email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep 1 = ความหวังที่มี=

ชื่อตอน : Ep 1 = ความหวังที่มี=

คำค้น : 1

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 761

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ค. 2560 01:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep 1 = ความหวังที่มี=
แบบอักษร

ซากปรักหักพังจากการต่อสู้กระจายอยู่ตามหมู่บ้านโคโนฮะนาคุเระ กลิ่นคาวเลือดอบอวลคละกับกลิ่นควันไฟ เสียงร่ำไห้ดังอื้ออึงปะปนไปกับเสียงพูดคุยฟังดูอลม่าน ร่างเด็กหนุ่มสองร่างนอนนิ่งอยู่ใกล้กัน ศีรษะของทั้งสองอยู่เยื้องกันไม่มาก สภาพของร่างกายอาการสาหัสปางตายทั้งคู่ แต่นาทีสุดท้ายของชีวิต เพียงแค่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้  เด็กหนุ่มผมสีทองรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือเขยิบเข้าไปหาเพื่อนรักของเขาที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลเพียงปรารถนาได้เห็นหน้าอีกสักครั้งก็ยังดี

ใบหน้าขาวเนียนของอีกฝ่ายเปรอะไปด้วยรอยดินโคลน คราบเลือดที่ไหลจากศีรษะเริ่มแห้งเกรอะเกาะใบหน้าขาว  แต่เลือดที่ไหลจากดวงตาข้างขวานั้น ทำให้ดวงตาสีฟ้าฉายแววตระหนกกับผลข้างเคียงของพลังเนตร และเป็นห่วงเจ้าของเนตรนี้ด้วย            

    ดวงตาสีรัตติกาลกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างเชื่องช้า ภาพรอบตัวของเขาเริ่มพร่ามัว สติเริ่มขาดช่วง รู้สึกตัวเบาโหว่งขึ้นเรื่อยๆ แม้บาดแผลจะมีอยู่เต็มตัว แต่ตอนนี้ความรู้สึกกลับด้านชาไปหมด

    ‘ คง...จบแบบนี้ซินะ นารุโตะ...’ ดวงตาสีรัตติกาลนิ่งมองภาพใบหน้าเพื่อนรักในนาทีสุดท้ายของชีวิต  พลางพยายามเอื้อมมือไปหาอีกร่างที่มองมาทางเขาเช่นกัน แม้จะดูใกล้แต่มือเขาก็เอื้อมไม่ถึง                 ‘ นายเคยบอกฉันว่า ถ้าเราได้สู้กัน เราทั้งคู่ก็จะต้องตาย...แต่ว่า...’ สติเริ่มขาดหาย ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือรอยยิ้มบางๆจากใบหน้าของคนที่อยู่ตรงข้าม และสัมผัสจากฝ่ามืออุ่นที่สัมผัสกับมือของเขา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆก่อนที่สติจะดิ่งลงสู่ความมืด

เวลา 1 สัปดาห์หลังจากสิ้นสุดสงคราม 5 แคว้นนินจากับแสงอุษาแล้ว ทางโคโนฮะก็กำลังเร่งฟื้นฟูหมู่บ้านเพื่อเขาสู่ความสงบสุขอีกครั้ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ตัวอาคารได้รับความเสียหาย ก็ต้องเร่งซ่อมแซมพอๆกับการดูแลผู้ป่วยที่แทบจะล้นโรงพยาบาล

   เสียงพัดลมดังกระทบโสตประสาทก่อนที่เขาจะเริ่มขยับร่างกายในส่วนที่พอจะขยับได้ เปลือกตาปรือขึ้นเล็กน้อยพลางกระพริบช้าๆ เพื่อปรับสภาพดวงตาหลังจากหลับใหลไปเป็นเวลานาน ดวงตาสีฟ้าใสเริ่มกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างเชื่องช้า และเหมือนจะระลึกอะไรบางอย่างได้ เด็กหนุ่มรีบลุกพรวดจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง แกร๊บ! ก่อนที่เจ้าตัวจะร้องโอดครวญ แล้วจึงค่อยๆขยับร่างกายเมื่อทราบถึงสภาพสังขารตนเอง เจ้าตัวพะวงอยู่กับร่างกายของตนได้ไม่นานก็รู้สึกว่ามีบางคนยืนอยู่ข้างเตียง

    “ อย่าเพิ่งขยับตัวมากจะดีกว่า ” เด็กหนุ่มเจ้าของผิวสีซีดกล่าวพร้อมยิ้มละไม พลางดัดหลังของผู้ป่วยที่ยังพยามยามยืดตรงไม่ได้ซะที

    “ จ๊าก!! จะฆ่าฉันรึไงไอ้บ้าซาอิ! ฉันเพิ่งฟื้นนะเฟ้ย!ถนอมกันหน่อยเซ่! ” ผู้ป่วยหันมาโวยก่อนจะเอนหลังพิงหมอนที่เด็กหนุ่มผู้ถูกกล่าวหาเมื่อครู่ได้จัดให้ “ แล้ว...ทุกคนปลอดภัยดีใช่มั้ย?”

    เจ้าของผิวสีซีดยิ้มละไม “ ตอนนี้ทุกคนปลอดภัยดี หลังจากนายกับซาสึเกะช่วยกันจัดการมาดาระแล้วทุกอย่างก็เข้าทางเรา ว่าแต่...ปวดแผลตรงไหนรึเปล่า? หรือว่านายต้องการอะไรบ้าง? ฉันจะได้เตรียมให้ ” อันที่จริงเห็นสภาพแล้วก็ไม่น่าถาม โวยวายได้ก็คงปกติดี ถือว่าถามตามมารยาทละกัน นารุโตะสำรวจร่างกายที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ก่อนลองขยับแขนขาที่เริ่มจะคล่องตัว ก็คงไม่แปลกที่บาดแผลต่างๆทั้งในและนอกตัวสมานกันดีแล้ว จักระเก้าหางก็มีประโยชน์ในเวลานี้แหละ

    โครก~~คราก~~

    เสียงประสานจากท้องของนารุโตะดังระงมทั่วห้องพัก เล่นเอาเจ้าตัวลูบท้องพลางหัวเราะแห้งๆให้ซาอิ

    “ แผลไม่เจ็บหรอก แต่หิวข้าวค่อตๆเลยตอนนี้ ” นารุโตะพูดพลางยิ้มกว้าง

    ซาอิยิ้มแล้วหันไปค้นกระเป๋าสัมภาระที่นำติดตัวมา

“ เอาข้าวกล่องของฉันไปทานก่อนก็ได้ ”

    “  เห๋? จะดีหรอ? แล้วนายจะกินอะไรล่ะ ”

    “ ฉันทานมาเรียบร้อยแล้ว อันนี้ทำเผื่อไม่อิ่ม ก็..เพื่อนที่ดีต้องรู้จักแบ่งปัน คู่มือบอกยังงั้นน่ะ ” ซาอิว่าแล้วแกะกล่องข้าวยื่นให้นารุโตะ

“นายเนี่ย เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆเลย เอาล่ะ...ทานนะ คร้าบ~~! ” เขาแกะตะเกียบก่อนลงมือรับประทานข้าวกล่องอย่างรวดเร็ว “ สุดยอดเลย! นายทำเองรึเปล่าเนี่ย? ”

    ซาอิพยักหน้าหงึกหงักก่อนยิ้มละไมให้อีกครั้ง แล้วจึงหันไปรินน้ำเตรียมไว้ก่อนจะปอกผลไม้ใส่จาน

    “ ชาอิ นายมาเฝ้าฉันตยอดเยยหยอ? (ซาอิ นายมาเฝ้าฉันตลอดเลยหรอ?)” นารุโตะถามขณะในปากยังอมข้าวจนแก้มตุ่ยทั้งสองข้าง ก่อนจะกลืนลงคออย่างง่ายดาย  “เออ...จะว่าไป...ฉันหลับไปนานเท่าไหร่?”

    เด็กหนุ่มผิวซีดหยิบกล่องข้าวที่ว่างเปล่า ชนิดที่แทบไม่เหลือเม็ดข้าวติดกล่อง ออกจากตักของเด็กหนุ่มผมสีทอง ก่อนจะนำจานผลไม้เข้าไปแทนที่

“ฉันเพิ่งมาเป็นวันที่สอง ก็ไม่ได้เฝ้าตลอดหรอก...นายน่ะหลับไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ได้มั้ง?”      

“ ตั้งหนึ่งสัปดาห์เชียว! คง..อาการหนักแหะ” เจ้าตัวพูดคล้ายกับเพิ่งจะตระหนักถึงสภาพของตนเอง เพราะที่ผ่านมาแค่เขาได้นอนพักคืนเดียวรุ่งขึ้นก็แหกปากเหมือนเดิมได้แล้ว และเหมือนว่านารุโตะจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ ปากที่เคี้ยวผลไม้อย่างเพลินๆก็เริ่มช้าลง นัยน์ตาสีฟ้าหลุบต่ำ ใบหน้าสลดลงดูครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจเอ่ยปาก

“แล้ว..ซาสึเกะเป็นยังไงบ้าง หมอนั่นยัง...ไม่สิ..หมอนั่นอาการเป็นยังไงบ้าง?” ใจจริงอยากจะถามว่าหมอนั่นยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย? แต่ในใจลึกๆก็ค้านขึ้นว่า ‘คนอย่างเจ้าบ้าซาสึเกะนั่นคงไม่ตายง่ายๆหรอก!’ เขาเชื่ออย่างนั้น

ทันทีที่ได้ยินคำถามนัยน์ตาสีนิลหลุบต่ำลงทันที ก่อนจะมองขึ้นมาสบกับตาสีฟ้าอย่างเรียบเฉยไร้อารมณ์ ตามแบบฉบับของซาอิ

“ เดี๋ยวฉันจะไปบอกซากุระเรื่องอาการของนาย จะแวะซื้ออาหารว่างมาด้วย นายจะเอาอะไรมั้ย? ” เขาว่าพลางยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

    “ ...ไม่ล่ะ ขอบใจ...” ‘หมายความว่าไง? ทำไมต้องเฉไปเรื่องอื่นด้วย’

    “ งั้นเดี๋ยวมานะ” ว่าแล้วเขาก็หันตัวเดินไปจนพ้นประตู

นัยน์ตาสีฟ้าเหม่อมองผลไม้ที่เหลือในจานอยู่สองสามชิ้น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะหยักยิ้มแห่งความเชื่อมั่น เพราะเขาเชื่อว่าเพื่อนรักของเขาจะต้องมีชีวิตอยู่แน่ๆ เมื่อให้กำลังใจตัวเองได้เขาก็จัดการเทผลไม้ที่เหลือใส่ปากตนเองรวดเดียว พลางเคี้ยวอย่างมีความสุข

    พลบค่ำหลังอาหารมื้อเย็นสิ้นสุด ซากุระก็เข้ามาตรวจดูอาการของนารุโตะและแกะผ้าพันแผลออกให้ เธอเองก็รู้สึกโล่งใจที่เพื่อนรักของเธอได้สติ และเจ้าตัวก็ร่าเริงเหมือนปกติด้วย

    “ นี่นารุโตะ หลังจากแกะผ้าพันแผลแล้วอย่าเพิ่งอาบน้ำนะ ให้เช็ดตัว...ซาอิ ขอบใจมากนะที่มาดูแลนารุโตะให้น่ะ ” เด็กสาวกล่าวกับคนป่วยก่อนหันไปพูดกับซาอิ 

    “ ไม่เป็นไรหรอก เป็นเพื่อนกันต้องช่วยเหลือกัน และฉันเองก็ไม่ได้อยู่ดูแลตลอดด้วย งานหน่วยลับช่วงนี้ยังยุ่งๆอยู่ เดี๋ยวก็คงต้องไปรับงานแล้ว ”

    “ ที่จริงไม่ต้องมีใครมาเฝ้า ฉันก็ดูแลตัวเองได้สบายอยู่แล้วน่า! ” นารุโตะเบ้ปากทำท่าไม่พอใจที่เพื่อนๆทำเหมือนเขาเป็นเด็ก ที่จะต้องมีคนคอยดูแล

    “ ไม่ต้องทำเป็นอวดเก่งนารุโตะ! ซื่อบื่ออย่างนายจะดูแลให้ร่างกายหายเร็วหรือหายช้ากันล่ะยะ!” ซากุระโวยหลังจากวางผ้าพันแผลผืนสุดท้ายที่แกะออกมา วางบนภาชนะ

นารุโตะหน้างอง้ำทันที ก่อนที่จะนึกเรื่องที่อยากรู้ขึ้นมาได้

“ ซากุระ...อาการของซาสึเกะเป็นยังไงบ้าง?” นัยน์ตาสีฟ้าใสมองใบหน้าเนียนของเพื่อนสาวเพื่อรอคำตอบ แต่ซากุระกลับหลบหน้าไม่ยอมสบตา ทำให้เขาชักเริ่มหวั่นใจ

“เป็นอะไรไป หมอนั่นอาการสาหัสมากขาดนั้นเลยเหรอ? ”

    “เปล่าหรอก...เขาน่ะ...” ซากุระหันหน้ามาทางนารุโตะโดยไม่ยอมสบตา ใบหน้าเศร้าๆของซากุระทำให้ความรื่นเริงเมื่อครู่ของนารุโตะชะงัก แววตาเศร้าสร้อยสีชาเงยขึ้นมาสบกับตาสีฟ้าด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 “ซาสึเกะเค้า....” ไม่มีคำพูดใดสามารถอธิบายได้ แต่สิ่งที่เขากำลังจะรับรู้คงเป็นข่าวร้าย น้ำตาจากดวงตาสีชานั้นคือคำตอบ ‘ไม่จริงใช่มั้ย? หมอนั่น...คนอย่างเจ้าบ้านั่นจะตายง่ายๆแบบนี้น่ะหรือ?

    “ มะ..หมายความว่าไง ซากุระ...ซาสึเกะเค้าทำไม? ” นารุโตะเริ่มหันตัวไปทางซากุระที่ยืนเช็ดน้ำตาอยู่ ใจก็จดจ่ออยู่กับคำตอบ พลางกลืนน้ำลายอย่างลุ้นระทึก

    “ ซาสึเกะเค้า...เค้า ปลอดภัยดีจ้ะ แต่ว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้สติเลย” นารุโตะถอนหายใจอย่างโล่งอก ‘แล้วเธอจะร้องไห้ทำไมล่ะเนี่ย? เล่นเอาลุ้นจนตัวแข็ง ปลอดภัยก็แค่บอกว่าปลอดภัยก็จบ...ผู้หญิงเนี่ยเข้าใจยากจริงๆ

“ฉันกลัว...กลัวว่าซาสึเกะจะไม่ฟื้นน่ะ เพราะบาดแผลสาหัสพอที่จะส่งผลต่อระบบประสาทได้ กลัวว่าเขาอาจกลายเป็นเจ้าชายนิทรานะสิ ” ซากุระพูดพลางเช็ดน้ำตา แล้วส่งสายตาเศร้าๆมาให้นารุโตะ

    เด็กหนุ่มนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง แต่ไม่นานริมฝีปากก็แย้มยิ้มกว้างเห็นฟันขาวครบแทบทุกซี่

 “ไม่เป็นไรหรอกน่าซากุระจัง อย่างหมอนั่นเดี๋ยวก็ฟื้นแล้ว...และทีมเจ็ดก็จะกลับมาเหมือนเดิม...เชื่อฉันเถอะน่า!” แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นของเพื่อน ทำให้ซากุระสลัดความกังวลได้ทันที

    “นั่นซินะ!” ซากุระยิ้มตอบ ส่วนซาอิก็ยิ้มยินดีให้กับความสัมพันธ์ของทั้งสามที่กำลังจะคืนมาเหมือนเดิม

    ใช้เวลาเพียงไม่นานนารุโตะก็หายเป็นปกติ เขาจึงอาสาดูแลซาสึเกะที่ยังไม่ได้สติ เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่ซากุระ เพราะพวกเขารู้จากซาอิมาว่าทางเบื้องบนส่งหน่วยลับคอยเฝ้าซาสึเกะอยู่ เป็นปกติที่ซาสึเกะต้องถูกเฝ้าระวังมากเพราะเขายังมีคดีความติดค้างโคโนฮะอยู่มาก จนมีรายชื่อในบัญชีดำของทางหมู่บ้าน และถ้ามีเรื่องจนเป็นเรื่องใหญ่ละก็ เขาก็พร้อมที่จะเป็นพยานต่อสู้คดีความให้เพื่อนรักของเขา


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++Next

ความคิดเห็น