ชอบเรื่องนี้ก็อย่าลืมกดถูกใจบอกไรท์ให้รู้กันบ้างนะคะ จะได้มีกำลังใจเขียนให้อ่านกันจนจบค่ะ ^_^

หนูต้องรีบกลับ (ต่อ)

ชื่อตอน : หนูต้องรีบกลับ (ต่อ)

คำค้น : ดอกแก้วในดงโลกีย์, มาเฟีย, สาวน้อย, คอมเพล็กซ์, นิยายอีโรติก, ปนิตา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2560 20:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หนูต้องรีบกลับ (ต่อ)
แบบอักษร

​            “นี่เธอทำงานอยู่ที่ ลูฟี่ คอมเพล็กซ์ อย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มถามเพื่อให้แน่ใจ เนื่องจากชุดที่หญิงสาวใส่อยู่นั้น เป็นชุดฟอร์มของพนักงานที่ไนท์คลับของลูฟี่ คอมเพล็กซ์

            “ใช่ค่ะ คุณรู้ได้ยังไงคะ” หญิงสาวเอียงคอถามด้วยความแปลกใจ

            “ก็ชุดที่เธอใส่อยู่นั่นยังไงล่ะ”

            “อ้อ! คุณคงไปใช้บริการที่นั่นบ่อย หนูเห็นลูกค้าของที่นั่นมีแต่คนรวย ๆ แต่งตัวดี ๆ กันทั้งนั้น ที่สำคัญทิปเยอะดีด้วยค่ะ หนูชอบ อิอิ”

            “ทำไมเธอถึงยอมมาทำงานกลางคืน แล้วปล่อยให้แม่ของเธอต้องเป็นห่วงล่ะ มันคุ้มแล้วเหรอ เธอจะเอาเงินไปใช้อะไรกันมากมาย”

            “ภาระของหนูเยอะค่ะ น้องสองคนต้องเรียน ค่าลงทะเบียนของหนูเองอีก บ้านก็ต้องเช่า” หญิงสาวตอบคำถามไป มือก็จัดการแผลให้ชายหนุ่มไม่ได้หยุดเช่นกัน

            “แล้วพ่อแม่ของเธอล่ะ”

            “พ่อหนูตายแล้วค่ะ เพิ่งถูกรถชนตายเมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนแม่หนูก็เป็นโรคข้อกระดูกเสื่อมทำงานหนักไม่ค่อยได้ค่ะ” ชายหนุ่มถามมาหญิงสาวก็ตอบไปอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดอกแก้วไม่คิดว่าเรื่องราวของเธอเป็นเรื่องน่าอายที่จะต้องปิดบังกัน การทำงานเพื่อคนที่เธอรัก ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับหญิงสาว ทุกครั้งที่คิดถึงใบหน้าเปื้อนยิ้มของทุกคนในบ้าน สาวร่างเล็กก็มีแรงที่จะทำงานทุกอย่างด้วยความสุข

            “เสร็จแล้วค่ะ คุณไม่ต้องไปส่งหนูหรอก เดี๋ยวหนูเรียกแท็กซี่กลับเอง” ดอกแก้วพูดพร้อมกับเก็บยาและผ้าพันแผลใส่ในกล่องเช่นเดิม แล้วตั้งท่าหยิบกระเป๋าเตรียมจะไปอย่างที่ปากพูด

            “ฉันบอกว่าจะไปส่งไง อยากจะถึงบ้านเร็ว ๆ ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้ จ้องหน้าดอกแก้วเขม็ง สายตาดุ ๆ ทำให้หญิงสาวอยู่ในอาการตะลึงงันอยู่ชั่วขณะ “รออยู่ตรงนี้แป๊บเดียว ฉันขอเวลาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าห้านาที แล้วเดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอเอง หวังว่าเธอคงจะเข้าใจที่ฉันพูดนะสาวน้อย” คนร่างใหญ่พูดจบ ก็ปล่อยข้อมือบางแล้วลุกขึ้นเดินเข้าห้องเดิมไปอีกครั้ง

            “เรื่องอะไรจะอยู่ล่ะ ไปสิเรา หนูขอโทษนะคะที่ไม่เชื่อคุณ หนูรีบจริง ๆ” ดอกแก้วบอกตัวเองเบา ๆ พร้อมกับคว้ากระเป๋าแล้วรีบเดินไปเข้าลิฟต์กดชั้นหนึ่ง เพื่อไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านอย่างรีบด่วน


            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด...

            เสียงโทรศัพท์ของตัวใหญ่ดังขึ้น เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จพอดี ผ้าขนหนูสีขาวถูกหยิบขึ้นมาพันครึ่งล่าง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่ถูกวางอยู่บนเตียงกว้าง

            “ว่าไง” เสียงเข้มของชายหนุ่มส่งผ่านไปยังปลายสายทันทีที่กดรับ

            (คุณลูฟ..ปลอดภัยดีใช่ไหมครับ) เป็นเสียงจากเอเดน ลูกน้องของชายหนุ่ม ที่ถามด้วยความเป็นห่วงเจ้านาย

            ‘ลูฟ คาล์ดเวล’ หนุ่มใหญ่วัย 39 เจ้าของลูฟี่ คอมเพล็กซ์ ที่ใคร ๆ ก็หมายปอง คู่แข่งหลายคนต้องการจัดการเขาไปให้พ้นทาง ไม่ต่างอะไรกับสาวน้อยสาวใหญ่ที่หวังทั้งตัวและทั้งรายได้จากคอมเพล็กซ์ของเขาเช่นกัน หากทว่าหัวใจของชายหนุ่มยังไม่คิดที่จะเปิดรับสาวคนไหน การใช้ชีวิตอย่างหนุ่มโสดยังเป็นที่พอใจของเขา

            “อืม! ฉันไม่เป็นไร แค่เจ็บที่แขนนิดหน่อย จับตัวพวกมันได้หรือเปล่า?”

            (จับมาได้คนหนึ่งครับ กำลังจัดการให้มันอ้าปากอยู่ แต่ต่อไปคุณลูฟอย่าออกไปไหนคนเดียวเลยนะครับ เอาคนของเราติดตามไปด้วยจะปลอดภัยกว่า)

            “หึหึ ตกลงฉันเป็นนักโทษให้พวกนายตามคุมใช่ไหมเนี่ย” ชายหนุ่มพูดไป สายตาก็มองลอดช่องประตูห้องนอนที่ปิดไม่สนิทออกไปมองหาคนตัวเล็กที่เขาบอกให้นั่งรออยู่ที่โซฟา แต่กลับไม่เห็นเธอเสียแล้ว

            (ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่พวกผมเป็นห่วงคุณจริง ๆ)

            “เอาล่ะ เอาเป็นว่าฉันเข้าใจ แค่นี้นะ” คนตัวใหญ่วางสายลูกน้องคนสนิทแล้วรีบเดินออกไปดู แต่ปรากฏว่าหญิงสาวไม่อยู่แล้วจริง ๆ 

            “บอกให้รอก็ไม่รอ ดื้อจริง ๆ” ชายหนุ่มพูดไปพลางส่ายหัวไปพลาง


            ที่หน้าบ้านเช่าหลังเล็ก ๆ โสภาออกมายืนชะเง้อคอรอคอยการกลับมาของลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

            “แม่..ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ เดี๋ยวก็ปวดขาอีกหรอก” ดอกแก้วส่งเสียงถามแม่ของเธอทันทีที่ลงมาจากรถแท็กซี่ พร้อมกับรีบเดินเข้ามาพยุงท่าน “ไปค่ะแม่ เราเข้าบ้านกันดีกว่า”

            “แม่ก็เป็นห่วงเอ็งน่ะสิ นี่ถ้ามันต้องกลับดึกขนาดนี้ ก็อย่าไปทำมันเลยลูกงานนี้ หางานใหม่เอาดีกว่า ดึกมากมันอันตราย” โสภาบอกกับลูกสาว เป็นห่วงทั้งเรื่องความปลอดภัย และเป็นห่วงทั้งเรื่องสุขภาพของดอกแก้วเองด้วย เพราะงานเช้าก็มีอีก ไหนจะต้องอ่านหนังสือสอบด้วย ปกติเธอก็เห็นลูกสาวต้องใช้เวลาก่อนนอนมานั่งอ่านหนังสือเป็นประจำอยู่แล้ว งานใหม่นี่ยังกลับดึกมากกว่างานเดิม นั่นเท่ากับว่าดอกแก้วจะมีเวลานอนน้อยลงไปอีก ยิ่งคิดโสภาก็ยิ่งเป็นห่วงลูกสาวของเธอ

            ดอกแก้วเหลือวิชาเรียนอีกไม่กี่เล่มก็จะจบปริญญาตรีแล้ว ความฝันที่จะได้เป็นบัณฑิตรับปริญญาอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม และเมื่อถึงวันนั้นชีวิตของเธอและทุกคนในครอบครัวคงจะดีขึ้น เพราะหญิงสาวจะสามารถหางานดี ๆ เงินดี ๆ ทำได้ และนั่นคือความหวังความตั้งใจของเธอ

            “แต่เงินที่นี่ดีมากเลยนะคะแม่ นี่ขนาดหนูไปทำวันแรกนะ ยังได้เงินทิปมาเป็นพันเลย ลูกค้าที่นั่นกระเป๋าหนักกันทั้งนั้นเลย จ่ายเงินค่าทิปทีหนูยังเสียดายแทน”

            “เงินเรากับเงินเขามันต่างกันลูก ไม่ต้องไปเสียดายแทนเขาหรอก พวกเขาคงมีกันเยอะแยะจนไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหนหมด แล้วไม่ดีหรือไง..เขาก็เอามาทิปใส่กระเป๋าให้เอ็งไง”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ดีค่ะแม่” ดอกแก้วยิ้มหน้าบาน เมื่อคิดถึงเงินที่เธอได้ เพราะมันมากกว่าที่ได้จากการยืนทำงานที่ร้านกาแฟทั้งวันเสียอีก “เดี๋ยวหนูไปอาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ แม่เข้านอนเถอะนะมันดึกแล้ว”

            “บอกแต่แม่ เอ็งก็พักบ้างนะลูก เดี๋ยวจะไม่สบายไป”

            สองแม่ลูกต่างก็มอบความห่วงใยให้แก่กัน ถึงลำบากกายแต่ก็สุขใจ เมื่อรู้ว่าชีวิตนี้ยังมีค่าสำหรับคนที่เรารัก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว