ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พวกท่านคงเสียมารยาทแล้วกระมัง

ชื่อตอน : พวกท่านคงเสียมารยาทแล้วกระมัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 274

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2560 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พวกท่านคงเสียมารยาทแล้วกระมัง
แบบอักษร

"ข้าขอโทษทีนะแม่นางที่ทำให้เจ้าตกใจ...พอดีช่วงนี้มือข้าอ่อนปวกเปียก แต่เพื่อเป็นการขอโทษ เจ้ามาร่วมวงกับพวกข้าดีหรือไม่ ข้าจะเลี้ยงชาเจ้าเอง"

ชายร่างท้วมกล่าวพร้อมเชยค้างของเธอด้วยมืออันหยาบกร้าน

กล้าดียังไงเอามือหยาบๆมาจับหน้าเธอนะ เธอรีบปัดมือหยาบๆออกจากหน้าทันที

พรึบ!! โครม!!! 

แต่ไม่ทันได้ปัด ชายที่นั่งข้างหน้าเธอก็ลงมือไปก่อนเสียแล้ว 

"ข้าว่าแม่นางผู้นี้มากับข้า...พวกท่านคงเสียมารยาทแล้วกระมัง" 

เฉียวฟงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาขัดกับใบหน้าที่ตอนนี้ที่ริมฝีปากยกยิ้ม

"จะ...เจ้า!! เจ้าเป็นผู้ใด!! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามีอำนาจขนาดไหน!!" 

ชายร่างท้วมที่กึ่งนั่งกึ่งนอนหลังจากโดนชายผู้นี้ซัดเข้า ร่างกายก็เริ่มสั่นเทาจนพูดติดๆขัดๆ 

"โอะ..อย่างนั้นหรือ ข้าเองก็เป็นเพียงพ่อค้าธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น มิได้มีอำนาจใหญ่โตนักหรอก" 

เฉียวฟงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมทำหน้าหวาดกลัว แต่ขัดกับเสียงที่เยียบเย็น 

"หึ...ถ้าเป็นพ่อค้า เจ้าก็จงจำไว้ว่าอย่ามาแส่เรื่องกับข้า!! เด็กๆจัดการ แล้วเอานังผู้หญิงผู้นั้นมาให้ข้า ส่วนมันผู้นี้ ข้าจะจัดการมันเอง" 

เมื่อรู้ว่าชายตรงหน้าตน มีศักดิ์เพียงพ่อค้าธรรมดา ก็เริ่มเหิมเกริม ไฉนเขาจึงต้องกลัวมันด้วยเล่า...เพียงแค่คิดว่าเมื่อจัดการกับชายผู้นี้เสร็จ ไม่ใช่ได้แค่ผู้หญิง เขาคงยังเค้นเอาทรัพย์กับชายผู้นี้ได้ ดูท่าทางจะเป็นพ่อค้าที่ฐานะดีซะด้วยสิ

"เจ้ารีบหนีไปหลังจากที่ข้าให้สัญญาณมือ และจงหาจวนของเสนาบดีมู่ แล้วยื่นป้ายนี้ให้พวกเขา เจ้าจะอยู่ในที่ปลอดภัย" 

เขากระซิบกับเธอเบาๆแต่สายตายังจับจ้องพวกข้างหน้า พร้อมส่งแผ่นไม้ไปให้เธอจากด้านหลัง พรึบ!! พอเขาเอ่ยจบก็ให้สัญญาณทันที 

"แต่..." 

เธอกำลังจะอ้าปากถามต่อ โถ่ ไอ้มีที่ปลอดภัยมันก็ดีอยู่หรอก แต่จะให้ฉันไปหาที่ไหน ฉันไม่ใช่คนที่นี้โว้ยย หญิงสาวแอบโวยวายในใจ

"ไป!!" 

พูดจบเฉียวกงก็เริ่มหว่านวัตถุเล็กๆสีดำออกมาจากถุงผ้า ทันใดนั้น วัตถุพวกนั้นก็กลายเป็นพืชพยายามเลื้อยขึ้นไปรัดตัวของคนนับสิบ

"โกยล่ะโว้ยยยยย" 

ในเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี เธอจะอยู่ไปทำไม ตอนนี้เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วเริ่มออกเท้าวิ่งหนีทันที แต่แล้วก็มีชายสองสามคนที่หลุดออกมาจากเวทของเฉียวฟงได้

ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!

 เสียงกงจักรนับสิบพุ่งตรงมาเฉียดเธอแทบทุกครั้ง "พวกนี้จะจับเป็นหรือจับตายกับฉันกันแน่วะเนี่ย" เธอวิ่งดิ่งตรงมาที่มุมมืดๆตามซอยเล็กและมีของมากมายกองเต็มไปหมด หลังจากนั้นก็ซ่อนตัวอยู่ในที่รก

ตึก ตึก ตึก ตึก ๆ ๆ ๆ 

เสียงฝีเท้าของหลายคนที่วิ่งตามเธอมาระงมไปทั่ว เธอได้แต่ภาวนาในใจ อย่าให้มาซอยเล็กๆนี้ 

"พวกเจ้าค้นให้ทั่ว!" 

ตุบ! ครืนนนนนน! 

เสียงเหมือนเริ่มค้นของต่างๆนาๆ และมันก็เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... 

"เธอจะต้องปลอดภัยควิน เธอจะต้องปลอดภัย..." 

เธอได้แต่กระซิบตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอกลัวมาก อยากจะร้องไห้เหลือเกิน ภาพเพื่อนๆ พ่อ แม่ ความทรงจำดีๆเริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆ เธอยังไม่อยากเป็นอะไรไป มันยังไม่ใช่เวลานี้...ได้โปรด...

วิ้ง วิ้ง วิ้ง 

แสงของสร้อยเธออยู่ๆก็ประกายขึ้นมาเป็นแสงระยิบระยับ 

"นี่มันอะไรเนี่ย...ทำไมสร้อยของฉันเป็นแบบนี้ล่ะ" เธอตกใจจนเผลอพูดออกมาเสียงดัง

"นางอยู่ทางนั้น!!"

โครม!!! 

ตอนนี้ของที่บางเอามาบังตัวออกไปหมดแล้ว

"แม่นาง...จะหนีไปที่ไหน ก็มิมีประโยชน์อันใดหรอก" 

ชายร่างใหญ่พูดขึ้น พร้อมกับมองต้นขาขาวอ่อนที่อยู่ใต้ชุดเดรสนั้น

"อย่าเข้ามานะ!" 

เธอชูลูกสาวปราด้าสีขาวมุกของเธอขึ้นมาหมายจะตีใครก็ช่างที่บังอาจมาแตะตัวของเธอ

"จับตัวนาง!!"

วาบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!

อีกฝั่งหนึ่งของเฉียวฟง 

เถ้าแก่เริ่มมาคุกเข่าอ้อนวอนร้อง ให้ตายเหอะ เขาไม่มีเงินพอจะมาซ่อมแซมโรงชาของเขานะ ทำไมต้องมาตีกันที่นี่ด้วย

"พวกท่านทั้งหลายโปรดอย่า..." 

พรึบ!!

 เฉียวฟงยกมือขึ้นปรามพร้อมกับเอ่ยขึ้น

"เจ้าจดค่าเสียหายมาทั้งหมดส่งไปที่จวนเสนาบดีมู่ ข้าจักชดใช้ให้เจ้า" 

ฮืออออฮาาาาาฮือออฮาาาาา 

"ที่แท้ก็คุณชายมู่...ขอบคุณคุณชายที่ให้ความเมตตา ชายผู้นี้ใช้กำลังกับพวกข้ากดขี่พวกเรายิ่งนัก ขอท่านจงช่วยพวกเราด้วย" 

เถ้าแก่เห็นดังนั้นจึงรีบขอความเมตตาทันที พร้อมกับก้มโขกหัว โป้ก โป้ก หลายๆที เพราะเขาทนมานานแล้วที่ให้พวกนี้ใช้กำลังข่มเหงมาโดยตลอด แถมยังขู่ว่าหากบอกใคร จะมาเอาชีวิต แต่ในตอนนี้เมื่อรู้ว่าฝ่ายไหนได้เปรียบเขาก็ควรใช้โอกาสนี้กำจัดชายอันธพาลผู้นี้เสียที! 

"ใช่เจ้าค่ะ คุณชายโปรดช่วยพวกเราด้วย!!!" 

เสียงเริ่มดังระงมอีกครั้ง พร้อมกับเสียงโขกหัวดังมาเป็นทอดๆ เพื่ออ้อนวอนขอให้เขาช่วย พวกเขาเองก็มีแค่ผู้มีเวทเล็กๆ เทียบมิได้กับระดับกลาง-สูง ถ้าคุณชายผู้นี้ไม่ยื่นมือมาช่วย...ก็ได้แต่อดมื้อกินมื้อเพียงเท่านั้น!

"อึก อึก...หนอย..พวกแก!!!!" 

พรวดดด 

เลือดที่มาจากการสำลักของชายร่างท้วมเป็นทางยาวหลังจากโดนเวทจากชายที่ยังยืนนิ่งแต่ก็ยังมีเพียงรอยยิ้มประดับที่หน้า

 "จุ๊ จุ๊ จุ๊...เอาล่ะ ดูเหมือนเจ้าจะสร้างวีรกรรมเอาไว้มาก แม้ตัวข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามากมากนัก แต่ไม่คิดเลยว่าจะมาได้เจอเจ้าจริงๆ เฮ้อ....เป็นเกียรติของข้าจริงๆที่ได้มาปะมือกับเจ้า" 

เฉียวกงจิ๊ปากพร้อมกับส่ายหน้ามองชายร่างท้วมที่อยู่ตรงหน้าอย่างเวทนา 

กรอดดดดดดด! 

เสียงครบกรามแน่นของผู้ที่อยู่เบื้องล่าง... หึ มันยังไม่จบหรอก!! ชายร่างท้วมลอบคิบในใจ

"พวกเจ้าจงไปตายซะ!!"

ฟู่วววว ฟู่วววว ฟู่วววววว

ดวงไฟนับสิบรายล้อมชายร่างท้วม จากนั้นก็เข้าไปในร่างทันที!!!

ตู้มมมมมมมมม โครมมมมมมมมมมม

ตอนนี้ควันฟุ้งกระจายคนพลุกพล่านไปทั่วเพื่อพยายามออกจากที่แห่งนี้ เพราะตอนนี้มีตัวประหลาดใหญ่ๆที่มาจากไหนไม่รู้อยู่ในที่แห่งนี้  ว่าแต่ชายผู้นั้นหายไปไหนเสียล่ะ...หรือว่าเขาจะเป็น...

"หึ เจ้าคงประหลาดใจล่ะสิที่ได้เห็นร่างเวทของข้า" เสียงห้าวใหญ่ดังขึ้นจากตัวประหลาดสีแดงคล้ายคนไม่ใช่คน

"ดี ดี ดี.. ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโง่งมถึงเพียงนี้" เฉียวฟงกล่าวขึ้นพลางส่ายหัว ตามตำราที่เขาอ่านมาร่างเวทที่เกิดจากไฟต้องเป็นผู้ใช้เวทระดับกลางขึ้นไป เพราะถ้าผู้ใช้เวทนี้ระดับเวทไม่ถึง.....มิตายก็พิการ!!!           

ชายผู้นี้ระดับเวทกลางยังไม่สมบูรณ์ แต่กล้าที่จะใช้เวทนี้ขณะที่ตัวเองยังมิพร้อม....ดีในเมื่อกล้าเสี่ยงตาย เขาก็จะสนองให้!!

"แล้วเจ้าจะได้รู้ ว่าเจ้าควรหมอบอยู่แทบเท้าข้า!!!!" เจ้าตัวประหลาดตัวนี้สูงราว 15 เซียะร่างกายมีหินตะปุ่มตะปั่มและรอยแดงเพลิงทั่วทั้งตัวคล้ายกับลาวาไหลเวียนในตัวตลอดและยังมีรังสีแดงฉานรอบตัว

โครมมม!!! 

มันทุบโต๊ะที่อยู่ด้านข้างจนยับเยิน แล้วก็พุ่งมาที่ตัวของเฉียวฟงทันที

พรึบ!! 

เฉียวฟงเห็นท่าทีเริ่มไม่ดี จึงหยิบเวทเมล็ดพันธุ์มาแล้วหว่านออกไปหวังจะให้ยึดตัวเจ้าประหลาดนี้

หวืดดดดดดดด 

ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! 

ทันทีที่เมล็ดตกลงพื้น คล้ายกับมันรู้หน้าที่ต้นเริ่มเลื้อยขึ้นตัวมันอย่างรวดเร็ว พืชชนิดนี้เริ่มเลื้อยพันกันและเพิ่มขนาดและความหนาเพื่อให้คุมตัวเจ้ามิให้ขยับ ทางเจ้าตัวประหลาดรีบเร่งความร้อนให้แผดเผาพืชชนิดนี้ให้มากขึ้นเรื่อยๆ

ฉึก! ฉึก! ฉึก! 

เพิ่มความร้อนได้ไม่นาน หนามก็เริ่มงอกออกมาจากตัวพืชชนิดนี้ ก็เสียบเข้าไปตามรอยแดงๆรอบตัวมัน เป็นหนามสีดำที่มีพิษร้ายแรงซ่อนอยู่ 

"อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

 "หึ เจ้าคงไม่รู้สินะว่าพืชนิดนี้ต่างกับที่ข้าใช้กับเจ้าก่อนหน้านี้ และเจ้ายิ่งเพิ่มความร้อน พืชชนิดนี้ก็จะเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะความร้อนคือแหล่งพลังงานของมัน และเมื่อมันเติบโตจนสุดและหนามของมันเปลี่ยนเป็นสีขาวละก็... " 

เฉียวกงแค่นหัวเราะ จากนั้นก็วาดมือไปด้านข้างส่งผลให้ต้นไม้ชนิดนี้รัดแน่นขึ้นและหนามก็แทงลึกขึ้นเรื่อยๆ เลือดสดเริ่มไหลลงมาตามเถาวัลย์ของพืช คนที่มองอยู่ก็ถึงกับหันหน้านี้เพราะรับไม่ได้

"อ้ากกกกกกกก ช่วยข้าด้วย โปรดเมตตาข้าด้ว..."

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 

แพละ แพละ แพละ แพละ 

ไม่ทันได้สิ้นคำ พืชชนิดนั้นรัดแน่นหนามก็เริ่มกลายเป็นสีขาวแล้วระเบิดตัวมันเองทันที กลิ่นเนื้อไหม้ฟุ้งไปทั่ว ทั้งเศษเนื้อและโลหิตก็กระจัดกระจายไปตามแต่ละที่... 

"ข้ายังพูดไม่จบสินะ...เมื่อหนามกลายเป็นสีขาวความร้อนในตัวของเจ้าก็จะระเบิดทันทีเมื่อเจอพิษขั้นสุดท้ายของมัน"



วี๊ดว้ายยยย จบตอนที่สองแล้วนะคะ เป็นไงกันบ้าง เม้นบอกได้นะคะ และรับรองเลยค่ะว่าเนื้อหาจะเข้มข้นขึ้นๆๆๆเรื่อยๆๆๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ แล้วจะมาอัพต่อเรื่อยๆ มาลุ้นด้วยกันนะคะว่าฝั่งควินเนี่ยจะเกิดอะไรขึ้น นางจะรอดมั้ยน้าาาา ฝากติดตามด้วยค่าาาาาาาา

ความคิดเห็น