ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 4 How about relationship

คำค้น : temg,gtop,คู่หมั้น,nc

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 780

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ค. 2560 17:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 How about relationship
แบบอักษร

Chapter 4

How about relationship

Place:บ้านตระกูลชเว

“สวัสดีครับคุณแม่ พี่ดองวุค พี่แทบิน”


“ไง” ดองวุคทักน้องชายแท็กมือสไตร์ฮิปฮอป


“ทานอะไรมาหรือยังลูก เอาข้าวต้มไหม”


“ก็ดีครับ”


“มินจีเอาข้าวต้มให้คุณชายชเวทีนะ”


“ค่ะคุณนาย”


“คุณแม่เรียกผมมาแต่เช้ามีธุระอะไรเหรอครับ”


“อะไรกันนี่ถ้าแม่ไม่มีธุระแม่ก็เจอลูกไม่ได้หรือไง ใช่ซี้!แม่มันไม่สำคัญเหมือนสาวๆลูกนี่” เสียงคุณนายชเวตัดพ้อ


“โถ่!ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณแม่ เห็นแดซองบอกว่าคุณแม่มีเรื่องด่วน”


“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกลูก แม่แค่อยากรู้น่ะ ว่าลูกมีใครที่ดูๆอยู่ตอนนี้อยู่หรือเปล่า”คำถามของคุณหญิงชเวทำเอาซึงฮยอนแทบสำลักข้าวต้ม


แต่แปลกพอคุณแม่พูดมีใครดูๆอยู่หรือเปล่ากลับมาเป็นภาพควอน จียงลอยเข้ามาเสียนี่ คิดแล้วก็หงุดหงิดใจนัก ‘ก็ข่าวว่าคุณชายทงกับคุณหนูควอนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันน่ะสิ


“ก็เปล่านี่ครับ”


“ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วเมื่อไหร่จะมีสะใภ้ให้แม่ซักที หืม? คนอื่นๆเขาก็เป็นฝั่งเป็นฝากันไปหมดแล้ว ดูอย่างฮเยยุนสิแต่งงานมีลูกมีสามี มีหลานให้แม่อุ้มแล้ว ส่วนดองวุคก็มีแทบินเหลือแต่เราน่ะแหละ”


“นั่นสิไอ้เทมป์เมื่อไหร่จะมีน้องสะใภ้ให้พวกพี่ซะทีล่ะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ”แทบินพูดขึ้น


“ใช่จ้ะ เอาอย่างนี้ไหมคือว่า...แม่ทาบทามว่าที่ลูกสะใภ้แม่ไว้คนหนึ่งน่ะลูก คนนี้ถูกใจแม่เชียวล่ะ ทั้งสวย ทั้งน่ารัก พูดเก่ง เอาใจเก่ง นี่จบแฟชั่นดีไซน์จากเมืองนอกเลยนะ แม่อยากให้ลูกมาดูตัวน่ะ”


“คุณแม่ครับผมบอกคุณแม่หลายครั้งแล้วนะครับ ถ้าผมจะเลือกใครมาเป็นภรรยาของผม ขอให้ผมได้เลือกเอง”


“โถ่..ตาเทมป์แต่แม่ทาบทามไว้แล้วนะลูก ลูกจะให้แม่เสียผู้ใหญ่หรือยังไง แล้วอย่างนี้แม่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เดี๋ยวเขาไม่พากันครหากันหรอกหรือว่าคุณนายชเวไม่รักษาคำพูดน่ะ”


“เอาหน่า..ก็แค่ดูตัวไม่เห็นเสียหายตรงไหน ไม่ได้บอกว่าให้แต่งงานกันเสียหน่อย” ดองวุคพูดสำทับ


“เฮ้อ...ก็ได้ครับคุณแม่” เสียงตอบรับอย่างเหนื่อยหน่ายของร่างสูงทำเอาทั้งสามคนลอบยิ้ม อย่างนี้ก็เข้าล็อคล่ะ


“มะรืนนี้ตอนเย็นแม่จะให้แดซองไปรับลูกที่บริษัท แม่สั่งด่าร่าไว้แล้วให้ยกเลิกนัดทุกอย่างตอนเย็น เราจะมีนัดทานข้าวกับครอบครัวนู้น อย่าสายเชียวล่ะ คนนี้แม่ถูกใจจริงๆไม่อยากให้พลาด ถ้าลูกโอเคแม่จะรีบจัดงานหมั้นไว้เลย”


“นี่คงถูกใจจริงๆนะครับถึงขั้นรีบจัดงานหมั้น แต่ผมคิดว่างานหมั้นคุณแม่คงเป็นหมันแล้วล่ะครับ หึๆ แล้วคุณแม่พอจะบอกผมได้เหรือเปล่าครับว่าคนที่ผมจะไปดูตัวเป็นใคร”


“ก็คุณหนูคว.....”


“เซอร์ไพร้น่ะซึงฮยอน” คุณหญิงชเวที่กำลังจะบอกกลับโดนลูกชายคนรองดักทางไว้ก่อน นางเลยได้แต่ยิ้มรับอย่างเดียว


เมื่อพี่ดองวุคพูดอย่างนั้นเขาจึงไม่ถามต่อ ยังไงเสียก็แค่ไปดูตัวไม่ให้เสียผู้ใหญ่ แต่ถึงยังไงเขาก็ไม่มีทางหมั้นแน่ๆ นี่มันยุคไหนแล้ว คลุมถุงชนอย่างนั้นเหรอ ชเว ซึงฮยอน ขอบายล่ะ


Place: คอนโดจียง

*กริ้ง*


เสียงโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย ทำเอาคนตัวบางที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ยกหมอนขึ้นปิดหูอย่างรำคาญ


“อือ...” จียงควานหาโทรศัพท์ รับเสียงงัวเงียอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อทนฟังเสียงน่ารำคาญไม่ไหว


“จียงลูก” เสียงหญิงวัยกลางคนลอดมาตามสาย


“ครับแม่” จียงเด้งตัวตื่นขึ้นมา ตาสว่าง ตายแล้ว ร่างเล็กเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่หัวเตียง เที่ยงวัน!


“อะไรกันยังไม่ตื่นหรือไง หืม?” เสียงกลั้วหัวเราะดังขึ้น


“แหะๆ คุณแม่มีอะไรเหรอครับ”


“จียงจำได้หรือเปล่าลูก เรื่องที่แม่ทาบทามลูกเพื่อนแม่ไว้น่ะ”


“ครับ”


“แม่จะโทรมาเตือนว่ามะรืนนี้แม่นัดเขาไว้นะลูก เดี๋ยวแม่ให้ลุงฮยอนกนไปรับลูกที่คอนโดนะ”


“ผมขับรถไปเองก็ได้ครับ”


“อย่าดีกว่าลูก ให้คุณลุงฮยอนกนไปรับดีที่สุดแล้ว”


“ก็ได้ครับแล้วแต่คุณแม่ ว่าแต่คนที่ผมต้องไปดูตัวนั้นเป็นใครเหรอครับ ถ้าคุณแม่ไม่บอกรับรองผมไม่ไปดูตัวแน่ๆ หวังว่าคงไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่วันๆเอาแต่แต่งตัวสวย ใช้ของแบรนเนมอวดกันหรอกนะครับ” ร่างเล็กพูดอย่างหนักแน่น เรียกเสียงหัวเราะมาจากปลายสายให้มันได้อย่างนี่สิคุณหนูควอนผู้แสบสันต์ ขู่ได้แม้กระทั่งแม่ตัวเอง


“โอยย คนนี้แม่ปลื้มมาก ทั้งหน้าตาดี ชาติตระกูลดี ฐานะการงานก็ดี แม่จริงจังมากนะ ถ้าลูกโอเคแม่ก็อยากให้ลูกหมั้นกับเขา แล้วถ้าแม่บอกไปแล้ว ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใคร ลูกก็ต้องไปดูตัวตกลงไหม”


“โอเคครับ” ใครว่าคุณหนูควอนแสบสันต์ คุณนายควอนก็แสบไม่แพ้กัน ดูแม่เขายื่นข้อเสนอสิ ปฏิเสธได้เสียที่ไหน เล่นปิดช่องหมดเนี่ย


“ลูกชายคนสุดท้องตระกูลชเวจ้ะ ชเว ซึงฮยอน”วินาทีนั้นทำเอาร่างเล็กตาค้างมือสั่น ชเว ซึงฮยอนอย่างนั้นเหรอ คนๆนั้นน่ะเหรอ


“ยง..จี..จียงลูก..ฟังอยู่หรือเปล่า”


“ฟะ..ฟังครับคุณแม่ อย่าลืมนะแม่นัดเขาไว้แล้ว อย่าคิดเบี้ยวเชียวล่ะ ไม่งั้นแม่จะงดบัตรเครดิตทุกอย่างของลูกน้ะจ้ะลูกรัก เจอกันเย็นนี้ อ้อ!อย่าลืมแต่งตัวสวยๆล่ะ”


“แม่ผมเป็นผู้ชาย!!!!!”


“คิกๆ บายจ้าลูกรัก กริ้ก”


เสียงหัวเราะลอดมาพร้อมเสียงวางโทรศัพท์ อะไรกันนี่เขา...คนที่จะเขาต้องไปดูตัวเป็นผู้ชาย!!! ให้ตายสิ เขาเข้าใจอยู่หรอกว่ายุคนี้อะไรๆก็เปลี่ยนไปเรื่องชายหญิงไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญขนาดนั้น ที่สำคัญก็พอทราบอยู่เนืองๆว่าทางตระกูลชเวนั้นไม่ได้รังเกียจชายรักชายเลย ดูอย่างชเวดองวุค ลูกชายคนโตที่แต่งงานกับอิม แทบิน นักธุรกิจใหญ่ที่ตอนนี้เป็นเจ้าของผับหรู ก็ผับหรูที่เขาไปเมื่อคืนนั่นแหละ คิดแล้วก็อยากซัดไอ้เพื่อนตัวดีของเขานัก ก็รู้อยู่ว่าเขากินเหล้าไม่ได้ ยังจะรินให้เขาซะหมดขวด นี่เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง คิดแล้วก็ปวดหัวตุบๆ ร่างบางทิ้งตัวลงหมอน คิดแน่วแน่แล้วว่าจะไม่มีทางหมั้นกับชเว ซึงฮยอนแน่ๆ ดวงตาเรียวรีฉายแววมุ่งมั่น เขาต้องรีบชิงไปคุยกับร่างสูงก่อน พอเจอพวกผู้ใหญ่หากเราทั้งคู่ปฏิเสธงานหมั้นคงไม่ทางเกิดขึ้นได้แน่ ทำใจอยู่ซักพักก็เดินเข้าห้องน้ำอาบน้ำชะรำร่างกาย


*กริ้ง*


“แกตื่นหรือยัง”


“ยองเบ”


“หืม?”


“ชั้นต้องหมั้นกับชเว ซึงฮยอนว่ะ”


“หา! อะไรนะ ขออีกที แกแฮงค์อยู่หรือเปล่าจียง”


“เปล่า คุณแม่โทรมาเมื่อเช้า ก็คนที่คุณแม่ทาบทามให้ชั้นน่ะแหละ”


“ก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหนนี่หว่า”


“แกก็รู้....ชั้นเข็ดแล้วกับพวกผู้ชาย...โดยเฉพาะผู้ชายเจ้าชู้น่ะ” เสียงร่างเล็กเริ่มสั่นเครือ


“แกโอเคไหม..ให้ฉันไปหาหรือเปล่า”


“มะ..ไม่..ไม่เปนไร”


“นี่จียงฟังชั้นนะ..แกเป็นเพื่อนรักชั้นแล้วชั้นจะบอกให้ อดีตที่ผ่านมาของแกน่ะ ลืมมันไปซะ ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก ที่สำคัญคนเลวๆอย่าง ลี ฮยอกซูน่ะ ลืมมันไปได้เลย ตอนนี้แกควรเริ่มต้นใหม่กับใครซักคน คนที่พร้อมจะดูแลแก แล้วชั้นก็ไม่เห็นว่าคุณชเวจะไม่ดีตรงไหน ฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา รวมถึงหน้าที่การงานตอนนี้ ใครได้คู่ครองอย่างนี้สบายไปทั้งชาติ ที่แกเห็นเขามีข่าวกับผู้หญิงไปทั่ว เจ้าชู้อะไรนั่น เพราะเขาไม่เจอตัวจริงน่ะสิ แกควรเปิดใจจียง เปิดรับสิ่งใหม่ๆ 2 ปีแล้วนะที่แกจมปลักกับความทุกข์ ตอนนี้แกควรที่จะเริ่มใหม่กับใครซักคน” ยองเบพูดยาวเหยียด


“ชั้นยังไม่พร้อม ชั้นว่าจะไปคุยกับคุณชายชเวก่อน บางที....เค้าอาจไม่อยากหมั้นกับชั้นก็ได้...อย่างน้อยชั้นก็เป็นผู้ชาย..แล้วคนเจ้าชู้อย่างนั้นคงไม่สนใจชั้นหรอก”


“เฮ้อ...แล้วแต่แกเถอะจียง ชั้นบอกแกแล้วนะ ชีวิตควรก้าวเดินต่อไป อดีตของแกน่ะลืมมันไปซะ”


“ขอบใจมากนะยองเบ”


ยองเบรู้ว่าจียงร้องไห้หลังจากพูดประโยคนั้นจบก่อนจะวางสายไป จียงเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทที่เติบโตมาพร้อมกับเขา เขาเป็นแค่เด็กกำพร้าคนหนึ่งที่พ่อสุดที่รักของเขานำมาทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตระกูลควอนในวันที่หิมะตกหนัก


เมื่อ 16 ปีก่อน(ยองเบ/จียงอายุ 7 ขวบ)


“ยองเบพ่อขอโทษ พ่อไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูกจริงๆ อยู่ที่นี่นะ”


ตอนนั้นเขายังเป็นเด็กนักไม่เข้าใจในสิ่งที่พ่อพูดเขาได้แต่รอในที่ที่พ่อบอกให้รอ แม้หิมะจะตกหนักก็ตาม เด็กตัวเล็กๆ หน้าตามมอมแมมที่มีเพียงเสื้อบางๆขาดวิ่น คงบ่งบอกถึงสถานะทางครอบครัวได้เป็นอย่างดี...ยากจนข้นแค้นเชียวล่ะ


มือของเขาชาไปหมด เขาขดตัวกอดร่างตัวเองไว้ ฟันเรียงสวยกระทบกันดังกึกกักเพราะความหนาวเย็น ตอนที่เขากำลังคิดว่าเขาต้องตายเพราะความเย็นที่บาดผิวนี้กลับมีเสื้อกันหนาวตัวอุ่นมาคลุมตัวเขาไว้ เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร่างเสื้อตัวอุ่นนั้น เป็นเด็กชายตัวเล็กหน้ากลม ผิวขาวใส บ่งบอกถึงฐานะชาติตระกูลที่ดี เสื้อผ้าสวยๆรวมถึงเสื้ออุ่นๆที่คลุมเขาอยู่คงเป็นเครื่องยืนยันอย่างดีเลยล่ะ ร่างเล็กมองเขาอย่างกังวล


“คุณหนูครับ มันหนาวนะครับ คุณหนูให้ผมจอดรถทำไมหรือครับ เอ๊ะ!นั่น...”


ชายร่างท้วมผู้ลงมาจากรถยนต์คันหรูที่ใหญ่โตคันนั้นวิ่งตามร่างเล็กตรงหน้าก่อนจะอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นคุณหนูตัวเองกอดร่างเด็กชายหน้าตามอมแมมไว้


“ลุงฮยอนกนช่วยทีฮะ..ตัวเขาเย็นไปหมดเลย..ฮือ...เขาจะตายไหม...อย่าให้เขาตายนะฮะ!”


ร่างเล็กตรงหน้าร้องไห้ให้เขา ร้องไห้ให้กับเด็กที่ตัวสกปรกอย่างเขา ตาเขาเริ่มปรือทีละนิด เขารู้สึกว่าทุกอย่างในร่างกายเขากำลังจะแข็งทั้งหมดแม้แต่มือของเขาที่มีมือเล็กอุ่นจับอยู่เขาก็ยังไม่มีความรู้สึกมันชาไปหมด สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือชายร่างท้วมผู้นั้นเข้ามาอุ้มเขา ก่อนทีสติเขาจะดับวูบไป...

.

.

“ฟื้นแล้ว!!! คุณย่าฮะ ฟื้นแล้วฮะ ^w^”เสียงเล็กตะโกนดังลั่น ยองเบปรือตามองรอบๆ สถานที่นี้ไม่คุ้นเคย แต่อบอุ่น นี่เขายังไม่ตายอย่างนั้นเหรอ


“เป็นยังไงบ้างหนู” หญิงวัยกลางคนถามขึ้น


“ผะ...ผม..ผมอยู่ที่ไหน ผมยังไม่ตาย” ยองเบพยายามควานหาเสียงตัวเอง ทุกสิ่งรอบๆตัวทำเอาเขามึนงงไปหมด


“ตอนนี้หนูอยู่สถานสงเคราะห์จ้า สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า” นางพูดเสียงแผ่ว ด้วยความที่นางทำสถานสงเคราะห์เด็กยากไร้ขึ้น นางก็พอจะรู้และเข้าใจจิตใจอยู่ว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเด็กคนนี้คงจะถูกพ่อแม่เอามาทิ้ง เพราะตอนที่เด็กคนนี้สลบอยู่ก็พร่ำเพ้อถึงแต่พ่อของเขา


“ผมอยู่ที่นี่ได้ใช่ไหมครับ”


“แน่นอนอยู่แล้วจ้ะ”


แปลก...ตั้งแต่วันนั้นเด็กที่ชื่อยองเบไม่เคยพูดถึงพ่อของเขาอีกเลย แม้แต่ชื่อแซ่นางก็ยังไม่เคยได้ยินจากปากเด็กคนนี้แม้แต่น้อย คงจะโกรธพ่อไม่น้อยที่พาตัวเองมาทิ้งในสถานที่แบบนี้


ตอนนั้นยองเบเป็นเด็กก้าวร้าวที่ใครๆก็ไม่อยากพูดด้วย โชคดีที่หลานของนางควอน จียงมาเยี่ยมหาคุณย่าเป็นประจำ และทุกครั้งที่มาเยี่ยมก็ถามหาแต่ยองเบ นางจึงขอร้องให้จียงช่วยดูแลยองเบให้เพราะยองเบไม่มีเพื่อน


หลังจากนั้น 2 ปี

“ยองเบ!!!!!” ร่างเล็กวิ่งมาก่อนโถมตัวเข้ากอดคนตรงหน้า


“คุณหนูควอน” ยองเบพูดเสียงแผ่ว ยองเบไม่อยากมีเพื่อนเพราะเขาเข้ามาทีหลังเขาจึงถูกแกล้งเป็นประจำทีแรกๆเขาก็ยอม แต่เมื่อนานๆไปเขาไม่อาจยอมได้ จึงตอบโต้ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วพี่เลี้ยงทั้งหลายเลยคิดว่าเขาก้าวร้าว ดังนั้นเขาจึงไม่มีเพื่อน


“ยองเบอ๊า! ชั้นจะงอนแล้วนะ จียง บอกให้เรียก จียงไง” ร่างเล็กเอ็ดใส่ ดูน่ารักน่าชังนัก จียงอายุเท่าเขาแต่น่ารักสดใส อาจเพราะการเลี้ยงดูมาที่ดีจึงมองโลกในแง่ดี แต่สำหรับเขาที่ถูกเลี้ยงมาอย่างขาดๆเกินๆ รู้ว่าโลกใบนี้โหดร้ายนัก


“โอเคครับ จียงก็จียง”


“ไม่ครับสิ พูดเฉยๆ นี่เราเป็นเพื่อนกันนะ”


“เพื่อน?”


“ก็ใช่น่ะสิ ยองเบเป็นเพื่อนของควอน จียงคนนี้” จียงพูดชี้ที่ยองเบแล้วชี้ที่ตัวเองยิ้มหวานก่อนจะโถมกอดเมื่อพูดจบประโยค ยองเบทำตัวไม่ถูก อย่างเขานี่น่ะนะเป็นเพื่อนคุณหนูควอน


“อย่าเลย คุณกับผมเป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอก”


“ทำไม”ร่างเล็กถามอย่างไม่เข้าใจ


“ก็ผมเป็นเด็กกำพร้า ส่วนคุณเป็นคุณหนูควอน”


“เพี๊ยะ! อย่าพูดอย่างนั้นอีกเราไม่ชอบ เพื่อนก็คือเพื่อน อย่าเอาฐานะมาเป็นตัววัด นายเป็นเพื่อนชั้น เราเป็นเพื่อนกัน!!!” ร่างเล็กตวัดมือ ใส่ยองเบก่อนจะตะโกนใส่คนตรงหน้า


ยองเบไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไมต้องดูถูกตัวเอง ไม่มีคุณหนูควอนไม่มีเด็กกำพร้าทงยองเบ เขาอยากมีเพื่อนเพื่อนที่คอยดูแลเขาตลอดเวลา และนั่นก็เป็นสิ่งที่ยองเบทำตลอด


ยามเขาหกล้มเพื่อนคนนี้ก็พาเขาแบกหลังไปทำแผล


ยามเขาถูกดุเพราะความซนเพื่อนคนนี้ก็คอยรับผิดแทน


ยามเขาเล่นเพื่อนคนนี้ก็เล่นด้วย


เขาไม่พอใจเลยยองเบไม่ควรดูถูกตัวเอง แต่ก็นะตั้งแต่วันนั้นวันที่จียงตะโกนใส่ยองเบ ตั้งแต่นั้นมาจียงกับยองเบก็เป็นเพื่อนกันจริงๆจังๆแล้วล่ะ และหลังจากนั้นไม่กี่ปี ตระกูลทงซึ่งสนิทกับตระกูลเขาก็มาขอรับเด็กไปอุปการะถึง 2 คนจากสถานสงเคราะห์และหนึ่งในนั้นคือยองเบ ที่ไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ในฐานะ‘คุณชายทง’ ไม่มีอีกแล้วยองเบเด็กกำพร้า มีเพียงคุณชายทง ยองเบที่ใครๆก็ต้องตามใจ


เมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นมานอกจากจะช่วยบริหารงานตระกูลทงแล้วสิ่งที่เขาต้องการรู้มาตลอดคือเรื่องพ่อของเขา เขาทราบข่าวหลังจากขึ้นครองตำแหน่งประธานบริษัทนำเข้าและส่งออกของรถยนต์ของตระกูลทงเพียงไม่นานว่าคุณพ่อของเขาตายแล้ว ถูกเจ้าหนี้แทงตาย ยองเบอโหสิให้ท่านทุกอย่างอย่างน้อยท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิด และก็นั่นแหละเรื่องในส่วนนี้ก็เป็นร่างบางน่ะแหละที่จัดการให้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขารักเพื่อนสนิทคนนี้มาก ควอน จียง เพราะตอนที่เขาไม่มีใครคนที่อยู่เคียงข้างเขาก็คือคนๆนี้ 


ผ่านมาหลายปีจนตอนนี้เขาสนิทมากและเพราะความที่สนิทมากนี้หรือเปล่าที่มีข่าวลือเสียๆหายๆนั่นออกมา อาจเพราะ ช่วงหลังมานี้จียงจะไปไหนมาไหนก็มีเขาไปด้วยตลอด ก็ยองเบห่วงเรื่องเมื่อสองปีก่อนเขาไม่อยากทิ้งจียงไว้คนเดียว ตอนที่เขามีช่วงเวลาที่ลำบากเขาก็มีจียงอยู่เคียงข้าง แล้วพอจียงมีช่วงเวลาที่ลำบากเขาก็ต้องอยู่เคียงข้างจียงเช่นกัน 



TBC...

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว