ปิดปรับปรุงชั่วคราวครับ (งดอัพชั่วคราว) สามารถติดตามผลงานอีกเรื่องของไรท์รอไปก่อนได้ ชื่อเรื่ิอง >>>>Hunter origin (HO) กำเนิดนักล่า<<<<

บทที่ 2 ตอน 6 สงครามเอลล์?

ชื่อตอน : บทที่ 2 ตอน 6 สงครามเอลล์?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 462

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2560 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ตอน 6 สงครามเอลล์?
แบบอักษร

ภายในปราสาทเอลล์

"ท่านกำลังจะบอกว่า พวกมันรวมกลุ่มกันเป็นกองทัพเช่นนั้นหรือ" เอนเทียเอ่ยถามขุนนางอาวุโสที่ไปขอพบเธอที่คฤหาสน์จนทำให้เขาต้องพบกับภาพติดตาเมื่อสักครู่

"ใช่เเล้วขอรับองค์หญิงพวกออคจู่ๆก็ได้เริ่มมีการรวมกลุ่มทั้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย ตอนนี้สภาเอลล์อาวุโสตกลงเห็นชอบที่จะ เรียกระดมพลพร้อมส่งหน่วยสอดเเนมเพื่อสืบหาสาเหตุที่พวกมันมารวมตัวกันเเล้วขอรับ"​  หลังจากที่ราชาเอลล์ถูกสังหารลงร่างกายของเขานั้นถูกพบที่ห้องนอนของเขาเอง เอนเทียต้องมองสภาพร่างกายที่บิดาของตนถูกทรมานต่างๆจนสิ้นใจ ก่อนที่โครอินจะตัดศรีษะของเขาออกมา เธอคิดว่าไม่น่าไปให้ความเห็นใจโครอินตอนที่ถูกทรมานเลย มันสมควรเเล้วที่เขาจะต้องพบจุดจบเช่นนั้น เดลนั้นหลับไปหนึ่งอาทิตย์ในระหว่างนี้ขุนนางได้ออกความเห็นให้เอนเทีย เป็นผู้สืบทอดตำเเหน่งผู้ปกครองเอลล์คนต่อไป เเต่ก็มีขุนนางอีกกว่าครึ่งที่ไม่เห็นด้วย เหตุผลเนื่องมาจาก เดลที่มีศักดิ์เป็นคู่ครองของนางเป็นมนุษย์ เอลล์เป็นเผ่าพันธุ์ที่ถือตัวเป็นอย่างยิ่ง จึงยังมีพวกที่ไม่ยอมรับในตัวของเดลอยู่เป็นจำนวณมากไหนจะภาพตอนที่เดลสั่งทรมานนักโทษที่ดูจะวิปริตนั่นอีก ถึงเดลจะช่วยเหลืออาณาจักรเอลล์ให้รอดพ้นยุคมืดเเห่งการปกครองไปได้ เเต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนเเปลงความจริงที่ว่าเขานั้นโหดเหี้ยมเพียงใด พวกเขาเสนอเครือญาติของเอนเทียที่เป็นบุรุษมากความสามารถ เเต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปจนเอนเทียได้เสนอขึ้นมาว่า ให้ตั้งสภาเอลล์อาวุโสขึ้นมา เเล้วเเต่งตั้งทั้งสภาให้เป็นผู้ปกครองของอาณาจักรเเทนเธอให้เหตุผลว่า ตระกูลของเธอปกครองอาณาจักรมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตอนนี้คิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนเเปลงการปกครองเเล้ว หากยังปกครองด้วยคนๆเดียวอยู่อาณาจักจะเจริญขึ้นได้อย่างไรตลอดระยะเวลากว่าหมื่นปีที่ผ่านมานั้นอาณาจักรเเห่งนี้ไม่ได้มีการพัฒนาจากเดิมมากเท่าไหร่ หากเเต่เมื่อมีสภาอาวุโสการลงความเห็นเเละพัฒนาอาณาจักรต่างๆจะสามารถทำได้หลากหลายเเละเป็นเอกฉันท์ที่สุดเเล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีผู้เห็นด้วยเป็นจำนวณมาก เเละได้คัดเลือกสภาอาวุโสขึ้นมาทั้งหมดสิบท่าน เอนเทียก็ได้กลายเป็นเพียงที่ปรึกษาพิเศษ เเละยังคงตำเเหน่งไว้ให้เธอเป็นองค์หญิงรุ่นสุดท้ายเพื่อเป็นการให้เกียรติเเก่ตระกูลของเธอที่ปกครองอาณาจักรมาอย่างยาวนาน

"ตอนนี้พวกมันมีจำนวณเท่าไหร่?" เอนเทียเอ่ยถามขึ้น

"ตอนนี้กะด้วยสายตามีอยู่ราวๆห้าหมื่นอาจจะมากถึงเเสนตนขอรับองค์หญิง" ขุนนางอาวุโสตอบเเละยังคงน้ำเสียงไว้ซึ่งความเคารพต่อเธอ ประหนึ่งว่าเขาเป็นเพียงผู้ที่มียศน้อยกว่าถึงตอนนี้เขาจะดำรงตำเเหน่งที่เป็นใหญ่กว่าเธอเเล้วก็ตาม

ขึ้นชื่อว่าเอลล์ก็ต้องมีออคตามมาเสมอ หลังจากที่เทพีมีอาได้ทำการผนึกป่าเเห่งนี้ นอกจากสัตว์อสูรที่อาศัยในป่าจะถูกผนึกด้วยเเล้วก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอีกเผ่าพันธุ์หนึ่งเช่นกันที่ถูกผนึกรวมอยู่ด้วย มันก็คือออคนั่นเองพวกมันอาศัยอยู่ในป่าเดียวกันกับเอลล์เพียงเเต่ พวกมันจะกระจายกันเป็นกลุ่มๆจึงไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรมากนอกจากที่เอลล์บางตนจะหลงไปในถิ่นของพวกมัน พวกมันใช้วิถีชีวิตเยี้ยงโจรคอยดักปล้นฉุดเอลล์สาวไปเป็นเเม่พันธุ์อยู่เสมอ ถึงจะมีการส่งกำลังทหารคอยปราบปรามพวกมันเเต่พวกมันก็ไม่เคยหมดไปจากป่าเลยสักครั้ง พวกมันมีร่างกายสีเขียวใหญ่โตกว่าเอลล์ถึงสองเท่าพละกำลังมหาสารต้านทานเวทมนต์สมบูรณ์ พวกมันเหมือเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูของเอลล์เลยที่เดียว หากเอลล์จะต่อสู้กับออคเเล้วนั้นจะต้องใช้เพียงอาวุธที่มีผลทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเอลล์มีสายตาที่ดีเลิศร่างกายปราดเปรียวว่องไว อาวุธของพวกเอลล์จึงใช้ธนูกับดาบที่ดูเพรียวกวัดเเกว่งได้รวดเร็วเข้าต่อสู้กับพวกออค หากเเต่เวลาสู้กันนั้นเอลล์ไม่สามารถลุยเดี่ยวกับออคได้การจะสังหารออคหนุ่งตนต้องใช้เอลล์ที่มีฝีมือถึงห้าตนเเล้วสู้เลยที่เดียว หากเรื่องที่พวกออคสามารถรวมตัวกันได้มากมายขนาดนั้นเป็นเรื่องจริงอาณาจักรเอลล์คงถึงคราววิกฤตเเล้ว



ตอนนี้เดลได้มานั่งที่ห้องรับรองของปราสาทราชาเเล้ว ทหารองค์รักษ์ได้รายงานเเก่เขาว่าองค์หญิงกำลังหารือเรื่องบางอย่างกับสภาอาวุโสอยู่จึงได้เรียกให้สาวใช้พาเดลเข้ามานั่งรอภายในห้องรับรองเเห่งนี้ก่อน ซึ่งเดลได้รอมากว่าหนึ่งชั่วโมงเเล้ว ตลอดการเดินทางมาที่ปราสาทเดลรู้สึกเเปลกเล็กน้อย กับสายตาที่ผู้คนมองเขาอย่างหวาดๆ เเต่เขาก็ไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่หากไม่ได้กระทบกับวิถีชีวิตหรือเข้ามาวุ้นวายกับเขามากไป เขาไม่สนใจมันอยู่เเล้วเขาไม่สนว่าใครจะมองเขายังไง หากเเต่เขาสนเพียงความรู้สึกของเอนเทียเท่านั้น ในระว่างรอนี้เดลได้เรียกถามหญิงรับใช้ที่เดินอยู่บริเวณนั้นถึงเรื่องเหตุการณ์เมื่อวันนั้นจนเขาได้ทราบว่าตัวเองได้หลับยาวกว่าอาทิตย์ ซึ่งเขาก็ยังสสัยอยู่ว่าทำไมเขาถึงได้สลบไปนานกว่าครั้งที่เเล้วกัน เเต่เขาก็ไม่ได้คำตอบเเอนตี้ก็ดูจะไม่พอใจอะไรเขาอยู่จึงไม่ได้ถามไป เเล้วก็เรื่องนักโทษศึกทั้งหมดได้ค่อยๆทยอยสิ้นใจตายกันไปจนหมดเเล้ว โครอินได้ตายตั้งเเต่วันที่สองทำให้เดลขำไม่หยุดที่มัน ใจเสาะถึงขนาดนี้มันกล้าทำร้ายผู้อื่นเเต่ไม่สามารถทนรับกับการที่ผู้อื่นจะกระทำกลับ ส่วนพวกขุนนางขาดใจตายในวันที่สาม พวกทหารที่ร่วมก่อการก็สินใจในวันที่ห้า ญาติพี่น้องของพวกมันต่างเศร้าเสียใจกับการตายที่ดูโหดร้ายนี้มาก การกระทำครั้งนั้นของเดลทำให้ผู้คนจดจำภาพของเขาในเเบบฉบับปีศาจไร้หัวใจ ชื่อของเดลนั้นไม่มีใครอยากจะเอ่ยถึงเพราะถึงขนาดที่ว่าชื่อของเขาสามารถขู่เด็กให้กลัวได้เลยทีเดียว เเต่ก็นั้นเเหละเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ สิ่ที่ดึงดูดเขาคือระบบการปกครองเเบบใหม่ที่ดูจะทำให้เอนเทียไม่มีพันธะผูกมัดใดๆนั้น มันทำให้เดลโล่งใจเป็นอย่างยิ่งเพราะหากวันใดที่เดลต้องจากเธอไปเขาจะได้ไม่ต้องมาห่วงว่าปัญหาเเบบเดิมจะเกิดขึ้นกับเธออีก เขาค่อนข้างที่จะโล่งใจเลยที่เดียว

ผ่านไปสักพักเดลก็พบว่าเอนเทียได้เดินลงมาจากห้องประชุมเเล้ว เขากำลังจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปหาเธอเเต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขาสังเกตุเห็นอีกคนที่กำลังเดินคุยกับเธออย่างสนิทสนม มันทำให้เขารู้สึกหึงหวงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เมื่อชีวิตที่เเล้วเดลนั้นเป็นคนที่ขี้หึงมากชีวิตนี้เขาก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เดลเดินเข้าไปขวางทันที่พร้อมกับเอ่ยทักทายเธอด้วยสีหน้าบึ่งตึง

"เอนเทีย"

"หืม?" เธอกำลังสารวนอยู่กับเอกสารในมือเเละคนด้านข้างจึงไม่ได้สังเกตเห็นเดล เมื่อเธอเห็นเขามาทักก็เกิดอาการงงเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มหน้าเเดงอีกครั้ง ซึ่งทำให้เดลถึงกับลืมเรื่องความหึงหวงไปชั่วขณะนึงเลยทีเดียว

"เจ้ามีเรื่องอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่ ดูสีหน้าของเจ้าดูวิตกกังวลเวลามองเอกสาร และ..." เดลพูดขึ้นพร้อมชายตา(คนอื่นจะเห็นเเค่เดลหันไปทางนั้นทางนี้เพราะเขาใส่ที่คาดตานะครับ)มองเอลล์หนุ่มรูปหล่อล้ำบึ้ก

"อ่อ เขาคือ'เซราฟ'เป็นเเม่ทัพคนใหม่ที่มาดำรงตำเเหน่งเเทนท่านอาที่เจ้าสังหารไปไง ส่วนเรื่องที่ข้ากังวัลนั้นไว้ค่อยว่ากันตอนนี้ข้ามีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องปรึกษาเป็นการส่วนตัวกับท่านเซราฟก่อน ถ้าเจ้ายังไม่มีธุระสำคัญอันใดก็ขอให้หลีกทางให้เเก่ข้าก่อนเถิด" เธอมองเดลอย่างตำหนิ ก่อนที่เดลจะพยักหน้าเเล้วหลีกทางให้ ท่าทางของเธอดูจริงจังมากคงเป็นเรื่องใหญ่เป็นเเน่ ถึงจะรู้สึกหึงหวงเเต่เขาก็ไม่ได้เอามันมาเป็นข้ออ้างทำให้เธอเสียงาน เขาจะอดทนรอให้เธอกลับมาเล่ารายละเอียดให้ฟังอีกที จะช่วยได้ไม่ได้ยังไงค่อยว่ากันตอนนี้เดลเพียงต้องการไปเคารพหลุมศพขงราชาเอลล์เท่านั้นถึงจะอยากชวนเอนเทียไปด้วยเเต่เธอดันไม่ว่างซะนี้ เดลเลยตัดสินใจเดินทางไปคนเดียวพร้อมกับเเอบหึงหวงในใจต่อไป ถึงจะรู้ว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่านั้นเเต่เขาก็เป็นเพียงผู้ชายที่ขี้หึงคนนึงเท่านั้น มันจึงทำให้เดลมีอาการหงุดหงิดไปตลอดทั้งวันเลยทีเดียว






ฮัลลลลลลลล ละ ละ โล๊ะ โล่ อิอิเป็นไงกันบ้างน้อกับตอนนี้เม้นติชมหน่อยเน้อ ไรท์ต้องการ โอวเย้ เครนะ สนุกไม่สนุกยังไงก็ว่ามาเถอะไรท์ไม่ใช่สุนัขไม่กัดหรอกน่า

ตอนนี้ไอ้หนุ่มเดลของเราจะได้เข้าไปสู่สงครามวอคราฟเเล้ว เห้ยย ผิดเรื่องละจะได้เข้าสู่สนามรบร่วมกับเผ่าเอลล์เเล้วมารอดูกันว่าเดลจะมีบทบาทในสงครามมากน้อยเเค่ไหน หรือจะเป็นเเค่ตัวประกอบลูกกระจ๊อกของกองทัพกัน มารอดูรอลุ้นกันด้วยนะครับ ไรท์จะเเกล้งเอ้ย จะเขียนออกมาอย่างสุดฝีมือเล้ยยย สวัสดีครับ ^^

ความคิดเห็น