facebook-icon

มันสุดติ่ง ฟินสุดใจ กด ถูกใจนิยาย เป็นแรงใจแรงปั่นให้เค้าด้วยนะคะ จุ๊บๆๆ

บทที่ 2 นาย...กวิน รังสิมันต์...

ชื่อตอน : บทที่ 2 นาย...กวิน รังสิมันต์...

คำค้น : น้ำตาลไพร, เอลยา, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกพ่อเลี้ยง, นางเอกแก่นเซี้ยว

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มิ.ย. 2560 05:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 นาย...กวิน รังสิมันต์...
แบบอักษร

สิบปีที่แล้วนายเควิน หรือ กวิน รังสิมันต์ ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษร่างสูงโปร่งวัยยี่สิบสองปีได้แบกเป้มากับกลุ่มเพื่อนฝรั่งหลายคน เข้ามาตั้งแคมป์ในเขตป่าในหุบเขาใกล้หมู่บ้านของสริณาอยู่หลายวัน 

จากนั้นด้วยความติดอกติดใจในธรรมชาติที่ยังสวยงามและเขียวขจี ติดใจชีวิตที่สงบเรียบง่ายของชาวบ้านทำให้ปีต่อมาเมื่อเขาจบปริญญาโทจากอังกฤษ นายกวินก็ได้เข้ามาซื้อที่ดินบนเนินเขาของลุงแจ่มจำนวนร้อยไร่ที่ขายให้ก่อนลุงแกจะย้ายไปอยู่กับลูกสาวที่กรุงเทพฯ

นายได้สร้างบ้านไม้สักหลังใหญ่ขนาดห้าห้องนอนหลังนี้ขึ้นมา แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ มีครัวฝรั่งอยู่บนบ้าน ตรงชั้นล่างนั้นปูกระเบื้องลายสวย มีชุดรับแขกไม้สักตั้งอยู่ ด้านหลังมีครัวไทยห้องน้ำและห้องพักขนาดเล็กสองห้องสำหรับแขกหรือคนงานหากจำเป็นต้องมีใครมาค้าง สำหรับชาวบ้านแถวนี้แล้วบ้านของนายถือว่าสวยงามโอ่อ่าราวกับเป็นจวนผู้ว่าฯ เลยทีเดียว

ต่อมานายกวินก็เป็นผู้ช่วยเดินเรื่องนำไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้ รวมถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็นที่ทางผู้ใหญ่บ้านได้พยายามขอไปอยู่หลายปีดีดักแล้วแต่ก็ล่าช้าไม่มีความคืบหน้าเลยนั้น สริณาก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายกวินเส้นใหญ่มาจากไหนถึงได้วิ่งเต้นดำเนินเรื่องที่คาราคาซังนี้ให้ชาวบ้านจนในที่สุดหมู่บ้านป่าแห่งนี้ก็มีไฟฟ้าใช้เหมือนชาวบ้านชาวช่องผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศ

หมู่บ้านปางผาหมอกแห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาในจังหวัดภาคเหนือ  เป็นหมู่บ้านชาวไทยที่อยู่เชิงเขาห่างไกลกับความเจริญทั้งหมดทั้งมวล มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ติดกันอีกสองหมู่บ้านซึ่งก็พลอยได้อานิสงส์เรื่องไฟฟ้าไปพร้อมกับหมู่บ้านปางผาหมอกด้วย 

หมู่บ้านนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้านใหญ่ที่เป็นตำบลตั้งอยู่ตรงปากทางประมาณยี่สิบกิโลเมตร  ห่างจากอำเภอซึ่งต้องลงเขามาเจ็ดสิบกิโลเมตร อยู่ห่างจากตัวจังหวัดถึงร้อยกว่ากิโลเมตร หากขึ้นเลยหลังเขาไปก็เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผาม้ง

ชาวบ้านส่วนใหญ่ก่อนที่นายกวินจะเข้ามาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ต่างก็มีอาชีพเกษตรกรรมตามมีตามเกิดและอาชีพหาของป่าเข้าไปขายในตลาดของตำบลหรืออำเภอ แต่หลังจากนายเข้ามา นายก็เริ่มปลูกส้มและมะม่วงพันธุ์ต่างๆ ที่เป็นที่ต้องการของตลาดในพื้นที่ร้อยไร่ของ ‘ไร่รังสิมันต์’

นายนำเอาวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาใช้ รับชาวบ้านทั้งในหมู่บ้านนี้และหมู่บ้านอื่นรวมถึงชาวเขาเข้ามาทำงานในไร่ จนมาถึงเวลาปัจจุบันนี้ ส้มและมะม่วงจากไร่รังสิมันต์ส่งขายต่างประเทศและในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ส่วนตลาดใหญ่ก็มีรถเข้ามารับซื้อเอง 

ผลผลิตที่มีคุณภาพเกินมาตรฐานทำให้นายไม่เคยง้อลูกค้า มีแต่คนมาง้อ นายกวินคงจะเส้นใหญ่พอดูเห็นพ่อบอกว่าที่อังกฤษก็มีคนคอยดูแลเรื่องการตลาดให้อีกด้วย

สริณาเคยยุให้นายทำไร่ให้เป็นรีสอร์ทเหมือนสวนส้มที่โด่งดังแต่นายไม่สนใจ นายต้องการชีวิตที่สงบสุข สริณาแอบได้ยินพ่อสุพลของหล่อนที่เป็นผู้ใหญ่บ้านเคยเล่าว่านายเป็นลูกผู้ลากมากดีจากกรุงเทพฯ นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิตตั้งแต่ชาตินี้จนถึงชาติหน้าโน่นเลยล่ะ

แต่พ่อว่านายสงสารชาวบ้านอยากเห็นพวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นายจึงหาเรื่องทำไร่นี้ขึ้นมา แต่ก็ไม่ต้องการทำใหญ่โตเป็นพาณิชย์เชิงท่องเที่ยวเหมือนที่อื่นเพราะนายเบื่อคนและไม่ต้องการนำความวุ่นวายมาสู่หมู่บ้านอันสงบสุขแห่งนี้ นายหนีผู้คนมาจากเมืองใหญ่ไม่มีทางที่นายจะพาคนเมืองมาที่นี่แน่นอน โครงการทำรีสอร์ทโฮมสเตย์เหมือนที่สริณาเคยยุนายก็เป็นอันต้องพับเก็บไป

ดังนั้นหมู่บ้านปางผาหมอกของสริณาจึงยังคงอยู่กันอย่างสงบสุขและดำรงชีวิตอย่างพอมีพอกินและพอเพียงกันเรื่อยมา โดยมีผู้ใหญ่บ้านสุพล ไพรวสันต์ เป็นผู้นำและมีนายกวินเป็นที่พึ่งและเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง

“เรื่องหนังสือหนังหาไปถึงไหนแล้ว?”

สริณาได้ยินเสียงห้าวของกวินเอ่ยถามมาจากกระได เด็กสาวหันไปชำเลืองมองแว๊บหนึ่ง ร่างสูงใหญ่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสอดชายเสื้อเข้าในกางเกงยีนส์ซีดคาดเข็มขัดหนัง หวีผมเรียบ แสดงว่าพร้อมสำหรับวันใหม่แล้ว วันนี้นายเข้าจังหวัดแต่งตัวซะหล่อเฟี้ยว

หล่อนกำลังให้ข้าวไอ้ดาก เพื่อนผู้ซื่อสัตย์...ที่มีชื่อฝรั่งว่า...ไอ้ดาร์ค ตามนายเรียก ชื่อจริง คุณทวาร...อยู่ตรงหน้าบ้าน บ้านบนเนินเขาของนายกวิน อยู่ตรงส่วนด้านข้างของไร่รังสิมันต์ นายทำรั้วแยกเป็นสัดส่วนมีถนนคอนกรีตเข้าไปถึงส่วนด้านหลังโดยไม่ต้องยุ่งกับพื้นที่ส่วนตัว 

ในบริเวณรั้วรอบบ้านมีต้นไม้น้อยใหญ่รายล้อมร่มรื่น ด้านหลังมีซุ้มศาลาไม้ที่เอาไว้ดูพระอาทิตย์ตกเหลี่ยมเขา สริณามักแอบมานอนเล่นเวลารู้สึกเซ็งนาย ด้านหลังลึกเข้าไปเป็นพื้นที่สำหรับปลูกส้ม มะม่วงและเกษตรแนวผสมผสานทั้งหมด 

ไอ้ตัวดีทำเป็นไม่ได้ยิน เวลาเขาพูดเรื่องเรียนขึ้นมาเมื่อไหร่หล่อนมักทำเฉไฉเช่นนี้เสมอ

หล่อนจบมัธยมปลายเมื่อสองปีก่อน โดยมีเขาเป็นผู้เคี่ยวเข็ญ จากนั้นกวินคิดว่าจะส่งหล่อนไปเรียนในเมืองหรือในกรุงเทพฯ ให้อยู่กับท่านย่าของเขา แต่สริณาไม่ยอมท่าเดียว

“อยู่บ้านนอกจะเรียนทำไมนักหนานาย ม.6 นี่ก็เลิศสะแมนแต็ลแล้ว” หล่อนเถียง

“เรียนหนังสือมีความรู้จะได้ทันคนเขา”

เสียงห้าวของนายเอ่ยสั่งสอน แต่พอพูดเสร็จก็นึกขึ้นได้ว่าเวลานี้ไอ้ตัวแสบมันเกินคนไปแล้ว ไม่มีใครทันมันเท่าไหร่แม้แต่เขาก็ต้องเกาหัวไปกับมันในบางที...ไอ้ตัวเล็กหัวไวเป็นลิงฉลาดเป็นกรด

“เรียนไว้จะได้มีงานดีๆ สบายๆ ทำเวลาโตขึ้น”

“ตาลก็สบายดีแล้วนี่ อยู่ที่นี่กับนาย... งานสบายๆ ไม่เห็นต้องเรียน... เสียเวลาทำมาหากิน”

เวลาทำมาหากินของหล่อนก็คือ การแอบตั้งวงไฮโลกับพวกคนงานที่มีเป็นร้อยของไร่รังสิมันต์ มันเป็นเจ้ากับลูกน้องคู่ใจของมัน

“เวลาไม่มีฉัน เราจะได้พึ่งตัวเองได้ ไม่มีใครอยู่กับเราตลอดไปนะ”

“โอ้ย...พูดมากเหมือนพ่อเลย...นายจะรีบตายไปไหนหา...เรียนแล้วไปอยู่ในเมืองอยู่กรุงเทพฯ...ไม่เอา...ไม่สนุก...ตาลคิดถึงได้แสนดีกับไอ้ดาก...ถ้าตาลไปแล้วใครจะคุมไร่คุมลูกน้องให้นายฮึ? มีสมองคิดสินาย...”

น้ำเสียงขุ่นเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อถูกเคี่ยวเข็ญกับใบหน้าเล็กที่งอง้ำ เริ่มหาเหตุผลมาคัดง้างเขาได้เรื่อยๆ แบบนี้บ่งบอกว่าเขาเสียเวลาเปล่า...พูดไปเถอะ ไอ้เด็กนี่ไม่มีฟังหรอก หล่อนดื้อด้านถูไถเอาตัวรอดไปจนได้ ในที่สุดกวินจึงบังคับให้เด็กสาวเรียนทางไกล ทางไปรษณีย์ พอถึงเวลาก็ไปสอบทีหนึ่งที่สนามสอบในเมือง เวลานี้หล่อนจึงเรียนปีสองของมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง

“ตาล...”

“หือ?”

หล่อนชอบเลียนแบบการพูดของเขา

“พูดใหม่ ดีๆ...เป็นผู้หญิง พูดให้มันไพเราะ อย่ามา ‘หือ’ ใส่ฉัน”

เสียงเข้มดุเอา สริณาทำหน้าย่นเบ้ปากก่อนจะหันมาเท้าสะเอว

“นี่นาย...ประจำเดือนมารึไงห๊ะ...ตื่นมาก็บ่นแต่เช้า...บ่นเป็นยายแก่...เซ็งวุ้ยไอ้ดาก...ไปในไร่กันดีกว่า...ไอ้แสนดี...แสนดีโว้ย...”

หล่อนไม่ยอมตอบเขาอีกต่อไป ร่างเล็กสวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตกับกางเกงยีนส์ขาดตรงเข่าเหมือนนาย...หล่อนชอบก็อปปี้เขาตั้งแต่โตมานี่ เห็นเขาเป็นต้นแบบไปเสียเกือบทุกเรื่อง... ยกเว้นเรื่องดีๆ

“คืนนี้เอาหนังสือมาให้ฉันดู เข้าใจไหม?”

เสียงนายย้ำดังมาข้างหลัง น้ำเสียงบ่งบอกว่าเอาจริง

“สริณา...ได้ยินที่พูดไหม?”

ถ้าหากเรียกชื่อเต็มยศเมื่อไหร่แสดงว่า...อารมณ์เริ่มไม่โสภาและเอาจริงขึ้นมาเหมือนกัน

***************************************

มาอีกตอนค่า...เอาไปพอเป็นน้ำจิ้มก่อนนะคะ...เดี๋ยวอาหารหลักกำลังจะทะยอยตามมาค่ะ

รับรองน้ำตาลกับนายกวินไม่ทำให้นั่งหาวนานแน่นอน....อิอิ....

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว