อลวนรัก มนต์ไอยคุปต์

ชื่อเรื่อง : อลวนรัก มนต์ไอยคุปต์

คำค้น : อียิปต์, ฟาโรห์, ย้อนเวลา, รักโรแมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

จำนวนตอน : 9

คนเข้าชมเดือนนี้ : 138

คนเข้าชมทั้งหมด : 6,497

คะแนนถูกใจทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 29 มิ.ย. 2563 08:59 น.

ยอดสนับสนุนเรื่อง
× 0
× 0
× 0
× 41
แชร์ :
บทนำ

***ปุกาศศศศ 

เรื่องแนวอียิปต์เรื่องนี้เป็นการรีไรท์ใหม่ทั้งหมดจากที่เคยเขียนไปก่อนหน้านี้ ("บัลลังก์จอมราชันย์ กับ รักข้ามเวลา มนตราไแยคุปต์ นานหลายปีแล้ว 555+) หากคุ้นเคยกับชื่อพระเอกก็ไม่ต้องสงสัยเด้อ 5555 >< 

 

เพราะต้องตามหาของศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านหญิงแห่งลุ่มน้ำไนล์ทำหาย แถมยังไม่สามารถใช้พลังวิเศษได้ (เพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ) ร้อนใจจนต้องรีบหาทางแก้ไข้มิเช่นนั้นแล้วอาณาจักรอียิปต์ที่ยิ่งใหญ่ และมากไปด้วยอารยธรรมจะต้องสูญสลายก่อนเวลาอันควรแน่! ผู้ดูแลถึงกับหน้ามืด หัวหมุน และรีบไปหาตัวช่วยเป็นตำราเก่าแก่ ในตำราระบุชัดเจนว่าต้องหาหญิงสาวบริสุทธิ์ ผู้เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ คัดเลือกไปๆ มาๆ ดันได้หญิงสาวจากโลกอนาคตผู้ที่มีริมฝีปากเป็นกรรไกรและหาความเป็นกุลสตรีมิได้เลย… 

เพทายสีน้ำเงิน หนึ่งในเจ็ดอัญมณีวิเศษของท่านมหาเทพซุส ผู้ประทานให้ท่านเทพแห่งแม่น้ำไนล์ได้รักษาเพื่อให้เกิดความสงบสุขในดินแดนที่เต็มไปด้วยอารยธรรมของโลก และรักษาไว้ซึ่งความเสถียรของสรรพสิ่ง หากขาดอัญมณีเม็ดใดเม็ดหนึ่งไปนั้นดินแดนที่มีอารยธรรมมาช้านานจะต้องเกิดการล่มสลายอย่างแน่นอน ดังนั้นอัญมณีทั้งเจ็ดท่านเทพแห่งแม่น้ำไนล์จึงประทานให้บุตรชายและบุตรสาวทั้งเจ็ดของพระองค์ไปดูแล และหนึ่งในนั้นก็อยู่ในมือท่านหญิงที่งามที่สุดในบรรดาพี่น้อง แต่ดันเซ่อซ่าไม่สมหน้าตาที่สวยงามนั่นเลย!  

 

“เฮ้อ!” เจ้าเอยถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่นอนแผ่หราลงบนที่นอน ลูกตาจ้องมองเพดานสีขาวในห้องพัก คืนวันนี้เธอจะเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมด้วยลูกน้องอีกสามสี่ชีวิตที่เดินทางมาด้วยกัน ทั้งๆ ที่เธอควรจะลงไปปาร์ตี้ข้างล่างตามคำเชิญของเจ้าของงาน แต่เธอก็มานอนโง่ๆ คิดไม่ตกเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นจริง “หรือว่าเราจะไปพิสูจน์?” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ก่อนจะกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง เอาลิ้นดุนกระพุงแก้มหน่อยๆ หันไปทางรูปวาดพีระมิดอันใหญ่ที่ติดตรงผนังห้อง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาแบบไม่รู้ตัวว่าจะเดินไปหามันทำไม “คือ.. ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าเรื่องนั้นมันจะจริงแค่ไหน เอาเป็นว่าถ้าตอนนี้พวกเธอสองคนโผล่มาหาฉันในห้องได้ฉันจะเชื่อ และช่วยพวกเธอสองคนตามหาไพลินบ้าบอนั่น”  

เงียบ…ฉี่ เจ้าเอยยืนนิ่งอยู่หน้ารูปวาดอยู่เกือบสองนาที ก่อนจะยิ้มเหยียดที่มุมปากแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งออกมา หัวเราะกับตัวเองที่กล้าทำอะไรบ้าๆ ที่ไม่คิดว่าจะทำมาก่อนในชีวิต ยืนหน้ารูปวาด คุยกับหน้ารูปวาด เฮ้อ! ลงไปปาร์ตี้ด้านล่างดีกว่า 

พลั่ก!  

“โอ๊ย!!” เจ้าเอยล้มหน้าทิ่มไปจูบกับพื้นห้องทันทีที่มีบางอย่างโถมลงด้านหลังเธออย่างแรง  

“ขะ...ขอโทษ!” เสียงเหมือนๆ จะคุ้นดังขึ้นมาทันทีแบบตื่นๆ ก่อนจะลื่นล้มทับเจ้าของร่างที่เบนอยู่กับพื้นให้เบนลงไปกว่าเดิม เจ้าเอยร้องเบาๆ ด้วยความจุก ใบหน้าเขียวคล้ำ 

“ตายละหว่า! รับไม่ทัน!” ตามด้วยเสียงเข้มที่ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร แต่ไม่ให้หันกลับไปก็ทำไม่ได้ถ้ายายท่านหญิงบ้านี่ไม่ลุกออกไปจากตัวเธอเสียที! 

“เมื่อไหร่เธอจะลุกออกไปจากหลังฉันซะที จะหักอยู่แล้ว!” เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่ตัวหนักเป็นบ้า  

“ขะ…” 

“เลิกพูดคำว่าขอโทษแล้วลุกออกไปจากหลังฉันเดี๋ยวนี้!” เธอเห็นแวบๆ ว่าอัคคียื่นมือจะมาจับยายท่านหญิงบ้านี่อย่างที่เผลออุทานออกมาแต่รับไม่ทันจริงๆ เธอเลยต้องเจ็บตัวฟรีเลย บ้าเอ๊ย! หลังเดาะแล้วมั้ง 

ท่านหญิงไลย์ที่ได้ยินเสียงเขียวๆ แว้ดกลับมาก็รีบลุกขึ้นทันที และระวังมากกว่าเดิมเพื่อไม่ให้ลื่นล้มไปทับหญิงสาวอีกโดยมีอัคคีที่ออกมาจากรูปวาดเต็มตัวแล้วช่วยประคอง หลังจากที่เจ้าเอยยันตัวลุกขึ้นยืนได้ก็จ้องสองผู้มาใหม่ที่โผล่มาเหมือนผีแบบหน้าตึงๆ ไล่สายตามองไปทีละคนอย่างเอาเรื่องระคนวูบไหวแปลกๆ ท่านหญิงไลย์ที่เป็นเด็กน้อยที่สุดในกลุ่ม (ถ้านับตามอายุเทียบกับอายุมนุษย์แล้ว ท่านหญิงก็เด็กสุดอยู่ดีเพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ จัดเป็นเยาวชนของสังคม) ก้มหน้าลงทันทีไม่กล้าสบสายตาหญิงสาวที่มองมาด้วยสายตาคมกริบ พอเจ้าเอยไล่มองไปหาอีกคนที่อายุพอๆ กับเธอนั้นก็ถูกจ้องกลับมาแบบไม่มีหลบ ไม่รู้สึกผิดสักนิดที่เป็นเหตุให้เธอหลังเกือบหักเพราะรับท่านหญิงจอมซุ่มซ่ามนี่ไม่ทัน 

“…แล้วตกลง ยังจะให้ฉันช่วยเรื่องนั้นอยู่มั้ย?” จากที่เงียบมาสักพักหญิงสาวก็พูดขึ้น 

“จริงหรือ! เจ้าจะช่วยเราจริงๆ ใช่มั้ย!” ท่านหญิงไลย์โพล่งด้วยความดีใจ รีบปรี่เข้ามาจับมือเจ้าเอยเขย่าไปมา หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพยักหน้ารับเบาๆ ท่านหญิงไลย์ร้องเย่ดังลั่นพลางกระโดนโลดเต้นไปมาอยู่ตรงหน้าเธอ และเขย่ามือเธอไปด้วย จะคีบออกก็หาจังหวะไม่ได้สักทีก็เลยปล่อยให้เลยตามเลย ส่วนอัคคียิ้มบาง นัยน์ตาคมกริบเจือไปด้วยคำขอบคุณ 

“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง” หลังจากรอให้ท่านหญิงจอมเซ่อซ่าซุ่มซ่ามนี่กระโดดโลดเต้นหนำใจแล้ว เจ้าเอยก็ถามเป็นการเป็นงานทันที ท่านหญิงไลย์หันไปมองหน้าคนสนิทเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำยังไงต่อ อัคคีกระแอมขึ้นเล็กก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน 

“เจ้าจะต้องไปดินแดนไอยคุปต์กับพวกเรา” 

**************************************************************** 

“องค์ฟาโรห์! เป็นอะไรหรือไม่พะยะค่ะ กระหม่อมต้องขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่ทันระวัง!” เจ้าเอยมองตาพริบๆ กับผู้ชายที่ลงจากม้าแล้วรีบมานั่งลงคุกเข่าข้างหนึ่งแล้วก้มหน้าลงตรงหน้าเธอ แล้วเมื่อเธอมองไปรอบตัวก็ไม่เห็นมีใครที่แต่งตัวเต็มยศบ่งบอกว่าเป็นฟาโรห์ มองเลยไปหาแซค ผู้ชายคนนั้นทำท่าถอนหายใจแล้วมองไปทางอื่น พอเธอเบนหน้ามามองวงแขนแกร่งที่กอดเธอไม่ปล่อยแล้วมองไล่สูงขึ้นไปก็เห็นใบหน้าเข้มจ้องมองชายที่คุกเข่านิ่งไม่พูดอะไรออกมา อย่าบอกนะว่า… 

“น่ะ… นาย ปะ… เป็น…” นิ้วมือสั่นระริกยามชี้ไปที่คนตัวโต นัยน์ตาเข้มตวัดฉับลงมามองแล้วแย้มรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้เธอทรุดหากไม่ได้วงแขนแกร่งประคองไว้แล้วเธออาจจะลงไปกองที่พื้นแล้วก็ได้ หมอนี่! เป็นองค์ฟาโรห์อย่างนั้นเหรอ!! “องค์… ฟา…. โรห์” 

“แค่นี้ถึงกับอ่อนปวกเปียกเลยงั้นหรือ” น้ำเสียงเข้มนั่นคล้ายหยันอยู่ในที เจ้าเอยไม่มีแรงเถียง ยิ่งหมดแรงเพราะคำพูดของชายตรงหน้าที่ย้ำว่าเขาคือใครจริงๆ กอรปกับกำลังน้ำตาตกในว่าตัวเองอาจจะโดนประหารชีวิตก่อนที่จะได้ทำงานเป็นแม่ครัวจริงๆ เพราะเธอก็แพลงฤทธิ์ใส่อิล ไม่สิ องค์ฟาโรห์ออกไปไม่น้อย! 

“เอ่อ…” รอมอิลที่มาใหม่และเป็นเหตุเกือบทำองค์ฟาโรห์รับบาดเจ็บเพราะหยุดม้าไม่ทันมองสลับไปมาระหว่างองค์เหนือหัวของตนกับหญิงสาวร่างเล็กในอ้อมพระกรที่ดูท่าจะเป็นลมเสียให้ได้ “กระหม่อม…” 

“ข้าไม่เป็นอะไร เดี๋ยวตามข้าไปที่ห้องทำงาน” องค์อัลมัลเลสเอ่ยกับองครักษ์มือซ้ายของเขา ก่อนจะมองกลับมายังหญิงสาวที่ยังตกใจหน้าซีดไม่หาย “อัยย์” 

“เอ่อ…” เจ้าเอยเรียกวิญญาณกลับเข้าร่างตัวเองอย่างด่วนแล้วรีบผละออกจากคนตัวโตให้ไว ออกมายืนห่างเกือบสองเมตรแล้วก้มหน้าหงุด ปฎิกิริยานี้เรียกนัยน์ตาขุ่นๆ ขององค์อัลมัลเลสให้เกิดขึ้นแทบทันที เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นแต่เขาไม่ชอบใจเลยที่เจ้าหล่อนยืนห่างและทำท่าราวกับรังเกียจเขาขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังทำตัวกร่างไม่ยอมใครอยู่เลย “ฉัน… เอ๊ย! หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ” 

“ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเลย” น้ำเสียงออกห้วนเล็กน้อย เพราะยังไม่หายขุ่นดี ในขณะที่เจ้าเอยคิดไปอีกอย่างว่าองค์ฟาโรห์คงโกรธที่เธอทำตนเสมอใส่ ก็ใครมันจะไปรู้เล่าว่าเป็นฟาโรห์ รัศมีไม่เห็นจับเลย มาโทษเธอไม่ได้นะบอกเลย “ตามข้ามา” เขาสั่งอีกครั้ง ปรายตามองอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินไป แซคเดินตามองค์เหนือหัวไปติดๆ ตามด้วยรอมอิลที่หันมายิ้มนิดๆ ให้หญิงสาวร่างเล็ก เจ้าเอยมองตามด้วยสีหน้าคิดไม่ตก พอหันมาทางคณะเสบียงคนพวกนั้นก็ได้แต่ยิ้มจืดๆ มาให้ก่อนจะไปทำกิจของตนเองต่อ ส่วนเธอก็คงต้องรับชะตากรรมต่อไป แต่เธอไม่อยากเป็นแม่ครัวอะไรนั่นนี่นา 

“อัยย์ ทำไมเจ้ายังไม่เดินมาอีก” แซคเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก เจ้าเอยสะดุ้งโหยง แยกเขี้ยวขวับไปให้กับคนที่ตั้งป้อมไม่ชอบเธอตั้งแต่แรก แล้วพอสายตาเหลือบไปเห็นคนที่นำหน้าเขาเธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกแล้วเดินคอตกตามไป แต่มาคิดดูอีกทีเธอก็หนีได้นี่หว่าแล้วให้ท่านอัคคีช่วยเธออีกทีโดยการลบความทรงจำ! อ่ะฮ้า! ทำไมแกฉลาดอย่างนี้นะเจ้าเอย! ประตูทางออกก็มีแค่ทหารไม่กี่คน จากตรงนี้ไปก็น่าจะวิ่งออกทันไปปะปนกับพวกชาวบ้านที่อยู่ด้านนอก คิดได้แบบนี้ก็รีบเผ่นเถอะจ้ะ! 

“เฮ้ย!”  

“โอ๊ย!!” เจ้าเอยร้องด้วยความขัดใจสุดขีดที่รอมอิลดันหันมาเห็นจังหวะที่เธอกำลังเผ่นพอดี ทั้งแซคและองค์ฟาโรห์ก็หันมามองเธอเป็นตาเดียว นั่นยิ่งทำให้เธอวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต! 

“อัยย์! นี่เจ้ากล้ามาก!” องค์อัลมัลเลสกัดฟันกรอด คาดโทษคนตัวเล็กที่กล้าวิ่งหนีเขาไว้ในใจเรียบร้อย จับได้เมื่อไหร่ยายตัวเล็กตายแน่! 

“ทหาร! ไปจับ…” 

“ไม่ต้อง! ข้าจัดการเอง!” เสียงที่ทรงอำนาจหยุดทุกการเคลื่อนไหวแม้กระทั่งคนที่กำลังวิ่งหนี เจ้าเอยหยุดกึกด้วยความไม่เข้าใจว่าตัวเองจะหยุดวิ่งทำไม และยิ่งหันไปมองดวงตาหวานก็เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าองค์ฟาโรห์นั่นสวมวิญญาณนักวิ่งทีมชาติมาหาเธอ 

“ตายแล้ว!” เจ้าเอยตาเหลือกรีบวิ่งต่อทันที 

“ปิดประตูวัง!” 

“เฮ้ย! ขี้โกงนี่!!” เสียงหวานแสดงความไม่พอใจชัด ต้องรีบเบรคตัวโกงก่อนที่ร่างทั้งร่างจะชนประตูวังจนดั้งหัก... 

************************************************************* 

ฝากติดตามเรื่องนี้ด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้กันด้วยดารคอมเม้นต์- ติ- ชม ได้นะคะ ><  

# ชื่อตอน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
  • 1
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น