ฝากคอมเม้นท์ ฝากติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะคะ

My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 13 100%

ชื่อตอน : My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 13 100%

คำค้น : Zayn, Khow Fang, Love, เมียเด็ก, เซน, ข้าวฟาง, รัก, ดิว, ปืน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.2k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 12:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
My Young Wife [ Zayn & Khow Fang ] 13 100%
แบบอักษร

“พี่พูดอะไรก็ไม่รู้”

ไม่หล่อเท่าพี่เซนฉันไม่มอง งงเลยไง พี่บีกันนี่พูดอะไรทำฉันงงไปหมด พูดอย่างกับฉันชอบพี่เซนอย่างนั้นแหละ ฉันเห็นพี่เซนเป็นพี่ชายคนหนึ่ง ไม่ได้คิดเกินกว่านั้น ไม่เลยสักนิด ให้ข้าวฟ่างโดนบ่นโดนด่าก็พอแล้วมั่ง พี่เซนปากร้ายจะตาย ใครจะทนเท่าข้าวฟ่างได้

“ฮึๆ” ผมมองพี่บีกันที่ยืนหัวเราะในลำคอ พี่เขามองหน้าผม ผมก็มองหน้าพี่เขาอย่างสงสัย

หัวเราะทำไมพ่อตายเหรอครับพี่บีกัน? อยากจะถามแบบนี้มาก แต่ใจมิกล้าเพราะพี่บีกันดูน่ากลัวเกิน

“ที่ดิวมาวันนี้ก็เพื่อจะให้พี่ช่วยฝึกศิลปะการต่อสู้ให้ไอ้ปืนหน่อย”

“ฝึกทำไม กูไม่เอา ไม่ชอบ” ผมพยายามหนีมาตลอดเพราะพ่อของผมก็ให้ผมเรียนศิลปะการต่อสู้ ผมยังหนีทุกครั้งเลย ผมไม่ชอบใช้กำลังเท่าไหร่

“มึงต้องฝึก!”

“ไม่! กูไม่ฝึก!” ผมค้านหัวชนฝา

“พี่เซนให้กูพามึงมา” อีกล่ะ อะไรๆ ก็แม่งแต่พี่เซน พี่เซน พี่เซนๆ ๆ ๆ ไม่มีคำว่าปืนเลยที่มึงจะนึกถึง

“พี่เซนไม่ใช่พ่อกู เพราะฉะนั้นกูไม่ฝึกตามคำสั่งใครทั้งนั้นแหละ!” พูดจบผมก็เดินออกมาข้างนอกบ้านเลย ผมไม่สนใจว่ามันจะเสียมารยาทรึเปล่าเดินออกมาจากบ้านแบบนี้ แต่ผมไม่ฝึก ผมไม่ชอบการต่อสู้

“ไอ้ห่าปืน มึงหยุดเดินเดี๋ยวนี้นะ!”

ไม่หยุดเว๊ย!

“ไอ้ปืน…ถ้ามึงไม่หยุด มึงก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกับกู!” ฉันตะโกนตามหลังมันไป

กึก!

ผมหยุดเดินทันทีที่ดิวตะโกนไล่หลังผมมา

ผมหันหลังกลับไปมองมันด้วยสายตาผิดหวัง มันพูดอะไรออกมา มันจะรู้รึเปล่าว่าคำพูดของมันทำให้ผมเสียใจแค่ไหน เหมือนดิวมันคบผมเพื่อผลประโยชน์

โคตรเสียใจวะ

“เออ! ถ้าการที่กูไม่ยอมฝึกการต่อสู้ มันทำให้มึงกับกูขาดความเป็นเพื่อนกับมึง กูยอม!” เพราะกูก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้วเหมือนกัน ใจกูไม่คิดว่ามึงเป็นเพื่อนแล้ว ตัดเพื่อนกันตั้งแต่ตอนนี้ก็ดี ผมจะได้ไม่ลำบากใจที่จะพยายามคิดว่าดิวมันเป็นเพื่อน

“…” ดิวถึงกับเงียบที่โดนผมตอกหน้ากลับไปแบบนั้น

“มึงไม่เคยเห็นกูอยู่ในสายตาอยู่แล้วนิ อะไรๆ ก็แม่งแต่พี่เซน กูถามจริง มึงเคยสนใจกูไหมว่ากูต้องการให้มึงเรียกชื่อกูบ้าง เวลามึงต้องการทำอะไร มึงไม่ต้องเอ่ยชื่อพี่เซนให้กูฟังสักนาทีได้ไหม กูไม่ชอบ!” เหมือนคนเมาแล้วพาลว่าไหม แต่แช่งแม่ง! ผมไม่ชอบที่มันเห็นพี่เซนสำคัญกว่าผมแค่นั้น

“มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ย เครียดเรื่องอะไรวะ?” ปกติไอ้ปืนมันไม่ใช่คนที่จะโวยวายอะไรแบบนี้ แสดงว่ามันมีเรื่องให้คิดมากมันถึงได้ฟิวล์ขาดพูดแบบนั้นกับฉัน

“…” ไอ้ปืนมันไม่พูด มันยืนเอามือเท้าสะเอวเงยหน้ามองบนแล้วเม้มปากตัวเอง ก่อนที่จะมองหน้าฉัน ตาของมันเหมือนมีน้ำตาคลอเบ้า

มันเป็นอะไรของมัน ถ้ามันเดือดร้อนฉันช่วยมันแน่ๆ มีอะไรทำไมไม่พูดออกมาว่ากำลังมีปัญหา

“ปืน มึงเป็นอะไร?” ฉันเรียกมันเพื่อต้องการรู้ว่ามันเป็นอะไร

“…” มันไม่ยอมตอบ กลับเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากเห็นหน้าฉันอย่างนั้นแหละ

“ปืน กูเป็นเพื่อนมึงนะ มึงเป็นอะไรบอกกูดิ เผื่อกูช่วยมึงได้” ฉันพูดแค่นั้นทำให้ปืนหันมองหน้าฉันและก้าวเท้าเข้ามาหาฉัน แววตาจริงจังที่ฉันไม่เคยเห็นจากมัน ตอนนี้มันกำลังมองมาที่ฉัน

“มึงอยากรู้ใช่ไหมว่ากูเป็นอะไร?”

“อืม”

“กูบอกให้ก็ได้ กูไม่ชอบที่เห็นมึงเข้าใกล้คนอื่นทั้งหญิงและชาย กูหวง”

“…”

“กูไม่ชอบให้มึงเรียกชื่อพี่เซนให้กูฟัง และที่กูไม่ชอบมากที่สุดคือการที่มึงแนะนำกูให้ใครต่อใครรู้จักในฐานะเพื่อน!”

“…”

“เพราะอะไรมึงรู้ไหมที่ทำให้กูคลั่งแบบนี้ เพราะกูรักมึงไงดิว!”

“!!!” ดวงตาฉันเบิกกว้างเมื่อได้ฟังเหตุผลที่ทำให้ไอ้ปืนไม่สบายใจอยู่ตอนนี้

มันบอกว่ามันรักฉัน

“กูไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ แต่ใจกูมันรักมึงไปแล้ว กูรู้ว่ามึงไม่ได้รู้สึกกับกูแบบนั้น กูรู้ดี เพราะมึงย้ำนักย้ำหนาว่ากูเป็นเพื่อนมึง กูไม่ได้คิดกับมึงแค่เพื่อน เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกันอีก ลาก่อนอดีตเพื่อน”

“ดะ…เดี๋ยว” ฉันจับแขนไอ้ปืนก่อนที่มันจะเดินไป

“กูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงแล้วดิว ปล่อยมือออกจากแขนกูเถอะ อย่าทำให้กูรู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่านี้เลยที่หลงรักเพื่อนตัวเอง” ผมพูดจบก็เดินออกมาจากบ้านพี่บีกันโทรเรียกแท็กซี่กลับบ้าน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับดิวมันจบลงแค่นี้…แค่คำว่าเพื่อน

ดิวพยายามโทรหาผม ไลน์มาหา ผมไม่รับสายและไม่ยอมตอบไลน์ของมันหรอก มองโทรศัพท์ตัวเองแล้วปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา

ขนาดผมบอกรักมัน มันยังยืนนิ่งไม่พูดจาอะไร แบบนี้ผมก็รู้แล้วว่าผมไม่อาจเข้าไปในใจมันได้มากกว่าคำว่าเพื่อน ผมสู้พี่เซนไม่ได้มันเลยไม่มอง จะให้กลับไปเป็นเพื่อนกันอีกผมคงทำไม่ได้ ต่อไปนี้กูคงไม่ไปยุ่งกับมึงแล้วเพื่อน

เพื่อตัวผมเองที่จะไม่คิดมากไป และเพื่อดิวที่จะได้ไม่ต้องอึดอัดกับผม

Khowfang Part

วันนี้มีเรียนตอนบ่าย พี่เซนมาส่งฉันที่มหาวิทยาลัย ฉันก็รีบวิ่งไปหาดิวที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่หน้าคณะ

“ปืนยังไม่มาเหรอ?”

“ไม่รู้มัน” ดิวตอบส่งๆ ก้มเล่นโทรศัพท์ต่อ

“อ้าว” ฉันมองดิวที่ก้มเล่นโทรศัพท์ไม่สนใจกับคำถามฉันสักเท่าไหร่ จนกระทั่งฉันเห็นปืนเดินมา…

“ปืนนนนนน!!” ฉันตะโกนเรียกปืนเสียงดังเมื่อเห็นปืนกำลังเดินมา ปืนชะงักเท้าครู่หนึ่งก็มองมาที่ดิวที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน แล้วก็ยิ้มให้ฉัน

“อืม ว่าไงข้าวฟ่าง”

“นึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว ถ้ามาช้ากว่านี้จะให้ดิวโทรตามแล้วนะเนี่ย”

“อืม” ทำไมวันนี้ปืนพูดน้อยจัง แต่ที่แปลกไปคือปืนไม่ไปตบหัวดิวอย่างที่เคยๆ ทำนะสิ

ฉันว่ามันแปลกๆ อะ บรรยากาศไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เลย

“ไปเข้าเรียนกันเถอะ” ดิวพูดแค่นั้นก็ลุกขึ้นเดินนำฉันกับปืนไป

“ปืนนายรู้รึเปล่าว่าดิวเป็นอะไร ดูท่าทางแปลกๆ ไป” มันดูอึดอัด

“ไม่รู้สิ” ปืนยักไหล่และก็เดินนำฉันไปอีกคน

เป็นอะไรกันหว่าสองคนนี้ หรือว่าโกรธกันเรื่องดื่มเหล้า ไม่มั่ง เดี๋ยวเอาไว้คอยๆ สังเกตดูก็ได้

ฉันสังเกตดิวกับปืนทั้งวัน พวกเขาไม่พูดไม่คุยกันเลย อาจารย์แจกชีทปืนก็ส่งให้ดิว แต่ดิวกลับนิ่งจนฉันต้องเก็บให้ดิวเอง ตอนอาจารย์เบรกให้เข้าห้องน้ำดิวก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ปืนมองดิวแต่ไม่ได้เดินตามออกไป พอดิวเข้าห้องน้ำกลับมาปืนก็ลุกไป เหมือนกับไม่อยากเห็นหน้ากันเลย

ฮัลโหลเป็นอะไรกันจ้า บอกข้าวฟ่างหน่อยสิ ข้าวฟ่างอยากรู้จ้าจะได้ทำตัวถูก นั่งเรียนในบรรยากาศอึมครึมจนหมดคาบ ฉันก็มานั่งรอพี่เซนมารับโดยมีปืนกับดิวนั่งเป็นเพื่อน

“ปืนเอาน้ำให้ดิวหน่อยสิ” ฉันยื่นน้ำที่ดิวฝากซื้อให้ปืนช่วยเอาไปให้ดิว

“อือ” ปืนรับน้ำแล้วยื่นไปให้ดิว ดิวเงยหน้าจากโทรศัพท์มองปืนแล้วยื่นมือรับน้ำไป

“ขอบใจ” แค่นั้น

แค่นั้นเองที่พวกเขาคุยกัน ทั้งวันพูดแค่คำว่า ‘ขอบใจ’ เป็นอะไรกันเอ่ย?

“นี่ปืน นายไม่ได้ทะเลาะอะไรกับดิวใช่ไหม?” อดไม่ได้เลยต้องถาม

“เปล่านิ” ตอบซะฉันไม่อยากถามต่อเลย

ฉันเลยนั่งเล่นโทรศัพท์จนพี่เซนมารับ ดิวกับปืนไหว้ทักทายพี่เซนจบก็แยกย้ายกันกลับเลย ขนาดตอนกลับบ้านยังเดินไปคนละทางลองคิดดู

นี่งงหนักมากเลย งงจนต้องเอามาถามพี่เซนนี่แหละ

“ป๋าคะ...หนูว่าช่วงนี้ดิวกับปืนทำตัวแปลกๆ เหมือนพวกเขาอึดอัดเวลาอยู่ใกล้กันเลยค่ะ” ฉันกินขนมไปถามพี่เซนไประหว่างพี่เซนขับรถกลับบ้าน ซื้อขนมมาตอนที่ดิวฝากซื้อน้ำนั่นแหละ

“ฉันก็ไม่เห็นว่าสองคนนี้จะเป็นอะไรเลยนิ ก็เห็นคุยกันปกติ”

ปกติตรงไหนเล่า บรรยากาศเครียดตั้งแต่ในห้องเรียนแล้ว

“ไม่ปกติค่ะ ปกติดิวกับปืนจะมักเถียงกัน หรือไม่ก็ต้องแกล้งกันหัวเราะคิกคัก แต่นี่ไม่เลยค่ะ ดูปืนซึมๆ ไป ไม่เข้าหาดิวเหมือนเคย เหมือนว่าทะเลาะกับดิวค่ะ"

"เธอรู้ได้ไง? "

เอ้า! ก็ถามแปลก…

"ก็หนูนั่งจับผิดสองคนนี้มาทั้งวัน” ฉันตอบไป

“ว่างมากสินะ ถึงเอาเวลาเรียนไปนั่งจับผิดคนอื่นน่ะ”

“ใช่ค่ะ! เฮ๊ย! มะ…ไม่ใช่นะคะ หนูแค่สังเกตเห็นว่าพวกเขาเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง หนูว่าสองคนนั้น…” กำลังอธิบายเรื่องเพื่อนทั้งสองที่แทบไม่พูดคุยกันให้พี่เซนฟัง พี่เซนก็พูดขึ้นมาซะก่อน

“เอาเวลาที่สอดรู้เรื่องคนอื่นไปทำการบ้านดีไหม? จะได้ไม่ต้องให้ฉันดุเรื่องทำการบ้านทุกวัน”

“ป๋าอ่า : (”

ชอบด่ากันอยู่เรื่อย เวลาเรียนฉันก็เรียน ที่มาพูดแค่ไม่โอเคกับเพื่อนที่แทบไม่คุยกันไม่มองหน้ากันต่างหาก

“หนูแค่สงสัย สงสัยอะค่ะ!” ฉันกระแทกเสียงใส่พี่เซนแล้วยัดขนมเข้าปากตัวเองอย่างหงุดหงิด

“อึก แค่กๆ แค่กๆ” ขนมติดคอ ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย

ตุบๆ ตุบๆ

ฉันเอามือทุบอกตัวเอง

“กินอะไรไม่ระวัง ถ้าติดคอตายขึ้นมา ฉันเอาเธอทิ้งข้างทางแน่”

“T^T” ทำไมต้องพูดแรงขนาดนี้ด้วย พาไปส่งบ้านให้พ่อให้แม่ก็ยังดี

“น้ำ” พี่เซนหยิบน้ำข้างประตูฝั่งตัวเองยื่นให้ฉัน

“ขอบคุณค่ะ” ฉันรีบหยิบมาดื่มเลย กลัวโดนทิ้งข้างทาง พอดื่มน้ำแล้วมันดีขึ้นฉันก็หยิบขนมมากินอีก

หมับ!

พี่เซนแย่งถุงขนมไปด้วยความเร็ว อยากกินก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องแย่งจากมือด้วย

“ไม่ต้องกิน กินอีกเดี๋ยวก็ติดคออีก คราวนี้ไม่ช่วยนะ” พูดเหมือนขอให้ช่วยเนอะ

“ไม่ได้ขอให้ป๋าช่วยซะหน่อย” ฉันพูดเสียงเบา

แต่ทว่า…

“กลับถึงบ้านเธอโดนดีแน่ข้าวฟ่าง”

T^T อะไรเล่า พูดเบาแล้วนะทำไมได้ยิน จะหูดีเกินไปแล้วนะ

“หนูขอโทษค่า” ฉันยกมือไหว้พี่เซนพร้อมกับทำหน้าสำนึกผิด

“เก็บมือไว้กำผ้าห่มที่ห้องดีกว่านะ ฮึ!”

O [] O

ม่ายยยยยย

“ป๋าหนูขอโทษ หนูขอโทษ” อย่าทำอะไรหนูเลย หนูกลัวแล้วจ้า

“ถ้าไม่อยากให้ทำก็ตบปากตัวเองเท่าอายุ”

“หา!? ตบปากตัวเองเท่าอายุ!?” ตบเท่าอายุ ปากฉันก็แตกพอดีนะสิ พี่เซนบ้า

“อืม หรือจะตบเท่าอายุของฉันดี”

“ทะ…เท่าอายุหนู” ไม่เอาเท่าอายุพี่เซนหรอก แก่แล้วอายุเยอะ ฮ่าๆ ฉันจำเป็นต้องตบปากตัวเองให้พี่เซนดู ตบเบาๆ กลัวเจ็บ

“18 19 ครบแล้วค่ะ” นี่ยังอายุไม่ครบ 19 จริงเลยนะ ที่ตบให้ 19 ครั้งเพราะรักหรอก

“อืม”

“ป๋าว่าหนูโทรไปถามดิวดีไหมคะ ว่าทะเลาะอะไรกับปืน”

“ถ้ากลับถึงบ้านแล้วไม่ทำการบ้าน ฉันจัดหนักเธอทั้งคืนแน่”

“ป๋าอ่า : (”

ทำไมหื่นแบบนี้นะ

Dew Part

“มึงจะเอายังไง? มองหน้ากูทำเหี้ยอะไร!?”

ฉันกำลังทะเลาะกับไอ้ปืนอยู่ที่มหาวิทยาลัย หลังจากพี่เซนมารับข้าวฟ่างกลับไป ทั้งฉันและไอ้ปืนก็แยกย้ายกันคนละทาง แต่พอฉันเดินมาที่รถก็เจอไอ้ปืนยืนกอดอกพิงรถฉันอยู่ ฉันหยุดเดินและมองหน้ามัน ไอ้ปืนมันก็มองหน้าฉัน มองจนฉันหงุดหงิดอยากเข้าไปซัดหน้ามันสักหมัด

“ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรพ่อมึงดิ มึงมาพิงรถกูแล้วมองหน้ากูมึงบอกว่าไม่มีอะไร หมาที่ไหนจะเชื่อมึงหะ!”

“หมาไหนแถวบ้านมึงมั่ง” มันพูดจบก็เดินหนีไปหน้าตาเฉย

“ไอ้เหี้ยปืน! ไอ้จัญไร!” มาทำให้กูหงุดหงิดแล้วเดินจากไป มึงวอนโดนตีนกูแท้ๆ

ในห้องตอนเรียนมันก็เอาแต่จ้องฉัน ฉันรู้ถึงมันจะพยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่ามันแอบมองฉันอยู่ก็ตาม อย่าลืมสิว่าฉันสนิทกับมัน ทำให้อึดอัดตอนเรียนไม่พอ ยังจะมาทำให้กูหงุดหงิดก่อนกลับคอนโดอีก

ไอ้ห่าเอ๊ย!

ฉันไม่ได้เดินตามมันไปหรอกขับรถกลับเลย หงุดหงิด คืนนี้กูจะไปแดกเหล้าม่อสาวแม่ง

“ไอ้สันดาน! บอกกูเองว่าไม่อยากเป็นเพื่อนกับกู แต่เสือกขับรถตามกู” ก็ไอ้ห่าปืนนะสิ มันขับรถตามฉัน ฉันจำรถและป้ายทะเบียนรถของมันได้ และไม่ต้องบอกว่ามันจะกลับบ้านทางเดียวกับฉัน เพราะบ้านมันไม่ได้มาทางนี้เลย

“ได้ มึงอยากตามกูมากใช่ไหม?”

บรืน! บรืน! บรืนนนนน!!

ฉันเหยียบคันเรงเกือบสุดเพื่อขับรถหนีไอ้ปืน ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดเดี๋ยวใบสั่งก็มาถึงห้องเองแหละ

Rrrrr

‘เหี้ยปืน’

ฉันเม้มเบอร์โทรไอ้ปืนแบบนี้เองแหละ

“โทรมาทำพ่ออะไร?” ฉันรับสายแล้วตะคอกใส่คนในสาย

‘อยากตายเหรอ ขับรถเร็วขนาดนั้น’

“เรื่องของกู!”

ตัดสายปิดเครื่องแม่งเลย

ไอ้ห่าปืนมันกำลังจะทำอะไร มาวุ่นวายกับฉันอีกทำไม ไม่อยากเป็นเพื่อนก็ไม่ต้องเป็นดิ ใครขอวะ ยังจะโทรมา ทำตัววุ่นวายกับฉันอีก

บอกตรงๆ นะ ฉันรำคาญมันยิ่งกว่าตอนที่มันเป็นเพื่อนกับฉันอีก

ฉันขับรถมาที่คอนโดก็ดึกแล้ว ขับรถเล่นไปทั่วไง ไม่อยากกลับคอนโดตอนนี้ เพราะคิดว่าไอ้ห่าปืนมันต้องไปดักฉันที่คอนโดแน่ๆ ไม่อยากเห็นหน้ามันให้คันตีนพูดจริงๆ

“ไปไหนมา?” แม่ง! โผล่มาถึงห้องเลยไอ้ห่านี่

ฉันก็ลืมไปว่ามันมีคีการ์ดห้องฉัน

มันเอารถไปจอดไว้ที่ไหนวะทำไมฉันไม่เห็นรถมัน ขึ้นห้องมากะจะอาบน้ำแต่งตัวหอมๆ ออกไปหาดื่มเหล้าซะหน่อย เปิดประตูเข้ามาเจอไอ้ห่าปืนทำหน้าหงิกงอแล้วเสียรมณ์เลย

ทำไมมึงไม่ไปจริงๆ วะ กูเริ่มรำคาญมึงแล้วนะเนี่ยห่าปืน

“เอากับสาวมา” ฉันตอบส่งๆ มือก็แกะกระดุมเสื้อนักศึกษาไป

หมับ!

“มึงอย่ามากวนตีนกูนะดิว! มึงตอบกูมาว่ามึงไปไหนมา ทำไมกลับมาค่ำมืดขนาดนี้!”

“เป็นพ่อกูรึไง ปล่อย!” ฉันสะบัดแขนออกจากมือไอ้ปืนแล้วเดินเข้าไปในห้อง ร้อนอยากอาบน้ำ

ปัง!

ไม่ต้องถามว่าเสียงอะไร ไอ้ห่าปืนเดินตามฉันเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูดังปัง

“ถ้าประตูห้องกูพัง มึงตายแน่” ฉันกัดฟันพูดใส่มัน

“ช่างแม่งดิ!”

“ทำเหี้ยไร?” ฉันถามไอ้ปืนเมื่อเห็นว่ามันกำลังแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองเหมือนกัน

“แล้วมึงแกะกระดุมทำไมละ?”

“กูจะอาบน้ำไง ส่วนมึง…”

“กูก็จะอาบน้ำกับมึงไง” พ่อง!

ไอ้สัสนี่เพิ่มเลเวลหน้าด้านขึ้นนะ

“ไปอาบบ้านมึงโน้น กูไม่ให้มึงมายุ่งอะไรกับกูแล้ว!”

“ที่กูบอกว่ากูไม่อยากเป็นเพื่อนกับมึงนั่นกูพูดจริง”

“เออ ถ้างั้นมึงก็กลับไปดิ จะมายุ่งกับกูอีกทำไม ไม่มีมึงเป็นเพื่อน กูก็ไม่ตายหรอก”

“แต่กูจะมายุ่งกับมึงให้ฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่ตามจีบผู้หญิงอย่างมึง” พูดห่าอะไรกูขนลุก

“ไม่ต้องมาจีบกู กูไม่เอามึง”

“มึงไม่เอากูก็ไม่เป็นไร เพราะกูจะเอามึงเอง” ตั้งแต่รู้จักกันมา วันนี้แหละที่มันพูดไม่รู้เรื่อง

“ออกไปจากห้องกูซะ!” ไม่อยากคุยกับมันละ คุยไปก็ไม่รู้เรื่อง เหมือนเราคุยกันคนละเรื่องยังไงยังงั้นเลย

“ไม่ออก คืนนี้กูจะนอนกับมึง”

“โอ๊ยยยย…ไอ้ห่านี่! มึงจะทำเหี้ยก็อะไรก็ทำ แต่อย่ามายุ่งกับกูก็พอ ไม่อาบแม่งละ” เปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปแดกเหล้าเลยแล้วกัน

“มึงจะไปไหน?”

“เรื่องของกู” ฉันพูดแค่นั้นก็เดินออกมาจากห้องเลย

คืนนี้กูไม่กลับมานอนที่ห้องแม่งละ ถ้าไอ้ปืนยังจะมาวุ่นวายกับฉันขนาดนี้ ฉันจะไม่กลับห้องเด็ดขาด

มาหาดื่มเหล้าที่ผับพี่บีกันนี่แหละ ไอ้ห่าปืนมันไม่ตามมาหรอก

“หวัดดีจ๊ะดิว มาคนเดียวเหรอ?”

“อ่า หวัดดีค่ะพี่แอล” พี่แอลลี่ เมียพี่บีกัน ได้ข่าวว่าท้อง แต่ไหงมานั่งไขว้ห้างฟังเพลงอยู่ด้านล่างนี่ล่ะ พี่บีกันหวงจะตายไป

“พี่บีกันบอกว่ามีหนุ่มหล่อไปไหนมาไหนด้วยนี่นา ไหนอะพี่อยากเห็น”

“อ่อ…นั่นเพื่อนน่ะ ตอนนี้ดิวเลิกคบมันแล้วพี่ มันจัญไรเกินไป” ใส่ไฟไอ้ปืนแม่งเลย

“ฮะฮ่าๆ ตลกดีนะ แล้วนี่เป็นอะไรดูหน้าเซ็งๆ”

“รำคาญคนมาก ตามจนรำคาญ”

“หืม? แฟนเหรอ?”

“เปล่าค่ะ แค่คนเคยรู้จักกัน” ฉันตอบพี่แอลลี่เสร็จก็หันไปสั่งเหล้า

“แล้วนี่พี่บีกันไม่ว่าพี่เหรอที่มานั่งข้างล่างแบบนี้ พี่ท้องอยู่ไม่ใช่?”

“ท้องนะไม่ใช่คนป่วยที่จะไม่ให้ไปไหนเลย ลูกพี่อยากฟังเพลงเลยพาลงมาฟัง” หราาา…โคตรจะเชื่อเลยว่าลูกอยากฟังเพลง

ฉันนั่งดื่มเหล้าคุยกับพี่แอลไปไอ้ตัวน่ารำคาญก็เดินมา

แม่งมันหาฉันจนเจออะลองคิดดูดิ

“มาทำพ่ออะไร กูรำคาญมึงฉิบหาย”

“กลับ!” ไม่พูดเปล่า ไอ้ปืนมันดึงแขนฉันกระชากให้ลุก

“ขอโทษนะน้อง มายุ่งอะไรกับคนของพี่จ๊ะ” พี่แอลลี่เดินเข้ามากอดแขนฉัน เออเดี๋ยวไอ้ปืนมันโมโหถีบจะหาว่ารังแกคนท้องไม่ได้นะ เพราะดูเหมือนคนท้องว้อนเอง

“พี่แอลไปนั่งเลย เดี๋ยวเป็นไรไป พี่บีกันได้มาฆ่าดิวแน่”

“ไม่เอา ถ้านั่งก็ไม่ได้ทำอะไรสนุกนะสิ ใช่ไหมจ๊ะน้องสุดหล่อ ^^” ยังไปยิ้มให้ไอ้ปืนอีก

กูละปวดหัวเลยทีนี้ ฉันก็ลืมไปว่าพี่แอลลี่แม่งหัวดื้อ

“นี่เมียผม พี่อย่ามายุ่งกับมัน” กูไปเป็นเมียมึงตอนไหนไอ้ห่าปืน แค่มึงเห็นสัดส่วนกู มึงไม่สามารถตั้งสถานะตัวเองว่าเป็นผัวกูได้นะไอ้สัส

“อย่ามาพูดหมาๆ มึงไม่ใช่ผัวกู จะไปไหนก็ไป ไม่อยากเป็นเพื่อนด้วยก็ต้องไม่อยากเป็นอย่างอื่นด้วยดิ เลิกคบก็คือเลิกยุ่งกันไปเลย!”

ทำตัวน่ารำคาญ

สมมุตินะ…ถ้าเกิดฉันได้มันเป็นผัวจริงๆ ฉันไม่อยากจะคิดว่ามันจะตามติดชีวิตฉันไปถึงไหน ไม่มัดฉันติดตัวมันเลยรึไงวะ

“ต้องให้กูเอามึงก่อนใช่ไหม มึงถึงจะให้กูยุ่งได้!”

“ไอ้เหี้ยปืน!”

“ที่กูไม่ทำอะไรมึงเพราะกูให้เกียรติมึง หรือมึงอยากให้กูข่มขืนมึง กูทำได้นะ กูจะเอามึงตรงนี้เลย!?”

ผัวะ!

ทนไม่ไหวจนต่อยหน้ามันไป

“มึงอย่ามาพูดจาหมาๆ กับกูแบบนี้ กูไม่ได้ใจดีอย่างที่มึงคิดนะไอ้ปืน กูฆ่ามึงได้เลยนะ” ฉันกำหมัดแน่น พี่แอลลี่กอดอกยืนมองฉันกับปืนสลับกัน

“ชอบดิวเหรอเรา?” พี่แอลลี่ถามไอ้ปืน

“ครับ ผมชอบ ไม่สิรักมันเลยต่างหาก”

“กลับก่อนนะพี่แอล หวัดดี” ฉันไหว้พี่แอลลี่เสร็จก็ออกมาจากผับเลย

ตามติดชีวิตกูอย่างกับเงา เจ้ากรรมนายเวรกูยังไม่ขนาดนี้เลยนะ

“มึงจะเดินหนีกูไปไหนดิว!”

“มึงเลิกยุ่งกับกูสักทีได้ไหมวะไอ้ปืน! โอเค กูขอบใจที่มึงรู้สึกดีกับกู แต่มึงช่วยทำตัวปกติอย่างที่มึงทำกับกูได้ไหมวะ มึงรู้ตัวไหมว่าตอนนี้มึงมันน่ารำคาญแค่ไหน”

“กูวุ่นวายกับชีวิตมึงมากเกินไปสินะ” ไอ้ปืนพูดเสียงเศร้า

“เออ!”

กะจะมาดื่มเหล้าให้อารมณ์เย็น ไอ้ห่าปืนก็มากวนให้อารมณ์เสียถึงที่เลย

“ดิว”

“อ้าวพี่เซน...มาดื่มเหรอ? แล้วข้าวฟ่างละ?” เจอพี่เซนแต่ไม่เห็นข้าวฟ่าง

“อืม ข้าวฟ่างไม่ได้มาด้วยหรอก นอนแล้ว แล้วนี่เป็นอะไร ทำไมหน้ายุ่งจัง”

“เบื่อคนนิดหน่อย” ฉันตอบพี่เซนอย่างเซ็งๆ

“ไอ้ปืนนะเหรอ?” รู้ได้ไงวะ หรือพี่เซนแม่งมีตาทิพย์

“ข้าวฟ่างถามพี่ว่าวันนี้ทั้งวันดิวกับปืนมีปัญหาอะไรกัน ไม่เห็นหยอกเล่นอะไรกันเลย มีอะไรปรึกษาพี่ได้นะ”

“ไม่มีอะไรหรอก ไอ้ปืนมันแค่งอแงนิดหน่อยเอง”

“เฮ้อ…โตแล้วนะเรา ไม่คิดจะหาแฟนสักคนรึไง” พี่เซนถามแล้วเอามือขยี้ผมฉัน

“ไม่อะ มีแฟนแล้วมันน่าเบื่อ เดี๋ยวก็โทรตามจิกอีก โสดนี่แหละทำอะไรก็ได้ ^^”

“แล้วแต่นะ แล้วนี่ไอ้ปืนมันเป็นอะไร ทำไมมันมองหน้าพี่แปลกๆ” พี่เซนพูดและมองไปข้างหลังฉัน

ก็นึกว่ามันกลับไปแล้ว ที่ไหนได้ยืนมองฉันกับพี่เซนคุยกัน สายตามันที่มองมาบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดี

“สงสัยอิจฉาที่พี่หล่อกว่ามั่ง เหอะๆ” ฉันหัวเราะแห้งๆ ใส่พี่เซน

“ไงน้องดิวของพี่” พี่เวสเดินเข้ามากอดคอฉัน

“สบายดีนะตัวแสบไม่เจอกันนานเลยนิ” พี่เจคอปยิ้มให้ฉัน

มาครบเลยวันนี้ วันพบปะกันรึไงวะ

“หวัดดีค่ะพี่เวส พี่เจ” ฉันยิ้มให้พี่เวสกับพี่เจคอป แต่ทว่าตัวฉันกลับถูกกระชากไปอยู่ในอ้อมกอดคนตัวโตกว่าฉัน

“ไอ้ปืน” อืม ไอ้ปืนเดินมากระชากฉันไปกอด มันกอดเอวฉันแน่นด้วย

“เหี้ย! มึงเป็นใครวะ? ถึงกล้าดีมากระชากแขนดิวอะ” พี่เวสถามไอ้ปืนอย่างเอาเรื่อง ก็พี่เวส พี่เจคอปไม่เคยเจอปืนนี่

“ผมเป็นคน” เอ้า+ ไอ้นี่ปากหมาใส่พวกพี่กูอีก มึงไม่รู้ว่าเวลาพวกพี่เขาโมโหน่ากลัวทุกคน ปากวอนโดนตีนแท้ๆ

“ไอ้ปืน” พี่เซนเอ่ยเตือนไอ้ปืนเสียงแข็ง

“พี่ตัวดีเลยพี่เซน พี่ชอบมายุ่งกับดิว ทำไมวะ พี่ก็มีข้าวฟ่างอยู่แล้วนิ” ไอ้ปืนมันโมโหจนลืมการเคารพพี่เซนไปแล้ว

“มึงรู้จักไอ้เด็กนี่เหรอวะไอ้เซน” พี่เจคอปถามพี่เซน

“อืม เพื่อนข้าวฟ่างกับดิว”

“อ่อ…ไอ้นี่นีีเองที่ไอ้บีกันบอก ฮึๆ หน้าตาหล่อดีนี่ แต่อย่าได้คิดว่าจะได้…” พี่เวสมองมาทางฉันแล้วมองหน้าไอ้ปืน

“…คนที่มึงต้องการไปง่ายๆ มึงต้องข้ามตีนพวกกูไปก่อน” ไงล่ะ ความหวงน้องกำเนิดแล้วไง

ฉันเคยบอกแล้วว่าพวกพี่เขาเห็นฉันเป็นน้องคนหนึ่งและหวงฉันมากๆ รองจากเมีย เพราะยังไงฉันก็เป็นผู้หญิง และถ้าฉันมีแฟนก็ต้องผ่านพวกพี่เขาก่อน แล้วตอนนี้ไอ้ปืนกำลังวอนโดนกระทืบ

“ไอ้ห่าปืนปล่อยกู” ฉันดิ้นเพื่อจะได้หลุดจากการกอดของไอ้ปืน แต่ไอ้ปืนมันกลับกอดฉันแน่นขึ้น

ไอ้ห่าเอ๊ย!

“ผมไม่กลัว ผมรู้แค่ว่าผมไม่ยอมให้ดิวไปเป็นของใคร…นอกจากผม!” ไอ้ปืนพูดเสียงดัง

พี่เซน พี่เวส พี่เจคอป ยืนเอามือล้วงกระเป๋ามองหน้าไอ้ปืนเงียบ สายตาของพวกพี่ทั้ง 3 สามคนกำลังจะบอกว่าความหายนะกำลังมาเยือนไอ้ปืนที่มันปากเก่งไม่รู้หอยอะไรเลย

“ฮัลโหลมึงออกมาข้างนอกแป๊บดิ พอดีมีคนอย่างลองดีวะ” พี่เวสโทรหาพี่บีกันแน่ๆ เลย

“เอ่อ…พวกพี่อย่าไปถือสามันเลยนะ มันเมา ไปๆ ไอ้ปืนกลับกัน กลับก่อนนะหวัดดีค่ะ” ต้องช่วยไอ้ปืนก่อนไม่งั้นมันได้ตายห่าแน่ๆ

“กูไม่กลับ มึงคิดว่ากูจะกลัวรึไงวะ!” มึงอย่าปากเก่งดิ

“พี่เซน ดิวขอนะ อย่าทำอะไรมันเลย” มันก็แค่หึงหวงดิวเท่านั้นเอง ฉันขอให้พี่เซนช่วยแต่พี่เซน

“มันวอนเอง พี่ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ แต่ที่แน่ๆ มันได้เจ็บตัวแน่”

R.I.P. ไอ้ปืน

ไม่ถึง 5 นาทีพี่บีกันก็เดินออกมาจากผับ

“นึกว่าใคร ที่แท้ก็…ฮึๆ” พี่บีกันมองไอ้ปืนแล้วยิ้ม

“ไม่คิดว่าใส่ไฟนิดหน่อยจะติดง่ายขนาดนี้” ใส่ไฟอะไรวะ

พี่บีกันไปทำอะไรให้ไอ้ปืนโมโหเนี่ย อย่าบอกนะที่ไอ้ปืนมันฟิวล์ขาด ทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ เป็นเพราะพี่บีกันอะ ร้ายกาจฉิบหายเลย

“ดิว ออกห่างจากมัน” พี่เซนพูด

“พวกพี่อย่าทำอะไรมันเลยนะ ดิวขอล่ะ”

“ป๊อดเหรอ ถึงให้ดิวออกหน้าอะ” พี่เวสพูด

อย่าไปจี้จุดมันดิ ไอ้ปืนมันยิ่งบ้าจี้ยุขึ้นอยู่ด้วย

“มึงหลบไปก่อนดิว เพื่อมึงกูไหว” นั่นไง

“จะอ้วกวะแม่ง เพื่อมึงกูไหว ถุ้ย!” พี่เจคอปทำท่างถุ้ยน้ำลายลงพื้นก่อนจะแสยะยิ้มมองไอ้ปืน

ฉันเห็นแววตาที่โคตรกังวลของไอ้ปืนก็อดเป็นห่วงมันไม่ได้ พวกพี่เขาไม่ใช่เล่นๆ เลยสักคน

“ไอ้ปืน มึงห้ามตายนะ” ปลอบใจมันได้แค่นี้จริงๆ

“กูรักมึงนะดิว”

ผัวะ!












#จบตอนแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ^^

ปล. คนขี้หึงขี้หวงโดนเป่าหูนิดหน่อยก็เชื่อจนเกิดเรื่อง และคนที่ร้ายที่สุดไม่ใช่พี่เซนแต่เป็นพี่บีกัน ฮ่าๆ น่าสงสารปืนโดนบีกันแกล้ง

ความคิดเห็น