ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 ข้ารักเจ้านะ'แอสคิโอ'..

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ข้ารักเจ้านะ'แอสคิโอ'..

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 212

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ค. 2560 17:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ข้ารักเจ้านะ'แอสคิโอ'..
แบบอักษร

          “ว้าว..”แคสซิโอมองไปทั่วโรงเรียนพร้อมอุทานออกมาเบาๆเพราะที่แห่งนี้นั้นมันใหญ่มากกว่าที่ความคิดของตนเองมาก”โรงเรียนนี่ใหญ่ดีนะครับท่านพี่”เด็กหนุ่มวัยสิบหกปีที่ถูกบังคับให้มากเรียนยังที่นี่หันไปมองหน้าของเอเทอร์

          “อา..เข้าไปเถอะ”

          “ครับ”ทั้งสองเดินเข้าไปในรั่วโรงเรียน

          ความรู้สึกแรกของแคสซิโอที่ผ่านเข้ามาในรั่วโรงเรียนนั้นมันทำให้แคสซิโอรู้สึกหนักอึ้งเล็กน้อย

          “เป็นอะไรหรือ”เอเทอร์เห็นความผิดปกติจากแคสซิโอเล็กน้อยเมื่อก้าวเข้ามายังที่นี่พร้อมทำหน้าเครียดขึ้นมาเสียดื้อๆ

          “ปะ เปล่าครับ..ท่านพี่ไม่ต้องทำหน้าเครียดก็ได้ครับ”

          “อา..ขอโทษ”

          เมื่อกก้าวเข้าไปในโรงเรียนได้ไม่นานก็มีเสียงพูดขึ้นและมองมาที่ทั้งสองอย่างสนใจทำให้แคสซิโอนั้นเดินหลบไปที่ด้านหลังของเอเทอร์อย่างไม่รู้ตัวเหมือนให้เอเทอร์นั้นเป็นโล่กำบังให้กับตน

          “จะไปเดินอยู่ข้างหลังทำไมละ”เอเทอร์ที่สังเกตุเห็นแคสซิโอที่ไม่เดินหลบอยู่ข้างหลังตนเองจึงเรียกแคสซิโอออกมาส่งผลให้แคสซิโอนั้นสะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกเรียก

          “ขอโทษครับ..”แคสซิโอก้มหน้าลงเล็กน้อยค่อยๆเดินมาให้ระดับเดียวกันกับเอเทอร์

          เอเทอร์ลูบหัวแคสซิโอที่เดินก้มหน้าทำให้แคสซิโอเงยหน้าขึ้นมามองเอเทอร์พร้อมส่งสายตาเป็นคำถามว่ามีอะไรหรือเปล่าประมาณนั้น

          “ทำต้องไปกลัวหรอก..ทำตัวให้ชินไวๆนะเพราะยังไงแคสซิโอก็อยู่กับพี่ตลอดเวลาในโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้อยู่แล้ว..ผู้คนรอบๆก็..เอ่ออ..”เอเทอร์หยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมองไปรอบๆสิ่งที่เขานั้นเห็นก็คือพวกสาวๆหน้าแดงเล็กน้อยหันไปซุบซิบกันบางคนก็เอามือปิดปากทำหน้าเหมือนมีความสุขที่เห็นผมนั้นลูบหัวน้องชาย”ผู้คนรอบๆยังไงถ้าเจ้าใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนแห่งนี้ก็ต้องทำความรู้จักกับผู้คนรอบๆอยู่แล้วละ..”เมื่อจบประโยคเอเทอร์ก็รีบเอามือตัวเองที่จับหัวของแคสซิโออยู่นั้นลงในทันทีด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาบที่ถูกจับจ้องด้วยสายตาของผู้คนรอบข้าง

          “..ไปกันเถอะแคสซิโอ”

          “คะ ครับ”สุดท้ายแล้วแคสซิโอที่ก็อายเช่นกันก็เดินไปหลบอยู่หลังของเอเทอร์เช่นเดิม

          เอเทอร์ไม่ได้พูดอะไรอีกพร้อมรีบพากันรีบเดินออกจากที่แห่งนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้และไม่ทำเป็นจุดสังเกตุมากเกินไปแต่มันติดอยู่ที่ว่าแคสซิโอที่ยืนอยู่ข้างหลังนั้นอยู่ๆก็จับชายเสื้อของผมเอาไว้เล็กน้อย โอกาศที่แคสซิโอนั้นจะทำเช่นนี้มีน้อยแต่..นี่มันเพิ่มการเป็นจุดสังเกตไม่ใช่หรือไงกัน!?

          สมองของผมเริ่มประมวลว่าเราควรบอกให้น้องนั้นปล่อยมือจากชายเสื้อเพื่อไม่เป็นจุดสังเกตุมากกว่านี่หรือจะปล่อยให้แคสซิโอจับต่อไป เห้ย!ไอเอโอกาสงี้มีไม่มากนะเว้ยปล่อยให้น้องจับแล้วก็เดินช้าๆไม่ดีกว่าหรอแต่งี้มันก็เป็นจุดสนใจมากขึ้นไม่ใช่หรือไงกันเอาไงดีวะ?แต่นี่มันเหตุการณ์สุดแรร์เลยนะ อืมมมมม….

          ในขณะที่ผมคิดก็เดินไปเลื่อยๆโดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าใบหน้าที่ขมวดคิ้วของผมเองนั้นถูกแคสซิโอจับจ้องเอาไว้อยู่ เดินได้ไม่นานแคสซิโอก็ปล่อยมืออกจากเสื้อของเอเทอร์ทำให้เจ้าตัวที่กำลังคิดอยู่นั้นชำเรืองไปมองน้อยๆ

          “ขอโทษครับ”ขอโทษไรวะ??ที่จับเสื้อนะหรอ??ออกจะดีต่อใจ โถ่ววว

          ผมเดินนำหน้าน้องมาจนถึงหอพักไปรับกุญแจหอพักมาสองดอกยื่นให้กับแคสซิโอหนึ่งดอก เด็กชายรับกุญแจดอกนั้นมาอย่าง งงๆ

          “พวกเราไม่ได้นอนห้องเดียวกันหรอครับ??”เอเทอร์สายหัวอย่างยิ้มๆ

          “ท่านพ่ออยากให้เจ้าทำความรู้จักกับผู้อื่นบ้างหน่ะ..ข้าก็บอกอยู่ว่ารีบๆทำตัวให้ชินเสีย”เพียงแค่พูดว่าทำความรู้จักกับคนอื่นแคสซิโอก็นิ่งไปเสียชั่วเวลาหนึ่งทำให้เอเทอร์ตตบเข้าที่ไหล่ของแคสซิโอเบาๆอย่างให้กำลังใจ

          “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกหน่า..เจ้าก็ไม่ได้เป็นโรคกลัวผู้คนใช่ไหมละ?”ในประโยหลังนั้นเอเทอร์แอบมีกระตุกกระตักไปปบ้างอย่างไม่แน่ใจ

          “ครับ…น่าจะน่ะนะครับ”อ่าว ชิบหายละ

          “ไม่เอาหน่าแคสซิโอ..ทุกคนก็เหมือนกับพวกข้านั้นแหละอย่าได้กลัวเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”เอเทอร์ผลักแคสซิโอให้เดินตามหาหมายเลขห้องตามดอกจุญแจ

          “304 306 308 400อาข้าเจอห้องตนเองแล้ว ของเจ้าละแคสซิโอ”

          “503ครับ”เด็กชายก้มลงไปมองที่หมายเลขของห้องที่ติดไว้อยู่บนกุยแจที่ได้มา

          “ไกลกันเลยนะนั้น..เดี๋ยวข้าขอวางขอแปบแล้วเดี๋ยวไปหาห้องของเจ้ากัน”แคสซิโอยืนอยู่หน้าห้อง400อยู่ๆก็มีชายหน้าตาออกไปทางน่ารักเล็กน้อยเดินมาที่ห้อง400ที่เขากำลังยืนรอท่านพี่เอเทอร์อยู่

          “อะ เอ่อ มีอะไรที่ห้องของผมอย่างนั้นหรอครับ”

          “..ระ รอพี่ชายน่ะครับ”แคสซิโอแอบหลบตาไปเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะทำตัวเช่นไรดีเมื่อมีที่ไม่รู้จักมาคุยด้วยเช่นนี้

          “ห้องของผมไม่มีรูเมทนะครับ”

          “พวกเราพึ่งย้ายเข้ามาในโรงเรียนนี้น่ะครับ”เอเทอร์เข้ามาแทรกในระหว่างที่น้องชายของตนนั้นคุยกับคนที่น่าจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ห้องเดียวกับเขา”ถ้าคุณอยู่ห้อง400ผมก็คือรูเมทใหม่ของคุรเองครับ ฝากตัวด้วย”เอทเทอร์ยืนมือออกไปเพื่อเช็คแฮนด์ทำให้คนที่ไม่คิดว่าจะมีการเช็คแฮนด์ด้วยท่าทีเกเกกังกัง

          “อะ ครับ ฝากตัวด้วยครับ”

          “เดี๋ยวผมมาจัดของอีกทีแล้วเจอกันครับ”

          “คะ ครับ”เอเทอร์หันมามองแคสซิโอที่ยืนนิ่งไม่พูดไม่จาพร้อมจุงมือเล็กนั้นแล้วพาไปตามหาห้องของน้องชายตนต่อ

          “…ห้อง503ใช่ไหม?”เอเทอร์ถามเพื่อความแน่ใจอีกรอบ เพียงพักเดียวเอเทอร์ก็พาแคสซิโอมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง503

          “งั้นข้าไปแล้วนะ..เข้ากับรูเมทให้ได้ละ”แคสซิโอพยักหน้าให้เล็นน้อยและหันกลับไปที่หน้าประตูห้อง503ทำใจอยู่เป็นพักใหญ่ๆเพราะไม่กล้าที่จะเข้าไปข้างในห้อง

          “ไม่เป็นไรน่า..แค่ไขประตูเข้าไปเท่านั้นไม่เป็นอะไรหรอก…”

          แกร๊กก…

          ประตูเปิดออกอย่างช้าๆพร้อมกับชายร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของแคสซิโอชายคนนั้นจ้องมองมาที่แคสซิโอ

          “มีอะไรหรือเปล่าครับ??”ชายเบื้องหน้าถามขึ้นหลังจากที่เงียบไปทั้งคู่อยู่นาน

          “…อะ อ่า ครับ..ผมเป็นรูเมทใหม่ของคุณน่ะ..ครับ”ให้ตอนพุดนั้นแคสซิโอได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้ามาคุยกับบุคคลตรงหน้าดีๆ

          “เวลาพูดกับคนอื่นเขาต้องเงยหน้าขึ้นสิครับ”ประโยคนั้นทำให้แคสซิโอนั้นตื่นตระหนกด้วยความกลัวเพราะตนนั้นทำผิด

          “ขะ ขอโทษครับ”

          “….ไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้นะครับ..แล้วก็จะยืนคุยกันอยู่หน้าห้องอีกนานไหมครับ?”

          “คะ ครับ ขออนุญาต…”ในตอนนี้แคสซิโอนั้นกลัวการที่ต้องอยู่กับคนที่ตนนั้นไม่รู้จักเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีในช่วงเวลานี้และเขานั้นก็กลัวด้วยว่าตนนั้นจะทำอะไรผิดไป

          “…ผมชื่อ เวน เซอัสแล้วคุณละครับ”เวนที่เห็นว่าไม่ว่ายังไงแคสซิโอนั้นก็ไม่คลายความเกร็งลงเลยแม้แต่น้อยจึงเริ่มด้วยการแนะนำตัวเป็นอย่างแรก

          “ข้า อะ ผมแคสซิโอ….”

          “นามสกุลบอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับแค่ชื่อก็เพียงพอ”

          “ครับ”เวนที่สังเกตแคสซิโออยู่ตลอดตั้งแต่เข้ามานั้นก็เริ่มเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นเริ่มเป็นกันเองมากขึ้นจึงชวนคุยต่อ

          “แคสซิโอพึ่งย้ายมาที่นี่วันแรกอย่างนั้นหรือ”แคสซิโอพยักหน้าตอบแทนคำตอบ

          เวนเอามือลูบคางเล็กน้อยพร้อมกับพูดพึมพำเพียงคนเดียว

          “นึกว่าจะไม่มีรูเมทกับเขาซะแล้ว…สุดท้ายก็มีสินนะ”แคสซิโอไม่ตีความไม่ค่อยออกว่าประโยคนั้นหมายถึงเวนนั้นไม่อยากที่จะมีรูเมทหรือว่าเวนนั้นเพียงแค่คิดว่าจะไม่มีรูเมทเหมือนกับคนอื่น

          “ขอโทษครับ..ที่มารบกวน..”

          “แล้วใครบอกว่านายว่ารบกวนละ”เวนถามด้วยใบหน้านิ่งๆที่เขานั้นเจอใบหน้านั้นตั้งแต่หน้าห้อง

          “….”แคสซิโอได้แต่เงียบเพราะเขานั้นอ่านความคิดของบุคคลตรงหน้าไม่ได้สักนิดว่ารู้สึกอย่างไรหรือคิดอะไรอยู่ที่เขานั้นอ่านไม่ออกก็เพราะเจ้าใบหน้านิ่งๆนั้นมันทำให้เขานั้นอ่านใจไม่ค่อยออกเสียเท่าไร

          “ช่างเถอะ…เก็บสัมภาระนายได้แล้วมั้งนั้น”เวนชายตามองไปที่กระเป๋าที่มีของที่จำเป็นของที่แคสซิโอนำมาโดยที่สาวใช้นั้นจัดให้กับตนเอง ถ้าถามเขาว่ารู้หรือไม่ว่ามีอะไรอยู่ภายในนั้นก็….ไม่รู้หรอกครับ..

          แคสซิโอหยิบกระเป๋าขึ้นเดินไปทางอีกเตียงหนึ่งที่อยู่ทางอีกฝั่งจัดการวากระเป๋าบนเตียงสีขาวที่ไม่ได้กว้างมากพอสำหรับนอนคนเดียวในหนึ่งห้องมีจะมีห้องน้ำหนึ่งห้องเตียงสองเตียงและฟอนิเจอร์เล็กน้อยอีกเช่นชั้นหนังสือที่มีหนังสือไม่มากคาดว่าน่าจะเป็นหนังสือของเวนที่เอามาใส่เอาไว้มีทำงานอีกหนึ่งซึ่งบนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยรูปภาพสเก็ตของวิวและตำราการเรียนอีกมากมายตู้เสื้อผ้าเรียบๆอีกกหนึ่งตู้คาดว่าไม่น่าจะมีชุดอะไรมากมายพอให้ใช้ได้ทั้งสองคนรวมๆแล้วก็ครบครั่นไม่ลำบาก

          เมื่อมองอีกมุมก็อดคิดไม่ได้ว่าเวนไม่เหงาอยู่นั้นหรือที่อยู่ในห้องที่กว้างคนเดียว

          “นี่…เวนนายไม่เหงาหรอที่ต้องอยู่ที่นี่คนเดียวน่ะ”อยู่ๆเด็กหนุ่มก็เหมอลอยและถามออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เวนไม่ได้หันมาให้ความสนใจกับเพื่อนร่วมห้องคนใหม่เอาแต่จดจอกับเวทย์ของตนเองตรงหน้า

          “…ก็ไม่”เป็นเพียงคำตอบสั้นๆที่ตอบกลับมาเพราะเขานั้นต้องใช้สมาธิในการร่ายเวทย์เป็นอย่างสูงเพื่อให้เวทย์นั้นคงรูปแบบของมันเอาไว้

          หลังจบประโยคนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คุยกันอีกทำให้ห้องตกอยู่ในความเงียบแคสซิโอก็ค้นของในกระเป๋าและจัดเก็บให้เรียบร้อยส่วนเวนนั้นก็ฝึกเวทย์ของตนเองอยู่

          “เอ๊ะ?”แคสซิโออุทานออกมาเบาๆเมื่อเห็นกล่องเล็กๆสีดำอยู่ในกระเป๋าของเขา

          มันคืออะไร??

          นั้นเป็นสิ่งแรกที่เขาถามตนเอง เขาจำได้เขาไม่เคยมีกล่องสีดำนี้สาวใช้ใส่อะไรมาให้เขากัน??ผมเปิดฝาของกล่องสีดำเล็กๆนั้นออกแล้วก็พบกับสร้อยเส้นหนึ่งพร้อมโน๊ต’องค์ราชาบอกให้ท่านใส่มันเอาไว้ค่ะ’เป็นโน๊ตยาวๆที่หนึ่งบรรทัดถูกเขียนเอาไว้ด้วยรายมือที่สวยงามและบรรจงขอบกระดาษค่อนข้างหยึกหยักแสดงถึงว่าสาวใช้นั้นรีบฉีดกระดาษนี้แล้วพับใส่กล่องดำเล็กๆนี้

          ของที่ท่านพ่อให้อย่างนั้นหรือ?

          ผมไม่ได้หยิบสร้อยเส้นนั้นมาใส่ตามที่ข้อความเล็กๆนั้นบอกเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าจะใส่สร้อยเส้นนี้ไปเพื่ออะไรเพราะเขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบใส่เครื่องประดับ

          แคสซิโอเก็บกระดาษนั้นลงในกล่องแล้วปิดฝากล่องนั้นลงซะเขาเดินเอามันไปเก็บเอาไว้ที่ชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือของเวนเรียงรายอยู่

          ขอฝากเอาไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกันครับท่านพ่อ

          เขาเก็บของทั้งหมดให้เป็นที่เป็นทางก่อนที่จะมานั่งอยู่บนเตียงสีขาวหันไปมองยังเวนที่ก็ยังคงฝึกเวทย์อยู่เขานั้นเริ่มที่จะนับถือความอดทนในการใช้เวทย์ของเวนขึ้นเพราะเขานั้นไม่สามารถทำให้เวทย์คงอยู่ได้นานเท่ากับเวนได้เขานั้นทำแค่สิบนาทีนั้นก็นานที่สุดแล้วที่เขานั้นทำได้

          “นายนี่บังคับเวทย์ได้นานจังเลยนะ”เวนหยุดการฝึก

          “ก็ค่อยๆฝึกไปเลื่อยๆทุกวันเท่านั้นเอง..เดี๋ยวก็เก่งขึ้น”แล้วทำไมข้าฝึกที่วังทุกวันยังไม่เก่งขึ้นเลยละ….ทำไมพระเจ้าโคตรลำเอียง!!

         ก๊อก ก๊อก

          เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกความสนใจจากทั้งสองได้เป็นอย่างดี

          “เดี๋ยวผมไปเอง”ว่าแล้วแคสซิโอก็เดินไปดูที่ห้องประตุว่ามีอะไรทำไมจึงมาเคาะประตูห้องของพวกผม

          “ครับ..มาหาใครคะ…”เมื่อเจอกับผู้ที่มาห้องห้องก็พบกับคนที่คุ้นเคย

          “มานี่ๆ”รีอันน่ากวักมือเรียกให้แสซิโอตามมา

          “เวน..เดี๋ยวผมกลับมา”แคสซิโอหันไปบอกรูเมทก่อนที่จะหารีอันน่าและรัตติกาล

          คนที่นั่งอยู่ในห้องมองด้วยความงงเล็กน้อยพร้อมพยักหน้าอย่างเข้าใจ

          เมื่อแคสซิโอหันกลับมารีอันน่าก็จับข้อมือของแคสซิโอแล้วดึงให้เดินตามมาในห้องข้างๆห้อง505ที่อยู่ข้างๆกันแล้วทั้งสองก็จับผมยัดเข้าไปในห้องนั้นก่อนที่ทั้งสองจะตามเข้ามา

          “ทำมะ….”รีอันน่าเอามือมาปิดปากของผมก่อนที่จะได้ถามอะไรไปมากกว่านี้

          “ไม่ต้องพูดๆ..เดี๋ยวข้าอธิบายเอง”เขาว่ามางั้นผมก็ได้แต่พยักหน้าบอกว่าเข้าใจแล้ว รีอันน่ากดที่ไหล่ผมลงให้นั่งลงบนโซฟาภายในห้อง

          “ก็ที่เมื่อวานนี้ยังไงละที่พวกข้าบอกมีเรื่องที่ต้องทำน่ะ..ก็มาจัดการเรื่องโรงเรียนนี้นั้นแหละถึงเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้กับเจ้าได้”ไม่ได้อยากขัดนะแต่ว่า…วิธีอะไรวะนั้น!?ถึงได้เข้ามาเรียนที่นี่ได้ง่ายดายขนาดนั้น”พวกข้าใช้วิธีไหนเจ้าไม่ต้องรู้หรอก..ถ้าถามว่าทำไมรัตติกาลไม่เป็นมังกรและข้าก็ไม่อยู่ภายในตัวเจ้าเพราะอะไรนั้นก็เพราะ…บาเลียที่ตอนเข้ามาในรั่วโรงเรียนนี้ยังไงละ..เจ้าคงจะสัมผัสได้อยู่ใช่ไหมละ”

          “อะ อืมก็ใช่”มันเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้งขึ้นที่อกหายใจไม่ค่อยโล่งรู้สึกแย่นิดหน่อยเมื่อเข้ามายังที่แห่งนี้

          “ภายในโรงเรียนนี้เจ้าห้ามจากรั่วแหงนี้เด็ดขาด ช่วยฟังที่ข้าพูดด้วยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเช่นใดก็ตาม”รีอันน่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ได้ติดเล่นเหมือนก่อนหน้านี้

          “โอเค..ข้าจะไม่ออกไปข้างนอกรั่วโรเรียน”รีอันน่ายิ้มออกมา

          “ดีมาก..พวกข้าอยู่ห้องข้างๆเจ้ามีอะไรก็มาหาได้นะ มีเรื่อจะพูดด้วยเพียงเท่านี้ละเจ้ากลับห้องไปหารูเมทของเจ้าเลยก็ได้นะในวันพรุ่งนี้มีเรียนเดี๋ยวพวกข้าจะไปรอเจ้าหน้าห้องเอง”

          “งะ..งั้น ข้ากลับห้องก่อนนะ”ทั้งสองโบกมือให้กับแคสซิโอ

          แก็ก..เสียงประตูเข้าห้องดังขึ้นทำให้คนที่อยู่ในห้องหันมามอง

          “เพื่อนอย่างนั้นหรอ”

          “ค…ครับ”แคสซิโอลนลานเล็กน้อยที่เข้ามาก็เจอถามจากอีกฝ่ายทันที

          บทสนทนาทุกๆอย่างจบๆลงด้วยคำตอบสั้นๆของผม ผมเดินไปที่ตู้หนังสือที่มีหนังสือเรียงรายเอาไว้อยู่หนังสือพวกนั้นเป็นหนังสือที่ค่อยข้างหนาหนาจนผมนั้นคิดถึงหนังสือเรียนที่เรียนอยู่ที่วังขึ้นมาหนังสือที่สามารถฟาดหัวหมาแตก??ผมอ่านชื่อหนังสือที่ปรากฏบนสันหนังสือ ในตอนแรกผมนั้นคือว่าหนังสือพวกนี้เป็นหนังสือเรียนแต่เมื่ออ่านที่ชื่อของหนังสือก็ได้รู้ว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซี

          “นายสนใจหนังสือพวกนั้นหรือ”เวนถามขึ้นเมื่อสังเกตุเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นมีท่าทีที่สนใจหนังสือของตน

          “จะว่ายังไงดีละ..ผมเห็นหนังสือพวกนี้แล้วนึกถึงพี่ชายที่ชอบอ่านหนังสือน่ะ..เขาเอาแต่อ่านหนังสือพวกนี้อยู่เสมอ ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันน่าสนใจเช่นไรจึงไม่อ่านไม่มีท่าทีเบื่อเช่นนั้นทั้งๆทีหนังสือพวกนี้มันก็มีเพียงแค่ตัวหนังสือเท่านั้น”

          “เจ้าไม่เข้าใจถึงพวกข้าที่หลงไหลในหนังสือพวกนั้นหรอก”เวนเปลี่ยนคำสรรพนายอย่างไม่รู้ตัว”อะ โทษทีที่ผมใช้คำว่าข้ากับเจ้า”เวนด่าทอนตนเองที่ใช้คำพูดที่ไม่สุภาพกับคนที่พึ่งเจอกันได้ไม่นาน

           “ฮะ ฮ่า เจ้าไม่ต้องฝืนก็ได้นะใช้คำพูดพวกนั้นก็ได้ข้าเองก็ไม่ชินเช่นกันที่ต้องใช้คำว่าผมกับนาย”คำตอบของแคสซิโอทำให้อีกฝ่ายนั้นนิ่งไปเล็กน้อย

          “อะ อือ..ถ้าเจ้าอยากอ่านหนังสือพวกนั้นก็สามารถหยิบอ่านได้เลยนะ”

          “ขอบคุณ…”อยู่ๆผมก็คิดถึงคำพูดของรีอันน่าเข้าที่ว่า‘ห้ามออกจากบาเลียของโรงเรียนน่าเด็ดขาด’ถ้าเป็นเวนที่อยู่ที่นี่มาก่อนผมนั้นอาจจะรู้ก็ได้

          “นี่เวน..มันมีกฏที่ว่าห้ามออกไปจากรั่วโรงเรียนแห่งนี้ได้หรือเปล่า?”

          “ก็ไม่นะ..ข้าไม่เคยได้ยินกฏแบบนั้น ทำไมหรือ หรือว่าเจ้าจะแอบออกไปข้างนอกหรือ”

          “เปล่าๆ ข้าไม่ได้อยากจะออกไปหรอกแค่สงสันเล็กน้อยน่ะ”แคสซิโอหัวเราะกลบเกลื่อนและเปลี่ยนเรื่องทันที”เจ้าอยู่ที่นี่มานานหรือยัง?”

           “6เดือน ปี1 สายโจมตาตุที่ถนัดธาตุไฟ..แค่เผื่อเจ้าจะถามอีก”

          “เห ปีเดียวกันเลยข้าธาตุน้ำ สายโจมตีกึ่งซัพฝากตัวด้วยละ”แคสซิโอยิ้มเหมือนเด็กน้อยที่ได้เพื่อนใหม่อีกหนึ่งคนเป็นยิ้มที่ใสซื่อทำให้คนมองนั้นใจละลายได้ไม่ยากไม่ว่าจะชายหรือหญิง

          “อะ อืม”เวนเสยหน้ามองไปทางอีกที่ไม่มีแคสซิโออยู่ในอาณาเขตตาของตนเองพอหยิบหนังสือทำเป็นไม่สนใจเด็กน้อยที่ได้เพื่อนคนใหม่

          แคสซิโอไม่ได้สนใจเวนอีกเมื่ออีกฝ่ายนั้นทำเมินใส่ตนเองเขาหันกลับมาทางหนังสืออีกรอบพร้อมบอกกับตนเองว่าสิ่งที่แก้เบื่อได้ในตอนนี้มีเพียงหนังสือพวกนี้กับการออกไปสำรวจพื้นที่ใหม่ในโรงเรียนและนอนเท่านั้น

           ถ้าปกติเขานั้นคงไปสำรวจพื้นที่โรงเรียนแต่ในวันนี้เขานั้นรู้สึกอึดอัดที่ช่วงอกเล็กน้อยเพราะงั้นออกไปตอนนี้คงไม่ใช่ความคิดที่ดีมากเสียเท่าไรและถ้าเรื่องหนังสือนิยาละก็ตัดทิ้งไปได้เลยครับเพราะงั้นให้นอนไปเลยยังดีเสียกว่าคิดได้ดังนั้นผมก็ทิ้ตัวลงบนเตียงนุ่มนิ่มนั้นทันทีมองออกไปนอกหน้าต่างและหลับตาลงปิดกันตัวของตนเองจากโลกภายนอก

           ‘เจ้าพวกนั้นนี่ก็หาวิธีจังเลยนะ..แต่มันก็ไม่ทันแล้วละ หึหึ’เสียงของโทคาเอลดังขึ้นข้างๆผมที่สามารถรู้ได้ก็เพราะมันอยู่ใกล้มากจึงคิดว่าน่าจะอยู่ข้างกายผม

          “…”

          “แคสซิโอ..เจ้ารู้สึกแปลกๆเมือเข้ามายังรั่วโรงเรียนแห่งนี้หรือไม่”

          “อะอา ก็มีนิดหน่อยน่ะ”โทคาเอลยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมๆกับเผยดวงตาที่เหมือนกับสัตว์ป่าออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็น

          “ขอโทษด้วยแล้วกันถ้าไอความรู้แปลกๆนั้นมันกวนใจเจ้าน่ะ เพราะมันเกิดขึ้นเพราะข้าน่ะ”โทคาเอลทำหน้าหมาหงอยจนทำให้คนมองรนรานทำอะไรไม่ถูก

          “อะ อืม…งั้นหรอ ขะ ข้าไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อยเพราะงั้นเจ้าไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก”แคสซิโอหุบตาต่ำลง

          “เจ้าจำเรื่องของภพก่อนไม่ได้สินะ”อยู่ๆรัตติกาลก็ถามคำถามที่เขานั้นไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามขึ้นมา แน่นอนว่าผมนั้นจำไม่ได้ผมจึงพยักหน้าแทนที่จะเปร่งเสียงออกเป็นคำตอบ

          เมื่อคิดดูแล้วรัตติกาลนั้นบอกว่ารู้จักผมในภพที่แล้ว แล้วมาภายในตอนนี้คนที่เรานั้นรู้จักกับจำตนไม่ได้นั้นก็**มันเจ็บปวดหรือไม่กัน****?**เป็นผมนั้นก็คงเป็นความรู้สึกที่อึดอัดละนะเขาจำเราไม่ได้แต่เราจำเขาได้ ฮะฮ่า เป็นโชคชะตาที่น่าตลกดีนะใครกันละที่เป็นคนกำหนดมัน

          “อางั้นหรอ..เสียดายจังเลยนะความสงจำนั้นน่ะ”โทคาเอลพูดและเหม่อมองออกไปในอากาศที่มีแต่สีขาวใบหน้านั้นแลดูมีความสุขเป็นอย่างมากที่พูดเกี่ยวกับเรื่องนี่ เป็นความสงจำที่ดีสินะ

          “ข้ารักเจ้านะแอสคิโอ

          “…อา เรื่องนั้นข้ารู้อยู่แล้วละ เจ้าเป็นอะไรของเจ้ากัน”โทคาเอลเดินเข้ามากอดผมเอาไว้เสียแน่นราวกับผมนั้นจะกายไปจากเขา

          “อะไรกัน..ข้าไม่ได้จะไปไหนเสียหน่อยไปต้องกอดแน่เช่นนี้ก็ได้”คำพูดของผมไม่ได้ช่วยให้โทคาเอลนั้นคลายอ้อมกอดออกได้แม้แต่นิดเดียว ผมจึงได้แต่ปล่อยให้เขานั้นกอดผมอยู่เช่นนั้นจนกว่าจะพอใจ

          เป็นเวลาเนิ่นนานที่เรานั้นกอดกันอยู่เช่นนี้ ไม่มีเสียงของใครที่เอ่ยออกมาในเวลานี้ทำให้ทั้งห้องนั้นเงียบหงันราวกลับไม่มีคนอยู่ภายในห้องนี้

          “..ในวันพรุ่งนี้ เราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วเพราะงั้นข้าขอกอดเจ้าอยู่อย่างนี้จนกว่าจะพอใจ…”แอสคิโอทำหน้าตื่นอยู่ๆโทคาเอลนั้นพูดเรื่องอะไรออกมาก็ไม่รู้เกี่ยวกับการที่เราต้องแยกจากกันเขานั้นคิดว่าไม่มีวันนั้นเสียอีก ทำไมละ โทคาเอลเบื่อเราแล้วอย่างนั้นหรือแล้วทำไมต้องทำใบหน้าเศร้านั้นด้วย แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรเขากูกขัดขึ้นเสียก่อน

          “ไม่ ไม่ ข้านั้นรักเจ้าหมดใจแต่เรื่องที่จะเกิดในวันพรุ่งนี้ข้าไม่รู้ว่าพวกเราจะรอดหรือไม่เพียงเท่านั้น”

          “แล้วนั้นมันเรื่องอะไรกันละ!”ผมผลักออกจากอ้อมกอดนั้น โทคาเอลในตอนนี้นั้นหันหน้ามองไปทางอื่นและขมวดคิ้วเข้าหากันจนมันเป็นปม

          “..ไม่ข้าบอกเรื่องนั้นกับเจ้าไม่ได้ ขอโทษด้วยเรื่องนี่ให้ข้าได้แบกรับเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้”โทคาเอลเดินออกไปนอกห้องโดยไม่สนใจคนรักที่กำลังตื่นตระหนกกับคำพูดของตน

          “อะไรกันโทคาเอลเรื่องพวกนี้มันบ้าชัดๆทำไมเจ้าไม่ฆ่าข้าเสียตั้งแต่ตอนที่ข้าได้พบกับเจ้าละ ข้ามันตัวภัยพิบัตชัดๆ..ได้โปรดก่อนที่จะเลยเที่ยงคืนจงสังหารข้าซะนี่ถือเป็นำสั่ง…ขากนายของเจ้า”แอสคิโอที่รับรู้ความจริงทั้งหมดติดสินใจจะฆ่าตัวเองซะก่อนที่จะถึงเที่ยงคืนก่อนที่เรื่องทั้งหมดนั้นจะจบลง

          “ ไม่..ไม่ ไม่ข้าทำไม่ได้ ข้าทำมันไม่ได้”โทคาเอลส่ายหัวอย่างช้าๆคล้ายคนที่ใกล้จะสติแตกเต็มทน

          “งั้นขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้กันมากมาย ขอบคุณที่คอยปกป้อง ขอบคุณที่เคยปกป้องข้ามาเสมอ ขอบคุณที่เคยอยู่ข้างกันขอบคุณที่หวงใย่ เพราะงั้นข้ารัดเจ้ามากนะได้โปรด ได้โปรดเถอะตงมีชีวิตต่อไปอย่าติดติดกับคนเช่นข้า..จงมีชีวิตที่ดีกับคู่คนใหม่ของเจ้าที่ไม่ใช่ข้าเสีย ถ้าเข้ายังรักข้าพอจงมีชีวิตรอดต่อไป…”แอสคิโอร่ายๆเวทย์ที่ให้เป็นรูปร่างดาบขนาดเล็กและแทงมันเข้าที่หัวใจของตนเองทันที

          ความเจ็บแปลบแล่นขึ้นมาในหัวสมองในทันทีร่างกายทรุดลงกับพื้นพร้อมภาพของคนรักที่เบิกตากว้างและวิ่งเข้ามาในทันที

          “โถเว้ย! เวทย์พิษรุนแรงที่ไม่สามารถใช้เวทย์รักษารักษาได้…ทำอะไรขอเจ้าน่ะแอสคิโอ!”ผมยิ้มออกมาที่ทำให้เขานั้นหัวเสียได้รางกายของผมนั้นชาไปหมดไม่สามารถทำอะไรได้

          ทรมาน

          ไม่เป็นไรนี่เรานั้นทำเพื่อโทคาเอลและคนอื่นๆ เรา…เราทำเพื่อพวกเขา เราทำสิ่งที่ถูกต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ความทรมานเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำอะไรเราได้อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นเรื่องทุกอย่างจะจบลง

          น้ำตาอุ่นไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยที่ปรือไปหมด หยดที่หนึ่ง หยดที่สอง และมันก็ไหลออกมาเป็นทางยาวและสุดท้ายดวงตาคู่สวยนั้นก็ปิดลงไป ทุกอย่างแน่นิง

          “จบแล้ว จบแล้ว ฮะฮ่า มันจบแล้วละใช่มันจบแล้ว เราไม่ต้องทำอะไร..”โทคาเอลล้มตัวลงเกรี่ยเส้นผมนุ่มที่ปรกหน้าของแอสคิโอออก น้ำตาของเขานั้นไหลออกมาและล่วงหยดลงที่ใบหน้าของแคสซิโอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

          เมื่อแอสคิโอสิ้นไปโลกทั้งใบนั้นก็ถูกรีเซ็ททำให้ผมนั้นกลับมาเจอกับเรื่องราวพวกนี้อีกครั้ง อีกครั้งอีกครั้งไม่มีวันจบจนกว่าภาระกิจจะสำเร็จ…

ช่างเป็นเรื่องราวที่โหดร้าย….หึ….หึ..

          “โทคาเอล…เจ้าโอเคนะ?”เด็กหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั้นจากที่ทำหน้าเหม่อรอยต่อมาอีกไม่นานโทคาเอลก็ร้องไห้ออกมาเสียอย่างนั้น เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย

          “อา  ข้าโอเค ไม่ต้องห่วง เจ้าเองก็ควรตื่นได้แล้วละ”

          “อืม!”เด็กหนุ่มรับคำเสียงใส

          -TBC.-

เอาไปสั้นๆ[อีกละ- -]ขอโทษครับที่ห่างหายไปนานเหตุผลก็ไม่ใช่อะไรติดเกมครับ55555ขอโทษด้วยรอบนี้ตันด้วยละเลยมาช้าสำหรับตอนชดเชยไม่น่าจะมีให้ จะบอกว่าตอนนี้แม่งไม่รู้จะเอาเรื่องราวยังไงดีด้วยละเดี๋ยวตอนต่อไปก็สบายละ[มั้ง]ครับน่าจะเขียนได้ลื่นอยู่ ไปละครับ

ความคิดเห็น