ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายปริศนาในกระจก

ชื่อตอน : ชายปริศนาในกระจก

คำค้น : นิยายจีน, กำลังภายใน, ความรัก, แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 366

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ค. 2560 23:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายปริศนาในกระจก
แบบอักษร

วาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!! 

วิ้ง วิ้ง วิ้ง

"เฮือกกกกกกกกกกกก" 

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่และพบว่าเธออยู่บนดาดฟ้าของตึกๆหนึ่งเธอหันไปมองรอบตัวอย่างไม่เชื่อสายตา

"ฉันกลับมาได้ไงเนี่ย" 

เธอกล่าวพร้อมสำรวจตัวเองก็ยังเป็นชุดเดรสสีขาวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสกปรก และ..กลิ่นตัว...! แต่เมื่อได้สติอีกครั้งก็พบว่ารอบตัวนั้นมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟดวงสองดวงอยู่บนดาดฟ้าเท่านั้น ไม่นะ...ทำไมต้องมาค่ำอะไรตอนนี้ด้วย.. เธอคิดในใจ พร้อมกับทึ่งหัวตัวเอ

"เฮ้อ...กลับมาก็ดีเท่าไหร่แล้วยัยควิน รีบกลับบ้านดีกว่าเหม็นจะแย่อยู่แล้ว"

จึกๆๆ

หญิงสาวกดกิ่งหน้าบ้านหลังหนึ่งรัวๆด้วยสภาพอิดโรย ผมเพ้ายุ่งเหยิง ชุดเดรสเต็มไปด้วยดินที่เปอะเปื้อนมาจากอีกภพ บางที่ก็ขาดบ้างเหมือนผ่านสงครามครั้งที่สองมา แล้วปราด้าของเธอก็ส้นหักอีก! เพราะเมื่อเธอรู้ว่าประตูดาดฟ้ามันล็อก เธอต้องปีนป่ายบันไดเพื่อลงไปที่ทางบันไดหนีไฟ แล้วบังเอิญเธอพลัดล้มตอนลงบันไดไปทับรองเท้าตัวเอง คิดแล้วน่าเจ็บใจนัก กลับมาก็ยังลำบาก อนาถแท้ แลตะลึง!! แล้วก็ต้องมันคิดนักเรื่องที่บ้านอีก ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงกันบ้าง..! 

กิ๊ง ก่องงงงงงงงง กิ๊ง ก่อง กิ๊งก่องงงง

"มาแล้วค่าาาา มาแล้วค......" 

แม่บ้านรีบออกมาเปิดประตูหน้าบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่ง แต่ทันทีที่มองหน้าเธอ กลับยืนนิ่งงัน และหน้าเริ่มซีดขาวคล้ายกับกำลังช็อค 

" ไฮ " 

เธอพูดพร้อมกับโบกมือรัวๆใส่ ในใจเธอรู้ดีว่าทำไมแม่บ้านถึงทำท่าตกใจอย่างนั้น แต่...เปิดได้แล้วจ้า หนูจะอาบน้ำค่าา 

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด" 

เหมือนแม่บ้านคนนี้จะได้สติก็กรี๊ดทันที เมื่อหญิงสาวเห็นปฏิกิริยานั้นเธอก็ยิ้มกว้าง น้ำตาคลอ...เธอเข้าใจ ว่าคนที่บ้านคงเป็นห่วงเธอมาก แม้กระทั่งแม่บ้านคนนี้ยังตกใจที่เธอกลับมาเลย...

"ผีหลอกกกกกกกก คร่อก!" นี่คือประโยคสุดท้ายของแม่บ้านคนนั้น.....

"สรุปลูกหายไปไหนกันแน่!" 

ชายวัยกลางคนผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อเอ่ยปากถามด้วยใบหน้าบึ้งตึงมีรอยย่นตรงหางตาบางๆบ่งบอกถึงอายุแต่เค้าโครงก็ยังมีเสน่ห์ มองผ่านเลนส์แว่นอันหนาเตอะไปที่ผู้เป็นลูกสาวที่หายหน้าไปนานถึงสามวัน 

"ถ้าหนูบอกพ่อไปไม่เชื่อแน่เลย" 

หญิงสาวผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกสาว พูดก้มหน้าก้มตา เฮ้อ..พ่อจะเชื่อฉันได้ไง ขนาดฉันยังไม่เชื่อตัวเองเลย...เธอพร่ำเพ้อในใจ 

"แล้วสรุปมันเรื่องอะไร ควินบอกพ่อได้มั้ย" 

ผู้เป็นพ่อถามอีกครั้งพร้อมจับบ่าของลูกสาวทั้งสองข้าง 

"พ่อจะเชื่อมั้ยว่าหนูข้ามภพไปอีกที่หนึ่ง" 

เธอเงยหน้ามองพ่อด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง พ่อจะเชื่อเธอมั้ยนะ.. เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวตนพึ่งพูดไป ตาที่จ้องลูกสาวอยู่แอบสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะกลับมาเป็นสายตาเรียบเฉยเพียงเวลาอันสั้น... "

อุบ....ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ" 

จู่ๆพ่อของเธอก็หัวเราะขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ หญิงสอบได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างหน่ายๆ เฮ้อ...เธอก็กะไว้แล้วเชียวว่ามันต้องเป็นแบบนี้ 

"ลูกพ่อนี้คงอาการหนักนะ เอาล่ะๆ พ่อไม่เค้นถามแล้วก็ได้ ไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้พ่อฟัง" 

พ่อเธอพูดพลางผลักเธอให้ขึ้นบันไดเบาๆ 

"แต่พ่อคะ..." 

เธอหันกลับไปมองที่สายตาพ่อของเธออีกครั้ง หมายจะอ่านความคิดของผู้เป็นพ่อว่าจริงๆคิดอะไรอยู่ แต่ก็พบกับความว่างเปล่า... 

"โอเคค่ะ ฝันดีค่ะพ่อ"

 ในเมื่อพ่อเธอไม่เชื่อ เธอก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย พร้อมสวมกอดชายผู้อยู่ตรงหน้า

เมื่อเห็นร่างลูกสาวเดินขึ้นไปชั้นบนจนลับตาแล้ว สายตาที่เรียบเฉยเปลี่ยนเป็นสายตาที่สับสนจนยากที่จะรู้ว่ากำลังคิดอะไร....

กลับมา ณ ปัจจุบัน 

"สรุปแกเป็นอะไรกันแน่ ควิน" 

ตอนนี้เธอและเจสสิก้า เพื่อนรักตัวแสบที่ยังคงเท้าคางมองเธอและรอคำตอบจากเธออยู่ ใช่แล้ว..แม้ว่าเหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นมานานหลายวันแล้ว เธอก็ยังไม่รู้ว่าเพื่อนของเธอจะเป็นเหมือนที่พ่อเธอเคยทำกับเธอมั้ย? หัวเราะ? หรือจะมองว่าเธอเป็นบ้า...? แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะบอกความจริงอีกแล้ว เธอไม่อยากคาดหวังอะไรอีกต่อไป... 

"ป่าวหรอก แค่กำลังคิดว่าเมื่อไหร่ฉันจะได้ปราด้าคู่ใหม่สักที แกก็รู้นี่มันหักไปแล้วอ่ะ ฉันพึ่งถอยมาใหม่เลยนะแก" เธอเริ่มเบี่ยงประเด็นด้วยเรื่องรองเท้ากับเพื่อนสาว จนเพื่อนสาวเริ่มไปสนใจเรื่องรองเท้าทันทีที่เธอเอ่ย 

"เออ ใช่ แล้วแกไปทำยังไงอ่ะ มันทนมากเลยนะเว้ย" 

"เอ่อ..ก็อุบัติเหตุนิดหน่อยอ่ะ"

เธอพยายามข่มเสียงให้ดูปกติที่สุดเพื่อไม่ให้ส่อพิรุธใดๆ แล้วรีบทำเนียนอ้อนวอนเพื่อนสาวทันที 

"เออแกกก ไหนๆก็ไหนๆแล้ว พาชั้นไปช็อปรองเท้าใหม่หน่อยสิ...นะ นะ นะ" 

มาถึงจุดนี้แล้วยังไงก็ต้องต้องทำหน้าตาแอ๊บแบ๊วสุดขีดให้เพื่อนเธอใจอ่อนให้ได้! 

"เออๆ ก็ได้ คราวนี้ห้ามไปทำรองเท้าพังอีกนะ ฉันเสียดายแทนแกจริงๆ" 

เพื่อนสาวมองพร้อมกรอกตาให้กับเธอ

ห้องโถงใหญ่สีขาวสะอาดตามีชั้นสีขาวและดำสลับกันทั้งยังมีรองเท้าหลายรูปทรงและหลายแบบมากมายวางเรียงกันอย่างมีระเบียบ ทั้งสองสาวเลือกดูรองเท้ากว่าจะเจอที่ถูกใจจริงๆก็ปาไปครึ่งชั่วโมง  

"แก ฉันขอไปลองรองเท้าก่อนนะ" 

ควินเอ่ยกับเพื่อนสาวก่อนที่จะหยิบปราดาสีแดงที่กระจกแต่ระหว่างที่เธอกำลังก้มใส่อยู่นั้น เธอก็มองเห็นแสงวิ้งวับเข้าตาเธอสะท้อนมาจากกระจก

 วิ้ง วิ้ง วิ้ง

"หืม..?" 

หญิงสาวก้มมองดูตสร้อยตัวเองแล้วก็พบว่ามันกำลังฉายไปยังกระจกตรงหน้าเธออยู่ ภาพที่เธอเห็นในกระจกเป็นเพียงแค่ความมืด จากนั้นก็เริ่มมีภาพผู้ชายร่างโปรงสูงผมดำยาวสลวยถึงระดับเอวใส่อาภรณ์สีดำทั้งยังมีลายมังกรประทับในชุด ในภาพที่เธอเห็นนั้นเป็นชายที่มีใบหน้าเรียวคม คิ้วโก่งคมดั่งคันธนู จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากเป็นรูปกระจับได้รูป 

โอ้พระเจ้า...มีผู้ชายแบบนี้อยู่ในโลกจริงๆหรอ หล่อลากผู้หญิงจริงๆ... ว่าแต่นี่คือใครหรอ? เธอคิดพลางขมวดคิ้ว 

เมื่อเธอจ้องมองดูรูปชายในกระจกไม่นานภาพก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และเริ่มเปลี่ยนเป็นทีละภาพ เธอเห็นชายคนนี้กำลังต่อสู่กับอะไรสักอย่าง แต่แล้วเขาก็โดนห่อหุ้มด้วยพลังความมืด เขาพยายามดิ้นรนจนกระทั่งเลือดไหลออกจากปาก และเสื้อผ้าเริ่มขาดตามด้วยรอยเลือดเริ่มไหลย้อยลงมาตามเนื้อผ้า 

"ไม่นะ.." เธอพูดขึ้น และยกมือปิดปากคล้ายกับรับสิ่งที่เห็นไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับชายผู้นั้นกัน...

ทว่าอยู่ๆร่างหนาก็หยุดเคลื่อนไหวช้าๆ ก้อนดำๆที่ห่อหุ้มตัวเขาอยู่ก็เริ่มสลายไป มีเพียงตัวเขาลอยอยู่ในอากาศเต็มไปด้วยบรรยายกาศที่มืดจนหน้ากลัว ผมของเขาค่อยๆกลายเป็นสีขาวโพลนตั้งแต่ไรผมยันปลายผมอย่างช้าๆ ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างวาบกลางหน้าผาก เป็นรอยตราประทับสีขาวคล้ายกลีบดอกบัวหกกลีบก็ไม่ปาน สัญลักษณ์นั้นบ่งบอกว่าคืออะไร เธอก็ยังไม่ทราบดี ทำได้เพียงมองภาพตรงหน้าที่กำลังสลายไปอย่างช้าๆ 

วาบบบ! 

แล้วแสงนั้นก็หมดไปจากสร้อยของเธอ ตอนนี้เหลือเพียงแค่กระจกธรรมดาตรงหน้าเธอเท่านั้น....

ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร.... 

ทำไมฉันถึงมองเห็นภาพเหล่านั้นได้.... 

เรื่องทั้งหมดมันเกี่ยวโยงยังไงกันแน่.... 

คำถามเหล่านั้นยังคงเวียนอยู่ในหัวเธอหลังจากที่เธอเห็นเงาภาพในกระจกที่สิ้นสุดไปนานแล้วนับ 10 นาที...

"ควิน! เสร็จยัง?"  

ไม่ทันได้คิดต่อ เสียงเพื่อนเธอก็ฉุดเธอออกจากห้วงความคิดเหล่านั้น 

"อะ..อืม กำลังไปเดี๋ยวนี้แหละ" 

เธอหันไปตอบเพื่อนแล้ว หยิบรองเท้าไปวางที่ชั้นไปตามระเบียบ..

วิ้ง!

กึกๆๆๆ

ขณะที่เธอกำลังกันกลับไปก็พบว่าสร้อยของเธอจู่ๆก็กลายป็นสีแดงหม่น กระจกรอบตัวเธอเริ่มสั่นพร้อมกับมีควันสีดำจากๆลอยออกมาจากกระจกแต่ละบาน ควันพวกนั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง ร่างบางเริ่มขยับตัวหมายจะวิ่งหนี แต่ทันทีที่เธอก้าวกลับมีพลังบางพุ่งเข้ามาฉุดเธอ...ควันสีดำเริ่มลอยเข้าไปในจมูก ตอนนี้แม้แต่เปล่งเสียงหรือขยับก็ทำไม่ได้สักนิด

"จงลืมสิ่งที่เจ้าเห็น! จงอย่าแส่เข้ามายุ่ง! มิเช่นนั้น อย่าคิดว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!"

เสียงใหญ่อันทรงพลังดังกังวานอยู่ในสมองเธอ ตอนนี้เธอก็เริ่มหายใจไม่ออกคล้ายกับถูกกดทับที่หน้าอก

วิ้งงงงงงงง!

แสงเริ่งส่องแสงจ้าอีกครั้งจากสร้อยของเธอ..แสงสีทองประกายเริ่มลอยมาห่อหุ้มตัวเธอเอาไว้เพื่อกีดกันจากควันดำทั้งหลายที่เข้ามาในตัวเธอเรื่อยๆ ทว่าคล้ายกับควันสีดำมีตัวตน มันพยายามก่อตัวให้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะทำลายเกราะที่ห่อหุ้มตัวเธออยู่

แกรก!

เสียงรอยร้าวจากสร้อยไข่มุกของเธอคล้ายบอกว่าเริ่มต้านทานพลังมันไม่ไหว แต่แสงก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เพื่อต้านสิ่งช่วยร้ายที่พยายามเข้ามาในตัวเธอ

วาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!

แสงส่องจ้าสว่างอีกครั้งและหายไปพร้อมกับร่างบางทันที...

"เฮือกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก" ร่างบางหอบหนักจากการหยุดหายใจในระยะนาน เธอจับสร้อยของเธอขึ้นมาดูและพบว่าสร้อยไข่มุกของเธอมีแสงอ่อนๆกระพริบแล้วก็กลายเป็นสีขาวหมองลงและมีรอยแตกตรงกลาง...

"ฮึก...ฮึก...ฮือออ " หญิงสาวฟุบหน้าลงร้องไห้ ตอนที่แสงนี้ช่วยเธอจากควันมืดเธอรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน และความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก เหมือนกับว่า..จริงๆแล้วแม่เธอไม่ได้หายไปไหนและยังอยู่กับเธอตลอดเวลา แต่บัดนี้สร้อยของเธอพังไปแล้ว ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่แม่เธอให้ไว้ เธอจะทำยังไงต่อไป...   ร่างบางร้องไห้เป็นเวลานานจนหลับไปในที่สุด...

'แม่คะ หนูเก่งมั้ยคะ' เสียงเล็กใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปหาสาววัยกลางคน ซึ่งมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันเล็กน้อย ร่างเล็กวัยหกขวบเดินเข้าไปหามารดาของเธอพร้อมกับชูกระดาษวาดรูปที่เธอวาดให้ดู รอยเส้นยึกยักวาดออกมาเป็นรูปคนสามคน คนแรกมีรูปร่างสูง คนต่อมามีรูปร่างไล่เลี่ย และคนสุดท้าย มีรูปร่างเล็กซึ่งกำลังปล่อยแสงเลเซอร์ใส่เจ้าสีดำตัวโต

'คนเก่งวาดอะไรมาให้แม่ดู เล่าให้แม่ฟังสิ๊' หญิงวัยกลางคนอุ้มเจ้าตัวเล็กมานั่งที่ตักพลางหยิบกระดาษขึ้นมาดู

'อันนี้หนูวาดคุณพ่อ แล้วก็คุณแม่ ส่วนอันนี้คือหนูกำลังต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่จะมาทำร้ายครอบครัวเรา' 

ร่างเล็กเอ่ยพร้อมใช้นิ้วชี้เล็กๆชี้ไปให้มารดาดู 

'ว้าวววว เก่งจังเลย เจ้าตัวเล็กของแม่ จุ๊บ' หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับหอมลงไปที่แก้มเล็กๆ พร้อมเอ่ยต่อ

'แม่เชื่อว่าโตขึ้นหนูจะปกป้องคนดีๆได้เยอะเลยจ้ะ สัญญากับแม่นะ ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูจะไม่ยอมแพ้'

'หนูสัญญาค่ะ'

แล้วทั้งสองก็กอดกันด้วยบรรยายกาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรักอันบริสุทธฺ์...

ร่างบางขยับอยู่ในความมืดแต่มีแสงสีเหลืองระยิบระยับรอบตัวเธอ เธอยิ้มขึ้นทั้งยังหลับตา บ่งบอกว่าเธอกำลังฝันดี  น้ำตาค่อยๆไหลลงจากขอบตาช้าๆพร้อมกับริมฝีปากขยับเบาๆคล้ายกระซิบ

"หนูสัญญา...."

จิ๊บๆ จิ๊บๆ

แสงสว่างทอดส่องลงมา ร่างบางเริ่มขยับตัวและค่อยๆพรือตาขึ้นมา  เธอมองไปรอบๆตัวพร้อมกับประมวลผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆนาๆ ที่เกิดขึ้น

"เฮ้ย...แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหนอีกเนี่ย" เธอลุกขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าเดินมองไปรอบๆ ตอนนี้เธอยังใส่ชุดที่มากจากมิติปัจจุบันของเธอที่ยังเป็นเสื้อลูกไม้สีขาวแขนยาวและกระโปรงพลีทยาวสีส้มออกน้ำตาล เธอเดินขึ้นไปที่ยอดสูงเพื่อที่จะสำรวจพื้นที่ นัยน์ตาสีน้ำเงินเริ่มกวาดมองไปรอบๆ

"ฉันต้องเดินไปสินะ" ร่างบางพูดกับกับตัวเอง สายตายังคงมองหลังคาบ้านที่มีอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆท่ามกลางหุบเขา แล้วเดินลงจากเขาไปสู่ยังตัวหมู่บ้านทันที

ฮือฮาาา ฮือฮาา ฮือฮาาา

ฮื้มมมมม...  บรรยากาศแบบนี้...  สายตาแบบนี้.... ช่างคุ้นเหลือเกินนน

ผู้คนมากมายมองเธอ เพราะชุดที่เธอใส่เป็นจุดเด่นและเตะตาขนาดนั้น เป็นใครจะไม่สนใจบ้าง หญิงสาวเริ่มเร่งฝีก้าวไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น  ตั้งแต่เธอเข้ามาในหมู่บ้านเธอก็เริ่มรู้สึกคุ้นๆที่นี่จนรู้ว่ามันคือที่เดียวกันที่เธอเคยมาก่อนหน้านี้ 

"แล้วฉันจะไปไหนดีล่ะ..."เธอหยุดฝีเท้าแล้วพึมพำออกมา

'เอาป้ายนี้ไป แล้วเจ้าจงไปที่จวนมู่ ที่นั่นจะปลอดภัย ถ้าเจ้าอยู่ที่นั้น' 

ทันใดนั้นเสียงอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาในหัว

"ป้าย! ป้ายนั้นไง โอ้ยย ฉันลืมไปได้ไงนะ มันอยู่... อยู่ที่ซอยรกๆนั่นไง ฉันลืมไว้ตรงนั้น!" หญิงสาวเผลอกระโดดโลดเต้นเพราะดีใจอยู่นาน จนลืมตัว  ตอนนี้ผู้คนยิ่งหันมามองเธอมากขึ้น... 

"เอ่อ...ไปดีกว่า" แล้วเธอก็เดินไปหาซอยนั้นทันที แหม..เห็นเธอเป็นอย่างนี้แต่เธอก็ความทรงจำดีนะ ไม่หลงเด็ดขาด

เธอเดินไปที่ซอยรกๆคุ้นตาแล้วเริ่มค้นหาป้ายแผ่นไม้ที่เฉียวฟงให้เธอพกไว้เมื่อคราวก่อน 

กุกกักๆ กุกกักๆ

"เอ... มันอยู่ไหนน้าา... ฉันว่าตอนนั้นฉันนั่งแถวนี้นะ"

เธอพยายามค้นหาไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาสักนิด ชายคนที่เดินผ่านมองและคิดในใจว่า...

'แม่นางผู้นี่ช่างน่าเวทนาเสียจริง รูปร่างหน้าตาดีแต่กลับมาคุ้ยของเก่าขายเสียได้'

แต่ไม่ทันไร ก็มีเสียงกรี๊ดกร้าดดังขึ้น

"อร้ายยยย เจอแล้วววววว คิดไว้แล้วเชียวว่าอยู่ตรงนี้ คิกๆๆ" ว่าแล้วเธอก็ยืนยิ้มและกระโดดโล้ดเต้นคนเดียว

ชายคนนั้นเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้า  'เฮ้อออ นางคงหาของที่เป็นราคาให้นางได้กินอิ่มมื้อได้สินะ ข้อเป็นเพียงพ่อค้าเร่ร่อน วันนี้ข้าขายไม่ได้มาก หากวันใดข้าเจอเจ้า ข้าจะช่วยเจ้าสักตำลึง' ชายผู้นั้นทำได้เพียงคิดและเดินจากไป

ขอโทษรีดเดอร์ทุกคนนะคะที่เข้ามาต่อช้าาาา พอดีว่าไรท์พยายามเรียงเรียงคำใหม่และเกลาให้มันลื่นมากขึ้น แต่ชายปริศนาที่นางเอกเห็นในกระจกนี้ นางจะได้เจอเขาคนนั้นมั้ยน้าาาาา ดูเหมือนเขาจะค่าตัวแพงจะด้วยสิ หุๆๆๆ -.-

ความคิดเห็น