ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ค. 2560 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 18
แบบอักษร

18



   เสียงบรรยายหน้าห้องไม่ได้ทำให้หนังตาที่หย่อนเปิดขึ้นแต่อย่างใด ผมเปิดหนังสือเล่มโตไว้ ก่อนใช้ข้อศอกค้ำกับโต๊ะเพื่อวางคางกับมือทำเป็นตั้งใจเรียน ที่จริงแอบงีบหลับ ทำได้โดยไม่ถูกจับนี่ เป็นทักษะที่ต้องใช้สมองนะครับ ยิ่งกว่าการเรียนอีก

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานหรือยัง รู้แค่ว่า ผมหลับไปแล้วหลายตื่นมาก มาสะดุ้งรอบสุดท้ายจนตาสว่างก็ตอนถูกไอ้เจตบหัวหน้าผากชนกับโต๊ะเสียงดังลั่นห้อง ดีที่ห้องไม่มีคน เหลือแค่เพื่อนสนิทของผมเท่านั้น 

“ไปอดหลับอดนอนที่ไหนมาวะ” ไอ้เกมส์เปิดประเด็นคนแรก มือมันเก็บชีทใส่กระเป๋าเน่าๆ ของตัวเอง 

“เล่นเกมส์” ผมว่า 

“เล่นเกมส์หรือเล่นกับผัว เอาให้แน่ เชี่ย” พอดีขาผมทำงานโดยไม่ต้องพึ่งสมอง มันเลยดีดออกไปใส่ก้นไอ้มีนเต็มๆ แรง

“สมองมึงมีแต่เรื่องต่ำตม” ด่าเสร็จก็เก็บหนังสือใส่กระเป๋าบ้าง “หิวว่ะ”

“ไปแดกชาบูกัน” คำชวนของไอ้เจเรียกเสียงฮือฮาของผมแล้วก็พวกไอ้เกมส์ได้เป็นอย่างดี “อะไรของพวกมึง” ไอ้เจเลิกคิ้วเมื่อถูกจ้องอย่างหนัก

“นี่มึงชวนพวกกูไปแดกชาบูเหรอวะ” ไอ้เกมส์ว่า ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำถาม “ผีเข้าป่ะเนี่ย ไอ้ขี้เซาชวนไปกินในห้าง” 

“กูก็คนนะเว้ยไอ้พวกเหี้ย จะไปไหม” ไอ้เจม้วนชีทวิชาแล้วไล่ตีหัวทีละคน “อีแน่ว เลิกพิมพ์โทรศัพท์สักที”

“กูขอบาย เมียกูรออยู่ข้างล่าง ไปล่ะ” พูดจบก็เผ่นแนบเลยครับ เดี๋ยวนี้ติดหญิงมากกว่าเพื่อนอีก นิสัยเสียจริงๆ 

“ตอนบ่ายมีเรียน กูว่า....” ไม่ทันพูดจบก็ถูกม้วนชีทตีเข้าเต็มๆ หัว 

“บ่ายนี้เขายกเลิกคลาสเว้ยไอ้มู่” ย่นคิ้วมองไอ้เจที่พูด 

“ทำไมกูไม่เห็นรู้วะ” มิน่า ได้ยินแว่วๆ ว่าไอ้พวกเพื่อนในห้องนัดกันไปเที่ยว หรือไม่ก็กลับไปนอน 

“ก็เพราะมึงไม่ยอมอ่านไลน์กลุ่มไง มัวแต่ติดผัว” คำด่าที่ผมด่าอีแน่วถูกย้อนกลับมาหาตัวเองเฉย แต่เพราะเป็นไอ้เกมส์ด่าเลยยกขาเตะไม่ได้ เกรงใจน่องโป่งๆ ของมันที่อาจฝังต้นคอผมจนคออาจหักได้ 

“งั้นก็ไป กินให้พุงแตกไปเลย” รีบเปลี่ยนเรื่องจนพวกมันส่ายหน้า ไม่อยากต่อปากต่อคำพวกมันมาก เดี๋ยวจะเข้าตัว 



ผมอาศัยรถไอ้เจไป ตั้งแต่คบไอ้เม่น รถของผมแทบไม่ได้ออกจากลานจอดเลยให้ตาย ไม่รู้เฉาหรือยัง ภายในรถไอ้เจมันทำให้มันแปลกใจจนต้องหันซ้าย หันขวา 

“เป็นอะไรของมึง ขี้ติดตูดเหรอ” 

“แปลกว่ะ รถมึงทำไมสะอาด” ปกติรถไอ้เจมีแต่ขยะนะครับขอบอก กินขนมอะไรมันก็ทิ้งถุงไว้ในรถ แต่ตอนนี้ด้านหลังมันมีถังขยะใบเล็กๆ 

“รถกูจะสะอาดบ้างไม่ได้หรือไง” แม้น้ำเสียงจะเหวี่ยง แต่ผมก็ไม่ยอมหยุดจ้องกดดัน ผมจะไม่คิดมากหากถังขยะใบนั้นมันไม่เหมือนรถของเพื่อนสุดรักนายอัธของผม ตั้งแต่ห้องตรงข้าม มารถสะอาดอีก 

ไอ้เจกับไอ้อัธคงไม่ได้มีซัมติงกันหรอกนะ ถ้ามีละก็ ความบรรลัยอาจจะเกิด คนสองขั้วเลยนะครับนั่น 

ไอ้เจเลี้ยวรถจอดใต้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีรถไอ้เกมส์กับไอ้มีนมาจอดข้างๆ ในเวลาไล่เลี่ยกัน แล้วพวกเราก็เดินเข้าห้างที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผู้ชายหน้าตาดีสี่คนเดินเรียงหน้ากระดานเข้าไปเลยเป็นที่สนใจของสาวๆ นี่ไม่ได้โม้นะครับ แต่มันคือเรื่องจริง 

พวกเราขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้นบนเพื่อมาร้านชาบู ระหว่างกำลังคุยเฮฮากันอยู่ เสียงโวยวายหน้าร้านก็ดังเรียกความสนใจ ผมมองเห็นผู้ชายใส่ชุดนักศึกษานั่งหันหลัง มือก็แนบโทรศัพท์ที่หู เสียงโวยวายคงมาจากคนนี้สินะ แต่...ทำไมหลังคุ้นๆ 

“ไอ้พวกเลว” คำด่านั่นทำเอาพวกผมสะดุ้งกันเป็นแถว นั่นเพราะมัวแต่จ้องคนที่คุยโทรศัพท์เสียงดังไม่เกรงใจใคร กำลังจะด่า แต่พอมันหันหน้ามาเล่นเอาเหวอ “ไอ้ม่าน” เสียงเรียกชื่อผมลากยาว แถมคนเรียกยังพุ่งเข้ามากอดผมอีก 

“ไอ้เหี้ยกลอยปล่อย คนมองแล้วแม่ง” ผมพยายามแกะแขนที่รัดเอวออก คนในร้านชาบูมองกันเป็นแถว “ไอ้กลอย”

“ฮือ” มันเงยหน้าเบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ 

“อะไรของมึงไอ้กลอย เพื่อนทิ้งหรือไง” ไอ้เจเลิกคิ้วถาม ซึ่งไอ้กลอยก็พยักหน้ารัวๆ แล้วไปเกาะแขนไอ้เจแทน “อะไร”

“พวกมึงมากินชาบูเหรอ” มันไม่ตอบ แต่เลือกจะถามแทน ไอ้เจพยักหน้า มันก็ยิ้มแป้น “ดีอะ เพื่อนกูแม่งเทไปหาเมียหมด นัดกูมาหน้าร้านแต่แม่งเทกู ไอ้พวกเพื่อนเลว” 

“คำว่าเลวของมึงโปรดหันไปทางอื่น” ไอ้มีนขยับหนีเลยครับ โคตรตลก 

พูดคุยอีกนิดหน่อยก่อนพวกเราจะเดินเข้าร้าน ไอ้กลอยเลือกโต๊ะกลางร้านมันว่าของมาถึงไว แต่ผมว่า นั่งโต๊ะในสุดของมันถึงไวกว่าว่าไหม 

หม้อน้ำซุปสองแบบกำลังถูกเติมของลงอย่างกระหน่ำ ใครกินอะไรก็โยนๆ ลงไป ของผมเน้นหมูสามชั้นสไลด์ครับ ร่างกายต้องการโปรตีนที่สุด 

“รุ่นน้องมึงจีบไอ้มู่ มึงรู้ป่ะ” ไอ้เชี่ยมีนเริ่มเปิดประเด็นกวนบาทา ผมถลึงตาใส่แต่มันกลับหัวเราะรอฟังคำตอบจากไอ้กลอยที่ยัดของซะเต็มปาก

“อู้” (รู้) เต็มปากแล้วยังจะพูด พอมันกลืนหมดก็เริ่มโม้ “กูเป็นพ่อสื่อ ไอ้ม่านมีแฟนได้เพราะกูเลยนะ” 

“ได้ข่าวว่า มึงเทมาให้มันไม่ใช่เหรอ” เสียงเรียบๆ ของไอ้เกมส์แต่มันโคตรสะใจในความคิดของผม ไอ้กลอยยู่ปากแล้วยัดหมู (ของผม) เข้าปาก 

“ถ้ากูไม่เท ไอ้ม่านก็ไม่มีแฟนไง” ดูความคิดมันครับ “ว่าแต่ ช่วงนี้กูไม่ค่อยเจอไอ้เม่นเลยว่ะ” ไอ้กลอยมันหันมาถามผมที่นั่งข้างๆ 

“มันเรียนที่เดียวกับมึงไม่ใช่หรือไง” ผมว่า

“ก็ใช่ แต่มันนอนห้องเดียวกับมึงไง” จบครับ ผมเลือกจะยัดหมูเข้าปากแทนคำตอบ “แหม เงียบแดกนะมึงไอ้ม่าน คบกันแล้วไม่บอกความคืบหน้าให้กูรู้บ้างเลย” 

“มึงเสือกแบบนี้ผัวไม่ว่าเหรอ” อยากจะป้อนหมูขอบคุณไอ้เจมากที่ถามให้ แต่คิดว่า คนอย่างไอ้กลอยมันจะแพ้เหรอครับ คำถามแค่นี้น่ะ

“ผัวกูไม่ว่า เพราะรู้สันดานกูดี” ไอ้เจถึงกับส่ายหน้าเมื่อได้คำตอบ อย่าคิดจะชนะไอ้กลอย ถ้าเกรียนไม่มากพอเท่ามัน ขนาดผมยังสู้ไม่ไหวจริงๆ 

“กูโคตรสงสารผัวมึง ที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้” ไอ้เกมส์ยังคงพูดน้ำเสียงเรียบแต่กัดได้เจ็บจริงๆ 

“ถูก” แยกย้ายครับ ไอ้กลอยตอบปุ๊บ ทุกคนก็ก้มหน้าสนใจของกินในหม้อแทน อย่าไปต่อปากต่อคำ เพราะมันจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากความไร้สาระของมัน 



ของที่ใส่รวมในหม้อต้มตรงหน้าค่อยๆ หมดลง สปีดการกินของแต่ละคนก็ค่อยๆ ลดลง จากที่ยัดๆ ครั้งแรก ตอนนี้เริ่มโบ๊ยกันแล้วครับ อย่างตอนนี้ ไอ้เจกลายเป็นคนใจดีคีบหมู คีบกุ้งใส่ถ้วยไอ้กลอย เมื่อกี้พวกมันแย่งกันครับ พอหมูถูกวางในถ้วย ไอ้กลอยก็เงยหน้าจ้องเจ้าของตะเกียบ แก้มสองข้างยังเต็มไปด้วยลูกชิ้นและหมู 

“กูรู้ว่ามึงชอบกิน เนี่ย กูให้มึงเลยนะ” ไอ้เจพูดไปยิ้มไป ไม่สนตาโตๆ ของไอ้กลอย “อะนี่อีก ไข่มันมีประโยชน์ กูเป็นห่วงสุขภาพมึงเลยนะไอ้กลอย”

“เห็นไอ้เจใจดีแบบนี้ กูก็อยากใจดีบ้าง” ไอ้เกมส์มันเอาด้วยครับ มือมันหยิบลูกชิ้นมาใส่หม้อต้มอีกสองจาน เล่นเอาของในปากไอ้กลอยแทบพุ่ง 

ผมควรสงสารเพื่อนใช่ไหม แต่ผมกลับหัวเราะ ไอ้กลอยก็กินนะครับ แม้จะเคี้ยวช้ามากถึงมากที่สุด บางทีมันกลืนทั้งที่ไม่เคี้ยวก็มี

“อิ่มก็พอสิวะ” ผมทนไม่ไหวเลยยื่นมือไปหยุดการยัดของเข้าปากของไอ้กลอย มันอมของกินไว้ที่แก้มหันมามองผมตาละห้อย “อะไร” 

“กูยังกินได้” แม้จะพูดแบบนั้น แต่ตามันโคตรสื่อสารว่าไม่ไหว 

“เดี๋ยวมึงก็อ้วกหรอกไอ้ห่า สงสารกระเพาะมึงบ้าง” เถียงไม่ออกมันก็เงียบแล้ววางตะเกียบ ไอ้กลอยพยายามเคี้ยวเอื้องในปากให้หมด 

“มึงโคตรแปลก กินจนอิ่มแต่ไม่หยุด เป็นโรคป่ะ” ไอ้มีนถามอย่างสงสัย แต่กว่าจะได้คำตอบก็ต้องรอของในปากไอ้กลอยหมด ซึ่งแทบหลับรอ จะเคี้ยวช้าไปไหน

“กูเสียดาย นานๆ มากินที” ไอ้กลอยว่า 

“แฟนมึงเลี้ยงแบบอดๆ อยากๆ เหรอ ถึงไม่ค่อยได้กิน” ไอ้เจสวนกลับแทบจะทันที 

“เลี้ยงดีดิ่ แต่ช่วงนี้ทำงานเยอะ เลยนานๆ มากินที” ทุกคนพยักหน้าให้กับคำตอบที่ได้ อิจฉามันเหมือนกันนะครับ พี่โชแฟนมันแม่งโคตรสปอยด์มันอะ แบบตามใจทุกอย่าง “กูว่า...” อยู่ๆ ไอ้กลอยมันก็เอ่ยออกมา พวกผมก็ตั้งใจฟัง “กูปวดขี้ว่ะ”

“เชี่ย ไปเลยไอ้ห่า” ผมรีบผลักมันเลยครับ แต่แค่มันขยับ เสียงบางอย่างก็เล็ดลอดออกมา “มึงตดใช่ไหม เหี้ยโคตร” แตกสิครับรออะไร 

เสียงอาจไม่ดัง แต่กลิ่นตดมันโคตรแรงกว่ากลิ่นทุกอย่างในร้านนี้ กลิ่นมันทะลุทะลวงจนของที่ยัดเข้าไปเกือบพุ่งออกมา ไอ้กลอยวิ่งหางจุกตูดไปเข้าห้องน้ำ ก่อนไปยังสั่งให้พวกผมรออีก เอากับมันสิ 

“แม่ง ขมคอเหี้ย” ไอ้เจใช้มือปัดๆ แถวหน้าตัวเองตอนเดินออกจากร้านหลังจากจ่ายเงินเสร็จ 

“เพื่อนมึงโคตรของโคตรบ้าอะ” ไอ้เกมส์ยังปิดจมูกไม่ยอมเอาออก สงสารจริงๆ จมูกคงตันแบบสุดๆ ส่วนไอ้มีนมันเอายาดมออกมายัดรูจมูก “มึงรอมันไป พวกกูขอบาย สงสัยต้องไปซื้อยากิน แม่งกลิ่นมันจี๊ดขึ้นสมอง” แล้วพวกมันก็เดินบ่นลงบันไดเลื่อนไปครับ 

แล้วคิดว่าผมจะไม่มีอาการเหรอ ยังดีที่สนิทกับมันมานาน ยังพอรับไหว ผมเจอบ่อยครับ หนักกว่านี้ก็เคยมาแล้ว อย่างเช่นมันท้องเสียแล้วขี้แตกใส่กางเกง นึกย้อนแล้วไปก็โคตรเหี้ยอะ ดีที่ตอนนั้นไม่ไหลลงขามา...อ้วก! 



“พวกไอ้เจล่ะ” คนขี้แตกเดินหน้าบานมาหาผมที่นั่งรอ 

“มันกลับไปแล้ว ดังนั้นมึงต้องไปส่งกู” ไม่รู้มันเอารถมาหรือเปล่า แต่มันต้องไปส่ง 

“โอ้โห ไอ้นี่แผนสูง” โดนไอ้กลอยเตะเท้าไปที ไอ้นี่วอนโดนถีบ “ไปๆ วันนี้กูเอารถมา” พอผมยืนขึ้น ไอ้กลอยก็โผเข้ามากอดคอ มันตัวเตี้ยกว่าผม แม้ไม่มาก แต่ก็เตี้ย “ขี้ท้องโล่งเลย เข้าไปกินอีกรอบได้ป่ะ”

“มึงสงสารท้องกูด้วย ไอ้ห่า” 

“ทำไมกูต้องสงสารมึงด้วย โอ๊ย ไอ้เชี่ยม่าน” ชกท้องโล่งๆ ของมันเป็นการลงโทษ

วันนี้ไอ้กลอยเอารถยนต์มา สงสัยฟ้าจะผ่า นี่แฟนมันปล่อยให้เอารถมาได้ยังไง ล่าสุดเหมือนได้ยินว่า มันถอยไปจูบเสาซะท้ายรถบุบ เกิดมาเป็นรถของไอ้กลอยโคตรน่าสงสาร 

...เอ่อ แต่ว่าตอนนี้ชักสงสารตัวเองซะแล้วสิ

ไอ้กลอยมันขับรถความเร็วพอดีนะครับ แต่มันขับเหวี่ยงไปมา ขนาดผมไม่ใช่คนเมารถยังเวียนหัวเลย แม่ง มันสอบได้ใบขับขี่มาได้ยังไงวะเนี่ย

“นี่มึงขับรถยังไงของมึงเนี่ย” บ่นสิครับ 

“ก็กูไม่ได้ขับนาน มึงต้องโทษพี่โชนู้น ถ้ากูขับบ่อยๆ ก็เก่งไปแล้ว” ดูมันเถียงสิครับ ไปโทษคนอื่นอีก

“ถ้ามึงไม่ขับชนนู้นชนนี่ พี่เขาคงไม่ห้ามมึงหรอก กูว่า มึงไปเรียนขับรถใหม่เถอะ” ไม่ได้สงสารไอ้กลอยหรอกนะครับ สงสารเพื่อนร่วมทางของมัน “เชี่ยๆ เบรกสิวะ ไฟแดงแล้ว” 

เมื่อไหร่จะถึงหอผมเนี่ย

“เอ่อ ถ้าไปหอมึงจะเจอไอ้เม่นไหมวะ” ช่วงติดไฟแดง มันก็เริ่มอ้าปากคุย “แม่ง เจอแต่พวกไอ้ไม้ ไอ้เบียร์ ส่วนไอ้เม่นหายหัว” ไอ้กลอยย่นคิ้วถาม ก็อยากบอกมันเหมือนกันว่า ที่ไม่เจอเพราะต้องรีบมารับผม “พอเลิกสนกูละไม่เคยเจอ”

“มึงจะอยากเจอทำไม อยากให้ความหวังมันใหม่เหรอ” พูดน้ำเสียงปกติที่สุด แต่ไอ้กลอยกลับยิ้มล้อแล้วยื่นหน้ามาหา “อะไรของมึง”

“หึงเหรอ หึงไอ้เม่นกับกูเหรอ แหมๆ เพื่อนม่านของกูมีมุมหึงหวงกับคนอื่นด้วย” 

“ไม่ใช่โว้ย” 

“โห มีโวยวายด้วย เพื่อนม่านของกูมาถึงจุดมีผัวแล้วน่ารักเหรอเนี่ย”

“ผัวเชี่ยไร กูคบแบบใสๆ เว้ย”

“ใส? ใสว่าสิบ่ถิ่มกันเหรอวะ” มันเน้นคำว่าถิ่มกัน แล้วมันก็หัวเราะลั่นรถ “เพื่อนม่านของกูเป็นคนใสๆ” 

“ไอ้เหี้ยกลอย มึงเคยอยู่ดีๆ แล้วตกรถมะ” ทำหน้าขึงขังใส่ แต่ก็ไม่อาจหยุดเสียงหัวเราะของไอ้กลอยได้ “ไอ้เชี่ยกลอย”

“มึงต้องลอง” มันหยุดขำแล้วพูดออกมา แม่งปรับอารมณ์โคตรไว อะไรของมัน 

“ลองอะไรของมึง” 

“ถิ่มกันไง เชี่ย” ยื่นมือไปตบหัวมันเน้นๆ จนโดนถลึงตาใส่ 

“ถิ่มมึงสิไอ้ห่า” 

“หรือว่ามึงกลัว? ไม่กล้าหรือไง เพื่อนม่านป๊อดเหรอ” 

“อย่ามายุกูซะให้ยาก กูไม่ใช่ไอ้ทูที่มึงยุขึ้นไอ้กลอย มึงพลาดแล้วเพื่อน” ผมยักคิ้ว ยกไหล่ให้ ไอ้กลอยส่งเสียงจิ๊จ๊ะที่ยุผมไม่ขึ้น เพราะลูกยุนี่แหละ ทำให้เพื่อนรักนายทูนอนติดเตียงเต็มๆ สองวัน สมน้ำหน้า 

“กูยุมึงไม่ขึ้น กูจะไปยุไอ้เม่น” ถ้าไม่ชั่วจริงคิดไม่ได้นะครับแบบนี้ 

“คงยาก เพราะเดี๋ยวมันจะย้ายแล้ว” 

“ย้าย? ย้ายอะไร ย้ายไปไหน” 

“เห็นว่าจะย้ายคณะไปเรียนบริหาร” 

“บริหารเหรอ รุ่นน้องพี่ฝอยอะนะ ก็ดี” 

“ไม่ใช่ที่เดิม” เหมือนจะขัดความคิดของไอ้กลอย มันขมวดคิ้วหันมาทำตาใสใส่ผม “มันจะย้ายทั้งคณะแล้วก็มหาลัย” 

“มันจะย้ายไปที่เดียวกับมึงเหรอ โหย จะตัวติดเพื่อนกูมากไปละไอ้เม่น” 

ผมส่ายหน้าให้เพื่อนสุดรักที่มันเริ่มบ่นคนเดียว ไอ้กลอยเป็นพวกคนที่คิดอะไรแปลกแยกกว่าชาวบ้าน หรือง่ายๆ คือเพี้ยนนั่นแหละครับ แต่มันก็น่ารักนะ ถ้าทนกับมันได้ 

“เออใช่ มึงรู้เรื่องไอ้อัธย้ายคอนโดป่ะ” เห็นถังขยะข้างถนนแล้วก็นึกขึ้นได้ 

“รู้ดิ่ วันย้ายกูยังไปช่วยอยู่เลย” ย่นคิ้วหลังจากได้ยิน แล้วทำไมผมไม่รู้วะ “คอนโดนั่นเป็นของเพื่อนพี่ซัน ราคาเลยได้ส่วนลด ถ้าห้องพี่โชไม่กว้างกว่า กูคงอ้อนให้ไปซื้อละ” 

“อวดผัวรวยเหรอมึง” แขวะไป ไอ้กลอยยักไหล่อย่างหมั่นไส้ “ห้องไอ้อัธอยู่ตรงข้ามห้องไอ้เจ มึงคิดว่าไงวะ” ที่ผมถามเพราะไอ้กลอยเป็นพวกเซ้นส์แรงครับ ถ้ากระตุ้นต่อมมันปุ๊บ ระดับความสอดก็จะค่อยๆ ถูกปล่อยออกมา อย่างตอนนี้ มันค่อยๆ หันหน้ามามองผม 

“ตรงข้ามห้องไอ้เจกูก็รู้ แต่ที่มึงพูด หมายความว่ายังไง จะว่าพวกมันมีซัมติงกันเหรอ” เห็นไหมครับ กระตุ้นต่อมสอดมันปุ๊บ เซ้นส์มันก็ออกเลย 

“แล้วมึงคิดว่าไง” รอฟังความคิดเห็น 

“อืม...ไม่รู้วะ มึงก็รู้ ว่าไอ้อัธมันเป็นพวกเดายาก” 

“มึงจำถังขยะที่ไอ้อัธซื้อมาจากญี่ปุ่นได้หรือเปล่า” 

“ไอ้กระป๋องสามสีนั่นนะ ทำไมวะ” ไอ้อัธมันหวงของรักมาก ผมกับเพื่อนทุกคนจะรู้ดี “มึงพูดออกมาตรงๆ เลยได้ป่ะ ทำให้กูอยากรู้แล้วอย่าเงียบ” 

“ถังใบหนึ่งอยู่ในรถไอ้เจ” พูดจบปุ๊บ ไอ้กลอยแทบเหยียบเบรก ดีที่ไม่มีรถตามหลังมา ไม่อย่างนั้นมีจูบตูดรถเป็นแถวแน่ “จะเบรกทำไมของมึงเนี่ย”

“ก็กูตกใจ ถังพวกนั้นมันโคตรหวง ขนาดกูขอมันยังไม่ให้” เห็นไหมครับ ไอ้อัธหวงของจริงๆ “แน่ใจนะว่าเป็นของไอ้อัธ” 

“เออ กูเล็งใบสีนั้นตั้งแต่มันกลับมา” เคยอ้อนขอตอนเห็น ไอ้อัธแทบถีบหน้าผมอะคิดดู “หวงเบอร์นั้นแต่กลับไปอยู่ในรถไอ้เจ มึงว่าแปลกหรือเปล่าวะ” 

“ไม่แปลก” อ่าว อะไรของมัน “มันไม่แปลกเลย ถ้ากูจะต้องไปเสือกเรื่องนี้” 

“ได้ความแล้วส่งต่อด้วยนะมึง” 

ตกลงเสร็จรถก็มาจอดหน้าหอพักผมพอดี เพราะคุยกันมาตลอดทางเลยกลบอาการเมารถได้ แต่ผมก็ยังยืนยันว่าให้มันไปเรียนขับรถใหม่ เรียนแบบติวเข้มๆ ว่าขับยังไงไม่กินเลน หรือเปิดไฟเลี้ยวยังไงไม่ให้โดนที่ปัดน้ำฝน 



ผมลงจากรถยืนรอส่งไอ้กลอยจนรถมันหายไปจากสายตา ลานจอดหน้าหอพักยังไม่เห็นรถไอ้เม่น คงยังไม่เลิกแน่ แต่พอก้าวขาจะเดิน เสียงบีบแตรก็ดังจนสะดุ้ง เจ้าของรถเลื่อนกระจกส่งสายตาหวานมาให้ 

“พี่จะไปไหน” ไอ้เม่นยิ้มตาปิดถาม 

“กำลังมาถึงเนี่ย” ผมว่า “เพิ่งเลิกเหรอ” 

“ครับ เพราะพี่บอกจะกลับเอง ผมเลยรีบกลับมารอ เป็นแฟนที่ดีป่ะ” 

“แต่ไม่ทันไง กูมาถึงก่อน” 

“โหย นิดเดียวเอง” 

เสียงบีบแตรไล่จากด้านหลัง ไอ้เม่นเลยเลื่อนรถไปจอดที่ลาน ผมยืนรอจนมันเดินมาหาแล้วเราก็เดินขึ้นหอพักพร้อมกัน 

“วันนี้เรียนโคตรง่วง เผลอหลับไปด้วย บลาๆ” ไอ้เม่นเจื้อยแจ้วมาตลอดทางจนถึงห้อง ก็ดีนะครับ เวลาฟังมันเล่าเรื่องที่มหาลัย ไม่ก็เพื่อนของมัน “พี่ม่านฟังอยู่หรือเปล่า พี่ม่าน”

“เออๆ ฟังอยู่เนี่ย” 

“แล้วเหม่อทำไม”

“กูเนี่ยนะเหม่อ”

“อืม เหม่อ ตอนนี้ก็ตาลอยๆ อาบน้ำแล้วไปกินข้าวกัน”

“ชาบูกูยังเต็มท้องอยู่เลย”

“แต่ผมท้องว่างมาก” 

“แต่กูอิ่ม”

“แต่ผมยังไม่ได้กิน”

โอเคครับ สรุปอาบน้ำพร้อมกันเพื่อประหยัดเวลาจะได้รีบไปกินข้าว แรกๆ ก็เขินนะเออ การแก้ผ้าอาบน้ำกับคนอื่นนอกเหนือจากเพื่อน ก็เพื่อนไม่เคยมองจ้องร่างกายผมตาแวววาวแบบนี้ ทั้งที่ให้มันอาบก่อนก็ไม่เอา ผมจะอาบก่อนก็ไม่ยอม สุดท้ายเลยต้องอาบด้วยกัน บ้ามาก

“พี่ม่านครับ”

“อะไร” 

ตอนนี้เรากำลังนั่งกินข้าวแถวๆ หน้าหอพัก ไอ้เม่นสะกิดผมยิกๆ ตั้งแต่อยู่บนห้อง   “พี่ม่าน”

“เรียกอีกทีกูเอาส้อมจิ้มตามึงแน่ พูดมา” 

“พี่โคตรขาวอะ เห็นแล้วมีอารมณ์เลย”

“ไอ้เหี้ยเม่น อยากโดนถีบหรือไง” 

“พี่อ่า ผมเป็นวัยรุ่น วัยคึกคักนี่นา” พูดไปกัดปากไป น่าเอาส้อมจิ้มอย่างที่ว่าจริงๆ “พี่ไม่อยาก...”

“ไม่โว้ย ไม่อยาก” 

“ผมยังไม่ได้พูดเลยว่าอยากอะไร ฮั่นแน่ คิดลามกกับผมล่ะสิ” ผมกระทืบเท้าไอ้เม่นใต้โต๊ะแต่มันชักหลบทัน “ผมรอได้น่า บอกแล้ว รอพี่พร้อม...แต่สำหรับผมนั้นพร้อมทุกเมื่อ เพราะของผมฟิตมาก” 

ผมทิ่มส้อมไปแต่ไอ้เม่นหลบทัน มันหัวเราะปากกว้างกวนโมโห ปล่อยผ่านไม่ได้นะครับ มันนอนอยู่ข้างๆ ทุกวัน กลัวว่าสักวันมันจะลักหลับผม สงสัยต้องเพิ่มชุดนอนตัวเองไปอีกสักสองสามชั้น ป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหลาย 

หรือผมจะต้องกลัวตัวเองก่อนวะ รูปร่างไอ้เม่นก็ทำให้ใจเต้นเหมือนกันนะ 

ไม่สิ ผมต้องไม่นึกภาพตาม 

โอเค ภาพมันชัดเกินไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็จ้องมันเหมือนกัน...

แยกครับ



...TBC


กลอยประเกรียนมาแจมแบบเบาๆ (แต่กลิ่นไม่เบา) ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณค่า

ความคิดเห็น