facebook-icon

มันสุดติ่ง ฟินสุดใจ กด ถูกใจนิยาย เป็นแรงใจแรงปั่นให้เค้าด้วยนะคะ จุ๊บๆๆ

บทที่ 1 แม่น้ำตาลเปรี้ยว

ชื่อตอน : บทที่ 1 แม่น้ำตาลเปรี้ยว

คำค้น : น้ำตาลไพร, เอลยา, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกพ่อเลี้ยง, นางเอกแก่นเซี้ยว

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.9k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2560 14:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 10,200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 แม่น้ำตาลเปรี้ยว
แบบอักษร

“นาย เดินดีๆ สิวุ้ย ดื่มไม่บันยะบันยัง ทำให้คนอื่นลำบากเห็นไหมฮะ”

 คนตัวเล็กบ่นพึมพำให้กับคนตัวสูงที่หล่อนกำลังประคองขึ้นบันไดอย่างยากลำบาก บ้านไม้สักใต้ถุนสูงหลังใหญ่ที่หล่อนชอบ หากเวลานี้สริณานึกอยากให้บันไดมันมีน้อยขั้นกว่านี้สักหน่อย ด้วยคนตัวหนักที่แขนข้างหนึ่งเกาะตะบันราวบันได อีกข้างพาดไปบนไหล่บางของหล่อนนั้นแทบไม่ยอมยกเท้าเอาเสียเลยแถมดวงตายังจะปิดมิปิดแหล่

“ตัวหนักอย่างกับหมีควาย ยกเท้าสินาย เดี๋ยวก็ปล่อยให้นอนตากยุงมันตรงกระไดนี่หรอก” 

หล่อนพยายามดึงพยุงร่างสูงขึ้นไปจนถึงชานบ้านจนได้หากเต็มไปด้วยความทุลักทุเล

“เกือบถึงห้องแล้วนาย อีกนิดเดียว ก้าวเท้าเร็ว...อย่าเพิ่งหลับสิวุ้ย...น้าย” 

สริณาพร่ำเรียกกึ่งลากกึ่งประคองจนในที่สุดก็ดึงเขาเข้าไปถึงตรงเตียงไม้สักหลังใหญ่ หล่อนผลักร่างเขาให้ล้มตึงคว่ำไปบนที่นอน หากคนตัวสูงไม่ยอมยกแขนออกจากไหล่ทำให้หล่อนต้องพลอยล้มคว่ำลงไปด้วย

“อื้อหือ... นายหรั่ง...นายวิน...นายโว้ย...หนักฉิบหาย” 

เสียงเล็กตะโกนใส่หูดังลั่นอย่างเหลืออด ร่างสูงใหญ่ค่อยพลิกตัวจากนอนคว่ำหน้ามานอนหงาย พลางดึงร่างเล็กที่ล้มอยู่ใต้แขนขึ้นไปกอดก่ายบนหน้าอก

กวิน รู้สึกหนักอึ้งในหัวและดวงตาที่ไม่อยากจะลืมขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้หรืออะไรสักอย่างลอยมากระทบจมูกทำให้เขาซุกหน้าไปหากลิ่น...กลิ่นหอมที่ในความรู้สึกอันมึนเบลอบอกว่าคุ้นชินใจ

“เฮ้ย... นาย ปล่อยก่อน อะไรนี่ทำจมูกฟุดฟิดเหมือนหมา”

เสียงเล็กตะโกนลั่นโวยวายเมื่อจมูกของเขาฝังไปตรงซอกคอ

“หอม...อึ๊ก” 

เขาพึมพำก่อนจะพลิกร่างเล็กบางลงไปอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของตัวเอง ปากและจมูกก้มลงไปซุกไซ้ตรงที่คิดว่าเป็นที่มาของกลิ่นหอมทันทีไม่นำพาเสียงร้องโวยวายตะโกนลั่นๆ ทั้งมือทั้งเท้าทุบตีและเตะถีบ

“เฮ้ย นาย...หยุ๊ด หยุดๆๆ นี่เป็นหมาบ้าไปแล้วรึไงฮะ เฮ้ย...อุ๊บ” 

เสียงร้องประท้วงถูกกลืนหายไปในคอเมื่อริมฝีปากร้อนบดประกบลงมาเพราะรำคาญ สริณาดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ร่างสูงใหญ่ของนาย นี่เขาจะบ้าหรือยังไงทำไมมากัดปากหล่อนอยู่อย่างนี้ แถมยังส่งลิ้นเข้าไปในปากจนหล่อนลิ้มรสเหล้าเถื่อนอันร้อนแรงแทบจะอ้วก

มือใหญ่ดึงทึ้งเสื้อผ้าของหล่อนที่เป็นกางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืด ต่อมาก็เลื่อนมาเกาะกุมทรวงอกและบีบเค้นอย่างไม่ออมมือ สริณาเริ่มตกใจกับอาการของคนตัวใหญ่

“อื้อๆๆ...เฮ้ย...นาย...นายกวิน”

กวินชะงักมือที่กำลังลูบไล้ไปบนร่างนุ่มใต้ร่างสูงใหญ่ของเขา ใบหน้าคร้ามคมเงยขึ้นจากทรวงอกหอมที่กระเพื่อมขึ้นลงด้วยความตกใจของสาวน้อย

“ครายนี่...”

“เหอะ!...เมาจนไม่รู้หัวรู้ก้น นี่ไอ้ตาล...น้ำตาลโว้ย ปล่อยได้แล้ว บ้าฉิบหาย...หน็อย นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นนายโดนถีบไปแล้ว”

เสียงเล็กตะโกนใส่หน้าพร้อมกับผลักร่างใหญ่จนหงายหลังแผ่หลาไปกับฟูกหนา กวินยกมือขึ้นลูบหน้า ดวงตาที่มีเปลือกตาหนาแทบไม่อยากลืมขึ้นมาดูอะไร อยากจะหลับลูกเดียวเผื่ออาการปวดสมองตึ๊บนี่มันจะดีขึ้น เขาไม่น่าจะหลงดื่มไอ้เหล้าบ้านั่นที่เลาสู ผู้เฒ่าชาวเขาเอามาฝากเข้าไปเลย เสียชื่อนายกวิน คอทองแดงหมด

สริณาลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวดูร่างใหญ่ที่นอนหงายใช้ท่อนแขนก่ายหน้าผากหลับตาแน่น

“นอนอยู่เฉยๆ เดี๋ยวจะเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ น้ำท่าก็ไม่อาบสกปรกเหมือนไอ้ขี้เรื้อน”

เสียงบ่นด่าไม่เกรงใจก่อนร่างบางจะเดินออกไปยังห้องครัวไทยที่อยู่ข้างล่างหากะมังใบเล็กกลับขึ้นมาในห้องอีกครั้ง สาวน้อยตรงไปยังห้องน้ำส่วนตัวของนายที่อยู่ในห้องนอนใหญ่ของเขา

“นาย...ยกแขนขึ้น...จะเช็ดตัวให้...ธ่อโว้ย...”

คนตัวเล็กสบถให้กับคนตัวใหญ่ ใบหน้าเล็กใสงอง้ำด้วยความไม่สบอารมณ์ หล่อนไม่น่าหลวมตัวรับปากว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเขาเลย

“โอ้ย...” แล้วสริณาก็ต้องร้องเสียงดังเมื่อมือใหญ่ปัดป่ายมือที่กำลังเช็ดตรงหน้าเขาออกก่อนจะพลิกมาจับแล้วดึงจนล้มไปบนตัวของเขาอีกครั้ง

“เป็นบ้าอะไรวะนาย...ไอ้เฒ่าเลาสูมันเอาอะไรให้กระเดือกเนี่ยหา” 

เสียงร้องโวยวาย หากก็ต้องตกใจเมื่อเขาพลิกร่างหล่อนลงแล้วกดไปกับที่นอน

“ชูการ์...หอม” เสียงคนเมาพึมพำชื่อที่เขาเรียกหล่อนเวลาอารมณ์ดี ตอนเขามาที่นี่ใหม่ๆ นายพูดภาษาไทยไม่ชัดเพราะเพิ่งมาจากอังกฤษ ชื่อน้ำตาลของหล่อน นายจึงเรียกว่าชูการ์เฉย

“น้าย...บ้าฉิบ...หนักนะโว้ย”

“แม่น้ำตาลขมเหรอ...เอิ๊ก...”

อ้อ...ยังจำได้ แต่ไอ้ท่าที่เขากำลังซุกหน้ามาจูบไซ้ซอกคอทำให้สริณาต้องดิ้น ท่าทางไม่แน่ใจว่าหยอกล้อหรือเอาจริงกันแน่ เพราะตั้งแต่เล็กหล่อนขี่หลังเล่นกระโดดชกกระโดดกอดเขาจนกระทั่งโต ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถึงแม้ว่าหลังๆ มานี้พอหล่อนเริ่มโตขึ้นดูเหมือนนายจะทำตัวห่างเหินและไม่ยอมให้หล่อนถึงเนื้อถึงตัวมากนักก็ตาม

“เออ...น้ำตาลเอง...หยุ๊ดๆๆ...อย่ากัด นายวิน...นี่ไม่ใช่แม่สาวนมใหญ่ของนายนะ ปล่อย” 

เห็นผู้หญิงที่มาหาเขาเมื่อครั้งก่อนพยายามจะกัดเขาแบบนี้ หล่อนผลักเขาอีกครั้ง

“จริงเหรอ...หนาย...ขอดูหน่อย...อึ๊ก” 

เขาก้มหน้ามาซุกตรงหน้าอกที่มีเสื้อยืดสีดำของหล่อนสวมอยู่ เท่านั้นความอดทนเป็นอันสิ้นสุด เข่าแหลมกระแทกปึ๊กเข้าให้ที่ขาอ่อน จนคนเมาตาเหลือกขึ้นทันที สริณากระโดดผลุงลงจากเตียง

“ฉิบหาย...โอ๊ย...ไอ้...” 

เสียงก่นด่าและสบถดังออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปลูบคลำขาที่เพิ่งถูกแทงเข่าไป ดวงตาที่ปิดอยู่ค่อยเปิดปรือขึ้นทันที อาการเมามายจากเหล้าเถื่อนดีกรีร้อนแรงหายไปกว่าครึ่งเมื่อเจอเข่าแหลมเปรี๊ยะกระทุ้งอย่างจังเข้าให้

“เข่าฉันทำไมหาไอ้...ตาล...” 

เสียงห้าวตะคอกถาม เมื่อเห็นร่างเล็กบางสวมเสื้อยืดดำกางเกงยีนส์ขาสั้นยืนเท้าสะเอวดูอยู่

“ยังจะถามอีก...ดีที่ไม่เข่าตรงกล่องดวงใจให้ หน็อยอุตส่าห์หิ้วปีกกลับบ้านยังเนรคุณ จะปล้ำเรา”

เสียงเล็กด่าใส่ฉอดๆ อย่างไม่เกรงใจ กวินลืมตาขึ้นมาอีกนิดก่อนจะรีบหลับลงใหม่เมื่อรู้สึกถึงอาการปวดหัวหนึบราวกับจะระเบิด

“ใครจะบ้าปล้ำเรา...ไปหาพารามาให้หน่อย...ปวดหัว”

เสียงขุ่นสั่ง ดูเหมือนพอจะมีสติขึ้นมาแล้ว รู้งี้แจกเข่าให้ตั้งแต่ก่อนขึ้นบ้านก็ดี คงจะฟื้นไม่ต้องให้หล่อนลำบากลากถูขึ้นมาอย่างนี้

“ต่อไปให้ดูสังขารตัวเองก่อนนะนาย...เฒ่าเลาสูยิ่งอยากได้นายเป็นเขยอยู่ด้วย ดีที่เมาอยู่ในถิ่นตัวเอง ถ้าเมาเหมือนหมาแบบนี้บนเขาโน่นเสร็จตาเฒ่าเจ้าเล่ห์แน่...และไม่ต้องถามหาพาราเลยอยากช็อกตายรึไง...โน่นห้องน้ำ” เสียงเล็กยังคงก่นด่า  

 “ลามปาม...เดี๋ยวเหอะ”

กวินปรามเจ้าตัวแสบที่นับวันมันจะทำตัวเป็นแม่เขาเข้าไปทุกที ไม่น่าให้ท้ายมันมากจนมันเหลิงแทบจะขี่คอเขาแล้วทุกวันนี้ ชายหนุ่มค่อยพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินสะโหลสะเหลไปยังห้องน้ำ

สริณาได้ยินเสียงเปิดน้ำฝักบัวดังซู่ๆ จนกระทั่งห้านาทีต่อมาร่างสูงใหญ่จึงเดินหัวเปียกมีผ้าเช็ดตัวพันหมิ่นเหม่ตรงส่วนล่าง ใบหน้าคร้ามคมสันดูสร่างเมาเกือบปกติแล้ว

“กี่ทุ่มกี่ยามหือ?”

เสียงห้าวเอ่ยถามในขณะที่ใช้มือสางผมที่เปียกลวกๆ แล้วเดินไปเปิดตู้ไม้สักหลังใหญ่ดึงเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงแพรสีน้ำเงินออกมา สริณาเห็นภาพเขาทำเช่นนี้จนชินแต่เล็กจนโต ตั้งแต่เขามาอยู่ที่หมู่บ้านของหล่อนเมื่อสิบปีก่อน เวลานั้นสริณาอายุได้สิบปี เป็นเด็กหญิงแก่นแก้วซุกซนหน้ามอมเป็นแมวคราว ถึงเวลานี้อายุยี่สิบปีแล้วหล่อนก็ยังคงแก่นกะโหลกมองแมมไม่มีอะไรเปลี่ยน

“เที่ยงคืน...กู๊ดไนท์นาย” 

 เสียงเล็กตอบ ก่อนจะออกไปจากห้องนอนใหญ่ไปยังห้องนอนที่อยู่ติดกันที่หล่อนยึดเป็นห้องของตัวเองตั้งแต่ย้ายมาค้างที่นี่นานมาแล้ว


**********************************************

ขอต้อนรับสู่ห้องแชท ไอ้น้ำตาล ค่า... เปิดเรื่องมาก็มีความมันส์ เริ่มมองเห็นความฟินกระจายมาลิบๆ แล้วนะคะ

ขอเสียงแฟนเอลยาหน่อยเร้ว.... เปิดไว้รอท่า... จะได้ไม่เหงากันนานเน้อะ จุ๊ฟๆๆๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว