facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๑ ทำใจให้ชิน 30%

ชื่อตอน : บทที่ ๑ ทำใจให้ชิน 30%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 22k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2560 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑ ทำใจให้ชิน 30%
แบบอักษร

บทที่ ๑ ทำใจให้ชิน

เวลาประมาณทุ่มครึ่ง

รถแวนคันหรูป้ายทะเบียนเลขสวยจอดสนิทและดับเครื่องยนต์เมื่อมาถึงบ้านหรูสไตล์ทรอปิคอลซึ่งใหญ่โตสมฐานะเจ้าของบ้านอย่างธนาธิป ธนสุวรรณ ซึ่งเป็นถึงเจ้าของโรงแรมรีสอร์ทระดับห้าดาวที่เขาใหญ่ ฟาร์มม้าและไร่องุ่นสำหรับผลิตไวน์ องุ่นสำหรับทานสดท่ามกลางภูเขาน้อยใหญ่หลายลูกบนเนื้อที่กว่าหนึ่งพันไร่ เรียกได้ว่าเป็นมหาเศรษฐีคนหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา

สาวสวยที่นั่งอยู่ในรถก้าวออกมาช้า ๆ ใบหน้าดูมั่นอกมั่นใจ ยิ้มให้คนรับใช้ก่อนเดินตามเข้าไปในบ้าน

“คุณธามสั่งไว้ว่าถ้าคุณโมมาถึง ให้ขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุดแล้วตามไปสระว่ายน้ำเลยค่ะ”

“ขอบใจจ้ะ”

คล้อยหลังหญิงสาว คนรับใช้ในบ้านก็จับกลุ่มนินทากันอย่างไม่มีใครเห็นดีเห็นงามในสิ่งที่เจ้าของบ้านทำ ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะอาสาไปฟ้องภรรยาถูกต้องตามกฎหมายถึงบนห้องนอน

“มีอะไรเหรอจ๊ะ” ปานตา ภรรยาของธนาธิปเอ่ยถามสาวใช้ที่เข้ามารบกวน เธอกำลังพูดโทรศัพท์กับเพื่อน แต่ก็ยอมวางสายเพื่อรอฟัง

“ก็คุณธามสิคะ ให้คนรถออกไปรับผู้หญิงมาหาถึงบ้านเลย ตอนนี้ก็น่าจะอยู่ตรงสระว่ายน้ำด้วยกันค่ะ”

“ขอบใจนะที่มาบอก ออกไปได้แล้วจ้ะ” หญิงสาวข่มอารมณ์ไม่ให้แสดงออกมาว่ากำลังเสียใจ กระทั่งคนรับใช้ออกไปจากห้อง เธอก็คว้าหมอนบนเตียงมาระบายอารมณ์ หายใจแรง ๆ ด้วยความกรุ่นโกรธในตัวสามี

“ไอ้คนบ้า! ทำอะไรไม่คิดถึงจิตใจกันบ้างเลย” นึกว่าเขาจะเป็นคนดี ที่ไหนได้ก็แค่ผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่ง แต่อย่าคิดว่าเธอจะลดศักดิ์ศรีไปทะเลาะกับผู้หญิงหน้าไม่อายไร้จิตสำนึกอย่างแม่นั่น เชิญเสพสมกันให้พอ พวกคนไร้ยางอาย!


คนไร้ยางอายที่ว่านั้นกำลังจูบกันอย่างดื่มด่ำกลางสระว่ายน้ำอย่างไม่สนใจสายตาใคร

“คุณธามขา โมไม่ไหวแล้ว ไปที่ห้องเถอะนะคะ” หญิงสาวส่งสายตาเร่าร้อนร้องขอให้เขาพาไปต่อในที่ลับตาคน เธอจะได้ทำอะไรมากกว่าการกอดจูบ

“อืม” ธนาธิปตอบในลำคอก่อนผละออกจากร่างสวยแสนเซ็กซี่เพื่อขึ้นจากสระ คว้าเสื้อสีขาวคุมมาสวมทับ

เวลาต่อมา...

ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างถึงพริกถึงขิงภายในห้องนอนของฝ่ายชาย ตั้งแต่แต่งงาน ธนาธิปกับภรรยาก็นอนแยกห้องกัน เหตุผลคือภรรยาไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้ เขาเลยพานน้อยใจจนเป็นฝ่ายเอ่ยปากเรื่องแยกห้องนอนกัน อีกทั้งยังคิดไปเองว่าเธอไม่ได้มีใจให้ แต่ที่อยากแต่งงานกับเขาก็เพราะต้องการรักษาชื่อเสียงเท่านั้น บวกกับเข้าใจว่าเธอมีใจให้กับทยุตที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

“อืม... โม ดีมาก” มือหนาลูบเรือนผมนุ่มสลวยเล่น บางจังหวะก็กดศีรษะของเธอไว้ราวกับกลัวว่าหญิงสาวจะหยุดทำ

“พอก่อน ผมจะไม่ไหวแล้ว” พอรู้ตัวว่าอารมณ์ของตนใกล้ถึงขีดสุดจังรีบบอกให้เธอหยุดทำ หญิงสาวก็แสนจะน่ารักและเชื่อฟัง มือบอบบางคว้าเอาซองสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มาฉีกอย่างรู้หน้าที่ แล้วทุกอย่างก็ดำเนินไปตามครรลองของธรรมชาติของการเสพสมกันระหว่างชายหญิง โดยที่ทั้งสองไม่รับรู้เลยว่ากำลังมีความสุขบนความเสียใจของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย


ปานตายืนมองผู้หญิงหน้าด้านก้าวขึ้นรถแวนโดยมีคนรถของสามีเธอคอยบริการรับส่ง โมโหจนตัวสั่นแต่ทำอะไรผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เพราะคำว่าไม่อยากลดตัวลงไปสู้รบกับคนพรรค์นั้นให้เสียศักดิ์ศรี ดูเหมือนว่าผู้หญิงหน้าด้านจะรู้ตัวว่าเธอกำลังแอบมอง หันมายิ้มมุมปากให้เธออย่างร้ายกาจ

“ผู้หญิงจะอะไร หน้าด้านหน้าหนามาก ๆ” เธอกำลังโมโหแต่ก็พยายามระงับอารมณ์ให้เย็นลง

ก๊อก ๆๆ

เสียงประตูห้องดังขึ้น เธอเดินไปเปิดอย่างหงุดหงิดเพราะกำลังอารมณ์ไม่ดีจากการที่สามีพาผู้หญิงมาหยามศักดิ์ศรีถึงบ้าน

“คุณสามคะ คุณธามรอทานข้าวค่ะ”

“ไม่! ไปบอกเขาว่าฉันกินไม่ลง” พูดจบเธอก็ปิดประตูห้องเสียงดัง แล้วน้ำตาแห่งความเจ็บปวดใจก็หลั่งไหลออกมาเป็นสาย ก้มลงมองท้องของตนอย่างเศร้า ๆ หากไม่มีลูกน้อยในครรภ์ เธอก็คงไม่ต้องมารับรู้มาเจ็บปวดกับเรื่องบ้าบอพวกนี้

“ฮือ... เจ็บ...ทำไมสามต้องเจ็บปวดเพราะเขามากขนาดนี้ด้วย คุณแม่... สามคิดถึงคุณแม่” เวลานี้เธออ่อนแอ ต้องการใครสักคนช่วยปลอบใจ แต่กลับไม่มีใครเลย 

ชีวิตการแต่งงานที่ควรจะมีความสุข กลับกลายเป็นว่าเหมือนตกนรกทั้งเป็น นี่มันเวรกรรมอะไรของเธอ

กริ๊ก...

ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาโดยที่ไม่มีการเคาะบอก หญิงสาวหันขวับมาทางผู้มาใหม่แล้วก็ต้องรีบเบือนหน้าหลบก่อนจะเดินหนีไปยืนตรงระเบียงห้องอย่างไม่อยากอยู่ใกล้เขาเพราะความรังเกียจ

“ผมให้เด็กมาตามไปกินข้าว ทำไมไม่ลงไป”

“ฉันไม่หิว! ออกไปซะ เชิญคุณกินคนเดียว”

“ไม่หิวก็ต้องกินเป็นเพื่อนผม” ธนาธิปจะตรงมาคว้าแขน แต่ว่าปานตารีบเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินกลับเข้าห้องอย่างโกรธ ๆ ที่เขาทำตัวไม่ให้เกียรติ

“สาม ลงไปกินข้าวด้วยกัน” เขาก้าวตามหลังติด ๆ

“บอกว่าไม่ไง!" ครั้งนี้เธอพูดตอบทั้งน้ำตา

“แต่คุณกำลังท้อง ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบสามมื้อ ตามผมมา” เขารู้ว่าเธอกำลังโกรธเรื่องที่เขาทำก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่คิดจะขอโทษ

“ฉันเกลียดคุณ! คุณธาม...คุณมันเลว ทำอะไรไม่ให้เกียรติคนเป็นภรรยาอย่างฉันเลย” หญิงสาวโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ทว่าคนเป็นสามีกลับทำหน้าตาเฉย ยิ่งเพิ่มอารมณ์โกรธให้เธอจนต้องเงื้อมมือขึ้นฟาดเข้าใบหน้าเขาเต็มแรง

เผียะ!!

“เลว!”

“ปานตา! จำเอาไว้นะว่าคุณไม่มีสิทธิ์ตบหน้าผมแบบนี้อีก ครั้งนี้ผมจะไม่ถือสา แต่ถ้ามีครั้งต่อไปละก็...อย่าหาว่าผมใจร้าย ...เช็ดน้ำตาแล้วลงไปกินข้าว!”

“ฉันไม่กิน! ไม่กิน ๆๆ หูหนวกหรือไง” หญิงสาวขึ้นเสียงใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว

“อ๋อ... หรือคุณโกรธที่ผมให้คนรถไปรับโมมาที่นี่ ถ้าเป็นเรื่องนี้ก็ต้องขอบอกไว้เลยว่า...ทำใจให้ชินซะ เพราะโมคงมาที่นี่บ่อย ๆ ในฐานะผู้หญิงของผม” เขาทิ้งประโยคสุดท้ายโดยไม่คิดเลยว่าคนฟังจะรับได้หรือไม่ก่อนร่างสูงจะก้าวพรวดออกจากห้อง

“ฮือ...” ปานตาสะอื้นไห้จนตัวสั่น ก้าวช้า ๆ มายังเตียงนอน คว้าหมอนมาทุบตีก่อนจะก้มหน้าลงร้องไห้ให้น้ำตาเปียกหมอน เธอไม่เคยเจ็บปวดเพราะผู้ชายมากเท่านี้มาก่อน ไม่เคยเลยจริง ๆ ธนาธิปเป็นคนแรกที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้

...ทำใจให้ชินอย่างนั้นหรือ เธอไม่มีวันชินต่อเรื่องเลว ๆ ที่เขาทำ ไม่มีวัน!



#พระเอกก็คือพระเอกค่ะ เอาใจช่วยน้องสามกันด้วยนะคะ คาดว่าเรื่องนี้นางเอกจะน่าสงสารค่ะ อิอิ

ขอบคุณคนอ่านทุกคนเลยนะคะ น่ารักมากๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว