ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่23

คำค้น : yaoi y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2560 16:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่23
แบบอักษร

ตอนนี้ผมเดินมาเรื่อยๆตามทางเดินที่ทอดยาวและเหมือนจะไปที่โถงใหญ่​ เพราะทางเดินไม่มีประตูหรืออะไรเลย

จนผมเดินมาสุดปลายทางก็เป็นอย่างที่ผมคิดมันเป็นโถงใหญ่ที่มีบัลลังค์อยู่2ตัว พร้อมกับคนที่นั่งอยู่ถึงสองคน 

"ท่านจอมมาร ข้าได้พาคนที่จะทำให้เจ้าชายกลับมาหาท่าน มาแล้วขอรับ " ผมที่ยืนอยู่งงแต่ก็มองไปยังคงที่ท่าจะเป็นจอมมารที่นั่งอยู่บนบัลลังค์  

"ดีมากเมอร์เวส เจ้าไปได้แล้ว " คนที่ชื่อเมอร์เวสโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไป"เจ้าชื่ออะไรเด็กน้อย"ชายผู้นั่งอยู่บนบัลลังค์เอ่ยถามผม 

"หม่อมฉัน บาร็อค ฟานล์  ขอรับ" ผมก็พอจะพูดคุยกับชนชั้นสูงได้เพราะผมก็เป็นเช่นกันแค่ต้องมารื้อฟื้นนิดหน่อย 

"คนจากตระกูลบาร็อคนี่เอง ถึงว่าหน้าตาของเจ้าชั่งคุ้นเคยนัก "ผมที่ได้ยินบทสนทนาก็ทำให้งงยิ่งขึ้น เค้ารู้ัจักตระกูลผมด้วยหรอ

"ท่านทราบถึงตระกูลของหม่อมฉันหรอขอรับ" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

"พอๆฉันไม่ชอบคำพูดพิธีรีตรอง ฉันเป็นคนที่แม่ของเธอช่วยเอาไว้ในสมัยยังหนุ่มๆ ถ้าจำไม่ผิดจะใช้ชื่อสกูลเป็นการปิดบังตัวใช่รึป่าว " นั่นหม่ามี๊ของผมจริงๆด้วย สองคนนี้รู้จักกัน

"ท่านรู้จักหม่ามี๊ของผมหรอครับ"เพราะหม่ามี๊ไม่เคยเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังเลยไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับหม่ามี๊สักเท่าไหร่ 

"อืมฉันรู้จักแม่ของเธอ เพราะเค้าคือหมอที่เก่งที่สุดสำหรับฉันและภรรยา เค้าไม่เคยแบ่งแยกว่าเผ่าพันธ์ุไหนเป็นเผ่าพันธ์ุไหน ไม่เคยคิดร้ายกับพวกฉัน  คงจะเหมือนเธอนั่นแหละเด็กน้อย ที่เธอพูดให้เมอร์เวสฟังหน่ะฉันก็ได้ฟังด้วย ขอโทษที่ต้องใช้วิธีนี้แต่มันสดวกกว่าถ้าให้ฉันไปถามเองมันจะดูไม่ดี" จอมมารที่นั่งบนบัลลังค์เอ่ยพลางส่งสายตาสีแดงวาวดั่งทัมทิมประกายมาให้ผม 

" ไม่เป็นไรครับ ผมไม่คิดมาก ถ้าคุณทราบแล้วว่าผมจะถามอะไรคุณงั้นคุณช่วยตอบคำถามผมได้ไหม " ถ้าเขาฟังอยู่เขาต้องรู้คำถามที่ผมจะถามเขาแน่ๆ 

"ได้สิฉันจะบอกให้ฟัง  ฉันไม่ได้ส่งลูกของฉันออกไป ไอ้ลูกของฉันมันหนีไปต่างหาก สมัยเด็กมันก็หายไปรอบนึงแต่ไม่นานเท่าตอนนี้ที่หายไปนานมาก " จอมมารเงียบไปแล้วหันไปมองคนข้างกาย จะว่าไปน่านแม่ของสวเนหรอทำไมไม่มีส่วนคล้ายกันเลยหล่ะ ผมนั่งมองร่างของหญิงสาวที่ร่างเล็กมากในความคิดผม เรือนผมสีม่วงเข้มกับดวงตาสีฟ้า ทำให้เธอคนนั้นดูสวยเวลาจับจ้อง 

"พอเถอะค่ะคุณ ดิฉันจะเล่าต่อเอง " หญิงสาวข้างๆพูดขึ้นทำให้ผมหันหน้าไปมอง "ฉันไม่ใช่แม่แท้ๆของ เนเวียส หรอกค่ะ ฉันเป็นภรรยาใหม่หน่ะจะ เนเวียสเลยไม่ชอบฉันแล้วหนีออกปราสาทไป  จริงๆสมัยก่อนดิฉันเป็นแค่คนใช้ของที่นี่หน่ะค่ะ ครั้งหนึ่งสมัยเด็กเค้าออกจากปราสาทไปรอบนึงก็เพราะเค้าเริ่มรู้ว่าฉันกับท่านพอของเค้ารักกัน และครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะเนเวียส หนีไปเมื่อฉันแต่งงานค่ะ" ผมพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้พางคิดว่าเนเวียสคงเป็นสเวน ผมพอจะเข้าใจแล้วหล่ะว่าทำไมสเวนถึงหนีออกจากที่นี่และก็พอเข้าใจว่าทำไมจอมมารถึงอยากได้ตามเขากลับมา คงเพราะคิดถึงลูกของตัวเอง  

"ครับ ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกคุณ ถือว่าผมจะยอมให้คุณใช้ประโยชน์จากผม" ผมว่าพลางยิ้มให้พวกเค้า 

"ขอบคุณเจ้ามากน่ะเด็กน้อย" ถึงผมจะไม่ค่อยชอบวิธีของคนตรงหน้าที่นั่งบนบัลลังค์สักเท่าไหร่แต่ผมก็ยอมเพราะพวกเค้าคงคิดถึงจริงๆ 

"    งั้นตอนนี้ผมก็ไม่จำเป็นที่จะอยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหมครับ " ผมว่าขึ้นพลางมองหน้าพวกเค้าทั้งสองคน 

"ให้คนของฉันพาเธอเดินชมเมืองของเราแล้วกันถือเป็นการไถ่โทษที่ฉันสั่งให้คนจับตัวหนูมา" ชายผู้อยู่บนบัลลังค์ว่าขึ้นพลางดีดนิ้ว เสียงดีดนิ้วก้องกังวาลไปทั่วโถงใหญ่ที่ผมอยู่ 

"ครับท่านจอมมาร"เสียงของคนที่เข้ามาใหม่ คนที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นเมอร์เวสนั่นเอง 

"เมอร์เวสพาหนูตนนี้ไปเดินชมเมืองของเราหน่อย" เมอร์เวสโค้งก่อนจะเดินนำผมไป พอเมอร์เวสเดินนำไปผมก็โค้งให้ทั้งสองท่านตรงหน้าก่อนจะเดินตามไป 

พวกผมเดินมาเรื่อยๆจนออกมานอกปราสาท 

"เจ้าอยากให้ข้าพาไปชมที่ใด" ผมที่ไม่รู้ว่าเมืองนี้มีอะไรบ้างแต่ดูจากสภาพเมืองก็คงไม่ต่างจากเมืองปกติสักเท่าไหร่ ตอนแรกผมก็นึกว่าเมืองของพวกมารจะมืดกว่านี้แต่นี่มันก็คล้ายๆกับเมืองทั่วๆไป 

"เค้าอยากไปร้านทำยา ที่นี่มีหรือเปล่า" ผมเปลี่ยนวิธีการพูดให้ผ่อนคลายขึ้นผมไม่ชอบพูดอะไรที่เป็นทางการนักอยู่แล้ว ก่อนจะถามร่างสูงที่อยู่หน้าผม

"ไม่มี  ที่นี่ไม่มีหมอหรือยา " เอ๊ะทั้งที่ก็เป็นเมืองแต่ไม่มีหมอหรือยา แล้วเวลาคนป่วยหรือคนเจ็บทำยังไงหล่ะ 

"แล้วถ้ามีคนป่วยหรือคนเจ็บหล่ะ " ผมถามไปตามที่คิดเลยครับ 

"ก็ตายแต่ส่วนมากพวกมารก็เจ็บป่วยยากอยู่แล้วเพราะพวกเรานั้นรักสงบ" ผมพยักหน้าให้กับคำตอบของเขาก่อนจะคิดหาที่ที่จะให้เขาพาไปดูใหม่ 

"อยากไปดูร้านอาหารหรือไปห้องครัวก็ได้ อยากรู้ว่าพวกมารกินอะไรกัน" ก็แหมขนาดสเวนที่เป็นมารยังกินแบบปกติเลยหนิผมก็เลยไม่ได้สงสัยอะไรแต่ไหนๆก็มาแล้วก็ขอไปดูหน่อย 

"อืม ตามข้ามาสิข้าจะพาเจ้าไป" ผมรีบเดินตามคนตรงหน้าไปทันทีที่อีกฝ่ายก้าวเท้ายาวอย่างว่องไว "เจ้าไม่กลัวมารที่นี่รึไง" เมอร์เวสถามผมขึ้นโดยที่ยังเดินต่อไป

"ก็นายบอกว่าไม่ใช่ศัตรูเค้าก็ไม่จำเป็นต้องกลัว" ผมตอบตามเค้าไปทันที "อันที่จริงตอนแรกเค้าก็กลัวๆนะ แต่ว่าถ้าแสดงออกมามันจะทำให้คนอื่นเห็นว่าเราอ่อนแอ " ผมว่าขึ้นพลางนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆสมัยที่ต้องฝึกคนเดียวกับหม่ามี๊และคนในราชวงค์ 

"หึ บางทีความอ่อนแออ่านเป็นจุดเด่นที่ดีในการรบ "ผมงงกับการพูดเปรียบเปรยของคนตรงหน้า " มาถึงแล้ว" ผมหยุดอยู่ตรงสถานที่ที่น่าจะเป็นร้านอาหารของเมืองนี้

ผมเห็นเมอร์เวสไปคุยอะไรนิดหน่อยก่อนจะพาผมเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารดูๆแล้วก็ปกติดี ผมไม่คิดจะเปิดดูเมนูอยู่แล้วเพราะถ้าให้ผมเดาเมื่อกี้เมอร์เวสคงจัดการให้เรียบร้อยแล้ว  พวกผมสองคนรอกันไม่นานเท่าไหร่ก็มีอาหารที่รูปร่างหน้าตาก็ดูจะทั่วๆไปไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่ผมเคยทานมาก่อน 

"เป็นไงแปลกใจรึไงที่เรากินอาหารเหมือนเจ้าหน่ะ " ผมส่ายหน้าเล็กน้อยจริงๆก็พอเดาได้อยู่แล้วแหละแต่แค่อยากเห็นอะไรที่เหนือความคาดหมายเท่านั้นเอง 

"ไม่หรอกเจ้าชายนายก็กินแบบนี้" ผมตอบไปทำให้เขาไม่คิดถามอะไรต่อ 

พวกผมสองคนลงมือทานอาหารที่อยู่บนโต๊ะกันไปเรื่อยๆเพราะเอาจริงๆผมก็คิดไม่ออกว่าจะไปไหนต่อแล้ว 

"อ๊ากกก" เสียงดังออกมาจากข้างนอกร้าทำให้ผมตกใจไม่น้อยก่อนที่ผมจะต้องวิ่งออกไปดู

"เกิดอะไรขึ้น" เมอร์เวสที่เหมือนเดินออกมาตามผมถามกลุ่มคนที่มุงอะไรกันอยู่  

"เช่นเดิมนั่นแหละครับท่านเมอร์เวส แมลงพิษจากป่า มันเริ่มบุกเข้ามา เจ้านั่นก็คงไม่ระวังเลยไปโดนเข้า" ชายคนหนึ่งที่มุงอยู่ตอนแรกหันมาตอบเมอร์เวส  แล้วจู่ๆคนที่มุงก็แยกทางให้เมอร์เวสเดินเข้าไป ผมเลยเดินตามไปด้วย 

"เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียไหม" เมอร์เวสก้มลงไปถามชายที่นอนกุมอกอย่างทรมาณ  แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนี่คือคำที่พูดกับคนเจ็บหรอ 

"อึก ช่วยฆ่าผมที ผมทรมาณ" พอชายคนั้นพูดออกมาทำให้ผมนึกออกทันทีว่าเมืองนี้ไม่มีหมอหรือยารักษา 

"อืม" เมอร์เวสรับคำก่อนที่จะชูมือที่เป็นใบมีดขึ้นเหนือหัวเตรียมที่จะปิดชีพคนที่นอนทรมาณอยู่ที่พื้นในครั้งเดียว

"เดี๋ยวๆ ถึงเมืองนี้จะไม่มีหมอ แต่นอกเมืองยังมีน่ะ" ผมว่าขึ้นทำให้เมอร์เวสหันหน้ามามองผม

"แล้วนอกเมืองที่ว่าเค้ายินดีต้อนรับพวกเรารึป่าวหล่ะ" เมอร์เวสหันมาตอบผม 

"เค้าเอง เค้ารักษาเอง " ผมว่าพลางกัดนิ้วตัวเองจนเลือดออกแล้วเขียนลงที่ข้อมือตัวเอง เพื่อเรียกเคียวกระจกนพรัตน์ออกมา 

"เจ้าจะทำอะไร " ผมไม่สนใจนั่งเพ่งสมาธิต่อ"ตอบข้ามา"เมอร์เวสดึงมือผมไว้ทำให้ผมต้องหันกลับไปหาเค้า

"เพี๊ยะ" ผมตบหน้าเค้าเพื่อให้รีบปล่อยมือผม เพราะอาการคนตรงหน้าเริ่มแย่แล้ว  

"ชีวิตทุกชีวิตมีค่า อย่ามาทำเหมือนมันเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่จะทิ้งจะขว้างเมื่อไหร่ก็ได้ " ผมว่าเสียงดังก่อนจะเพ่งสมาธิ"เคียวกระจกนพรัตน์ กระจกแห่งความบริสุทธิ์ จงชำระล้างมลทิลแก่ผู้ที่แสงสาดส่อง" ผมร่ายคาถาเสร็จกระจกเปล่งแสงสีขาวใส่คนที่นอนอยู่ที่พื้น เกิดควันสีม่วงลอยออกมาจากตัวของคนที่นอนกุมหัวใจอยู่ " นายๆ " ผมตบหน้าคนที่นอนอยู่เบาๆเพื่อเรียกสติของเขา 

"เหือก " เสียงสะดุ้งตื่นขึ้นมาทำให้ผมตกใจเผลอถอยหลังไปจนเมอร์เวส แต่ดูจากท่าทางเมอร์เวสคงไม่ว่าอะไร 

"รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม" ผมเดินมาถามคนที่ตอนนี้นั่งอยู่ที่พื้น 

"ค...ครับ ทำไมจู่ๆก็หายทรมาณ" ผมยิ้มให้ชายตรงหน้าก่อนจะเก็บอาวุธประจำกาย

"ดีแล้วแหละอย่าตายง่ายๆอีกหล่ะ" ผมเดินออกมาหลังจากที่เคลียแล้วว่าชายคนนั้นปลอดภัย 

"เดี๋ยว ทำไมเจ้าถึงรักษาเขาคนนั้น" ผมหันไปมองหน้าของเมอร์เวสที่มีรอยมือของผม ก่อนผมจะยื่นมือไปอังบริเวณที่มีรอยแดงๆบนใบหน้า แล้วเค้นพลังรักษารอยแดงให้แก่เมอร์เวส 

"คงเพราะถ้าช่วยได้ก็อยากช่วยละมั้ง"ผมตอบไปก่อนจะเอามืออกจากหน้าของเมอร์เวส"ก็ถ้าคนนั้นตายแล้วมีคนที่ต้องเสียใจ เค้าว่าการมีชีวิตย่อมดีกว่า " สิ้นคำพูดผมก็เดินกลับไปยังปราสาททันทีเพราะคงไม่มีอะไรที่ผมสนใจไปมากกว่านี้แล้ว 

------------------------------------------------------------------------------------

มาแล้วน่ะจ๊ะใครที่รออ่านอยู่  บอกเลยเป็นการด้นสดที่ใช้เวลาคิดนานมากมานั่งงมคำมานั่งคิดอะไรต่อมิอะไร555แต่ถ้ามีคนชอบก็ช่วยกดไลค์ กดติดตาม แล้วก็คอมเม้นเพื่อเป็นกำลังใจแก่นักเขียนฝึกหัดคนนี้หน่อยเนอะ สำหรับคนที่มีคำแนะนำหรือติเตือนคอมเม้นไว้ได้เลยเราพร้อมจะแก้ไข เพราะอยากจะให้คนอ่านได้รับความสนุกจากการอ่านนิยายเรื่องนี้ แล้วก็ขอขอบคุณคนที่อ่านมาจนถึงตอนที่23ด้วยน๊าาาา เพราะมีคนอ่านจึงมีนักเขียน ขอให้ทุกคนไม่ทิ้งนิยายเรื่องนี้ไปก่อนเนอะ

ความคิดเห็น