ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่22

คำค้น : yaoi y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2560 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่22
แบบอักษร

สเวน(เนเวียส)Part

"โธ่เว้ย ท่านพ่อรู้จนได้" ผมสบถกับตัวเองเมื่อคนที่ผมรักถูกข้ารับใช้ลักพาตัวไป

"เพี๊ยะ"เสียงตบหน้าดังขึ้นครับซึ่งคนโดนตบก็คือผมเอง 

"อึก อีสเวนเล่ามาให้หมดนะย่ะ  แกเป็นใคร โกหกอะไรพวกฉันบ้าง" เชอร์รี่ปาดน้ำตาแล้วมองมายังผมที่ถ้ามองเผินผมก็ยังเหมือนเดิมแต่ถ้า มองดีๆจะสัมผัสได้ถึงออร่าของพวกมาร 

"อืม อย่างที่พวกมึงคิดนั่นแหละกูเป็นเจ้าชายเป็นลูกของจอมมาร กูไม่ใช่คนเผ่าออค กูไม่ได้เป็นพวกนั้นตั้งแต่แรกกูคือ ฮาร์ทเครย์ เนเวียส มารระดับ 10ที่พวกมึงรู้จัก สเวนเป็นแค่ชื่อแฝง อาวุธประจำกายก็แค่ของกิ๊กก๊อกสำหรับพวกกูมารระดับสูง มันทำอะไรมารอย่างพวกกูไม่ได้หรอก" พอผมพูดจบก็กะจะออกห่างจากพวกนั้น เพราะทุกคนคงกลัวผม 

"คิดจะไปไหนย่ะ ฉันยังถามไม่หมด แล้วตอนที่แกมาฝึกกับฉันตอนเด็กๆตอนนั้นแกก็หลอกทุกคนสินะ" ตอนเด็กๆผมก็แค่อยากรู้ว่าสมัยนั้นคนจากโลกภายนอกนั้นทำอะไรกัน 

"อืม "ผมตอบเชอร์รี่สั้นๆพลางเดินถอยหลังลงมา

"เด๊๋ยวอย่าคิดหนีหรือคิดอะไรโง่ๆเชียว"โกะโก่ะพูดขึ้นดักผมเสียก่อน "ถึงแกจะเป็นมารหรือห่าเหวอะำรก็แล้วแต่แกก็เพื่อนชั้น ชั้นไม่สนว่าแกจะโกหกอะไรพวกเราแต่ชั้นก็ยังเชื่อใจแกเพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา4คนแกก็ช่วยเหลือพวกเราตลอด" โกะโก่ะว่าพลางพยุงตัวเองเดินมาจับไหล่ผมเหมือนเชิงจะห้าม 

"เออ เราจะกลับไปที่นครแห่งการศึกษาก่อน แล้วไปเตรียมตัวกัน กูรู้มึงกำลังโกรธแต่ใจเย็นลงหน่อย" เชอร์รี่ว่าออกมาพลางมองหน้าผมอย่างจริงจัง 

" มึงรู้แล้วหนิว่ากูคือมารระดับ10 พวกมึงยังอยากจะอยู่ข้างๆกูอีกรึไง"ผมมองหน้าพวกเค้ากลับไปเช่นกัน 

"เออ อย่างที่อีโกะโก่ะบอกเรายังเป็นเพื่อนกันถึงมึงจะเป็นมารแต่ก็เพื่อนพวกฉันย่ะไปกลับ พวกนายก็เงียบเหยียบปากไว้ให้มิดถ้าไม่อยากให้เจ้าหญิงต้องลำบากใจ เพราะพวกนายหน้าจะรู้ว่าตอนนี้ทางไหนที่ดีที่สุด "  เชอร์รี่หันไปพูดกับพวกฝาแฝดที่กำลังตกอยู่ในภาวะตรึงเครียด เรพาะพี่ชายตัวเองหายไป 

"กูสัญญาว่าพวกกูจะไปพาเจ้าหญิงกลับมาช่วยเก็บเป็นความลับทีเรื่องที่เห็นวันนี้ลืมๆมันไป " ผมเอ่ยเสริมขึ้น 

"ไม่มีทางนั่นพี่ผม ถ้าพวกคุณจะไปผมจะไปด้วย  " หนึ่งในแฝดที่ผมไม่รู้ว่าเป้ฯใครเอ่ยขึ้น 

"นั่นก็เพื่อนของผม ผมจะไปด้วยถ้าคุณไม่ให้พวกผมไป ผมขอบอกเลยว่าเรื่องจะไม่จบที่แค่นี้" ร่างเล็กที่ชื่อเนอร์เอ่ยขู่ผม เห็นแบบนี้แต่น่ากลัวแหะ 

"ปล่อยพวกนั้นไปเถอะ เอ่อ..ให้พวกชั้นเรียกแกว่าไร" ผมที่ได้ยินก็แอบขำ

"สเวนเหมือนเดิมเพราะตัวตนของกูที่นี่คือสเวน" ผมตอบออกไปก่อนจะเดินไปหยิบธงกับหญิงสาวที่หลบอยู่หลังต้นไม้"ขอธงพวกกูคืนนะ แล้วก็ถ้าจะไปด้วยให้มาเจอกันที่ชายแดนป่าเขตบาดาล " อันแรกผมพูดกับผู้หญิงที่หลบอยู่หลังต้นไม้ อีกอันนึงพูดกับสองแฝดและร่างเล็ก 

"อืม วันเวลาช่วยติดต่อให้แน่ชัดด้วยก็ดี นี่ข้อมูลติดต่อของผม" แฝดคนหนึ่งบอกทำให้ผมรับพีซีของผมขึ้นมาดู และปรากฏข้อมูลติดต่อขึ้น 

"ป่ะ เราไปเอาชัยชนะให้เจ้าหญิงได้ภูมิใจก่อนจะไปพากลับมาดีกว่า" โกะโก่ะว่าขึ้นผมจึงพยักหน้าแล้วเดินออกมาจากพวกนั้น  

"พวกมึง กูขอบใจพวกมึงมากน่ะเว้ย" ผมพูดขึ้นมาขณะที่วิ่งกันกลับอยู่ 

"ขอบใจไรย่ะ "เชอร์รี่ถาม 

"น่านดิ" โกะโก่ะก็ถามขึ้นมาเช่นกัน 

"กูขอบใจพวกมึงที่ยังเชื่อใจกันแล้วก็ยังไว้ใจกูอยู่" ผมพูดไปก็เขินๆผมเลยเร่งสปีดวิ่งเพิ่มขึ้น

"แหม่อีดอกเขินหรอย่ะวิ่งเสียไวเชียว"เชอร์รี่ก็ว่าขึ้นมาทำให้ไม่สนใจอะไรอีกเพราะถ้าสนใจตอนนี้พวกมันต้องเห็นหน้าผมตอนนี้แน่ๆ 

"อ๊าย เขินหรือไรก็ตามมึงอย่าเพิ่มความเร็วได้ไหมเห็นใจคนอ่อนแอแบบกูบ้าง กูตามไม่ทัน" โกะโก่ะว่าขึ้นมาเอาสะผมหายเขินกลายเป็นขำแทนเลย 

"โว้ยอีโกะโก่ะ มึงบ้าหรอคิดว่าตัวเองอ่อนแอหรือว่าสมองไปกระทบกระเทือนตอนโดนโจมตีมายะ " ผมยิ้มน้อยๆกับสองคนนี้มันทำให้ผมยิ้มได้เสมอ ไม่มีพวกมันก็ไม่มี4รัตนากร เพราะงั้นเพื่อให้ครบกลุ่มผมจะไปพาคนสำคัญของผมกลับมาให้ได้

---------------------------------------------------------------------------------

ฟานล์(เจ้าหญิง)Part

ตอนนี้ผมโดนจับตัวมาที่ห้องไหนสักห้องที่ดูกว้างขวางมากเลยครับโดยที่พาผมมาเนี่ยยังอยู่ข้างๆผมอยู่เลย 

"เอ่อ... พาผมมาที่นี่เพื่ออะไร " ผมก็ถามไปงั้นแหละเพราะผมจำได้อยู่แล้วว่าเค้าต้องการเอาผมมาเป็นตัวล่อให้สเวนมาที่นี่ 

" ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วหนิว่าข้าเอาเจ้ามาที่นี่เพื่อเป็นตัวล่อให้เจ้าชายกลับปราสาท" งั้นที่นี่ก็คงเป็นปราสาทที่ว่านั่น "ข้าอยากจะถามเจ้าเหมือนกันว่าเจ้าเป็นอะไรกับเจ้าชาย"  เจ้าชายที่ว่าคงเป็นสเวนสิน่ะ ผมก็ยังไม่รู้ว่าผมเป็นอะไรกับสเวนหรอก แต่สเวนก็พิเศษสำหรับผมถึงจะยังไม่แน่ใจก็ตาม 

"สำหรับผมเค้าคงเป็นคนพิเศษ "ผมตอบตามความรู้สึกที่ผมมีออกไปไม่ได้โกหกอะไรคนตรงหน้า 

"หรอ?ในความคิดขิงข้าคุณคงสำคัญกับเจ้าชายมากมากเพราะแหวนนิรันดร์ ที่นิ้วของคุณคือแหวนจากตระกูลฮร์าทเครย์  ที่เป็นตระกูลผู้นำของเหล่ามารชั้นสูงที่ในฝั่งของคุณแบ่งเป็นระดับ ตระกูลนี้ปกครองมารที่มีระดับ6ขึ้นไปครับ"ผมมองแหวนที่สเวนทิ้งไว้ให้ผม มันคงสำคัญมากแน่ๆ แต่เค้าก็เลือกที่จะให้ผม 

"แหวนวงนี้เคยเป็นของใครมาก่อนหรอครับ เพราะผมเห็นสเวน เอ่อ...เจ้าชายของคุณก็มีมัน" บางทีสเวนอาจไม่ได้ใช้ชื่อนี้ที่นี่ก็ได้ผมเลยต้องเปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเขา 

"ไม่มีหรอก เพราะปกติเจ้าชายก็สวมของตัวเองและพกอีกวงไว้สำหรับคู่ครองของตนอยู่แล้ว" งั้นก็แปลว่า ผมหน้าแดงขึ้นทันทีที่ผมตีความหมายได้  ผมตวัดสายตาแก้ความเขินจนไปเจอแผลที่บริเวณแขนและตัวของเมอร์เวส มันคงเกิดจากที่พวกผมโจมตีเขา 

"คุณไม่ได้คิดร้ายกับผมใช่ไหม" ผมถามเขาเพื่อความแน่ใจ 

"ไม่ ถึงเราจะเป็นมารแต่เราก็เป็นมารรักสงบจะมีแต่พวกมารชั้นต่ำเท่านั้นที่ควบคุมสติและแบ่งแยกไม่ได้ เจ้าน่าจะสังเกตได้จากการที่พวกเจ้าไม่เคยเจอมารชั้นสูงทำร้ายพวกเจ้าก่อนหากไม่มีสาเหตุพอ" มันก็เป็นความจริงที่ผมไม่เคยได้ยินข่าวว่ามารระดับเกิน5มาโจมตีพวกเราเลย 

"งั้นเค้าจะรักษาให้คุณ "  ผมเดินไปใกล้เขาเรื่อยๆแล้วมองหน้าร่างที่สูงกว่า ก่อนจะยิ้มให้ ก่อนจะยื่นมือไปที่บาดแผล เกิดแสงสีฟ้าขึ้นบาดแผลของร่างสูงค่อยๆหายไปทีละนิดทีละนิด 

"เจ้าทำแบบนี้ทำไม " ผมเพ่งสมาธิอยู่เลยยังไม่ได้ตอบร่างสูงและรักษาต่อจนเสร็จ "ตอบข้าสิ" ผมละมือออกจากบริเวณที่เคยมีบาดแผลก่อนจะเดินถอยออกมา 

"เพราะพวกของเค้าทำคุณเจ็บแล้วคุณก็ไม่ใช่ศัตรูแปลว่าเค้าหน่ะทำถูกแล้ว" ผมว่าขึ้นพลางมองหน้าร่างสูงที่จ้องหน้าผมอยู่ 

"หึ! แปลกจริงถึงข้าจะไม่ใช่ศัตรูแต่มารก็ยังเป็นปรปักษ์กับทุกเผ่าพันธ์ไม่ใช่รึไง" เค้ายิ้มเย็นส่งมาให้ผมแต่ผมมีรึจะกลัว ยิ้มอ่อนกลับเลยครับ 

"นั่นคือสิ่งที่คนทั่วไปคิดแต่สำหรับเค้าถ้าใครไม่ใช่ศัตรูก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นกับเผ่าพันธ์ุ"  คนที่ได้ฟังไปก็ดูอึ้งเล็กน้อยกับคำตอบของผม 

"เจ้าหน่ะยังเชื่อใจเจ้าชายอยู่อีกหรอทั้งที่เจ้าชายก็หลอกเจ้าขนาดนั้น"  ชายร่างสูงยังคงยิงคำถามต่อผมที่ว่างก็ยินดีตอบ 

"แน่นอนสิเพราะทุกการโกหกย่อมมีสาเหตุ แล้วก็เค้าสัญญาไว้แล้วด้วยว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอด" ผมพูดพลางนึกถึงคืนนั้นขึ้นก่อนจะชูมือที่มีแหวนสวมอยู่ขึ้นมามอง "นี่บอกเค้าได้รึป่าว ว่าทำไมเจ้าชายของคุณถึงได้โดนตามกลับมายังปราสาท ไม่ใช่ว่าท่านจอมมารส่งเค้าออกไปหรอกหรอ" ผมถามไปเรื่อยๆแต่ในคำถามก็มีความอยากรู้ของผมแฝงไปด้วย 

"ถ้าเจ้าอยากรู้ควรจะถามท่านจอมมาร นี่คงถึงเวลาแล้วตามข้ามาสิ"  ผมที่ยังงงอยู่ก็ไม่คิดอะไรเดินตามชายร่างสูงไปอย่างง่ายดายคงเพราะมันไม่มีสาเหตุให้ผมต้องรั้งตัวเองไว้ที่นี่ 

----------------------------------------------------------------------

ตอนนี้มาสั้นหน่อย แต่ก็มานะเออ ยังไงก็ฝากติดตามคอมเม้นถูกใจ ให้คำแนะนำแก่นักเขียนคนนี้หน่อยเนอะ ถ้าขัดใจตรงไหนบอกได้เลยพร้อมจะปรับปรุง แล้วก็ขอบคุณผู้ที่ให้คะแนนสนับสนุนอยากทราบว่าเป็นใครช่วยรายงานตัวให้เค้าชื่นใจหน่อยจะดีมาก แล้วก็ขอบคุณที่มาอ่านเรื่องนี้เนอะ 


ความคิดเห็น