือนเธอหนักกว่าเก่าแน่ ตาคมกลอกไปมาอย่างใช้ความคิดก่อนจะพูดโป้ปดออกไปถึงแม้จะละอายใจไม่น้อยก็ตาม

"พี่เพลิงเข้าห้องน้ำอยู่คงปิดเสียงโทรศัพท์ไว้น่ะค่ะ ยังไงรัณจะบอกให้โทรกลับนะคะ" 

 //อ้อ ไม่องก็ได้จ๊ะ ลูกอยู่ด้วยกัน บอกคนใดคนหนึ่งเอาก็ได้// 

 "คะ?" 

//วันนี้ครอบครัวเรามีนัดกินข้าวจ๊ะคุณไตรภพพ่อของน้องเพลิงกลับมาแล้ว กลางวันนี้หนูมาที่บ้านพร้อมกับพี่เพลิงเลยนะจ๊ะ// 

 "....ค่ะ" 

 อรัณทำหน้าปลงตกให้กับชีวิตตัวเอง ทั้งที่ใจค้านอยากจะปฏิเสธแทบตาย แต่สุดท้ายก็ต้องตกปากรับคำไปเพราะเป็นคนปฏิเสธคนไม่เป็น อรัณนึกถึงอีกคนที่ต้องไปรับชะตากรรมร่วมกับเธอที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนเกิดขึ้นก็ทำเอาอรัณนอนตาค้างเกือบทั้งคืน ไม่รู้ว่าเพลิงจะเป็นอาการเดียวกันรึเปล่า ทีแรกอรัณก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเล่นเลยเถิดไปขนาดนั้น จากนี้จะสู้หน้าเพลิงยังไงก็ยังไม่รู้เลย

อรัณตัดสินใจมาหาเพลิงที่คอนโดเพราะอีก 2 ชั่วโมงข้างหน้าก็เป็นเวลาอาหารเที่ยงแล้ว นั่นมันหมายถึงเธอและเพลิงต้องมุ่งหน้าไปบ้านของเพลิงพร้อมกันทั้งคู่

"คุณอรัณคะ" 

 "คะ?" 

อรัณหยุดเดินแล้วหันไปมองด้านหลัง พนักงานสาวสวยของคอนโดเดินเข้ามาหาเธออย่างสุภาพ 

"เจ้าของห้อง 4301 คุณเพลิงพิกันต์ฝากคีย์การ์ดให้ค่ะ" 

"เจ้าของห้องไม่อยู่เหรอคะ" 

"ไม่ทราบค่ะ แต่อันนี้เป็นกุญแจสำรอง คุณเพลิงมาติดต่อฝากไว้เมื่อหลายวันก่อนบอกว่าถ้าคุณอรัณมาให้เอากุญแจนี้ให้ค่ะ" 

 "อ๋อ ขอบคุณค่ะ" 

 ภายในห้องเงียบสงบ แต่แอร์ยังเป็นให้ความเย็นฉ่ำไปทั่วห้อง และที่สำคัญ ไฟในห้องมันเปิดสว่างโล่ไปหมดทุกดวง  ตาคมเหลือบมองไปยังห้องนอนที่แง้มประตูไว้เล็กน้อย ร่างโปร่งเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล และสิ่งที่เห็นก็คือร่างเจ้าของห้องนอนแผ่หลาอยู่กลางเตียง อรัณยืนมองคนหลับสักพัก ในหัวย้อนกลับไปคิดเรื่องเมื่อคืนอีกครั้งก็เผลอเม้มริมฝีปากตัวเองเบาๆ 

 "เพลิง"




บุคคลอาวุโสทั้งสามนั่งจิบชาอยู่ในโถงห้องรับแขกเพื่อรอสมาชิกอีกสองคนที่กำลังเดินทางมา และแน่นอนว่าการนัดพบปะกันในครั้งนี้มันมีจุดประสงค์สำคัญ คนต้นคิดก็ไม่พ้นคุณหญิงวิลา เธอยกไตรภพมาอ้าง เนื่องจากครั้งก่อนที่ได้เอื้อนเอ่ยการหมั้นหมายออกมาบุคคลสำคัญอีกคนอย่างไตรภพสามีของเธอได้บินไปดูงานที่ต่างประเทศ ตอนนี้เขาได้กลับมาแล้ว 

"คุณหญิงว่าแผนจองเราจะไปได้ดีเหรอ" ไตรภพพูดขึ้นเมื่อเขารู้ว่าภรรยาของตัวเองกำลังคิดจะทำอะไร

 "คุณไตรภพคะ ดิฉันนึกว่าคุณอยากอุ้มหลานซะอีก" 

คุณหญิงวิลากดเสียงต่ำพูดกับไตรภพ พร้อมกับบอกคุณชายของบ้านด้วยสวยตาว่าให้อยู่เงียบๆไป 

"ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นคุณหญิง" 

"ผมว่าก็ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ไม่ลองไม่รู้" ตุลการณ์เห็นด้วยกับหญิงวิลา เพราะความหวังเล็กๆของเขาก็ไม่พ้นทายาทสืบสกุลเช่นกัน แต่งอย่างไรเขาก็ยังเคารพการตัดสินใจของอรัณอยู่ดี ถ้าในระยะเวลาหนึ่งปีนี้เพลิงไม่สามารถเอาใจอรัณมาได้ ทุกอย่างก็คงต้องจบลง 

 "เห็นไหมคะ คุณตุลย์ยอมลงเรือลำเดียวกับเราแล้วนะ" 

 "แต่อรัณหัวดื้อนะครับ รับมือยาก"

เขารู้ดีว่าลูกสาวตัวเองเป็นคนยังไง เสือที่อยู่ในถ้ำถึงดูภายนอกจะไม่ร้าย แต่สุดท้ายทันก็คือเสือ ตุลการณ์รู้อยู่เสมอว่าเชื้อไม่มีทางทิ้งแถวแน่นอน เมื่อก่อนเขาเคยร้ายยังไงอรัณก็ร้ายได้เขาอย่างนั้น แต่แน่นนอนทุกอย่างล้วนมีจุดอ่อน ตัวเขาสลัดลายทิ้งเพราะรักและพ่ายให้กับรลินได้ และแน่นอนว่าอรัณก็คงไม่ต่างกัน แต่จะใช่เพลิงหรือไม่นั่นก็เป็นอีกเรื่อง 

 "อย่าหาว่าดิฉันเสียมารยาทเลยนะคะ หนูรัณเธอชอบผู้ชายรึเปล่าคะ" 

 "ไม่เชิงครับ เพราะบุคลิคภายนอกของอรัณก็ดึงดูเพศเดียวกันซะมากกว่า อรัณเป็นน่าจะพวกไบเซกชวลมากกว่า" ตุลการณ์ตอบด้วยท่าทีสบายๆ 

 "แล้วเพลิงจะมีโอกาสเหรอคุณ" 

 "เอ๊ะ คุณไตรนี่! " 

 ไตรภพเป็นอันต้องกลับไปนั่งเงียบๆตามเดิมเมื่อคุณหญิงของบ้านเริ่มของขึ้นที่เขาคอยขัด ที่ไตรภพพูดนั่นก็น่าคิด แต่อย่างหน้อยคุณหญิงวิลาก็ยังหวังเล็กๆว่าสายใยสัมพันธ์ของอรัณและเพลิงเมื่อก่อนจะกลับมาผูกทั้งคู่เข้าด้วยกันอีกครั้ง ตุลการณ์ยิ้มให้กับทั้งคู่ที่กำลังถกเถียงกันอยู่ แม่บ้านก็เดินเข้ามาแจ้งว่าทั้งอรัณและเพลิงมาถึงแล้ว 

“ป๊า มาก็ไม่โทรบอกรัณก่อนเลย”

“ก็ป๊าไม่อยากฟังเด็กบ่น”

อรัณแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นตุลการณ์เดินเข้ามาในห้องรับแขกพร้อมผู้ใหญ่อีกสองคน เธอเดาว่าชายท่าทางภูมิฐานอีกคนต้องเป็นพ่อของเพลิงที่คุณหญิงวิลาพูดถึงแน่ๆ อรัณยกมือไหว้ทั้งคู่เป็นอย่างแรก เช่นเดียวกับเพลิงที่ยกมือไหว้ทักทายตุลการณ์

“น่ารักจังเลยหนูรัณเนี่ย” คุณหญิงวิลาพูดชมอย่างเป็นปลื้ม

“โตขั้นแล้วหล่อเหมือนพ่อเลยนะหนูรัณ” ไตรภพเอ่ยแซวอรัณ

“คุณไตร!! ดิฉันอยากเอาคุณไปขังไว้ในห้องจริงเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ รัณชินแล้ว” อรัณยิ้มให้กับบุคคลทั้งคู่ก่อนจะเดินไปควงแขนคนเป็นพ่อตัวเอง ส่วนเพลิงก็เดินแยกไปทางฝั่งพ่อกับแม่ที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่

“ป๊า จะมาก็ไม่โทรบอกรัณก่อน” ร่างโปร่งเอนตัวไปกระซิบข้างหูตุลการณ์เสียงเบา

“ถ้าป๊ามาหนูก็ไม่มาน่ะสิ”

“เห็นรัณเป็นคนยังไง”

“กะล่อน ปลิ้นปล้อน”

“หูว นี่รัณใช่สายเลือดของป๊าไหมเนี่ย” อรัณทำหน้าหงิกงอมองคนเป็นพ่อ

“เชิญโต๊ะอาหารดีกว่านะคะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด”

คุณหญิงของบ้านเดินนำทุกคนไปยังห้องรับแขก เมื่อพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วการรับประทานอาหารก็ดำเนินไปพร้อมกับบทสนทนาสัพเพเหระของทุกคน

“รัณลองกินอันนี้สิ อร่อยนะ”

“กะ...รัณกินเองได้”

เพลิงตักกุ้งตัวใหญ่ในถ้วยแกงแล้วยื่นมาจ่อปากอรัณ ด้วยความที่เป็นคนปากไวอรัณเกือบหลุดปากใช้สรรพนามแทนตัวเองอย่างที่เคยชิน แต่ยังดีที่ยั้งปากกลืนคำลงไปได้ทัน ไม่อย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไม่อยากจะคิด

และมันก็เข้าทางเพลิงพอดี เพราะเขารู้ดีว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่อรัณที่ดื้อและปากร้ายจะต้องถูกซ่อนไว้ไม่ให้ออกมาแผลงฤทธิ์ เพลิงยิ้มตาหยีให้อรัณที่ทำหน้าเบื่อโลกที่มองเขาอยู่ สุดท้ายคนข้างๆก็อ้าปากงับช้อนที่เขายื่นจ่อปากค้างไว้ แน่นอนว่าถ้าไม่มีสายตาทั้งสามคู่ของคนร่วมโต๊ะที่จับจ้องมายังพวกเขาทั้งสอง ไม่มีทางที่อรัณจะโอนอ่อนให้เพลิงเป็นแน่ ซ้ำร้ายกว่านั้นวาจาร้ายๆต้องถูกพ่นออกมาจากปากบางแน่ๆ

“น่ารักมาก”

มือเรียวยกขึ้นมาหยิกแก้มอรัณอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วหันไปสนใจข้าวใจจานตัวเองต่อ ส่วนอรัณก็ได้แต่เข่นเขี้ยวเข่นฟันกับตัวเอง ในสายตาของคนที่จับตามองทั้งคู่อยู่กลับมองว่ามันน่ารัก และทำให้กองเชียร์ที่คอยลุ้มใจชื้นไปตามๆกัน

"ไหนๆลูกทั้งสองก็หมั้นกันมาสักพักแล้ว ลูกควรจะได้เวลาศึกษากันอย่างจริงๆจังๆแล้วนะ"

น้ำเสียงสบายๆพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบเรียกให้ทุกคนหันไปสนใจ

"..."

"อะไรเหรอหม่ามี๊" เพลิงถาม

"ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์เอาฤกษ์ก่อนฮันนีมูนดีมั้ยจ๊ะ"

อรัณเผลอเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อพอจะเดาความหมายของประโยคนั้นออก เธอส่งสายตาไปทางตุลการณ์อย่างขอความช่วยเหลือ แต่ที่น่าผิดหวังคือคนเป็นพ่อแค่ยักใหล่ส่งให้เธอแล้วหันไปคุยกับเรื่องธุรกิจไตรภพต่อ อรัณไม่อยากจะหันไปมองเพลิงแม้แต่นิด

"ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะน้องเพลิง"

"คือที่จริงอรัณมีแพลนนัดกับเพื่อนเที่ยวหลังจบโปรเจคแล้วนะคะ"

อรัณพยายามใช้คำพูดที่ดูไม่หักหาญน้ำใจคนฟังให้มากนัก แม้จะลำบากใจที่ต้องพูด แต่ถ้าถ้าเอาแต่เงียบก็ไม่เป็นผลดีกับตัวเธอ

"เอ่อ...งั้น...ไว้ไปกับพี่เขาหลังจากหนูรัณไปเที่ยวกับเพื่อนเสร็จก็ได้จ๊ะ"

"รัณคิดว่าคงจะยาวน่ะค่ะ หวังว่าพี่เพลิงและคุณแม่จะเข้าใจ"

คุณหญิงวิลาเห็นท่าจะล่ม เธอจึงหันไปจอความช่วยเหลือจากตุลการณ์ที่ยิ้มน้อยๆให้เธอก่อนหน้าแล้ว ตุลการณ์รู้จักลูกเขาดีกว่าใคร เขาลูกดีว่าถ้าหากอรัณไหวตัวทันแบบนี้แล้ว แผนการที่วางไว้มีหวังล่มไม่เป็นท่า แต่ในเมื่อเขารู้จักความร้ายของอรัณแล้วเขาก็ต้องรู้วิธีที่จะสยบลูกสาวตัวเอง

"งั้นแพลนกับพี่เพลิงพับไว้ก่อนก็ได้ ถ้ารัณไปเที่ยวเสร็จค่อยว่ากันอีกทีก็ได้ครับ"

เมื่อได้ยินที่คนเป็นพ่อพูดหญิงสาวก็หายใจคล่องขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยตุลการณ์ก็ยังพอจะเห็นใจเธออยู่บ้าง แต่ลางสังหรณ์มันก็ยังโชยกลิ่นตุๆไม่หายอยุ่ดี

“แต่พี่ก็อยากไปเที่ยวกับรัณ” น้ำเสียงอ่อยๆของเพลิงเรียกให้อรัณหันไปสนใจ

“รัณนัดกับเพื่อนไว้แล้วนี่นา ไม่เอาน่า ไม่ทำหน้าบูดสิที่รัก”

อรัณหันไปเชยคางมนของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รอยยิ้มจอมปลอมจงใจปั้นส่งให้กับเพลิงที่นั่งทำหน้าบูดมองเธออยู่ คิ้วเรียวเลิกขึ้นมองเพลิงอย่างผู้มีชัยมันยิ่งทำให้ใบหน้าหล่อบูดบึ้งหนักกว่าเดิม



หน้าบ้านหลังโตมีสวนธรรมชาติร่มรื่นที่มีจุดเด่นเป็นบ่อปลาคาร์ฟขนาดกว้างกินพื้นที่พอสมควรมีอรัณนั่งเงียบๆอยู่คนเดียว เดิมดีว่าจะออกมาคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วจะกลับเข้าบ้าน  แต่เมื่อได้เดินสำรวจและสัมผัสกับธรรมชาติของต้นไม้ในสวนก็เหมือนกับถูกความเงียบและความเย็นสบายจากธรรมชาติรั้งตัวไว้จึงทำให้อรัณทิ้งตัวลงนั่งที่ระเบียงหน้าบ่อปลาคาร์ฟ  บรรยากาศเย็นสบายที่ไม่ได้มาขากเครื่องปรับอากาศทำให้เคลิ้มและน่านอนขึ้นไปอีก 

 ระเบียงไม้ยาวหน้าบ่อปลาคาร์ฟที่นั่งอยู่มันมีพื้นที่ใหญ่และกว้างพอให้ร่างของคนๆหนึ่งนอนได้แน่นอน อรัณไม่สนใจสิ่งอื่นใดแล้วในตอนนี้  ร่างโปร่งเอนกายลงนอนอย่างไม่ลังเล ความเงียบและความมืดเข้าปกคลุมบริเวณเมื่อเธอหลับตาลง ต้นไม่ใหญ่ทำหน้าที่เป็นหลังคำกำบังแดดพริ้วไหวเมื่อมีลมพัดผ่าน บรรยากาศรอบๆช่วยดึงสติของอรัณดำดิ่งไปเรื่อยๆ 

เพลิงเดินตามหาอรัณไปทั่วบ้าน หลังจากที่เขาขึ้นห้องนอนไปเอาของใช้บางอย่าง และเมื่อลงมาไม่พบคู่หมั้นเขาก็ต้องหา ในใจเผลอคิดว่าอรัณหนีกลับไปก่อนแล้ว แต่เมื่อเดินออกมาดูยังโรงรถ ก็ยังมีรถหรู้คันสีดำจอดอยู่ดังเดิม 

 "ไปไหนนะ"

 ร่างสูงพูดกับตัวเองพร้อมสอดส่องสายตาไปทั่ว เขาเตรียมจะเดินหันหลังกลับเข้าไปในตัวบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเท้า ความตั้งใจว่าจะไปหาคู่หมั้นในบ้านเปลี่ยนเส้นทางเป็นสวนธรรมชาติของบ้านแทน เดินเข้าไปไม่ลึกมากก็เจอคนที่ตามหาอยู่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนระเบียงไม้ยาวหน้าบ่อปลา  เขาระบายยิ้มน้อยๆให้กับภาพที่เห็น สองเท้าจากที่เดินมาปกติติค่อยๆย่องเบา ลงน้ำให้น้อยลง ไม่ทำเสียงรบกวนให้แก่คนที่หลับใหลได้ตื่น 

 "น่ารักจัง" 

 ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะบ่งบอกให้เพลิงรู้ว่าอรัณหลับจริง และคงจะหลับลึกน่าดู ใบหน้านิ่งสวยดูผ่อนคลาย เขายอบกายลงนั่งข้างๆที่อรัณนอน ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับอรัณเพื่อให้สะดวกแก่การมองสำรวจใบหน้ายามหลับใหลของอีกคน  ริมฝีบากระบายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนร่างที่นอนอยู่เบื้องหน้าขยับดิ้นยุกยุกเหมือนไม่สบายตัว เพลิงจึงลุกขึ้นยืนเขาอาสาใช้ขาของตัวเองเป็นหมอนให้อรัณได้หนุนนอน 



ร่างกายล่องลอยเบาหวิวราวกับว่าไม่ได้ยืนอยู่ด้วยขาตัวเอง ความสนใจเพ่งเล็งอยู่ที่สองร่างเล็กที่สูงไม่พ้นเอวเธอ เด็กหญิงตัวเล็กที่มีใบหน้าคล้ายกับอรัณในวัยเด็กกำลังยืนคุยกับเด็กผู้ชายอีกคนที่ยืนหันหลังให้เธออยู่

"ทำไมไม่คุยกับอรัณล่ะ"

"ทำไมคุณรัณต้องกอดซุปเปอร์"

ใบหน้าจิ้มลิ้มเจือไปด้วยความหม่นหมอง เธอจ้องมองคู่สนทนาไม่วางตา และใบหน้านั้นมันเหมือนกับอรัณในตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน อรัณไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมองเด็กทั้งสอง ดูเหมือนจะฝืนร่างกายและความคิดของตัวเองไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“ก็ซุปเปอร์ร้องไห้อยู่”

“ลูกผู้ชายร้องไห้ได้ ก็หยุดร้องไห้เองได้” น้ำเสียขุ่นเคืองเอ่ยขึ้น

“ก็อรัณไม่รู้นี่ แต่พอกอดแล้วซุปเปอร์ก็หยุดร้องไห้เลยนะ”

“คุณเพลิงโกรธอรัณแล้วนะ!”

เจ้าของเสียงเล็กเจ้าอารมณ์ยกแขนป้อมขึ้นมากอดอกแล้ววางท่าข่มอีกคน อรัณที่เห็นเหตุการณ์ยังอดหมั่นใส้ไม่น้อย ในใจอยากจะเดินเข้าไปบิดแก้มสั่งสอนใจของร่างนั้นให้ช้ำจนร้องไห้จ้าซะให้เข็ด โทษฐานที่ทำให้อรัณตัวน้อยต้องรู้สึกไม่ดี

“ทำไมล่ะ..”

“ไม่บอกหรอก แล้วห้ามไปกอดคนอื่นอีกนะไม่อย่างนั้นคุณเพลิงจะไม่คุยด้วย 1 วัน"

"ถ้าคนอื่นมากอดอรัณล่ะ" อรัณในเวอร์ชั่นตัวเล็กมีสีหน้าลังเลใจ

"ก็บอกว่าคุณเพลิงไม่ให้กอด"

"แล้วถ้าอรัณอยากกอดล่ะ"

"ก็กอดคุณเพลิง"

"ก็ได้ ถ้าอรัณอยากกอดอรัณจะบอกคุณเพลิงนะ"

เด็กหญิงตัวน้อยเผยยิ้มกว้างสดใสก่อนจะคว้าเอามือของอีกฝ่ายมาจับ  เด็กหญิงตัวเล็กกุมมือเด็กผู้ชายอีกคนวิ่งมาทางอรัณ ทำให้คนที่ลอบมองอยู่ได้เห็นใบหน้าของเด็กชายอีกคนชัดๆ อรัณชะงักงัน เธอไม่แน่ใจว่าเด็กชายคนนั้นใช่คนที่เธอคิดหรือไม่ แต่แล้วทั้งร่างก็เหมือนถูกกระชากอย่างแรงพร้อมกับความมืดที่กลับมาอีกครั้ง



 เพลิงนั่งมองอรัณไปเพลินๆเขาถ่ายรูปเก็บไว้ดูด้วย ทั้งรูปคู่และรูปเดี่ยวยามหลับของอรัณ นั่งไปสักพักเขาเมื่อยจึงเผลอขยับขาเล็กน้อย เป็นผลให้ปลือตาคนที่นอนอยู่ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา 

 "ตื่นแล้วเหรอ"

“...”

แม้จะหงุดหงิดที่ถูกดึงจากนิทรา แต่อรัณก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมามาก แต่เธอกลับแปลกใจมากกว่าที่ตื่นขึ้นมาก็เจอเพลิงที่ใช้ขาแทนหมอนให้เธอหนุนนอน บรรยากาศรอบๆมันดึงสติให้ดิ่งลงไปลึกขนาดที่ว่าไม่รับรู้ว่าใครทำอะไรกับตัวเองบ้าง

ใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กทั้งสองคนในความฝันสั้นๆมันฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ที่ยังติดตรึงก็คือใบหน้าของเด็กผู้ชายขี้งอนที่เรียกแทนตัวเองว่าคุณเพลิงมันฉายซ้อนทับใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่ก้มลงมามองเธอ

“หงุดหงิดเหรอ พี่ขอโทษนะ” เพลิงเริ่มหน้าเสียที่เห็นอรัณเอาแต่เงียบและจ้องหน้าเขาไม่วางตา 

 "มาตั้งแต่เมื่อไหร่"

 "สักพักแล้ว ขอโทษที่ทำให้ตื่นนะ" 

 "ไม่หรอก ยังไงก็ขอบใจนะ"

ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดปากที่อ้าหาววอดๆ อรัณสูดหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้งแล้วตั้งใจจะเดินออกจากสวนไปยังตัวบ้าน 

 “โอ๊ย!” 

 ด้วยความที่ต้องการจะลุกตามอรัณไปโดยไม่ทันรู้ตัวว่าขาของตัวเองมันไร้ความรู้สึกก็ทำให้เจ้าของก้นจ้ำลงไปกับที่นั่งอีกครั้ง อรัณหันกลับมามองเพลิงที่ทำหน้าเหยเกอยู่กับที่

"เป็นอะไร" 

 "ลุกไม่ขึ้น เหน็บกิน" 

 อรัณตัดสินใจเดินกลับไปที่เดิมอีกครั้งทำเอาเพลิงยิ้มหน้าแป้น  เดิมทีใบหน้าหล่อนั้นบูดบึ้งเพราะคิดว่าอรัณต้องทิ้งเขาไว้จนกว่าเหน็บจะหายแล้วให้เดินตามไปอีกที แต่เมื่อเห็นหญิงสาวเดินกลับมาอีกครั้งก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ 

 "มา" 

 มือเรียวถูกยื่นไปตรงหน้าเพลิง เขาช้อนตามองอรัณอย่างมีเลศนัยก่อนจะคว้ามือนั้นไว้  เขาอาศัยแรงดึงที่ไม่มากของอรัณโผตัวเข้าหาคนข้างหน้าเต็มที่ สองแขนตวัดโอบรัดเอวบางอัตโนมัติ อรัณเสียหลักเซไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่อเพลิงโผกายเข้าหาเธอ

 "มึงนี่มัน..." 

 "อ๊า อย่าขยับนะรัณ เดี๋ยวล้ม ขาพี่ชาไปหมด"

เพลิงยื้ออรัณไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนไปไหน เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนด่าอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อได้ใกล้ชิดกับอรัณในระดับนี้แล้วเขายอมรับว่าคุ้มไม่น้อย แต่คำตอบของอรัณก็ทำให้เขาอึ้งเพราะคิดคาดจากที่คิดไว้ 

 "เห็นแก่ที่ให้หนุนตักนะ" 

"งั้นคราวหน้าหนุนบ่อยๆก็ได้นะ รู้สึกพี่จะชอบเป็นเหน็บชาแล้วล่ะ" 

เพลิงผละตัวออกมาเพื่อมองอรัณแต่ถึงกระนั้นแขนทั้งสองข้างก็ยังไม่ปลดปล่อยพันธะให้เอวบางเป็นอิสระ รอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวเรียงกันสวยถูกส่งให้คนในอ้อมกอด อรัณเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เธอยกมอขึ้นมาเกาปลายจมูกเบาๆแล้วขมวดคิ้วเรียว 

 "ยิ้มอะไรนักหนา" 

 "ก็คนมันมีความสุข" 

 "ปล่อยได้แล้ว"

อรัณเริ่มขืนตัวน้อยๆทำให้เพลิงต้องคลายแรงกอดออกอย่างอ้อยอิ่ง ไม่วายใช้น้ำเสียงออดอ้อนพูดกับอรัณ 

 "แต่ยังยืนไม่ตรงเลยอะ" 

 "งั้นก็ลงไปนั่งจนกว่ามันจะหาย" 

 "งั้นหายแล้วก็ได้"

เพลิงรีบจ้ำอ้าวตามอรัณไปเมื่ออีกฝ่ายเดินปลีกตัวเดินนำหน้าไปแล้ว

"แล้วเย็นนี้รัณจะไปนอนห้องพี่มั้ย" 

 "ไม่ไปได้เหรอ" อรัณหันไปเลิกคิ้วถามคนที่ตั้งคำถามกับเธอ 

 "ไม่ได้"

อรัณรู้คำตอบของเพลิงอยู่แล้วและเข้าใจว่ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะต่อต้านแบบคนดื้อดึง ซึ่งเธอไม่ใช่คนอย่างนั้นอยู่แล้ว และการอยู่อยู่เพลิงมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย อิสระก็ยังคงอยู่แต่ต่างจากชีวิตก่อนๆก็คือต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งร่วมกับคนๆหนึ่งเท่านั้นเอง

 "แต่เย็นนี้กูมีนัดกับเพื่อน กลับช้านะ" 

 "โอเค งั้นพี่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนนะ" 

 "อือ”




“หนูมาลี มาหาอรัณมา”

หลังจากไปส่งเพลิงยังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแล้วอรัณก็บึ่งรถมายังบ้านฮ่องเต้ทันทีเพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มได้โทรนัดเธอมาที่บ้านเพื่อจะคุยเรื่องการวางแผนทริปไปเที่ยวกัน

ร่างโปร่งในชุดสบายยอบกายลงนั่งเมื่อเห็นสุนัขตัวโตวิ่งลิ้นห้อยเข้ามาหาเธอ หางที่เต็มไปด้วยขนฟูยาวสะบัดไปมาบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังตื่นเต้น มันวิ่งไปรอบๆอรัณเหมือนจะชวนเล่นด้วย  เจ้าของบ้านที่เดินออกมายืนมองเจ้าตัวโตที่เกาะแกะเพื่อนเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“กูจะเอามันไปปล่อยป่าแล้วนะ”

น้ำเสียงทุ้มเข้มเรียกให้อรัณละความสนใจจากหนูมาลีให้เงยหน้าขึ้นไปมอง ร่างสูงของฮ่องเต้กอดอกมองไปยังสุนัขตัวโตที่พยายามเอาหัวมันดันแขนอรัณอย่างออดอ้อน

“ถ้ามึงทำก็ไม่ต้องมานับกูเป็นเพื่อนอีก”

ประโยคที่ตอบกลับไปก็ใช้น้ำเสียงจริงจังไม่แพ้กัน อรัณพอจะเข้าใจว่าสุนัขพันธุ์นี้นิสัยค่อนข้างซนแต่ด้วยความผูกพันธ์ที่มีให้ตั้งแต่เอามาเลี้ยง ทำให้เธอมั่นใจเกินครึ่งว่าชายหนุ่มไม่สามารถทำตามที่พูดได้

“มันกัดรองเท้ากูพัง รองเท้าคู่เกือบแสนเลยนะมึง” ฮ่องเต้พูดอย่างหัวเสีย

“โทษใครได้ มึงเก็บดีเกินไง”

“กูเก็บไว้ในห้องนอนเลยนะ แม่งแอบเข้าห้องนอนกู”

“ถ้ามึงไม่เปิดประตูทิ้งไว้หนูมาลีจะเข้าไปได้เหรอ” อรัณขยี้หัวหนูมาลีอย่างหมั่นเขี้ยว

“อรัณ กูเพื่อนมึงนะ มึงเข้าข้างหมามากกว่ากูเนี่ยนะ” ฮ่องเต้เริ่มหัวร้อน

“ใช่ มึงเป็นเพื่อนกู แต่ถ้ามึงเอาหนูมาลีไปปล่อยเราก็เป็นแค่คนแปลกหน้า”

แน่นอนว่าเหตุผลล้านแปดก็แพ้ความลำเอียงของอรัณ ยิ่งพูดก็เหมือนจะยิ่งอารมณ์เสียที่อรัณเอาแต่เข้าข้างหมายักษ์ เขาจึงเลือกที่ยอมแพ้แล้วเปลี่ยนประเด็น

 “ให้ตายเถอะ แล้วทำไมมาเร็วจังวะ”

“ว่าง”

“กินไรยัง เข้าบ้านเถอะ”

ชายหนุ่มยื่นมือไปให้อรัณที่นั่งยองๆอยู่จับแล้วรั้งร่างโปร่งขึ้นยืน ทั้งสองเดินตีคู่กันเข้าไปในตัวบ้าน

“ยังอะไม่หิว ค่ารองเท้าเท่าไหร่ เดี๋ยวโอนคืนให้”

“ไม่ต้องอะกูจะคิดว่าเสียค่าโง่แล้วกัน”

“ก็โง่จริงนั่นแหละ”

อรัณหัวเราะให้เพื่อน เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าอรัณไม่ได้อยู่ในโหมดตึงเครียดแล้วเขาจึงเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มเปิดประเด็นของการนัดพบปะในครั้งนี้ เขานั่งลงข้างๆอรัณบนโซฟาห้องรับแขก

“รัณ คือจริงๆไอ้พวกนั้นมันไม่มานะ”

“มีอะไรรึเปล่า” อรัณหันกลับไปเลิกคิ้วถามฮ่องเต้

“คือกูเป็นตัวแทนของทุกคนมาบอกมึงว่า...ทริปเที่ยวของพวกเราปีนี้ล่มว่ะ”

“ขอเหตุผล”

“เริ่มจากไอ้พี่ก่อนเลยนะ พ่อกับแม่มันส่งตั๋วเครื่องบินมาจากเมกา ให้มันบินไปหา พึ่งบินไปเช้านี้เอง ส่วนไอ้โม ที่บ้านมันลากคอไปออกทริปครอบครัวแล้ว ส่วนไอ้เปอร์หม่อมชื่นเรียกตัวมันกลับวัง ทะเลาะกับแม่มันเกือบตัดแม่ตัดลูก”

“....”

“และกู... พ่อโทรมาบอกว่าให้บินไปดูงานที่เมกาอาทิตย์หน้า”

“....”

“คือพวกกูพยายามแล้วจริงๆนะมึง”

ฮ่องเต้เริ่มใจเสียเมื่อเห็นอรัณยังคงสีหน้าเรียบเฉยและไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา อย่างน้อยด่าเขาออกมาสักประโยคก็ยังไม่อึดอัดเท่านี้

“อืม เข้าใจแล้ว กูกลับก่อนนะ”

“รัณ มึงโกรธพวกกูใช่ไหม”

ฮ่องเต้ดีดตัวลุกจากที่นั่งตามอรัณทันทีเมื่อเห็นว่าอรัณกำลังจะไป

“ไม่ได้โกรธหรอกเข้าใจแล้ว กูอยากออกไปเล่นกับหนูมาลี”

“กูไปเล่นด้วยได้ไหม” ฮ่องเต้เอ่ยปากขออนุญาตอรัณ ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของบ้านก็ตาม

“ขออยู่คนเดียวนะ”

“ขอโทษจริงๆนะมึง ไม่ใช่ว่าพวกกูไม่อยากไป มึงก็รู้ว่าพวกเรารอช่วงนี้กันมาตลอด”

“อย่าทำให้กูรู้สึกผิดไปมากกว่านี้เลย กูก็คงไม่ต่างจากพวกมึงเหมือนกัน”

“ยังไงวะ”

“ไปละ ไว้ถ้าพวกมึงกลับมาแล้วก็ติดต่อกูมาแล้วกัน”

อรัณไม่รอประโยคล่ำลาหรืออะไร เธอเดินออกบ้านไปมองหาเจ้าตัวขนปุยก็พบว่ามันนอนเล่นอยู่กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ในปากมีลูกบอลสีสดใสคาบอยู่ ร่างโปร่งเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปหามัน ดูเหมือนมันกำลังเข้าใจว่าอรัณกำลังเดินมาเล่นกับมัน ตามสัญชาตญาณของสุขนัขก็คือหางปุยโปกสะบัดไปมาพร้อมกับใบหูผึ่งตั้ง

“เหงามั้ย อรัณนั่งด้วยสิ”

อรัณพูดกับมันราวกับว่าเจ้าตัวขนปุยจะเข้าใจ เธอนั่งลงข้างๆหนูมาลีพร้อมกับลูบหัวมันสองสามทีด้วยความเอ็นดู ลูกบอลที่เปื้อนไปด้วยน้ำลายทั้งลูกถูกคายวางลงบนตักหญิงสาว อรัณเลิกคิ้วมองเจ้าตัวยักษ์ขนสีน้ำตาลแดงอย่างขบขัน

“ขอโทษนะ อรัณไม่มีอารมณ์เล่นเลย”

มันครางหงิงๆออดอ้อนหญิงสาวแล้วค่อยๆคลานหมอบมาใกล้ๆแล้วเอาคางเกยขาเรียวไว้ อรัณยกมือขึ้นมาลูบหัวมันอีกครั้งด้วยความเอ็นดู ถ้าหากไม่ติดว่าต้องอยู่ที่คอนโดอรัณคงจะขอหนูมาลีไปเลี้ยงที่บ้านแล้ว แต่เพราะไม่ได้มีเวลามาเล่นด้วยได้บ่อยๆจึงไม่อยากเอามันไปปล่อยเหงาไว้ที่บ้าน อย่างน้อยอยู่ที่บ้านซุปเปอร์ก็ยังมีคนสวนหรือเหล่าแม่บ้านเล่นกับมันคลายเหงาไปบ้าง

ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพ่นออกมาเพื่อระบายอารมณ์อัดแน่นข้างใน ภายใต้สีหน้าเรียบนิ่งของอรัณคือความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิง ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สาเหตุของการล่มทริปในครั้งนี้ว่าเกิดจากอะไรมันทำให้เธอรู้สึกผิดกับเพื่อนๆไม่น้อย  อรัณน่ะร้าย แต่ที่ร้ายกว่าอรัณก็คือตุลการณ์ สองตระกูลกำลังวางตารางหมากและกำลังจะเดินหมากกัน แต่เกมครั้งนี้มันไม่สามารถเดาทางได้ เพราะตัวหมากในตารางดันมีชีวิตนี่สิ










.....................................................................................  บอกแล้วเหนือรัณยังมีตุลการณ์5555555555555

พูดกับหมาเพราะกว่าเมียก็มีอรัณนี่แหละ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว