email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ep 3 = คำตัดสิน =

คำค้น : 3

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 482

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2560 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep 3 = คำตัดสิน =
แบบอักษร

ช้อนกระเบื้องลงตักโจ๊กปลาร้อนๆก่อนที่จะถูกยกขึ้นมาหยุดอยู่ห่างริมฝีปากสวยเพื่อเป่าลมไล่ไอร้อน แล้วค่อยๆเลื่อนไปหยุดอยู่ตรงหน้าริมฝีปากบาง

    “ซาสึเกะอ้ำจ่ะอ้ามมม~~” ซากุระยิ้มร่าอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย โดยในมือมีช้อนที่ตักโจ๊กจ่ออยู่หน้าริมฝีปากบางของซาสึเกะ เด็กหนุ่มมองโจ๊กปลาในช้อนด้วยแววตาเฉยชา

    “ไม่เป็นไร ฉันทานเองได้...” เจ้าตัวว่าพลางแย่งช้อนจากมือของซากุระมาถือ ก่อนที่จะเป่าโจ๊กเล็กน้อยแล้วจึงละเลียดเข้าปาก แต่ด้วยร่างกายยังไม่คืนสภาพเต็มที่มือจึงปล่อยช้อนตกลงไปอย่างง่ายดายทันทีที่เอาช้อนออกจากปาก

    นารุโตะมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ‘ทีเราไม่เห็นป้อนให้แบบนี้มั่งเลย ซากุระจังเนี่ย’

    “อย่าดื้อเลยน่าซาสึเกะ ร่างกายนายพึ่งจะฟื้นตัว อะไรเล็กๆน้อยๆที่ฉันพอช่วยได้ฉันอยากช่วย...ช่วงนี้ฉันก็ยุ่งๆอยู่ ไม่ค่อยได้มาดูแลนายเท่าไหร่ อย่างน้อยๆให้ฉันได้ป้อนข้าวนายสักมื้อก็ยังดี”

    ดวงตาคู่คมมองเด็กสาวที่ส่งยิ้มมาให้เขา ก่อนเจ้าตัวจะใจอ่อนยอมให้เด็กสาวทำตามความตั้งใจ สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ตามมาด้วยร่างของนางพยาบาลที่เข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ

    “คุณหมอคะ คุณหมอฮินาตะเรียกพบด่วนค่ะ!”

    “คะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ นารุโตะ! ฝากที่เหลือด้วย ” เมื่อสั่งการเสร็จเด็กสาวผู้เป็นนินจาแพทย์ก็รีบจ้ำอ้าวตามพยาบาลคนนั้นไปทันที ทิ้งให้เด็กหนุ่มผู้ที่ยังเป็นเกะนินอ้าปากค้างกับคำสั่ง เนื่องจากรั้งตัวเพื่อนสาวไว้ไม่ทัน ก่อนที่เขาจะหันมาทางเด็กหนุ่มอีกคนที่มองเขานิ่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

“เรื่องแค่นี้ ฉันไม่จำเป็นต้องพึ่งนายหรอก” ซาสึเกะว่าก่อนจะจัดถาดอาหารเลื่อนเข้าใกล้ตัว แล้วจึงลงมือตักโจ๊กทานต่อไป แต่พอทำด้วยตัวเองได้ไม่กี่คำช้อนก็หลุดมือตกลงในชามโจ๊ก ทำให้โจ๊กกระเซ็นเปื้อนใบหน้าเล็กน้อย

    “ดูสภาพทุเรศชะมัด” นารุโตะหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะ ก่อนนั่งลงข้างเตียงผู้ป่วยแล้วจึงเช็ดเศษโจ๊กที่เปื้อนบนใบหน้าขาวนั้นออก แล้วเจ้าตัวจึงเลื่อนถาดอาหารนั้นมาจัดการคนโจ๊กปลาเพื่อไล่ความร้อนก่อนตักขึ้นมาเป่าแล้วจึงยื่นไปจ่อหน้าริมฝีปากซาสึเกะ

    “ฉันอิ่มแล้ว”

    “อย่ามามัวฟอร์มเลยน่า! หิวก็กินซะเซ่!สลบไปเกือบเดือนกินแต่น้ำเกลือ ไม่พอประทังท้องหรอก” ว่าแล้วมือหนาก็ยื่นช้อนเข้าจ่อติดปากผู้ป่วยอย่างไร้ความนิ่มนวล ทำให้ผู้ป่วยจำต้องอ้าปากรับอาหารที่ถูกส่งมาคล้ายยัดเยียด

จนอาหารมื้อเช้าสามารถผ่านไปได้สำเร็จ นารุโตะจึงรินยาสมุนไพรใสแก้วเล็กที่ไว้สำหรับบรรจุยาโดยเฉพาะ นำมาวางไว้บนถาดอาหารที่ตอนนี้ถูกเลื่อนออกไปไว้ข้างตัวเขา ก่อนที่จะเข้าไปใช้มือขวาประคองหลังซาสึเกะส่วนมือซ้ายก็เอื้อมเอาแก้วยามาป้อนให้

    “แหม...ดูแลเพื่อนดีจังนะ นารุโตะ ” เสียงจากผู้มาเยือนเล่นเอาเจ้าตัวสะดุ้งเฮือก มือกระตุกกึกจนซาสึเกะเกือบสำลักยา

    “เฮ้ย! ขอโทษๆ ” นารุโตะตบหลังซาสึเกะเบาๆ ก่อนหันไปรินน้ำเปล่าใส่แก้วให้ซาสึเกะจิบ แล้วจึงหันมามองผู้มาเยือน

“ ครูคาคาชิ มาดีๆเหมือนคนอื่นเค้าหน่อยเซ่!”

“ นะ...ถ้ามาดีๆคงไม่ได้เห็นอะไรที่พิลึกแบบนี้ ก็แค่...จะมาเยี่ยมซาสึเกะคุงหน่อย”

    “ ชึ! ทีผมไม่เห็นโผล่หน้ามาเยี่ยมมั่งเลย” นารุโตะทำปากยื่นอย่างไม่พอใจพลางเหล่ตามองผู้มาเยือน

“มันช่วยไม่ได้หนิ ช่วงนั้นติดภารกิจพอดี น่า...อย่างอนไปเลย” คาคาชิยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตามความเคยชิน ก่อนมองมาทางเด็กหนุ่มตระกูลอุจิฮะ

“ดูท่าทาง อาการดีขึ้นนะ...คงจะกลับมาอยู่หมู่บ้านเหมือนเดิมใช่มั้ย?”

    “ก็คงงั้น” เด็กหนุ่มยังคงสีหน้าเรียบเฉยไว้

    “งั้นก็ดี สักประมาณตอนเย็นท่านโฮคาเงะอาจจะมาเยี่ยม เอาะ!แล้วก็เธอ...นารุโตะ มีภารกิจถึงเธอแล้วไปรับงานได้เลย ฉันไปนะ ” พูดจบร่างของคาคาชิก็หายวับไปทันที

    “ วะฮ่า! มันต้องแบบนี้เซ่ ในที่สุดก็ได้ทำภารกิจซะที!” เด็กหนุ่มโลดเต้นสักพักก็ต้องหยุดมองเพื่อนของเขา  ถึงแม้ว่าตอนนี้จะดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้ทำภารกิจหลังจากพักฟื้นมาหลายวัน ดวงตาเรียวก็อดมองผู้เป็นเพื่อนที่ตอนนี้ค่อยๆกระเทิบลงนอน ‘นั่นซินะ...ไม่รู้ว่าเบื้องบนจะตัดสินโทษหมอนี่ยังไง?’

    “ซาสึเกะ...”

    “ฉันจะนอนแล้ว นายก็รีบๆออกไปซะที รำคาญ ” เจ้าตัวพูดพลางนอนตะแครงข้างหันหลังให้นารุโตะ

    “ ธ่อ! ยังกะฉันอยากอยู่มากนักล่ะ ” ถึงแม้น้ำเสียงจะฟังดูไม่เต็มใจที่จะอยู่ แต่แววตาที่มองแผ่นหลังของเพื่อนรักนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง

    อาการของอุจิฮะดีขึ้นจนสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เขาจึงไม่รอช้าที่จะรีบเข้าพบซึนาเดะตามที่เคยนัดหมายกันไว้ตอนที่เขาพักอยู่ที่โรงพยาบาล

    เสียงเคาะประตูสามครั้งตามมารยาทดังขึ้น ทำให้โฮคาเงะสาวละสายตาจากกองเอกสารมายังประตู

    “เข้ามาได้!” สิ้นเสียง เปลวไฟสีสดปรากฏขึ้นต่อหน้าโฮคาเงะ แล้วจึงค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นร่างสูงสมส่วนของเด็กหนุ่มวัย17 ผู้สืบทอดสายเลือดตระกูลอุจิฮะ                 

“มาเร็วดีนี่...คงเตรียมใจรับคำตัดสินโทษแล้วซินะ” โฮคาเงะยังสาว เท้าคางมองเด็กหนุ่มตัวปัญหา

    “มีอะไรก็ว่ามา...” น้ำเสียงเย็นชา แต่แฝงด้วยความจริงจังเอ่ย ขณะที่นัยน์ตาสีรัตติกาลมองผู้สูงวัยกว่าตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉยยากจะอ่านความรู้สึก

    ‘ตั้งแต่ไปอยู่กับเจ้าโอโรจิมารู ดูเหมือนจะเย็นจนเป็นน้ำแข็งแล้วมั้งไอ้เด็กนี่’

“จากความผิดของเธอ ตั้งแต่หนีออกจากหมู่บ้านไปอาศัยกับโอโรจิมารู เข้าร่วมองค์กรแสงอุษา เป็นสมาชิกร่วมรบกับอุจิฮะ มาดาระ ตามกฎแล้ว ต้องโทษประหารชีวิต...แต่ด้วยเกิดความพลิกผันภายหลัง เธอได้กลับมาร่วมรบฝ่ายเรา และร่วมมือกับนารุโตะจนสามารถเอาชนะมาดาระได้ แล้วยังไม่คิดหนีคดี ขอชื่นชมว่าเธอกล้าหาญมาก...”

    “......”

    “ ทางหมู่บ้านได้ประชุมร่วมกับไดเมียว มีความเห็นสามารถลดโทษเป็นกรณีพิเศษ โดยให้เธอเข้าพิธีประกาศคำสัตย์ อยู่ในความดูแลของหน่วยลับคุมประพฤติจนกว่าจะไว้วางใจ และทำหน้าที่อารักษ์ร่างสถิตเก้าหางจนชั่วชีวิต”

    “ หึ...ลงโทษผมแค่นี้เองเหรอ?” เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีรัตติกาล กล่าวพลางแสดงสีหน้าเยาะหยันชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม

    “อย่าดูถูก...พิธีประกาศคำสัตย์สาบาน ทันทีที่เธอได้เข้าร่วมพิธีจนสมบูรณ์ก็เท่ากับเธอได้ถวายวิญญาณเพื่อปกป้องหมู่บ้าน คงเข้าใจซินะการให้คำสัตย์สาบานเป็นยังไง” เสียงห้าวนั้นดุขึ้นทันที พร้อมกับตาคมสวยที่มองเด็กหนุ่มด้วยแววตาวาวโรจน์

    “เข้าใจแล้ว...” แม้จะถูกจ้องมองเช่นนั้นก็ไม่อาจทำให้เด็กหนุ่มผู้เย็นชาสะทกสะท้านได้แม้แต่น้อย                 “พิธีจะจัดขึ้นหลังจากนี้ 8 วัน หลังจากวันนี้ไปจนถึงวันพิธี ห้ามเธอโกหกเด็ดขาด แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ถ้าจะพูดก็พูดแต่ความจริง จะทำอะไรก็ให้ออกมาจากใจจริงจะเป็นผลดีต่อตัวเธอในเวลาเข้าพิธี ส่วนเรื่องการเป็นผู้คุ้มครองร่างสถิตนั้น ก็จะให้เธอกับนารุโตะทำพันธสัญญาในวันพรุ่งนี้เวลาเช้ามืด  ก่อนอาทิตย์ขึ้น ที่แท่นหินวีรชน... มีปัญหาอะไรมั้ย?”

    “ ไม่มี ”

    “ ก็ดี...หมดธุระแล้ว เธอก็พักฟื้นให้ร่างกายหายดีก่อนรับภารกิจก็แล้วกัน” ร่างระหงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เหมือนผ่อนคลายหลังจากสนทนาเรื่องเครียด

    เด็กหนุ่มตระกูลอุจิฮะโค้งตัวแสดงความเคารพผู้นำก่อนหายวับไปทันที เหลือเพียงโฮคาเงะยังสาวที่ยังคงพิงพนักเก้าอี้ สักพักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาทก่อนที่ร่างบางของผู้ติดตามจะเข้ามา

    “นารุโตะเพิ่งกลับมาจากภารกิจแคว้นทาคิ อีกสักพักคงขึ้นมาพบท่านซึนาเดะค่ะ” ชิซึเนะรายงานก่อนเก็บกองเอกสารที่ทำเสร็จแล้วมาหอบไว้ในอ้อมแขน เตรียมจัดส่งให้แผนกงานต่อไป

    “สักพักเหรอ...คงแวะไปโซ้ยราเม็งตามเคย” ซึนาเดะพูดก่อนหยิบของว่างขึ้นมาทาน บ่งบอกว่าตอนนี้ขอพักมือจากกองเอกสาร


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++=+++Next

ความคิดเห็น