ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จวนใหญ่แห่งตระกูลมู่

ชื่อตอน : จวนใหญ่แห่งตระกูลมู่

คำค้น : นิยายจีน, กำลังภายใน, ความรัก, แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 441

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2560 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จวนใหญ่แห่งตระกูลมู่
แบบอักษร

.....จอกแจกจอแจ.....

ผู้คนเดินพลุกพล่านมากมายและเต็มไปด้วยความครึกครื้น พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงเรียกลูกค้าเหมือนกับทุกวัน มีทั้งปลาสดหลายตัวที่ถูกวางตามแผง ทั้งผลไม้ต่างๆ อีกซุ้มหนึ่งก็เป็นเครื่องประดับผู้หญิงและอาภรณ์หลากหลายสีมากมาย หลายคนพยายามมองหญิงสาวที่ใส่ชุดประหลาดแต่ใบหน้ากลับงามจนแทบไร้ที่ติและมีสายตามากมายจากชายหนุ่มที่เหลียวมามองนางจนมิอาจละสายตาจากใบหน้างามได้ กระทั้งหลายคนนึกคิดในใจ...ทำไมนางมาเดินผู้เดียวนะหรือเป็นคนแต่งแคว้นกัน... ร่างบางระหงเดินไปตามทางเรื่อยๆ โดยไม่สนใจสายตามากมายที่จังจ้องอยู่ อีกมือหนึ่งก็ถือแผ่นป้ายไม้ที่มีอักษรเขียนว่า มู่ อยู่ตรงกลาง แต่แล้วก็สะดุดกับกลุ่มคนมากมายที่กำลังมองแผ่นกระดาษสีขาวที่ติดอยู่ตามแผ่นไม้ขนาดใหญ่ เป็นรูปวาดของผู้หญิงที่ใส่ชุดสีขาวแปลกตาแต่ก็คลับคล้ายกับชุดเดรสสีขาวที่เธอเคยใส่มาในวันแรกในตอนที่เธอมาที่นี่

“เอ๊ะ...หรือว่านี่มันฉัน” หญิงสาวพยายามมุดตัวเข้าไปดูใกล้ๆและใช้สายตาไล่มอง

ภาพวาดนั้นมีหญิงสาวใบหน้ากลมตาเล็กๆ ทำปากจู๋ นี่มันฉันจริงๆหรอวะเนี่ย  เธอคิดพร้อมกับคิ้วขมวด...แต่ทว่าสายตาก็สะดุดไปเห็นอักษรคล้ายๆกับป้ายของเธอที่เขียนว่า มู่ อยู่ตรงขอบกระดาษด้านล่างขวา

 “เจ้ารู้จักผู้หญิงในภาพนี้รึ”

เสียงชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นหญิงสาวทำหน้าคิ้วขมวดบ้างแปลกใจบ้างกับภาพวาดตรงหน้านานสองนานเลยถามขึ้น  พอเธอหันไปมองก็พบว่าเป็นชายทะมัดทะแมงคนหนึ่งใส่หมวกและมีลูกประคำสีน้ำตาลย้อยลงมาอยู่ใต้คางทั้งยังใส่อาภรณ์สีแดงและถืออาวุธด้านขวามือ อ่อ...ทหารของวังสินะ

 “เอ่อ...เปล่าหรอก แค่หน้าคุ้นๆน่ะ” เธอตอบพร้อมทำหน้าเลิกลั่ก ให้ตายยังไงเธอก็ไม่บอกหรอกว่าคนในรูปเป็นเธอ หน้าเหมือนตุ๊กตายางขนาดนั้น

  “อ่อ..ข้านึกว่าเจ้ารู้จัก เห็นเจ้ามองอยู่นาน คนในภาพนั้นน่ะ คุณชายเฉียวฟงตระกูลมู่พยายามหานางมาสามวันแล้ว ยังไม่เจอสักที”

            เมื่อสาวได้ยินหลังจากนั้นเธอก็ยิ่งคิ้วขมวดไปอีก นี่เธอหายไปแค่สามวันเองเหรอ ทั้งๆที่เธอไม่ได้เจอเขามาประมาณสัปดาห์กว่าแล้ว ในใจเธอเริ่มคำนวณวันและเวลา ในโลกที่เธอจากมาเธอหายไปประมาณเก้าวัน แต่ที่นี้บอกเพียงสามวัน...แสดงว่า 1วันของที่นี่เป็นเวลาประมาณสามวันของที่นู้น

            “ท่านรู้จักจวนของคุณชายมู่เฉียวฟงหรือไม่” ไหนๆก็ไหนๆล่ะ  ทำเนียนพูดภาษาที่นี่เลยล่ะกันจะได้ไม่ส่อพิรุธ เธอคิดในใจ

“รู้สิ ทำไมรึ”

“ข้าคิดว่าข้าเคยเห็นแม่นางผู้นี้มาก่อนเลยจะไปพูดคุยกับเขาสักเล็กน้อย” เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มไปให้

“ดะ..ได้ ปะ..ประเดี๋ยวข้าจะนำทางให้ !” ทหารชายเริ่มไปต่อไม่ถูกเมื่อเห็นเธอโปรยยิ้มให้เขา แม่นางช่างงดงามยิ่ง ข้าช่างมีวาสนาเหลือเกินที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้ ชายผู้นี้คิดในใจ ...

ทางเข้าจวนมีประตูสีแดงใหญ่ด้านข้างมีภาพจิตรกรรมเป็นลายมังกรดูสง่า หลังคาลายเมฆกว้างรับด้วยเสาไม้สีแดงทั้งสองฝั่ง ข้างหน้าของจวนมีต้นไม้ใหญ่ที่มีใบไม้เป็นสีแดงทั้งต้นดูสวยงามคล้ายกับกำลังเตรียมตัวสู่อีกช่วงฤดู

“พวกเจ้าบอกพ่อบ้านตระกูลมู่ว่ามีแขกสำคัญจะมาพบคุณชายมู่” ทหารชายบอกกับคนที่คุมหน้าประตูสองคน

            รอไม่นานนักก็มีชายชรามีหนวดเคราสีขาวใส่อาภรณ์สีน้ำตาลออกมาพร้อมกับภายมือเชิญเธอข้าไปด้านใน

“เชิญคุณหนูข้างในขอรับ คุณชายรออยู่ทางศาลาฝั่งซ้าย เชิญคุณหนูตามข้าน้อยมาขอรับ” ชายชราเอ่ยกับเธออย่างสุภาพและอ่อนน้อม ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังสระบัวที่มีศาลาเล็กๆอยู่

     ดอกบัวสีชมพูและสีขาวมากมายอยู่ในสระกว้างออกดอกบานพร้อมส่งกลิ่นหอมจางๆลอยมาคล้ายกับต้อนรับสาวผู้มาใหม่  เมื่อเธอละสายจากจากสระบัวก็พบกับแผ่นหลังของร่างสูง ปล่อยผมสีดำสนิทยาวพริ้วไปตามสายลม วันนี้เขาใส่อาภรณ์สีเดียวกับที่เธอเจอเขาในวันแรก เธอคิดแล้วลอบขำในใจ ที่บ้านเขามีแค่สีเดียวรึไงกันนะ...

“เจ้าหายไปไหนมา” ยืนมองดูเขาอยู่ได้ไม่นานเขาก็รู้เลยหรอว่าเธอยืนอยู่นี่...เฮ้อ ชายผู้นี้เหนือความคาดหมายจริงๆ

“ฉันพลัดหลงไปอยู่อีกที่น่ะ ฮ่าๆ แต่นายอย่าคิดมากเลยฉันไม่เป็นอะไรหรอก ยังไงตอนนี้ฉันก็มาหานายแล้วไง” หญิงสาวพูดพลางเกาหัวแกรกๆ เธอเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่ก็ช่างเถอะตอนนี้เธอต้องหาที่พักก่อน

“เจ้าหลงไปอยู่ที่ใด.... เจ้ามิหาทางส่งข่าวหาข้าบ้างหรือ” เฉียวฟงพูดขึ้นอีกครั้งแต่ก็ยังไม่หันหน้ามา ในใจเขารู้สึกผิดมากที่ปล่อยนางหนีอันตรายไปผู้เดียว หากนางเป็นอะไรไปเขาคงรู้สึกผิดมาก....

“ฉันไม่รู้ว่าบ้านนายอยู่ไหนนี่นา เอ่อ..ฉันอยู่กับคนที่ช่วยฉันไว้อ่ะ ตะ...แต่ฉันก็พยายามตามหาอยู่นะ เอ่อ... ว่าแต่นายสบายดีมั้ย ” เธอพูดเลิ่กลัก พยายามหาเหตุผลอธิบาย แต่เธอรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ไม่ได้แม้แต่บอกลาเขาและขอบคุณที่เขาช่วยเหลือเธอ แต่ทำไงได้เหตุมันสุตวิสัยจริงๆ ขอโทษทีนะที่ต้องโกหก ฉันบอกความจริงกับนายยังไม่ได้

ชายหนุ่มละสายตาจากวิวด้านหน้าแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อย...

“เอาเถอะ ถ้ามิมีอะไรข้าก็มิถือสา และข้าสบายดีเจ้ามิต้องห่วง” เขาพูดก่อนจะหันหน้ากลับมาหาเธอ ดวงตาสีอำพันที่ยังคงความเป็นเสน่ห์ รูปหน้าสวยแม้แต่เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆยังอาย  เฮ้อ...ถ้าเขาไปอยู่ในโลกเธอยังจะเหลือความเป็นชายในตอนนี้มั้ยนะ เธอมองหน้าพร้อมทำหน้าคิ้วขมวด

ชายตรงหน้าลอบยิ้มเมื่อเห็นเธอทำสีหน้าเครียดๆเมื่อมองมาที่หน้าเขา

“เจ้ามีอะไรมิสบายใจรึป่าว เหตุใดจึงคิ้วขมวดเยี่ยงนั้น”

“ฉันแค่คิดว่า หน้าแบบนายเนี่ย...ถ้าไปอยู่แถวบ้านฉันอาจจะไม่เหลือความเป็นชายในตอนนี้ก็ได้”

เธอพูดพร้อมกับกอดอกพลางสำรวจรูปร่างหน้าตาของเขา

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า  เจ้าอย่าคิดมากเลย ข้ามิรักใคร่เพศเดียวกันหรอก” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงดัง นางช่างน่าขำยิ่งนัก คิดแต่เรื่องน่าขันให้กับเขาเสมอ แถมยังพูดออกมาอย่างโต้งๆ นางนี่ช่างมิเหมือนหญิงอื่นจริงๆ

“เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ามิมีที่ไปแล้ว เจ้าก็อยู่ที่นี่เสียก่อน...” ชายหนุ่มพูดพร้อมยิ้มให้เบาๆ

“งั้น..รบกวนนิดนึงนะ แฮะๆ” เธอพูดพร้อมหัวเราะแห้งๆ ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันแฮะที่ต้องมาค้างกับบ้านคนที่ไม่คุ้นเคย

ห้องสีขาวกว้างมีภาพวาดวิวประดับตกแต่งให้ดูสวยหรูอยู่เหนือเตียงใหญ่สีแดงกลางห้องและลิ้นชักเล็กๆข้างเตียง ตรงมุมติดหน้าต่างก็เป็นโต๊ะเครื่องแป้งเพียบพร้อมและมีฉากกั้นสีขาวกั้นไว้เป็นสองห้องเล็กๆไว้สำหรับอาบน้ำและแต่งตัว พร้อมมีแสงสว่างที่มาจากเหนือศีษะของเธอเป็นดวงไปเล็กๆสีส้มสลับขาวลอยอยู่

“นี่คือห้องของคุณหนูขอรับ ข้าน้อยมีนามว่า ลี่ เป็นพ่อบ้านประจำตระกูลมู่ ส่วนนี่คือ ถิงเจิ้น และเฟิงเจิ้น ที่จะมาปรนนิบัตรคุณหนูนับจากนี้ หากท่านมีปัญหาหาอะไร สามารถแจ้งข้าน้อยได้ขอรับ” พ่อบ้านชรากล่าวพร้อมกับผายมือแนะนำสาวใช้อายุน่าจะไล่เลี่ยกับเธอทั้งสองให้รู้จัก คนแรกมีหน้าตาจิ้มลิ้ม อีกคนมีท่าทางขรึมโครงหน้ามีเสน่ห์ ซึ่งทำให้เธอจำได้ง่ายขึ้นว่าใครเป็นใคร บ้านนี้มีเกณฑ์คัดสาวใช้ยังไงนะ หน้าตาดีตั้งแต่นายยันสาวใช้เลยทีเดียว

“ขอบคุณท่านมากนะคะ แต่หนูอยู่คนเดียวได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้มีคนช่วยหรอก” เธอพูดพลางยิ้มให้กับพ่อบ้านลี่

“เอ่อ...หะ..หามิได้ขอรับ เป็นคำสั่งจากคุณชายเฉียวฟง” เมื่อพ่อบ้านลี่เห็นรอยยิ้มของเธอ ก็เริ่มพูดติดๆขัดๆ อีกทั้งเขายังมิเคยได้รับคำขอบคุณจากใครแต่กลับเป็นหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง ทำให้เขาปลื้มใจลึกๆพร้อมกับนึกชมคุณชายในใจ คุณชายนั้นช่างตาถึงจริงๆ แม้คุณชายนั้นมิค่อยสุงสิงกับหญิงสาวใด แต่กลับสนใจหญิงสาวผู้นี้ทั้งยังออกตามหา แสดงว่านางพิเศษจริงๆ

“งั้นแค่เตรียมน้ำให้อาบก็พอแล้วค่ะ เดี๋ยวที่เหลือหนูจัดการเอง” ส่วนตัวเธอเองก็ไม่เคยให้ใครมาอยู่ในห้องแล้วก็มาปรนนิบัตรชิดใกล้ขนาดนี้ ให้ทำแค่นี้ก็แล้วกัน เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเขาจัดเตรียมน้ำกันยังไง

“ได้ขอรับ” พ่อบ้านลี่กล่าวพร้อมกับค้อมตัวลงอย่างสุภาพ

เธอเปลื้องเสื้อผ้าที่เธอใส่มาจากอีกมิติแล้วห้อยไว้ บนที่กั้นฉาก จากนั้นเอื้อมมือเรียวยาวไปหยิบชุดคลุมสีแดงที่ห้อยอยู่ถัดจากเธอไม่มาก

“คุณหนูเจ้าคะ...น้ำร้อนพร้อมแล้วเจ้าค่ะ ให้ข้าน้อยช่วยท่านอาบน้ำหรือไม่เจ้าค่ะ” สาวใช้ที่ยืนอยู่หลังฉากกั้นกล่าวขึ้น

“ไม่เป็นไร ขอบใจพวกเธอสองคนมาก แค่นี้ก็รบกวนพวกเธอมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ” เธอพูดพลางพับเสื้อและกระโปรงของเธอที่ห้อยอยู่...

“เจ้าค่ะ” ทั้งคนเอ่ยตอบแล้วค่อยๆเดินออกไปจากห้องเธอ

“เฮ้อออ...เหนื่อยจังงง ท่าได้แช่น้ำคงสบายใจแย่เลย” ร่างบางเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำพลางทุบไหล่เพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าแต่ก็ชะงักลง...เพราะที่เธอเห็นตรงหน้าคือ ห้องอาบน้ำที่วิเศษที่สุดที่เธอเคยเจอมาเลย !! กลิ่นดอมจางๆมาแตะจมูกเธอ มีอ่างไม้สีกลมใหญ่อยู่ด้านหน้า ฟองสีขาวเริ่มค่อยๆผุดออกมาเรื่อยๆและมีดอกไม้สีแดงลอยอยู่เหนือน้ำ และเหนือคาดคือสิ่งที่อยู่รอบอ่างเป็นเถาวัลย์สีเขียวใหญ่เลื้อยอยู่รอบๆอ่างไม้  อ่อ..นี่คนปรนนิบัตรไม่ได้เลยให้พืชเวทมาทำแทนสินะ เธอค่อยๆจุ่มเท้าลงไปช้าแล้วค่อยๆนั่งลงแช่ในอ่าง คล้ายกับเจ้าเถาวัลย์เขียวรู้หน้าที่เริ่มเอาใยบวบมาขัดตัวเธอ ในใจเธอคิดว่าคงแสบผิวๆแน่แต่กลับกลายเป็นว่าใยบวบนี่ช่างนุ่มเหลือเกิน ทำให้เธอเพลินกับการอาบน้ำครั้งนี้มาก ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงกว่าอาบเสร็จ เจ้าเถาวัลย์เลื้อยไปเกี่ยวผ้าคลุมที่เธอห้อยไว้และคลุมทับ ร่างบางเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแต่ก็ฉะงักใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะน้ำร้อนที่เธออาบเมื่อกี้หรือเพราะชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอกันนะ ! เพราะเห็นบุรุษชุดสีขาวโครงหน้าแสนคุ้นตายืนพิงกรอบประตูทั้งยังมีรอยยิ้มบางๆประดับหน้า

 พอเธอเห็นดังนั้นก็กระชับเสื้อคลุมตัวเองไว้ทันที !

“นะ...นาย มาทำอะไรในห้องฉัน !”

“หืม...?” ร่างสูงก็ยังคงพิงกรอบประตูเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง จะมีก็แค่คิ้วเรียวหนาของเขาเลิกขึ้นพร้อมเอียงคอเล็กน้อย

“มาหงมาหืมอะไร...ออกไปนะ อิตาบ้า !” เธอพูดพร้อมปาสิ่งของใส่หน้าเขา แต่ทันใดที่เขายั้งมือขึ้นสิ่งของเหล่านั้นก็ชะงักค้างเป็นน้ำแข็งแล้วร่วงลงพื้นแตกและสลายเป็นไอน้ำทันที...

“อะ...อะไรน่ะ” เธอมองพลางอ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วมาก

“นั่นเป็นเวทของธาตุวารี..” เขาพูด พร้อมกับเดินเข้ามามาพลางใช้มืองับปากเธอให้หุบไว้หลังจากอ้าปากค้างมานับ2นาที

“เอาล่ะ ที่ข้ามาก็เพราะจะมาบอกเจ้าว่าให้รีบเข้านอน เพราะอีกหนึ่งอาทิตย์นับจากนี้ท่านพ่อและท่านแม่ข้าจะกลับมาจากต่างแคว้น ฉะนั้นเจ้าจงเตรียมพร้อมให้ดี ข้าได้จัดเตรียมหาอาจารย์ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว จงตั้งใจล่ะ” เขาพูดขึ้นพลางลูบหัวเธอเบาๆ

“อ๊ะ...”

พรึบ !!

ทันทีที่เขาสัมผัสหัวเธอ มือเธอก็ปัดออกโดยอัตโนมัติ

“เอ่อ..ฉันขอโทษนะพอดีฉันมะ..” หญิงสาวเห็นสีหน้าตกใจของฝ่ายตรงข้ามเธอก็รีบกล่าวขึ้นไปทันทีเขาก็พูดโพล่งขึ้นมาซะก่อน

“มิเป็นไร...เจ้ายังไม่คุ้นเคยกับข้านัก เป็นเรื่องธรรมดาที่เจ้าจะป้องกันตัว” เขาพูดขึ้นพลางยิ้มบางๆ และเอ่ยต่อ

“เอาล่ะ เห็นทีข้ารบกวนเวลาเจ้ามากแล้ว เจ้าไปนอนเถอะ” ร่างสูงพูดจบก็หมุนตัวเดินไปที่ประตู

“เดี๋ยวก่อน !”

ทันทีที่ได้ยินเสียงของหญิงสาวด้านหลัง ก็ชะงักฝีเท้าเอาไว้พลางหันหน้าไปตามเสียงเรียก

“มีอะไรหรือ” เขาถามพลางยิ้มบางๆให้เธอ

ทันทีที่เห็นรอยยิ้มของเขาในตอนนี้เธอก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอย่างประหลาดเธอก็รีบก้มหน้าทันที หวังว่าเขาจะไม่เห็นหน้าเธอเมื่อกี้นะ ... เฮ้ออ  ให้ตายเถอะเธอเห็นเขายิ้มแบบนี้ตั้งหลายรอบแล้ว ทำไมครั้งนี้เธอถึงรู้สึกชอบมันซะแล้วล่ะ

“ฉะ..ฉันอยากเรียนเวทย์  นายสอนให้ฉันได้มั้ย.. ได้โปรด” เธอพูดขึ้นทั้งๆที่ยังก้มหน้าอยู่

“ได้สิ แต่หลังจากที่เจ้าเรียนรู้ๆหลายๆอย่างหมดซะก่อน”  เขาพูดขึ้นแล้วหรี่ตามองใบหน้าเล็กๆอันแดงระเรื่อของเธอที่กำลังก้มอยู่   อ่า... ช่างน่ารักเสียจริง ชายหนุ่มคิดในใจพลางอมยิ้ม

“ห้ะ จริงๆนะ !” เธอพูดขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาอย่างลืมตัว ก่อนที่จะก้มหน้าลงอีกครั้งพร้อมกับหูทั้งสองข้างของเธอที่แดงฉ่า !

“จริงสิ ว่าแต่เจ้าเป็นอะไร ทำไมหน้าแดงเยี่ยงนั้นเล่า” เขาพูดแหย่เธอพร้อมกลับก้าวเข้าหาเธอมาอีกเล็กน้อย

“เอ่อ...ไม่มีอะไร ราตรีสวัสดิ์ !!” เธอพูดขึ้นพลางผลักเขาออกจากห้องแล้วปิดประตูทันที

ปัง !

“หู่วววววววววว” ร่างบางถอนหายใจเบาพร้อมย่อตัวลงพิงประตู มือเรียวขาวค่อยๆยกมือขึ้นไปวางทับลงที่หัวของเธอ เพื่อสัมผัสไออุ่นจางๆเพิ่งผ่านจากมือของใครอีกคน

ทางด้านของบุรุษชุดขาวที่ถูกผลักออกมาโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เขาส่งเสียงหึเบาๆในลำคอพร้อมกับมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้นเล็กน้อย และเดินออกไปอย่างช้าๆท่ามกลางความมืดแต่มีเพียงแสงจันทร์ส่องลงมาตามทางเป็นแสงส่องทางให้กับเขา.....

มาช้าาาาดีกว่าไม่มาาานะคะ อิอิ เป็นยังไงกันบ้างกับฉากกุ๊กกิ๊กเล็กๆน้อยๆ ตอนนี้มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายจะมาแจ้งนะคะ ข่าวดีคือ ไรท์จะอัพให้เรื่อยๆ แต่!!! แต่ตัวใหญ่ๆเลยค่ะ พอถึง ตอนที่ 6 ไม่ก็ 7 (ไรท์ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่) ไรท์จะเริ่มอัพเป็นอาทิตย์ล่ะตอนนะคะ แต่ถ้าวันไหนใจดีก็จะอัพให้เป็นอาทิตย์ล่ะสองตอน... ยังไงก็ฝากเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ และอย่าลืมนะคะ ว่าหนึ่งคอมเม้นเป็นแรงบันดาลใจให้ไรท์เขียนต่อได้มากจริงๆ แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคอมเมนต์และนักอ่านเงาที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ด้วยนะคะ ตอนนี้ไรท์ขอไปนอนก่อนแล้ววว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ!

ความคิดเห็น