ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Prologue

​“นายมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?”

“คะ...ครับ?”

“ฉันถามก็ตอบสิยะ!”

“ประมาณหมื่นกว่าบาทครับ”

“เหอะๆ มีเงินแค่นี้ริอาจมาจีบฉัน เงินนายยังไม่พอค่าเครื่องสำอางของฉันเลยรู้รึเปล่า? เก็บเงินไว้กินข้าวเถอะ ฉันไม่ชอบคนจน ไปไกลๆ” ฉันยกมือไล่ผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่ใยดี

“แต่ผมชอบคุณหลินหลินจริงๆนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะขยันทำงานหาเงินมาเลี้ยงคุณหลินหลินให้ได้ครับ” ดื้อด้านจริงๆไอ้บ้านี่!

“ฉันไม่ชอบรอ และฉันไม่ชอบคนจนเข้าใจไหม!? จะไปไหนก็ไป...น่ารำคาญ!”

“คุณหลินหลินครับ T^T”

“ไปให้ไกลๆ ไอ้ผู้ชายไส้แห้ง!!” ฉันตวาดใส่ผู้ชายไส้แห้งเสียงดัง ทำให้คนที่นั่งอยู่รอบข้างมองผู้ชายตรงหน้าฉันเป็นตาเดียว ผู้ชายตรงหน้าถึงกับหน้าเสีย ทำหน้าไม่พอใจ ทำเสียงฮึดฮัดก่อนจะด่าฉันกลับ

“ยัยผู้หญิงใจร้าย!” ด่าฉันเสร็จ ก็จะเดินไป

“ยะ!” ฉันเบะปากตามหลังไป

นี่เป็นคนที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันไล่ มาจีบฉันแต่ไม่มีเงินที่จะเปย์ ฉันก็ขอบายจ๊ะ ฉันไม่ชอบผู้ชายไส้แห้ง ฉันเป็นคุณหนูแสนสวยเลยนะ แต่ต้องมาคบกับผู้ชายกระจอกมีเงินรวมทั้งหมดในบัญชีแค่หมื่นต้นๆ ไม่เอาด้วยหรอก อายคนอื่นตายเลย

“อะไรของแกวะหลิน ทำหน้าอย่างกับน้ำหนักขึ้น”

“ก็มีผู้ชายมีจีบฉันอีกแล้วนะสิ มีเงินในบัญชีแค่หมื่นเดียว ริอาจมาจีบคุณหนูที่มีเงินพันล้านอย่างฉัน ไม่เจียมตัวเองเลยจริงๆ น่ารำคาญชะมัด!” ฉันพูดเสียงหงุดหงิด ก่อนจะล้วงเอาแป้งพับในกระเป๋าเครื่องสำอางมาโบ๊ะหน้า ฉันต้องสวยตลอดเวลา

จริงๆฉันสวยและรวยมากค่ะ ^^

“เฮ้อ...แกก็นะ สวยเลือกได้ฉันเข้าใจ แต่แกปฏิเสธไปแต่ละคนก็หล่อๆทั้งนั้นเลยนะ”

“หล่อแต่จน ฉันไม่เอายะ” ฉันนั่งไขว่ห้างนั่งแต่งหน้าทาปาก เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ

“ระวังจะโดนคนอื่นหมั่นไส้”

“แกไม่เคยโดนคนจนจีบแบบฉัน แกก็พูดได้นะสิ” 

“เลือกมากระวังจะขึ้นคาน”

“ขึ้นคานแล้วยังสวยและรวย ฉันก็ยอมยะ ^^”

“เออ เพราะคิดแบบนี้ไง ป๊าแกถึงไม่มารับกลับบ้านสักที” พูดถึงป๊า ฉันก็คิดถึงท่านขึ้นมาเลยอะ T_T

“แกพูดถึงป๊าฉันทีไร ทำให้ฉันอยากกลับบ้านทุกที” ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ที่นี่ร้อน ป๊าหนูหลินอยากกลับบ้านแล้วค่ะรีบๆมารับหนูหลินกลับบ้านสักทีสิคะ T^T

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ หลินหลิน อายุ 22 ปี เรียนอยู่ปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ ครอบครัวทำธุรกิจส่งออกเฟอร์นิเจอร์ ฉันเป็นคนสวยและรวยมาก ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง ฉันเกิดและโตที่ฮ่องกง เรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็กๆ เลยทำให้ซึมซับความเป็นชาวตะวันตกมาเยอะ เวลาที่ทำอะไรไม่ค่อยแคร์ใคร กล้าพูด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น และโต้แย้งในยามที่ความคิดเห็นใครไม่ตรงใจฉัน และที่ฉันคิดถึงป๊าเพราะ...

ฉันอยากกลับบ้าน บ้านที่ฮ่องกง บ้านที่มีแม่บ้าน ที่มีทุกอย่างโดยที่ฉันไม่ต้องทำอะไรเลย ที่นั่นฉันเหมือนเจ้าหญิงที่ร่างกายเต็มไปด้วยของแบรนด์เนม มีเงินให้ใช้ไม่ขาดมือ แต่นั่นมันก่อนที่ฉันจะมาอยู่เมืองไทย คือฉัน...ฉันโดนป๊าไล่ให้มาเรียนที่เมืองไทยบ้านเกิดของแม่ ซึ่งฉันไม่ต้องการเลย ที่นี่ร้อนมาก ร้อนเหมือนตกนรกทั้งๆที่ยังไม่ตาย

“แกโอดครวญจะกลับบ้านมาตั้งแต่ปี 1 ตอนนี้ปี 4 ละ ได้กลับไหมหลิน?”

“ไม่เลย ฮืออออ...ทำไมป๊าไม่ใจอ่อนกับฉันมั่งเลยอะมิลล์ ฉันผิดอะไร ฉันแค่ชอบของแบรนด์เนม ชอบเครื่องสำอาง ชอบอะไรหรูๆอ่า ทำไมป๊าฉันถึงไม่เข้าใจฉันเลยแก” ฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะหินอ่อนใต้ตึกคณะอย่างหมดแรง

ทำไมป๊าใจร้ายกับหนูหลินแบบนี้ ไหนป๊าบอกว่าหนูเป็นเจ้าหญิงของป๊าไงคะ ป๊าใจร้าย 😣

“แกโดนป๊าดัดนิสัย แกเคยบอกฉันตอนปีหนึ่ง ฉันจำได้”

“ป๊าใจร้าย 😣”

“ฉันคิดว่าป๊าแกไม่ใจร้ายนะ โอนเงินมาให้ใช้เดือนละล้านเนี่ย โคตรใจดีเลย”

“ใจดีที่ไหน ซื้อรองเท้าก็หมดไปหลายแสนแล้ว ไหนจะเสื้อผ้า ค่าเครื่องสำอาง ค่าครีมทาผิว ค่าครีมทาเท้า ค่าครีมทาโน่นนี่ของร่างกาย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่ากินอีก ไม่พอเลย ฮืออออ...ป๊าหยุดใจร้ายกับหนูหลินได้แล้วนะคะ!” ฉันแหกปากเสียงดัง

ฉันมาเมืองไทยเมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว หลังจากเรียนจบไฮสคูล ฉันก็ถูกส่งตัวให้มาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำที่เมืองไทย การส่งตัวของฉันไม่ใช่เพราะฉันอยากเรียนที่นี่ แต่เป็นการทำโทษจากป๊าสุดหล่อของฉันเอง ป๊าของฉันเป็นนักธุรกิจใจดี ม๊าก็เป็นคนใจดี พวกเขาตามใจฉันทุกอย่าง จนกระทั่งวันฉลองเรียนจบไฮสคูล ป๊าได้ประกาศกร้าวว่าจะให้ฉันมาเรียนที่เมืองไทยโดยที่ไม่มีคนติดตาม ไม่มีใครให้ช่วยเหลือแม้แต่คนเดียว โอนเงินให้ใช้เดือนละหนึ่งล้านรวมค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันรถด้วย ซึ่งมันช่างโหดร้ายกับฉันเลย เหตุการณ์มันเป็นอย่างงี้นะ จะเล่าให้ฟัง…

“ป๊าคะ? นี่ป๊าทำกับหนูหลินเกินไปรึเปล่าคะ? หนูหลินผิดอะไร ทำไมป๊าต้องให้หนูหลินไปเรียนที่เมืองไทยด้วย”

“นี่ลูกไม่เคยรู้ตัวเลยรึไงหนูหลิน ว่าลูกใช้เงินเปลืองแค่ไหน รูดบัตรวันละเกือบสิบล้าน ทั้งๆที่ตัวเองยังหาเงินเองไม่ได้ ป๊ากับม๊าใจดีกับหนูมามากพอแล้ว ป๊าต้องดัดนิสัยหนูหลินให้เป็นผู้ใหญ่สักที!” 

“ดัดนิสัยโดยการให้หนูหลินไปเรียนที่เมืองไทยน่ะเหรอคะ? หนูหลินไม่ไปค่ะ! หนูหลินไม่ไป!” ฉันเถียงคอเป็นเอ็น

“พาตัวหนูหลินไป!” 

“ครับท่าน”

“ไม่นะคะป๊า กรี๊ดดดดด!! อย่ามาจับฉันนะไอ้พวกบอดี้การ์ดบ้า! ป๊าาาา!!!”

“ถ้าลูกเป็นอีกคนเมื่อไหร่ ป๊าจะไปรับหนูด้วยตัวป๊าเอง โชคดีนะหนูหลิน” ป๊าพูดแล้วเดินหนีฉันไปอย่างไม่ไยดีเลย 

“ไม่นะคะป๊า! ป๊าจะทำแบบนี้กับหนูหลินไม่ได้นะคะ!! กรี๊ดดดด!!! ป๊าาาา!!”

นี่คือเหตุผลที่ฉันโดนไล่ให้มาเรียนที่เมืองไทย เหตุเพราะฉันทำตัวเป็นคุณหนูเกินไป ใช้เงินเปลือง + ความชอบดูถูกคนจนนิดหน่อย (นิดหน่อยจริงๆนะ)

“แกก็ต้องบริหารเงินให้ดีกว่านี้ ฉันเชื่อว่ายังไงสักวันป๊าของแกต้องมารับตัวแกกลับไปหลิน”

“แต่นี่มัน 3 ปีจะ 4 ปีแล้วนะมิลล์ ป๊ายังไม่มารับฉันกลับบ้านอะ มีแต่โทรมาถามว่าเป็นยังไง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ฉันอยากจะร้องไห้วันละร้อยรอบแก T^T”

“เอาน่า ตอนนี้แกก็ทำงานเสริมนิ รับถ่ายแบบด้วยไม่ใช่?”

“อือ แต่มันก็ยังไม่พอกินไงแก”

“เฮ้อ...ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีนะ แต่ก็สู้ๆแก”

“อือ” ก้มหน้ารับกรรมต่อไปหลินหลิน

“หยุดทำหน้าเศร้าแล้วรีบทำงานเถอะ จะได้รีบเอางานไปส่งอาจารย์ เดี๋ยวป้าแกได้มาแหกอกเราในห้องเรียนอีก”

ป้าที่ว่าคืออาจารย์สมศรี อาจารย์สอนวิชาเอกฉันเอง นางเข้มงวดการส่งงานมาก เลยเวลาส่งแค่วิเดียวนางไม่รับเลยจ้า คือดี

“โอเคๆ”

ฉันนั่งทำงานกับมิลล์เพื่อนสนิทคนเดียวที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ พอทำงานเสร็จมิลล์ก็อาสาเอางานไปส่ง ส่วนฉันก็กำลังจะกลับคอนโด ระหว่างเดินไปที่รถฉันก็เดินก้มเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย จนกระทั่ง...

ปึก! ตุบ!

ร่างอันบอบบางของฉันได้ล้มหงายท้องตูดกระแทกพื้น

“โอ๊ย! เดินยังไงให้ชนคนอื่นเนี่ยไอ้บ้า! เจ็บตูดชะมัด” ฉันลูบก้นตัวเองปอยๆเมื่อกี้ก้นกระแทกพื้นแรงมาก

“โทษที พอดีผมมองไม่เห็น” กล้าพูดนะว่ามองไม่เห็นไอ้บ้า! เดี๋ยวได้เจอหลินหลินแปดหลอด

“มองไม่เห็นบ้าอะไร ฉันออกจะสวยขนาดนี้ หน้าตาก็ดี ไม่น่าตาบอด!” ฉันว่าแต่ก็ยังก้มหน้าก้มหน้าเก็บของที่ตก

“นี่คุณ!”

ฉันเงยหน้าเพื่อจะด่าไอ้ผู้ชายที่เดินชนอีกครั้ง แต่ต้องชะงักเพราะผู้ชายตรงหน้าโคตรหล่อเลย หล่ออย่างกับหลุดมาจากนิตยสารนายแบบ ฉันสแกนมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าที่ใส่ดูสะอาดสะอ้าน นาฬิกาที่ใส่ก็แบรนด์ดังราคาไม่ต่ำกว่า 6 หลัก รองเท้า เข็มขัด รวมๆกันราคาหลายล้านเลย ใบหน้าหล่อนิ่งยืนมองฉันนิ่ง มองฉันจนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา ฉันหลบสายตาเขาอย่างเขินอาย จนตาไปเหลือบไปมองที่รองเท้าตัวเอง รองเท้าราคา 6 หลักของฉันนนนน สะ...ส้นหัก!

ม่ายยยยยยยยยยยยย!!!

“กรี๊ดดด!! นายทำส้นรองเท้าราคา 3 แสนของฉันหัก!”  ฉันรีบถอดรองเท้าราคา 3 แสนมากอดไว้ในอ้อมกอดอย่างแสนเจ็บปวดใจ

“โธ่ลูกแม่...ฮืออ นายรับผิดชอบมาเลยนะ! ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ด้วย!” ฉันพูดกับผู้ชายตรงหน้าอย่างโมโห ถึงจะหล่อแต่ถ้าทำรองเท้าแสนรักของฉันส้นหัก ความหล่อก็ไม่มีอิทธิพลกับฉันหรอก

“เอาเบอร์มาล่ะกัน เดี๋ยวผมรับผิดชอบ”

“...” ทำไมต้องเอาเบอร์ไปด้วย แค่ไปซื้อมาให้ใหม่ก็จบปะ

“ขอเบอร์หน่อย”

ดะ...เดี๋ยวนะ ขะ...ขอเบอร์เหรอ? 

คนหล่อคนนี้จะจีบฉันเหรอ? 

วี๊ดดดด...

หนูหลินจะตกถังข้าวสารงั้นเหรอ ว้าววว!!

“084-757-xxxx” ฉันบอกเบอร์โทรตัวเองไปครบทุกตัวอย่างเขินๆ ผู้ชายตรงหน้าก็ขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากตัวเอง

“ผมขอเบอร์รองเท้าครับ ไม่ได้ขอเบอร์โทรศัพท์”

เพล้ง!

หน้าแตกยับเลยฉัน

“คุณบอกให้ผมซื้อมาใช้ไม่ใช่เหรอ ก็บอกเบอร์รองเท้ามาสิ ผมจะได้ไปซื้อมาใช้ให้”

“แล้วทำไมนายไม่บอกดีๆหะ! ฉันก็นึกว่านาย…” จะเนียนขอเบอร์เพื่อจีบ

“คิดว่าผมขอเบอร์คุณเหรอ? ฮึๆ หน้าตาอย่างคุณผมเอาไปทำอะไรได้ แม่บ้านที่บ้านผมยังสวยกว่าคุณเลยนะ” ดูถูกฉันเกินไปแล้วนะไอ้บ้า!

“กรี๊ดดดด!! นี่นายกล้าว่าฉันไม่สวยเหรอ ไอ้บ้า! นี่แนะๆ” ฉันรีบลุกขึ้นเข้าไปทุบทีไอ้หน้าหล่อตรงหน้าด้วยความโมโห

“โอ๊ยๆ ผมเจ็บนะคุณ!” เขาจับข้อมือทั้งสองข้างของฉันรวบไว้ในกำมือมันข้างเดียว แล้วมองฉันสายตาดุดันเหมือนฉันกำลังทำให้เขาหงุดหงิด 

เขาจะฆ่าข่มขืนฉันไหมอะ

“ปะ...ปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะตะโกนว่านายจะปล้ำฉัน!”

“ก็เอาสิ ผมก็จะบอกว่าคุณมาอ่อยผมเอง ผู้หญิงที่แต่งตัวมาเรียนเหมือนชุดแฟชั่นวีค รัดๆสั้นๆ คิดยังไงที่ใส่เสื้อนักศึกษารัดนมกับกระโปรงสั้นรัดติ้วมาเรียน พ่อแม่ไม่ว่าเหรอ?”

“อย่ามาว่าฉันนะไอ้บ้า! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าด่าฉันแบบนี้เลยนะ เงินฉัน ฉันจะใส่ชุดอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับนาย!” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

“มีเงินอย่างเดียวไม่ได้นะคุณ ต้องมีสมองด้วย สงสัยบ้านจะให้ตากแอร์นานใช่ไหม?”

“ทำไมยะ?”

“ก็ปอดคุณบวมไง” มันพูดแล้วเหล่ตามองนมฉัน

“กรี๊ดดด!! ไอ้โรคจิต ช่วยด้วยค่ะ! ไอ้นี่มันจะข่ม...อุ๊ปส์” O.O

ฉันเบิกตากว้าง เมื่อไอ้บ้านี่มันกระชากฉันเข้าไปจูบตอนที่ฉันตะโกนให้คนอื่นมาช่วย

ผลัก! 

เพี๊ยะ!

ฉันใช้แรงทั้งหมดผลักมัน และตบหน้ามันฉาดใหญ่ กล้าดียังไงมาจูบฉัน ถึงมันจะไม่ใช่จูบแรกของฉัน แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาจูบใครกลางมหาวิทยาลัยแบบนี้!

“ไอ้สารเลว! ทำรองเท้าฉันพังไม่พอ ยังมีหน้ามาจูบฉันอีก!”

"ก็คุณปากดี ผมก็เลยลองจูบดูว่ารสชาติปากคุณมันเป็นยังไง ถึงได้ปากดีขนาดนี้"

"..."

"แต่พอได้จูบแล้ว ความรู้สึกเหมือนได้ชิมเหล้าปลอมอะ จืดชืดสิ้นดี"

"อะ...ไอ้! กรี๊ดดดดดดด!!!"


Cocktail Part

“ไอ้สารเลว! ทำรองเท้าฉันพังไม่พอยังมีหน้ามาจูบฉันอีก!”

"ก็คุณปากดี ผมก็เลยลองจูบดูว่ารสชาติปากคุณมันเป็นยังไง ถึงได้ปากดีขนาดนี้" 

"..."

"แต่พอได้จูบแล้ว ความรู้สึกเหมือนได้ชิมเหล้าปลอมอะ จืดชืดสิ้นดี"

"อะ...ไอ้! กรี๊ดดดดดดด!!!" แล้วคุณผู้หญิงก็กระทืบเท้ากรี๊ดกร๊าดเหมือนเจอแมลงสาบ

"หยุดกรี๊ดได้แล้ว ผมหนวกหู"

"ฉันไม่หยุด! กรี๊ดดดด...อุ๊ปส์" ไม่หยุดผมก็จูบไง 

ผลัก! เพี๊ยะ!

โดนตบอีกแล้วกู 

ตั้งแต่เกิดมาผมเพิ่งจะพูดมากที่สุดก็วันนี้แหละ ผมจะพูดมากแล้วแต่เหตุการณ์ อย่าได้คิดว่าผมเย็นชาหรือพูดไม่เก่งนะ ผมก็พูดมากปากหมาพอๆกับเพื่อนในกลุ่มนั่นแหละครับ ที่ไม่ค่อยพูดเพราะขี้เกียจพูดเฉยๆ

ผมชื่อ ค็อกเทล อายุ 22 ปี ลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นเสี้ยวเกาหลี เรียนอยู่ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ มีน้องชายหนึ่งคนชื่อ คอปเปอร์ อายุ 19 ปี เรียนคณะเดียวกับผมนี่แหละ

ผมกำลังจะเดินไปหาไอ้คอปเปอร์ น้องชายของผมที่มันบอกว่ารอผมอยู่ที่ข้างคณะนิเทศ ผมก็รีบมาเพราะอยากจะกลับบ้านแล้ว รับน้องเหนื่อย แต่พอเดินมาได้ครึ่งทางผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินก้มเล่นโทรศัพท์ไม่ดูทางจนจะเดินตกทางเดินลงที่พุ่มไม้ผมก็เลยเดินชนเพื่อเตือนสติ แต่ใครจะคิดว่าการชนครั้งนี้จะทำให้ส้นรองเท้าราคาแสนแพงของเธอนั้นหัก แล้วผมก็โดนด่าชุดใหญ่

ครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าเธอโคตรถูกใจผมเลย หุ่น นม สัดส่วนร่างกายของเธอเข้าตาผมทั้งหมด ยกเว้นนิสัยนี่แหละ ผมยืนเท้าสะเอวมองผู้หญิงตรงหน้าที่ยืนมองหน้าผมอย่างกับโกรธแค้นกันมาเมื่อสิบชาติที่แล้ว เธอร้องโวยวายผมก็เลยจูบปากเพื่อให้เธอหยุดแค่นั้นเอง ทำอย่างกับไม่เคยโดนจูบถึงได้มาตบผมคืน

"นายจูบฉันอีกแล้วนะไอ้บ้า!"

“ก็คุณโวยวาย ผมก็ต้องปิดปากคุณสิ”

“มือก็มีทำไมไม่เอามาปิดปากฉัน ทำไมต้องเอาปากมาปิดด้วย!”

“ก็อยากใช้ปากปิดปากนิครับ” 

“นะ...นาย กรี๊ดดดด!!!” เหมือนคนบ้าเลยแฮะผู้หญิงคนนี้ โมโหก็กรี๊ด ไม่พอใจก็กรี๊ด สงสัยจะขาดความอบอุ่น

“กรี๊ดอยู่ได้รำคาญวะ ไปก่อนนะรีบ” ป่านนี้ไอ้คอปเปอร์ยืนรอหน้ามุ่ยแล้ว

หมับ!

ระหว่างที่ผมก้าวเท้าเพื่อจะเดิน ผู้หญิงคนนี้ก็ดึงแขนผมไว้ ทำหน้าตาเหมือนหาเรื่อง

“เอาค่ารองเท้าของฉันมาก่อนไปสิยะ!” ขี้ทวงวะ

“คุณตบผมแล้วนิ ถ้าผมเอาค่าทำขวัญผมเอานิ้วละแสนเลยนะ ดูสิหน้าผมแสบยิบๆ แสดงว่ามันต้องมีรอยมือคุณครบห้านิ้ว ห้านิ้วก็ห้าแสน ค่ารองเท้าคุณสามแสนบาท อีกสองแสนถือว่าผมให้คุณไปล่ะกันนะ”

“นายอย่ามาหัวหมอกับฉันนะไอ้บ้า! ที่ฉันตบเพราะว่านายจูบฉัน มันไม่เกี่ยวกับค่ารองเท้าของฉัน!”

“เฮ้อ...” ผมถอนหายใจก่อนจะนั่งลงคว้าเท้าข้างที่เธอใส่รองเท้าส้นไม่หัก

“กรี๊ดดด!! นี่นายทำอะไรเนี่ย! แอบดูกางเกงในฉันเหรอ ปล่อยฉันนะ!” จะดิ้นทำไม่วะ แค่จะทำอะไรให้เท่าเทียมกันเฉยๆ

“อย่าดิ้นดิ” ผมเงยหน้าไปดุ เธอก็ยอมนิ่ง

กร๊อบ!

“O[]O” หน้าเธอ

“เสร็จล่ะ ทีนี้ก็ได้รองเท้าคู่ใหม่แล้ว” ผมหักส้นรองเท้าเธออีกข้าง เพื่อให้หักเหมือนกันแค่นั้นเอง

“กรี๊ดดดดดด!!!” กรี๊ดอีกล่ะ

“ใส่แบบนี้สวยขึ้นเป็นกองเลย ผมไปก่อนนะ บาย” ว่าแล้วผมก็เดินหนีเธอไปหาไอ้คอปเปอร์ ส่วนเธอก็ยืนกรี๊ดกระทืบเท้าอยู่ที่เดิม ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง

เมื่อกี้เธอบอกเบอร์โทรมา

‘084-757-xxxx’ ผมกดเมมเบอร์เธอลงในโทรศัพท์

ฮึ! แล้วจะโทรไปล่ะกันนะ ยังไงก็ให้มาแล้วนี่


ทางด้านคอปเปอร์

โอ๊ยเมื่อไหร่เฮียจะมาวะ ผมยืนรอจะขาแข็งแล้วเนี่ย หรือว่าแอบไปหลีสาวที่ไหน แต่เฮียผมไม่ชอบอ่อยใครเหมือนผมนี่ คงจะไม่ใช่(มั่ง)

“ไอ้เหี้ยเทล! มึงแม่ง!” ผมสบถขึ้นพลางหยิบขนมปังเข้าปาก ผมชอบทานขนมปังมากๆ ทานเปล่าๆยังได้เลย ยืนรออย่างใจเย็นแล้วก็ยังไม่โผล่หัวมา ไอ้ห่าค็อกเทล กลับบ้านกูจะฟ้องแม่ว่ามึงให้กูรอจนปวดขา

ตุบๆๆ

“โอ๊ยยย...อาจารย์จะกลับบ้านรึยังวะเนี่ย”

ขนมปังชิ้นสุดท้ายกำลังจะเข้าไปในปากผม

ปึก! อ๊ะ!

มีคนเดิน ไม่สิ วิ่งมาชนผมขณะยืนกินขนมปังต่างหากล่ะ

ผมมองขนมปังชิ้นสุดท้ายที่ลอยตกลงพื้นอย่างช้าๆ 

ม่ายยยย...ขนมปังพี่ T^T

“โอ๊ย! ยืนขว้างทางอยู่ได้ พ่อสร้างถนนรึไง!” ผู้หญิงคนที่วิ่งชนผมโวยวายใส่ผมยกใหญ่ ผมหันไปมองหน้าเธอก็อึ้งทึ้งเสียว ไม่ๆ อึ้งทึ้งอย่างเดียวก่อน เสียวเอาไว้ทีหลัง

แม่เจ้าเนื้อผู้นี้คือใครกัน ทำไมนางช่างนมใหญ่ เอ๊ย! ทั้งสวยงามไปทั้งตัวเช่นนี้ หนูคอปอยากได้มาครอบครองจังเลย

“หลีกไป ฉันรีบเอาโปรเจคไปส่งอาจารย์!” เธอแหวดใส่ผม

“ไม่หลีกครับ เจ้เดินมาชนผมทำให้ขนมปังผมตกพื้น เจ้ต้องรับผิดชอบ” ผมยืนขวางทางไม่ยอมหลีก ถ้าไม่พูดคะพูดขาพี่คอปคนนี้ไม่ยอมหลบหรอกบอกเลย

“ค่าเสียหายเท่าไหร่ว่ามา จะได้จบๆไป”

“…” ใช้เงินแก้ปัญหานิ จิๆ ใช้ไม่ได้เลยคนสวย

“ถามก็ตอบสิ! ฉันรีบ เร็วๆ!” เธอเร่งผมพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเองอย่างร้อนรน

ผมจะแกล้งเธอหรือจะหลีกทางดีน๊า ^^

หลีกทางไปดีกว่า แต่ก่อนหลีกทางผมขออ่อยแป๊บ เผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง ผมก็ออกจะหล่อขนาดนี้

“089-457-XXXX” ผมบอกเบอร์โทรตัวเองไป

“ให้บอกค่าเสียหายไม่ใช่ให้บอกเบอร์โทร! โอ๊ย! ไอ้โง่เอ๊ย!”

ปึก!

ว่าแล้วเธอก็เดินไหล่ผมไปโดยไม่หันกลับมามองกันเลย

ผมยืนนิ่งและก้มหน้า นี่กูไม่หล่อเหรอวะผู้หญิงคนนี้ถึงได้ปฏิเสธการอ่อยของกู ปกติผมยิ้มผู้หญิงก็วิ่งเข้าใส่แล้วนะ ฮึก ฮือๆ หนูคอปจะไปฟ้องแม่ว่าถูกผู้หญิงคนนี้เมิน T^T

“เป็นอะไร? ทำหน้าเศร้าเพื่อ?”

“เฮียยยย...มีผู้หญิงเมินเบอร์โทรเค้าอ่า ฮึก เฮียเทล” ผมรีบเข้าไปเกาะแขนเฮียค็อกเทล

“ฮึๆ สมน้ำหน้า ใครจะไปอยากได้เด็กแรดแบบมึงทำผัวกัน เอาไปทำพันธุ์ก็เสียดายมดลูกเปล่าๆ”

“เค้าจะฟ้องแม่กับพ่อว่าเฮียว่าเค้าแรด :(”

“พ่อกับแม่ไปเกาหลี เผื่อมึงลืม” เออวะ เดือนหน้าโน้นถึงจะกลับอะ อดฟ้องเลย โคตรเซ็ง

“เค้าไม่โกรธเฮียก็ได้ แต่เฮียต้องซื้อขนมปังมาปลอบใจเค้าก่อนนะ”

“เออๆ ไปๆกลับบ้านกูอยากนอน”

“ใครขับอะ?” วันนี้ผมมากับเฮียค็อกเทล

“มึงไงถามโง่ๆ รถมึงปะ”

“ก็ได้”


Milk Part

โชคดีที่ฉันส่งงานอาจารย์ทัน เกือบไปแล้ว อาจารย์กำลังเก็บของกลับบ้านพอดีเลย ถ้าไม่ติดว่าเสียเวลากับไอ้บ้าปัญญาอ่อนเรียกค่าขนมปังนะ ฉันไม่ต้องวิ่งตาเหลือกมาส่งหรอก เหนื่อยฉิบ ระหว่างที่ฉันเดินหอบมาที่รถก็มีรถแลมโบกีนี่สีดำขับตรงมาหาฉันและเปิดกระจกรถ…

“แบร่ :P” มันเปิดกระจกมาแลบลิ้นให้ฉัน แล้วมันก็ขับรถออกไป

นั่นมันไอ้ผู้ชายที่เรียกค่าขนมปังจากฉันนิ มันเคียดแค้นอะไรถึงได้เปิดกระจกแลบลิ้นใส่ฉัน

“ไอ้ประสาท!” ฉันด่าไล่หลังรถมันไป

ผู้ชายอะไร ประสาทชะมัด

“ฮึก ฮือๆ ฮือออ...ลูกแม่” ฉันเดินมาที่รถก็เห็นยัยหลินหลินนั่งกอดรองเท้าตัวเองรองไห้อยู่ข้างรถฉัน

“หลิน แกเป็นไร ร้องไห้ทำไมแก”

“แกกกก...ส้นลูกรักของฉันหัก ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มันเดินชนฉัน ทำให้ส้นรองเท้าของฉันหัก มันไม่ยอมรับผิดชอบแล้วนี่มันก็หักของฉันอีกข้างแล้วบอกว่าใส่แบบนี้สวยกว่าอ่าแก คู่ละ 3 แสนเลยนะแก ฮือๆ”  

“ใจเย็นๆแก” ฉันตบไหล่มันเบาๆ

“ถ้าฉันเจอมันอีกครั้งนะ ฉันจะเรียกร้องค่าเสียหายให้ได้เลย จะเรียกให้หมดตัวเลยคอยดูสิไอ้บ้าเอ๊ย!”

“เขาอาจจะเรียนที่อื่นแล้วมาหาเพื่อนก็ได้”

“ไม่! เสื้อนักศึกษาของมันมีเข็มตรามหาวิทยาลัยติดที่อก ฉันจำทุกอย่างที่เป็นมันได้”

“อะจ๊ะ เจอหน้าแล้วชี้หน้าให้ฉันดูหน่อยนะ เดี๋ยวช่วยตบ”

“โอเคแก ^^”

“แล้วนี่ทำไมยังไม่กลับบ้านวะ”

“ไวอาลัยให้รองเท้าอยู่ กลับบ้านก่อนนะ” แล้วมันก็เดินไปที่รถตัวเองอย่างมึนๆ

เฮ้อ...ฉันเป็นห่วงยัยหลินหลินก็ตรงที่มันมึนๆนี่แหละ มันปากเก่งก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยจะทันคนสักเท่าไหร่


Linlin Part

ฉันกำลังขับรถกลับคอนโด ระหว่างทางก็เจอไอ้บ้าที่มันทำส้นรองเท้าของฉันหักกำลังยืนพังรถอยู่ข้างถนน ฉันนี่รีบหักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปจอดรถข้างมันเลย ขับแลมโบกีนี่ซะด้วย บ้านรวยใช้ได้

ปึก!

“นายเอาค่ารองเท้าของฉันมา!” ฉันลงรถเดินเข้าไปแบมือเรียกค่าเสียหายจากไอ้บ้านี่ มันไม่พูดค่ะ แต่มันมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า และมันก็จ้องที่เท้าของฉัน

ตายแล้วฉันลืมไปว่าฉันใส่รองเท้าหูคีบอยู่ โชคดีที่ในรถยังมีรองเท้าใส่เล่น

“รองเท้าสวยดีนิ ฮึ!”

“อย่ามาแถ เอาค่าเสียหายมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

“เฮ้อ...คุณนี่ตื้อผมชะมัดเลย” คิดว่าฉันอยากจะตื้อนายรึไงยะ! แค่มาเรียกร้องค่ารองเท้าเพราะฉันไม่มีเงินจะซื้อแล้ว T^T

“3 แสน บวกค่าตามอีก 2 แสน รวมเป็น 5 แสน จ่ายมา” ต้องขึ้นราคาหน่อยทำฉันเสียอารมณ์เสียน้ำตาไปมาก

“ไม่จ่าย”

“นะ...นี่!”

“มีไรกันเหรอเฮีย คนสวยนี่ใครอะ?” ผู้ชายหล่อๆเดินเข้ามาถามผู้ชายที่ฉันกำลังทวงค่ารองเท้าอยู่

“เจ้ากรรมนายเวรมาเรียกร้องขอส่วนบุญ”

 กรี๊ดดดด!! นี่นายกล้าว่าฉันเป็นผีเหรอไอ้บ้า!

“อะ...ไอ้ กรี๊ดดดด!!” ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนกระทืบเท้าร้องกรี๊ดๆ

“เป็นเปรตซะด้วย มึงเห็นแสดงว่าของเขาแรงจริง” มันพูดและหันไปหาผู้ชายที่ยืนกินขนมปังข้างๆ

“นายมันไอ้หน้าตัวเมียด่าผู้หญิง!”

“อู้ววว...แรงวะเฮีย เฮียไปสร้างเรื่องอะไรอีกแล้วอะ เขาถึงตามติดชีวิตแบบนี้”

“ไม่มีอะไร กลับบ้านเหอะ กูง่วง”

“นายยังไปไหนไม่ได้ เอาค่ารองเท้าของฉันมาก่อน!” ฉันเดินไปดักหน้าของไอ้บ้าหน้าหล่อนี่ไว้

“ถ้าอยากได้ก็ตามมาสิ แล้วผมจะให้”

“ไม่! ฉันจะเอาตรงนี้ ไม่ตามไปไหนทั้งนั้นแหละ!” เรื่องอะไรจะขับรถตามไปกัน เผื่อหลอกไปฆ่าใครจะรู้ ฉันยิ่งสวยๆอยู่ด้วย

“ตอนนี้มีสิบบาทเอาไปก่อนไหมละ?” มันล้วงตังเหรียญสิบให้ฉันดู

“งั้นเอาเบอร์โทรนายมา ฉันจะโทรตามจนกว่านายจะให้เงินค่ารองเท้ากับฉัน”

“ป๊าดดด!! จึๆ ผู้หญิงสมัยนี้โคตรแน่วะ ขอเบอร์โทรผู้ชายโต้งๆเลยอะ ให้ไปเหอะเฮียสวยขนาดนี้”

“หุบปากของนายซะไอ้บ้า!” ฉันชี้หน้าด่าผู้ชายที่กินขนมปัง

“คนสวยใจร้าย เชอะ! :(” มันสะบัดหน้าให้ฉันแล้วเดินเข้าไปนั่งในรถฝั่งคนขับ ตอนนี้เหลือฉันกับไอ้ผู้ชายขาดความรับผิดชอบแค่สองคน

“เอาเบอร์นายมาสิยะ!”

“จะจีบกันก็บอกดีๆ ไม่เห็นต้องเอาค่ารองเท้ามาอ้างเลยนี่”

“ฉันไม่เอานายทำพันธุ์หรอกยะ! อย่าพูดมาก...เอาค่ารองเท้ามา!” แค่ให้เงินค่าเสียหายฉันก็จบแล้ว

“ตอนนี้ผมไม่มีเงินสด ขอเอาไอ้นี่ชดใช้ก่อนได้ไหมละ?” ว่าแล้วเขาก็เอื้อมมือไปหยิบอะไรบ้างอย่างออกมาจากด้านหลังตัวเอง

ฉันถึงกับชะงัก ยืนตัวสั่นหน้าซีดเมื่อเห็นสิ่งที่เขาหยิบออกมาให้ดู

“ปะ...ปืน!” ผู้ชายตรงหน้าหยิบปืนจากด้านหลังของเขาชูให้ฉันดู

“รู้จักนิ เอาไปก่อนไหม? ผมขายถูกๆ ลูกละแสน”

ม่ายยยย...ไอ้บ้านี่มันกำลังจะเอาปืนยิงฉัน ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย T^T

“อะ...เอาสิบบาทที่นายมีแทน กะ...ก็ได้” ไม่ได้กลัวนะแค่ไม่อยากเสี่ยง

“ฮึ! งั้นเอาไปสิบบาท ^^” มันยัดเงินใส่มือฉันอย่างรวดเร็ว แล้วก็ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ฉันกำเงินสิบบาทมือฉันสั่นมาก ไม่ได้สั่นกลัว แต่สั่นเพราะโมโห

“กรี๊ดดดด!!!” ฉันกรี๊ดออกมาด้วยความโมโห

รองเท้าคู่ละ 3 แสนได้เงินคืนมา 10 บาท โคตรคุ้มเลย (ประชด)

“ถ้าเจอนายอีกรอบนะ ฉันจะเจาะยางรถนายให้แบนทั้ง 4 ล้อเลยไอ้บ้า!!”

ป้ายทะเบียนรถ X กรุงเทพมหานครใช่ไหม? จะเจาะยางให้พรุนเลย!

เจ็บใจชะมัด!












#จบตอนแล้วนะคะ

​เรื่องนี้ไรท์รีไรท์ใหม่นะคะ

 

#

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ❤️

 

ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่าน 🙏

 

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนิยายนะคะ 🤟🏻

 

 

>> ไรท์จะทยอยอัพนิยายให้ครบทุกเรื่องนะคะ อาจจะล่าช้าหน่อยเนื่องจากไรท์แต่งหลายเรื่องและทำงาน ขอบคุณค่ะ <<

 

เพจของ Evil นะคะ (กดคำว่า Evil ได้เลยค่ะ)

 

#ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่เข้ามาอ่านและรอไรท์นะคะ ^^ *

 

สุดท้ายนี้

 

#

 

 

 

 

 

 

ฝาก E-Book ด้วยนะคะ 

 

Love You My SiS รักนะครับพี่สาวตัวแสบ
Evil
www.mebmarket.com
" อายุ 17 ปี คืออายุที่กำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งวัยรุ่นทุกคนคงกำลังสนุกกับชีวิตที่เป็นอิสระ บางคนก็กำลังตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจทำตามความฝันของตัวเอง แต่ชีวิตวัยรุ่นอายุครบ 17 ปีของผม ต้องมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ผมถูกจับแต่งงานกับผู้หญิงข้างบ้านที่อายุมากกว่า เนื่องจากเรื่องคืนนั้น...”" อายุ 19 ปี คืออายุที่อยู่ในช่วงฮอร์โมนร้อนแรง ชีวิตในรั้วมหาลัยที่แสนมีความสุข สายตาเหยี่ยวที่มองหารุ่นพี่สุดหล่อเพื่อเป็นอาหารตา ชีวิตโสดที่แสนลัลล้า ทุกอย่างต้องพังทลายลง เมื่อฉันต้องมีสามี ฉันถูกจับแต่งงานกับผู้ชายข้างบ้านที่อายุน้อยกว่า เนื่องจากเรื่องคืนนั้น...”“นี่พี่เป็นผู้หญิงยิงเรือไปนั่งตอแหลอ่อยผู้ชายทำไม ถ้าอยากมองนักก็มองผมนี่ ผมก็ผู้ชาย”“ฉันจะนั่งอ่อย นั่งตอแหลมันก็เรื่องของฉัน เด็กมอปลายอย่างนายไม่เข้าใจอารมณ์ผู้ใหญ่หรอกยะ จะให้ฉันมองนายนะเหรอ มองหมายังดีกว่าเลยเด็กน้อย”“เด็กน้อยอย่างผมสามารถทำให้พี่มาเป็นเมียผมได้นะ”“เหรอ ชักอยากจะลองแล้วสิ ว่าเด็กน้อยอย่างนายจะมาเป็นผัวฉันได้รึเปล่า ฮ่าๆ” "อย่ามาท้าผมนะ""ไม่ได้ท้า แค่บอกให้รู้""ได้! งั้นเรามาดวลเหล้ากัน ถ้าพี่เมาพี่ต้องไปนอนที่ห้องผม และถ้าผมเมา ผมจะไปนอนในห้องพี่ ว่าไง""ได้!...เพราะฉันไม่มีทางเมาแน่นอน"

 

 

 

 

 

 

 

TO BE MY CUTE BOY เมียหมอ
EVIL
www.mebmarket.com
"เฮีย ผมเพิ่งอายุ 18 นะ ถือว่าผมขอเถอะ" "ให้ไม่ได้ครับ มีเมียเด็กเขาว่าน่ารัก ^^" ไอ้เชี่ยนี่! พูดอะไรไปก็ไม่เข้าหูเลย รู้ไหมว่าผมนั่งคุยกับไอ้เห้...เอ๊ย! ไอ้เฮียนี่เป็นชั่วโมงแล้วนะ ว่าให้เลิกแล้วต่อกัน อย่ามาทำเป็นรู้จัก อย่าทักทาย ผมไม่ต้องการความรับผิดชอบใดใด ไอ้เฮียมันก็ปฏิเสธทุกอย่างเลยวะ จะเอาผม (เป็นเมีย) ท่าเดียวเลย ขนาดผมขู่ว่าจะแจ้งความจับ มันยังลอยหน้าลอยตา แล้วพูดว่า... 'เฮียรู้จักนายตำรวจใหญ่หลายคน อยากจะแจ้งความก็แจ้งเลย เฮียไม่กลัวหรอก' เฮียแกใหญ่แค่ไหนก็ลองคิดดูเถอะ ไม่กลัวโดนจับด้วย แถมยังมาข่มขู่เด็กอายุ 18 อย่างผมกลับได้อะ โคตรเลว "ผมไม่เอาเฮียเป็นผัวชัดไหม? " "ไม่ชัดครับ เพราะเฮียอยากได้หนูเป็นเมีย ^^" กวนตีนฉิบ

 

 

 

 

 

 

 ** อัปนิยายทุกวันจันทร์ วันพุธ วันศุกร์จ้า **

 

 

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น