ฝากติชมผลงาน เพื่อการพัฒนาต่อไป หรือจะให้กำลังใจก็ได้นะคะ จุ้บ 😘

ชื่อตอน : บทที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2560 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16
แบบอักษร

ม้าเร็ว 3 ตัว ถูกใช้วิ่งควบ แทนรถม้า เพื่อรีบรุดหน้ากลับวัง พระสนมไป๋ควบม้าได้อย่างศิษย์ไม่อายครู จนฝ่าบาทอดรู้สึกหมั่นไส้ไม่ได้

"แม่ทัพคงสอนเจ้าดีมากเลยสินะ"

"หม่อมฉันฉลาดต่างหาก..." รอยยิ้มหวานถูกส่งให้คนขี้น้อยใจ

ชีวิตของไป๋อี๋หลินว่าน่าสงสารแล้ว แต่ก็สู้เด็กขอทานผู้ซึ่งกำพร้าครอบครัว อีกทั้งยังสูญเสียเพื่อนพ้องจนไม่เหลือใคร ชีวิตของเจ้าช่างน่าสงสารเหลือเกินเด็กน้อย ที่ต้องมาพัวพันเพราะเรื่องของข้า.....

"แวะพักตรงนี้ก่อน หม่อมฉันว่าเด็กคนนี้จะไม่ไหวนะ พะยะคะ" มู่หลงมองเด็กในอ้อมอกก่อนจะตัดสินใจหยุดอาชา

"ฝนก็ใกล้ตกแล้ว ฝืนเดินทางต่อ ข้าเกรงว่าจะเกิดอันตราย ไป๋เฟย..." ฝ่าบาทบอกนาง เพราะรู้ดีว่ายามนี้ไป๋เฟยรีบร้อนเพึยงใดที่จะกลับวัง

"ข้าเห็นบ้านคนอยู่ไม่ไกล เราพาเด็กคนนี้ไปพักก่อนเถิด หากเด็กคนนี้เป็นอะไรไป เราจะไม่เหลือพยานใดๆ" แม้ใจนางจะร้อนรนเพียงใด ที่การเดินทางล่าช้าขึ้น แต่จะจับผู้ร้าย หากใจร้อน มีแต่จะทำทุกอย่างพังลง


อาชา 3 ตัว ควบม้าต่อเพื่อไปยังบ้านคนที่ตั้งอยู่ในกลางเขา เม็ดฝนเริ่มตกปรอยๆ พอดีกับที่ถึงจุดหมาย

"มีใครอยู่ไหม...."

ประตูได้เปิดลง พร้อมคู่สามีภรรยา วัยกลางคน ที่มีรอยยิ้มบนใบหน้า พร้อมกวักมือให้เข้ามาพักในบ้าน

"มาๆเข้ามา มาหลบฝนข้างในก่อน"

"มู่หลิน วางเขาลง" ไป๋เฟยมองเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง

มือบางแตะลงบนตัวที่เย็นซีด เพราะนางเริ่มไม่แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะรอดพ้นคืนนี้หรือไม่

"ท่านลุง ท่านป้า ข้าขอผ้าห่ม กับเสื้อผ้าแห้งๆซักชุดได้หรือไม่"

"ได้สิ ข้าจะไปหามาให้ บ้านเราไม่มีแขกนาน อาจมีฝุ่นสักเล็กน้อย"

ไม่นานนักผ้าห่ม และ เสื้อผ้าแห้งๆ ก็ถูกนำมาวางไว้ ไป๋อี๋หลินถอดเสื้อเด็กคนนั้นออก นางก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเก่า เมื่อเห็นว่าบาดแผลลึกเพียงใด อีกทั้งยังมีบาดแผลหลายจุดที่เลือดยังไหลซึมออกมาจากผ้าพันแผล ไป๋อี๋หลินเปลี่ยนชุดให้เด็กคนนี้ แล้วห่มผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

"ข้าอยากได้เตาผิงไฟ.. มู่หลิน ฝากจัดการที"

"แล้วเจ้าจะไปไหน..." ฝ่าบาทเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าไป๋อี๋หลินลุกพรวดออกไป

"ข้าต้องไปหาสมุนไพร เราต้องห้ามเลือดเขาโดยด่วน ไม่งั้นเขาจะตาย..."

"เดี๋ยวข้าพาไป..." ชายวัยกลางคนอาสา

"ข้าพาไปเองพ่อหนุ่ม มาๆ" พูดจบเขาก็สะพายกระบุงสานที่หลัง พร้อมถือจอบ กวักมือเรียก ไป๋อี๋หลิน

"ข้าไปด้วย" ฝ่าบาทรีบลุกขึ้นเดินตามทันที


สายฝนที่ตกลงมาแรงกว่าเก่าทำให้มองสองข้างทางแทบไม่เห็น การดมกลิ่นสมุนไพรยิ่งยากขึ้นไปอีก ไป๋อี๋หลินมองหาสมุนไพรไปเรื่อยๆ มือบางยกมือป้องดวงตา แล้วพยายามกวาดตามองหา จนเจอต้นไม้มีเขียวๆเล็ก อี๋หลินยิ้มร่าทันที แล้วรีบเข้าไปเก็บ

"มา..ข้าเก็บเอง" ฝ่าบาทใช้มีดตัดต้นไม้

"เอาหลายๆต้นเลย ท่านพี่..." อี๋หลินเกือบหลุดเรียกฝ่าบาท แต่ไหวพริบของนางทำให้ยั้งคำพูดทัน

ท่านพี่.... ฮ่องเต้ อดยิ้มกับคำที่ไป๋อี๋หลินเรียกไม่ได้ คำที่ฟังแล้วหัวใจพองโต คำสามัญที่เขาเองก็อยากจะเอ่ยกับนางเช่นกัน ฮูหยิน....

"อันนี้ใช่ไหมหลานชาย" ชายวัยกลางคนตะโกนถาม เมื่อเขาไม่แน่ใจว่าใช่ต้นนี้หรือเปล่า ตามลักษณะที่บอก

ไป๋อี๋หลินรีบวิ่งไปดู เมื่อเห็นว่าใช่ต้นที่นางต้องการ นางก็รีบพยักหน้าทันที

"ต้นนี้ข้าต้องการทั้งราก"


เมื่อได้สมุนไพรครบตามต้องการ ทั้งสามก็รีบเดินทางกลับทันที เมื่อมาถึงอี๋หลินก็รีบต้มยา พร้อมคอยกำชับว่าอย่าให้น้ำแห้ง ส่วนตัวนางจัดการบดใบยาและรากเข้าด้วยกัน

"ท่านป้า พอเสียสละผ้าสะอาดให้ข้าซักผืนได้หรือไม่ ข้าต้องการเอามาพันแผลเขา"

อี๋หลินแกะผ้าพันแผลเก่าทิ้ง น้ำสะอาดถูกนำมาลูบเบ็ดรอบๆบาดแผล สมุนไพรที่บดเตรียมไว้ ถูกโป๊ะลงไปที่แผล สร้างความปวดแสบจนเด็กขอทานต้องร้องลั่น ผ้าสะอาดถูกฉีกเพื่อนำมาพันแผล

"เจ้าตื่นพอดี ดื่มยาก่อน..." อี๋หลินรีบน้ำยาต้มป้อนเด็กทันที ก่อนที่เขาจะหลับลงอีกครั้งเพราะพิษบาดแผล

"ให้พวกเราพักที่นี่สักคืนเถิด พรุ่งนี้เราจะรีบเดินทาง" ฝ่าบาทเอ่ยขอชาวบ้านทั้งคู่

"พักหลายคืนพวกเราก็ไม่ว่าหรอก"

"หากก้านธูปนี้หมดให้ปลุกเขากินยาใหม่ แล้วก็จุดธูปดอกต่อไป ระวังอย่าให้น้ำต้มยาแห้ง เราต้องช่วยกันดู"

"พี่ไป๋ ไปพักก่อนเถิด สีหน้าท่านเองก็ไม่ค่อยดี" มู่หลงเอ่ยบอกพระสนม


เมื่อตะวันโพล่พ้นฟ้า ก็เป็นอันต้องลาครอบครัวนี้ไป ก่อนจะมุ่งหน้ากลับวังหลวง

"คาราวะฝ่าบาท คาราวะไป๋เฟย" หวังกงกงและเหล่านางกำนัลต่างพากันโค้งคำนับ ความโล่งใจมาเยือนพวกเขาแล้วจริงๆ เพราะเกือบ 7 ราตรี ที่ตำหนักนี้วุ่นวายจนพวกนางแทบหมดแรง

"ลุกขึ้นได้"

"ขอบพระทัยฝ่าบาท..."

"ข้าคงต้องออกไปเดินเล่นข้างนอกเสียหน่อย เจ้าจะไปด้วยกันไหม เก็บตัวอยู่ในตำหนักนานเกินมันไม่ดี"

"ไว้วันหลังดีกว่าเพคะฝ่าบาท" เพราะหม่อมฉันมีคนที่อยากพบตอนนี้.... ไป๋อี๋หลินมองแผ่นหลังฝ่าบาทที่เดินจากไป ก่อนจะรีบปรี่ไปยังตำหนักของหยากุ้ยเฟย!


เมื่อไป๋อี๋หลินทราบข่าวว่าใครที่อยากพบนางบ้างในช่วงที่นางไม่อยู่ นางก็จึงต้องรีบไปพบทันที อี๋หลินและเหล่านางกำนัลรีบรุดเดินไปยังตำหนกของหยากุ้ยเฟยทันที

เหล่านางกำนัลที่อยู่รอบๆต่างพากันตกใจ เมื่อเห็นว่าไป๋เฟยออกจากตำหนักแล้ว เสียงซุบซิบต่างๆ ต่างพากันนินทาว่านางหายจากอาการบ้าแล้วหรือ

ไป๋อี๋หลินไม่มีเวลามากพอที่จะหยุดยืนฟังเรื่องซุบซิบต่างๆ เพราะเรื่องที่นางอยากฟังคือ สิ่งที่หยากุ้ยเฟยจะเอ่ยต่างหาก

"ข้ามาขอเข้าพบหยากุ้ยเฟย..."

"เชิญทางนี้เพคะพระสนม" นางกำนัล เดินนำทางไป๋เฟยมายังห้องบรรทมของหยากุเยเฟย

"พระสนมเข้าได้เพียงคนเดียวเพคะ เป็นคำสั่งของหยากุ้ยเฟย"

"พวกเจ้ารอนี้.."

ไป๋อี๋หลินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินตามนางกำนัลผู้นี้เข้าไป...

หยากุ้ยเฟยนอนอยู่บนเตียง สภาพอิดโรยผ่ายผอมจนดูน่าสงสาร ไป๋อี๋หลอนรีบเดินเข้าไปหาแล้วนั่งข้างเตียงกุมมือหยากุ้ยเฟยไว้ หยากุ้ยเฟยเหมือนได้โอกาสรีบแอบยัดบางสิ่งใส่ในมือไป๋อี๋หลิน

"กรี๊ดดดดดดด!!!! พระสนม" อยู่ๆนางกำนัลผู้นั้นก็กรีดร้อง

นางกำนัลคนอื่นๆรีบวิ่งเข้ามาดู้ด้วยความตกใจ แต่คนที่ตกใจมากกว่าใครก็คือ ไป๋อี๋หลิน เพราะเลือดที่ไหลหยดลงบนพื้นนั้นไม่ใช่เลือดนาง

นางกำนัลผู้ที่ส่งเสียงกรีดร้องรีบวิ่งไปเขย่าตัวหยากุ้ยเฟย จนผ้าห่มหลุดลงเผยให้เห็นปิ่นปักลงกลางตัวของหยากุ้ยเฟย

"ไป๋เฟย ท่าน....." นางกำนัลผู้นั้นมองด้วยแววตาคาดแค้น เพียงเท่านี้ไป๋อี๋หลินก็ทราบดีแล้วว่าเป็นการจัดฉาก!

นางรีบซ่อนสิ่งที่หยากุ้ยเฟยให้ไว้ในอกเสื้อทันที ไม่นานนักเหล่าทหารก็จับกุมนางไว้ พร้อมพาไปยังคุกชั้นสูง...

ไป๋อี๋หลินไม่ขัดขืนแต่อย่างใด เพราะนางทราบว่าฝ่าบาทจะทรงช่วยนางได้เหมือนทุกครั้ง อีกทั้งหลักฐานยังไม่แน่ชัดว่านางเป็นคนทำ เจ้ายังเอาชนะข้าไม่ได้หรอก!

เมื่อมายังคุกหลวงที่กุมขังเหล่าชนชั้นสูง เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นน้ำใจกับนางมากพอแล้ว ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท....

ไป๋อี๋หลินหยิบกระดาษที่หยากุ้ยเฟยมอบให้คลี่ออกอ่าน นางก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ เพราะเช่นนี้ใช่ไหม หยากุ้ยเฟยจึงต้องตาย

'ปกป้องฝ่าบาท.."

ความคิดเห็น