facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๒ สวมหน้ากากรักกัน 70%

ชื่อตอน : บทที่ ๒ สวมหน้ากากรักกัน 70%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ค. 2560 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๒ สวมหน้ากากรักกัน 70%
แบบอักษร


“นายธีมาถึงแล้วใช่ไหม” ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน ธนาธิปก็ถามหาน้องชายคนเดียวด้วยใบหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ขึ้นเครื่อง เขาก็ติดต่อธีรัชไม่ได้อีกเลย

“มาได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ ตอนนี้ก็น่าจะนอนอยู่บนห้องนะคะ”

“แล้วปานตาล่ะ” เขาถอนหายใอย่างโล่งอก

“คุณปานตาก็น่าจะอยู่บนห้องค่ะ วันนี้เธอไม่ออกไปไหนเลย”

“ขอบใจ”

เวลาต่อมา ธนาธิปมาอยู่ตรงหน้าห้องนอนของน้องชาย ทีแรกว่าจะเคาะประตู แต่กลับไม่ทำเพราะคิดว่าธีรัชอาจจะนอนหลับอยู่ จึงไม่อยากรบกวน สายตาของเขาเพ่งมองไปทางห้องนอนของภรรยา พร้อมกับขาทั้งสองข้างที่สามัคคีกันก้าวไปยังห้องนั้น ตัดสินใจเคาะประตูและยืนรอให้เธอมาเปิด

“มีอะไรคะ” เจ้าของห้องแปลกใจพอสมควรที่เขามาเคาะเรียก เธอนึกว่าจะเป็นคนอื่น

“เปล่า... ผมแค่จะมาบอกว่า อย่าลืมทำตามที่เราตกลงกันไว้ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย ...สวมหน้ากาก ทำเหมือนว่าเรารักกันดี ได้ใช่ไหม” เขามองตาเธอเชิงขอร้อง

“เราคุยกันแล้วนี่คะ” ปานตายิ้มมุมปากเล็กน้อย เบือนหน้ามองไปทางอื่นแล้วจะปิดประตู แต่เขาเอามือห้ามไว้ทัน

“เดี๋ยวสิสาม จะรีบปิดทำไม ผมยังพูดกับคุณไม่เสร็จเลย”

“มีอะไรอีกหรือคะ” หญิงสาวพูดโดยไม่มองหน้า อารมณ์ของเธอยังโกรธเขาอยู่ ใช่ว่าเรื่องเลว ๆ ที่เขาทำมันจะง่ายต่อการที่เธอจะให้อภัย

“ยังโกรธผมอยู่ใช่ไหม”

“ลองมาเป็นฉันดูสิ จะได้รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันน่าให้อภัยไหมธาม!” ปานตาขึ้นเสียงด้วยความหงุดหงิด เขาไม่คิดจะเอ่ยคำขอโทษเธอเลยหรือไร ทำผิดแท้ ๆ ยังมีหน้ามาถามว่าเธอยังโกรธอยู่หรือเปล่า แทนที่จะพูดขอโทษและบอกว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก

“แล้วคุณเคยเอาใจใส่ผมในฐานะของภรรยาบ้างหรือเปล่า” เขาเถียงกลับ

“ก็ฉันกำลังท้อง” หญิงสาวลอยหน้าตอบเชิด ๆ ตั้งแต่เกิดมา เคยเอาใจใครซะที่ไหน มีแต่คนอื่นที่ต้องเอาใจเธอ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ใช้ชีวิตเป็นลูกคุณหนูอยู่อย่างสุขสบายมาตลอด

“ใช่! คุณท้อง ที่เราต้องแต่งงานกันก็เพราะว่าคุณท้อง” เขาพูดเหมือนคนกำลังประชดแต่ว่าเธอกลับเข้าใจอีกอย่างว่าเขาหมายถึง หากเธอไม่ท้อง เขาคงไม่มีการรับผิดชอบอะไร

“ถูกค่ะ ถ้าฉันไม่ท้อง เราก็คงไม่ต้องแต่งงานกัน” คราวนี้เธอจ้องหน้าเขาตอนพูด เจ็บปวดที่สามีไม่รัก แค่รับผิดชอบลูกในท้องของเธอเท่านั้น

“เสียใจด้วย เพราะคุณท้อง เราเลยต้องแต่งงานกัน”

ดูเหมือนสถานการณ์กำลังแย่ลง เมื่อทั้งคู่ต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ต่างคนต่างแรงด้วยกันทั้งสองฝ่าย ธนาธิปคิดใจในว่า จะทำอย่างไรดี ภรรยาของตนจึงจะน่ารักและอ่อนหวานเหมือนผู้หญิงทั่วไป ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ แต่เขาเองก็ผิดที่ไม่ยอมอ่อนให้เธอ หากต่างคนต่างเปิดใจให้กันคงไม่เป็นแบบนี้

“ฉันเองก็ต้องบอกว่า เสียใจด้วย ที่เวลาคุณควงผู้หญิงไปไหนต้องถูกมองว่าทำตัวไม่เหมาะสมเพราะแต่งงานแล้ว”

“ปานตา!”

“ทำไมคะธาม!”

“ทะเลาะกันแบบนี้ ลูกดกแน่ๆ ...สวัสดีพี่ชาย สวัสดีอีกครั้งครับพี่สะใภ้คนสวย” ธีรัชที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ตั้งใจจะออกไปเจอเพื่อน พอเห็นพี่กับภรรยากำลังมีปากเสียงกัน เขาเลยต้องรีบเข้ามาแทรกก่อนที่อะไร ๆ จะแย่ลงกว่านี้

“แกมาคนเดียวใช่ไหม” ตามตรงว่าเขาเข็ดกับผู้หญิงของธีรัชแต่ละคน พอคนน้องเผลอก็ชอบอ่อยเขาตลอด

ประโยคแรกจากพี่ชาย ทำเอาธีรัชอ้าปากค้างไว้หลายวินาทีก่อนขยับปากตอบ

“ทักทายกันด้วยประโยคแบบนี้เลยเหรอพี่ ผมมาคนเดียวจริง ๆ ...น้องสาม ตัวจริงสวยกว่าในรูปนะครับ” ประโยคสุดท้ายทำเอาปานตายิ้มพอใจกับคำชม ส่วนธนาธิปนั้นทำหน้าราวกับว่าไม่ชอบใจที่น้องชายชื่นชมภรรยาของตน

“ขอบคุณค่ะ พี่ธีเคยเห็นรูปสามด้วยเหรอ” หญิงสาวพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เพราะก่อนหน้านี้ได้ทำความรู้จักกันแล้ว ธีรัชบอกเธอให้เรียกเขาแบบนั้น จะได้ดูสนิทสนมเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ทว่ากลับทำใครบางคนหูผึ่ง หงุดหงิดขึ้นมาเอาดื้อ ๆ ที่ทั้งคู่ดูเข้ากันได้ดีราวกับรู้จักมานาน ทั้งที่เพิ่งเคยเห็นหน้ากันวันแรก

“ก็...” ธีรัชกำลังจะบอกว่าพี่ชายส่งให้ดูบ่อยครั้งเวลาคุยกันในแชท แต่ธนาธิปชิงพูดขึ้นก่อนราวกับไม่อยากให้ภรรยาทราบว่าเขาส่งรูปเธอให้น้องชายดูหลายครั้ง ตามประสาคนอยากอวดว่ามีเมียสวยและเด็กกว่าหลายปี

“นายจะออกไปไหนหรือเปล่า ทำไมแต่งตัวซะหล่อเชียว” คนอายุมากสุดทำทีเป็นชวนเปลี่ยนประเด็นสนทนา ทว่าคนน้องนั้นรู้ทันว่าพี่ชายไม่อยากให้เขาบอกเรื่องรูป

“ก็ว่าจะออกไปแรด เอ๊ย...ออกไปเจอเพื่อนสักสองสามชั่วโมงค่อยกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านครับ พรุ่งนี้ผมว่าจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านของเรา พี่ไม่ว่าอะไรใช่ไหม” เหมือนธีรัชจะเกรงใจพี่ชายอยู่ไม่น้อย เลยต้องถามเชิงขออนุญาตก่อน

“ก็เอาสิ ที่นี่ก็บ้านของนายเหมือนกัน แต่อย่าให้มีสิ่งเสพติดผิดกฎหมายก็พอ”

“ไม่มีหรอกครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะ” ธีรัชเดินจากไปทันทีที่พูดจบ ทิ้งให้คู่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“ขอตัวนะคะ” ปานตาจะเข้าห้อง

“เดี๋ยว”

“ว่ามาค่ะธาม ฉันเพลีย ๆ”

“จะรีบไปจ้องหน้าจอสิไม่ว่า”

“เอ๊ะ...คุณ ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน เอามือออกไปได้แล้ว ฉันจะเข้าห้อง” เธอว่าพร้อมกับผลักแขนเขาออก แต่ธนาธิปไม่ยอมขยับเท้าไปทางไหน

“ธาม ฉันบอกให้หลบ”

“...” ทั้งคู่สบตากันอย่างพร้อมเพียงราวกับนัดไว้ ความรู้สึกของหญิงสาวคือเหมือนตัวเองเป็นนาฬิกาที่หยุดเดินชั่วคราว ชายหนุ่มเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก หวั่นไหวแบบแปลก ๆ

“เอาโทรศัพท์ของคุณมาให้ผม” ธนาธิปเป็นฝ่ายได้สติและพูดขึ้นก่อน

“กล้าเอาโทรศัพท์คุณมาแลกไหมล่ะ จะได้เสมอกัน โทรศัพท์มือถือมันคือของใช้ส่วนตัว...” หญิงสาวยังพูดไม่ทันจะจบความ ข้อมือของเธอก็ถูกเขาจับพลิกขึ้นให้แบมือ

“นี่ไง โทรศัพท์ผม ทีนี้ก็ไปเอาของคุณมานี่” เขาบอกพร้อมกับวางโทรศัพท์ลงในมือเธอ

“เอาคืนไป เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่น” ปานตาส่ายหน้าดิก ไม่ยอมเด็ดขาด โทรศัพท์มือถือเป็นของใช้ส่วนตัวที่เธอหวงแหนมาก ไม่เคยมีใครได้แตะต้องมันยกเว้นคนขาย

“แน่ใจเหรอว่าไม่อยากดูของผม” เขาหมายถึงโทรศัพท์มือถือ แต่เธอกลับอ้าปากค้าง คิดลึกไปในเชิงทะลึ่ง “อะไร... ทำไมทำหน้าตกใจ ผมหมายถึงโทรศัพท์”

“เอาของคุณคืนไปค่ะ”

ระหว่างนี้ก็มีสายโทรเข้ามา เป็นเบอร์ของผู้หญิงที่เขาเคยพามาหยามเกียรติเธอถึงบ้าน จากที่อารมณ์กำลังโรแมนติกก็เปลี่ยนเป็นอีกแบบทันที หญิงสาวปั้นหน้าตึง จ้องรูปของคนโทรมาอย่างโกรธเกลียด หากสายตาของเธอเป็นไฟได้ โทรศัพท์ของเขาคงมอดไหม้เป็นจุณไปแล้ว

“หึงผม?” เขายื่นหน้าเข้าใกล้แล้วถาม ไม่สนใจจะรับสาย

“ไม่หึง แค่ไม่ชอบ!” เธอไม่บอกว่าหึงให้เขาได้ใจหรอก

“งั้นก็เอาโทรศัพท์ของผมมา จะรับสาย” เขาแบมือขอ หน้าตายียวนชวนตบ รู้ดีว่าภรรยากำลังหึงและไม่พอใจ แต่เธอไม่ยอมรับเท่านั้นเอง เพิ่งรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงประเภทปากอย่างใจอย่าง

ปานตาเห็นหน้าตาเริงร่าของสามีก็ยิ่งโกรธจนขาดสติ ปาโทรศัพท์ใส่ผนังเต็มแรง จงใจทำให้พังเสียหายจนใช้งานไม่ได้ อีกอย่างก็อยากแสดงให้เขาเห็นว่าอย่ามายั่วประสาทเธอ เพราะผลที่ตามมาจะเป็นอย่างที่เห็น เธอมันคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร

“สาม!” ธนาธิปหน้าเหวอ ไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำแบบนี้ ถามว่าโกรธไหม ก็มีบ้างที่เธอใช้อารมณ์เกินไป เขาแค่ยั่วอารมณ์เธอเล่น ๆ เอง ทำไมต้องทำขนาดนี้

“ทำไม! รวยนี่ ก็ซื้อเครื่องใหม่สิ” ปานตาลอยหน้าลอยตาบอกอย่างไม่รู้สึกผิดที่ทำลายข้าวของเขาพังเสียหาย

“อย่าทำแบบนี้อีก” เขาบอกด้วยโทนเสียงแข็ง ๆ ตามประสาคนกำลังโกรธ

“ฉันจะทำยิ่งกว่านี้” เธอมองหน้าท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว

“อย่ามองหน้าผมแบบนี้” เขาขยับเข้าประชิดตัวเธอ ปานตาก้าวถอยหลังทีละก้าวอย่างกลัว ๆ

“ไปไกล ๆ นะ ฉันเกลียดคุณ” หญิงสาวไล่พร้อมกับใช้มือผลักอกแกร่งไว้ไม่ให้ประชิดตัวเธอได้ ธนาธิปหัวเราะในลำคอและยังคงต้อนเธอเข้าห้องเรื่อย ๆ

“อย่าใช้อารมณ์กับผมแบบเมื่อกี้อีก มันไม่น่ารัก”

เขาหยุดต้อนเธอแล้วมองสำรวจรอบ ๆ ห้องก่อนเดินไปนั่งบนปลายเตียงอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้าน หญิงสาวมองตาขวางอย่างไม่พอใจที่เขาเข้ามาในห้องนอนของเธอ ธนาธิปยิ้มมุมปากให้ภรรยาแล้วทิ้งตัวลงนอนท่าทีสบาย ๆ ราวกับเมื่อสักครู่ไม่ได้ทะเลาะกัน

“คุณธาม ลุกขึ้นนะ”

“ผมไม่ลุก”

“หน้าด้าน”

“เฮ้อ... ทำตัวน่ารัก หวาน ๆ กับผัวบ้างไม่ได้เลยหรือไง” เขาส่ายหน้าพร้อมกลั้วหัวเราะ หญิงสาวตามอารมณ์เขาไม่ทัน เลยได้แต่ยืนมองนิ่ง ๆ

“นอนคุยกันหน่อยไหม เผื่อว่าอะไร ๆ มันจะดีขึ้น” เขาตบที่นอนเชิญชวน

“คุณมันบ้า บ้าที่สุด...” ...มามุขไหนของเขากัน เธอตามอารมณ์ไม่ทันแล้วนะ

“ฮา...” เขาหัวเราะตอบ ทำเอาเธอหงุดหงิดจนต้องแสดงออกด้วยการกระทืบเท้าเป็นเด็กเอาแต่ใจ

“คนบ้า!” ปานตาหมุนตัวไปนั่งลง กอดอก ใบหน้าหงิกงอตามประสาคนกำลังอารมณ์ไม่ดี ต่างคนต่างมองหน้ากันไปมา และเงียบสนิท ไม่มีการพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว



ขอโทษที่ไม่ได้มาอัปนิยายให้อ่านหลายวันค่ะ คือว่าลูกชายเข้าโรงเรียน อาทิตย์แรกเลิกเที่ยง คนเป็นแม่ก็ใจจดใจจ่ออยู่แต่กับการเป็นห่วงลูก จนทำให้เขียนนิยายไม่ได้ค่ะ ฮ่าๆๆ แต่ว่าตอนนี้โอเคแล้ว กลับมาเป็นปกติแล้วนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่รออ่านคุณธามค่ะ จุ๊บๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว