(เรื่องสั้น)...เด็กน่ารำคาญ กับนายทหารขี้โมโห

ชื่อเรื่อง : (เรื่องสั้น)...เด็กน่ารำคาญ กับนายทหารขี้โมโห

คำค้น : น่ารำคาญ โมโห โกรธ ทหาร พี่ฉลาม ปลาวาฬ

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

จำนวนตอน : 0

คนเข้าชมเดือนนี้ : 0

คนเข้าชมทั้งหมด : 712

คะแนนถูกใจทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 00:49 น.

ยอดสนับสนุนเรื่อง
× 0
× 0
× 0
× 11
แชร์ :
บทนำ

นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่ง ไม่มีสิ่งใดเป็นเรื่องจริง ทั้งชื่อตัวละครและสถานที่ ล้วนแต่เป็นสิ่งสมมุติขึ้นทั้งหมด! 

** โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ** 

ภาพจาก.Google 

 

กัปตัน ฉลาม หรือ เจนรบ ฐาณเศวต (อ่านว่า เจน-รบ , ฐา-นะ-สะ-เวต) ฉายา ฉลามดำ 

เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ ที่ถูกส่งมาปฏิบัติงานเขตชายแดนอรัญประเทศ เนื่องจากมีการลักลอบขนส่งยาเสพติดจำนวนหลายร้อยตันจากฝั่งพม่ามายังฝั่งไทย จึงทำให้ต้องอยู่ปฏิบัติงานยาวนาน และนั่นก็ทำให้กัปตันเจอกับเด็กแสบที่ชอบตามตื๊อและกวนใจอย่างที่สุด 

 

 

 

 

ปลาวาฬ หรือ นานนท์ โสภา ฉายา เด็กน่ารำคาญ 

เป็นลูกชาวบ้านที่มีที่พักอาศัยตั้งอยู่ใกล้กับกองกำลังของฉลาม แอบรักฉลามตั้งแต่แรกเจอ จึงคอยส่งข้าวส่งน้ำ และคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆฉลาม ทำให้ถูกฉลามดุด่าหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยฟัง 

ปลาวาฬ "ก็คนมันรัก ทำไงได้" 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าที่แสนสดใสของกองกำลังทหาร ที่หลังจากบุกจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดได้จำนวนหนึ่งเมื่อเย็นวาน วันนี้ทหารทุกนายจึงต้องทำรายงานการจับกุมส่งให้ผู้บังคับบัญชา จึงได้มีโอกาสพักเหนื่อยเล็กน้อย 

"พี่ฉลามจ๋าาาาาาาาาาา" 

เมื่อกี้ว่าไงนะ เช้าที่แสนสดใสเหรอ เหอะ! ถอนคำพูดซะ เพราะมันไม่สดใสอีกต่อไป... 

"พี่ฉลามจ๋า ปลาวาฬ เอาต้มยำมาห้ายยยย" 

"ใครให้เข้ามาในห้องนี้" 

เสียงเข้มเอ่ยตำหนิเจ้าปลาตัวเล็กที่เปิดประตูพรวดพลาดเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของเขา 

"ไม่มีจ้ะ แต่ปลาวาฬถามพี่ทหารข้างล่างเขาบอกว่าพี่ยังไม่ได้กินข้าว ปลาวาฬเลยเอามาให้" 

ฉลามทำหน้าเมื่อย เมื่อเจ้าปลาตอบไม่ค่อยเข้ารูปประโยคคำถาม มันน่ารำคาญจริงๆ ถามว่าใครให้เข้าก็ตอบนอกประเด็นไปอีก 

"ยังไม่หิว" 

"กินเถอะน้าพี่ฉลามที่รัก ปลาวาฬทำเองเลยน้า" 

เจ้าปลาก็ยังไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเหน็บแนม แถมมือเล็กก็ยังจัดปิ่นโตให้ฉลามดุไม่เลิก 

"ก็บอกว่าไม่หิวไง ทำไมพูดไม่ฟัง ดื้อ!" 

"ก็พี่ฉลามยังไม่ได้กินข้าวนี่" 

"ก็ฉันบอกว่าไม่หิว จะเซ้าซี้อะไรนักหนาห๊ะ!!! ไปเลย กลับบ้านไป!!! 

เสียงเข้มตวาดไล่เจ้าปลาให้สะดุ้งตกใจ ดวงตาคมจ้องเขม็งอย่างมีอารมณ์โกรธ ทำให้เจ้าปลาก้มหน้างุด แล้วค่อยๆถอยหลังเดินออกไปจากห้องพักของฉลามดำ 

"ทำไมต้องดุด้วย" 

เสียงเล็กพึมพำบ่น แต่ก็ไม่รอดพ้นรัศมีหูอันฉับไวของฉลามไปได้ แต่ถึงกระนั้น ฉลามก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร ได้แต่นั่งจ้องเจ้าปลาเล็กอยู่เฉยๆ 

 

 

 

"โดนดุอีกแล้วล่ะสิ" 

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเจ้าปลา ขณะกำลังจะปั่นจักรยานคันเก่งกลับบ้าน 

"พี่ฮอลล์ " 

"ว่าไงเรา มาทุกวัน ไม่เบื่อเหรอ" 

"ไม่ฮะ แต่ว่าโดนพี่ฉลามดุ" 

เสียงเล็กบอกเบาๆกับพี่ทหารที่รู้จัก 

"เราก็อย่าไปกวนใจพี่เขาสิ" 

"ปลาวาฬเปล่ากวนนะ ปลาวาฬแค่เอากับข้าวมาให้" 

"โอเคๆ งั้นวันหลังก็ดูอารมณ์พี่เขาหน่อยแล้วกัน ไปๆกลับบ้านเดี๋ยวแม่ตีนะ" 

"ฮื่ออ แม่ไม่ตีปลาวาฬแล้ว" 

"5555 ไม่ตีก็ไม่ตี" 

"ว่างมากหรือไง ทหารฮอลล์" 

เสียงเข้มชวนขนลุกดังขึ้นจากหน้าประตูห้องพักของกัปตันฉลาม ทำให้นายทหารและเด็กจอมกวนวิ่งกันคนละทิศละทาง โดยปลาวาฬนั้นรีบจนไม่คิดปั่นจักรยานจึงใช้วิธีเข็นหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนทหารฮอลล์หันกลับมาทำความเคารพหัวหน้าหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งแจ้นหายไปแถวเรือนพักแพทย์ซึ่งเป็นที่พักของนายแพทย์หน้าหวานคนหนึ่ง 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันถัดมา 

1 2 1 2 1 2 เสียงนายทหารหลายสิบนายวิ่งออกกำลังกายยามเช้า หนึ่งในนั้นคือกัปตันฉลาม และทหารทุกนายนั้น ถอดเสื้อ!! 

โอ๊ยยย ใจน้อยๆของปลาวาฬ ดูกล้ามแขนพี่ฉลามสิ รอยสักสุดเทห์ที่หน้าอกซ้ายนั่นอีก ดูช่วงไหล่พี่ฉลามสิ ดะ ดะ ดูกล้ามหน้าท้องพี่ฉลามสิ กรี๊ดดด เพอร์เฟคมาก นี่แหละพ่อของลูก 

"จะจ้องฉันอีกนานมั้ย" 

"อุ่ย แหะๆ พี่ฉลาม มะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่" 

ปลาวาฬมัวแต่สนใจกล้ามพี่ฉลามจึงไม่รู้ตัวว่าฉลามนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าตัวหลายนาทีแล้ว 

"ตั้งแต่ที่เธอจ้องแขนฉัน" 

"อะ เอ่ออ ถึงว่า ชัดแจ๋วเลย ฮี่" 

"อย่ามารบกวนการฝึกซ้อมพวกฉัน จะไปไหนก็ไป" 

"ไปก็ได้ แต่ตอนกลางวันพี่ฉลามรอกินข้าวของปลาวาฬด้วยนะ" 

"ไม่ล่ะ ไม่ต้องเอามาไม่กิน" 

ว่าจบก็เดินไปฝึกซ้อมต่อ ทิ้งให้ปลาวาฬยืนมองแผ่นหลังกว้างอยู่ที่เดิม บางทีปลาวาฬก็รู้สึกท้อนะ สามเดือนที่ผ่านมาไม่มีทีท่าว่าจะชนะใจพี่ฉลามได้เลย 

 

 

 

 

แล้วกลางวันที่เจ้าปลารอคอยก็มาถึง เท้าเล็กปั่นจักรยานไปตามทางที่คุ้นชิน เพื่อนำเอาข้าวแสนอร่อยไปให้หวานใจ แหะๆ คิดแล้วเขินเน้อะ เหมือนภรรยามาส่งข้าวให้สามีเลย คิดไปก็ยิ้มกับตัวเองไป จนมาถึงค่ายชั่วคราวของทหาร เมื่อจอดจักรยานเรียบร้อย เจ้าปลาก็ถือปิ่นโตอย่างระมัดระวัง เดินไปหาพี่ฉลามที่ห้องส่วนตัว 

ก็อก ก็อก ก็อก 

"เข้ามา" 

เสียงเข้มที่นั่งดูเอกสารที่ผู้บังคับบัญชาส่งมาให้เอ่ยออกไปเพราะคิดว่าเป็นทหารฮอลล์มารายงานสถานการณ์จึงให้เข้ามาได้ 

"จ๊ะเอ๋ พี่ฉลามจ๋า" 

"มาทำไมอีก" 

"ปลาวาฬเอาข้าวมาให้จ้ะ" 

เจ้าปลาส่งยิ้มหวานให้ ก่อนจะเริ่มจัดปิ่นโตทันที 

"ฉันบอกบอกว่าไม่ต้องเอามาไง ฉันไม่กิน" 

"แต่พี่ฉลามจะหิวนะ" 

"ฉันเป็นทหาร แค่อดข้าวมื้อเดียวฉันไม่ตายหรอกนะ" 

"แต่..." 

"กลับไปได้แล้ว ฉันจะทำงานต่อ" 

"จ้ะ" 

วันนี้ก็เหมือนทุกๆวันที่ปลาวาฬโดนไล่ให้กลับบ้าน แต่ปลาวาฬชินแล้ว ก็โดนไล่แบบนี้มาตั้งสามเดือนกว่า แค่นี้ปลาวาฬทนได้ 

 

 

 

 

 

 

ชีวิตทหารแบบผมก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ วันๆก็ฝึกลูกน้อง ดูเอกสารที่ผู้บังคับบัญชาส่งมา ลงลาดตะเวน หรือไปบุกจับแก๊งค้ายา วนเวียนอยู่แบบนี้ จนผมได้มาปฏิบัติงานที่อรัญประเทศนี่แหละ ทำให้ชีวิตผมไม่สงบสุขอีกต่อไป จะอะไรสะอีกสาเหตุก็มาจากเด็กปลาวาฬน่ะสิ ชอบมาคอยวนเวียนใกล้ๆ ไล่ไปไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวก็กลับมาอีก ไม่เคยเข็ดหลาบ ดื้อสุดๆ คอยดูเถอะซักวันจะโดนผมหวดด้วยไม้เรียว! 

 

 

 

 

 

 

 

 

2 เดือนต่อมา 

"ไม่กิน แล้วเธอก็กลับไปได้แล้ว" 

"วันนี้ปลาวาฬไม่ได้เอากับข้าวมาแล้วนะ แต่ปลาวาฬเอาขนมมาแทน ฮี่ๆ " 

"จะอะไรฉันก็ไม่กิน" 

พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ปลาวาฬมองห่อขนมในมืออย่างเหม่อลอย ใจดวงน้อยเหี่ยวเฉาลงเรื่อยๆ ปลาวาฬคาดว่าอีกไม่นานมันก็จะแห้งตายไปเอง 

 

 

"พี่ฮอลล์ๆ กัปตันเป็นอะไรอะพี่ ทำไมดูหน้าเครียดขนาดนั้น" 

ทหารลูกน้องเอ่ยถามรุ่นพี่เมื่อเห็นหน้าตาหล่อเหลาของกัปตันหน่วย คิ้วขมวดขึงหน้าบึ้งตึง 

"คงทะเลาะกับปลาวาฬมาอีกล่ะมั้ง พวกเอ็งก็รู้ว่าปลาวาฬมาทีไรกัปตันหงุดหงิดทุกที" 

เป็นทหารนายอื่นที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างกันเอ่ยขึ้น 

"เออ พอๆ กินข้าวๆ เดี๋ยวกัปตันได้ยิน จะได้กินคอมแบตท์แทน" 

ทหารฮอลล์เอ่ยบอกรุ่นน้อง ทุกคนจึงเปลี่ยนเรื่องคุยและนั่งกินข้าวกันต่อ 

 

 

 

 

 

 

 

"เอ่อ ฉันขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ พอดีโต๊ะอื่นเต็มแล้วค่ะ" 

"อ่อ เชิญครับหมอแพรว" 

"ขอบคุณค่ะ" 

"วันนี้คุณฉลามว่างเหรอคะ ถึงมาทานข้าวที่โรงอาหารได้" 

"นิดหน่อยครับ เคลียร์เอกสารได้บางส่วนแล้ว" 

"เหนื่อยหน้าดูเลยนะคะงานนี้" 

"ครับ" 

"เอ่อ คือ คุณฉลามคะ คือ ว่า..." 

"มีอะไรหรือเปล่าครับ" 

"คือว่า คุณฉลามช่วยฉันทานมะเขือหน่อยได้ไหมคะ พอดีว่าฉันไม่ค่อยชอบน่ะค่ะ" 

"อ่าา ได้ครับ" 

"ขอบคุณมากนะคะ" 

กัปตับและหมอแพรวนั่งคุยกันทานข้าวโต๊ะเดียวกัน แถมหมอแพรวยังตักอาหารให้กัปตันอีก ทำให้นายทหารคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในโรงอาหารและบริเวนโรงอาหารต่างมองและซุบซิบกับไปต่างๆนานาๆ โดยเฉพาะปลาวาฬที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างดี และยังเห็นสีหน้าแววตาของพี่ฉลามว่าไม่เหมือนที่มองตนเองเลย สายตาที่พี่ฉลามมองปลาวาฬนั้นเต็มไปด้วยความรำคาญ ผิดกับสายตาที่ใช้มองคุณหมอคนสวยคนนั้น พอได้หรือยังปลาวาฬ เจ็บแค่นี้พอแล้วหรือยัง คงถึงเวลาที่จะหยุดแล้วสินะ สองมือน้อยกำแฮนด์รถจักรยานแน่นแล้วค่อยๆจูงเดินห่างออกไปจากหน้าที่พักของพี่ฉลาม 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา 

เห้อออ ไม่เข็ดสินะ ปลาวาฬบ่นพึมพำกับตัวเองในขณะที่สองมือถือต้มจืดวุ้นเส้น สองเท้าเล็กก็ก้าวเดินไม่หยุดไปยังที่พักของพี่ฉลามอย่างคุ้นชิน 

ก็อก ก็อก ก็อก  

เงียบ ไม่มีเสียงตอบกับมาจากด้านใน ปลาวาฬเลยถือโอกาสผลักประตูแล้วชะโงกหน้าเข้าไปส่องดูด้านใน 

"อ้าว พี่ฉลามไม่อยู่เหรอ ไปไหนกันนะ" 

มือเล็กวางถุงกับข้าวไว้บนโต๊ะที่มีเอกสารของพี่ฉลามวางอยู่ แล้วเดินไปหยิบถ้วยใบใหญ่มาใส่ต้มจืดที่ปลาวาฬอุตส่าตั้งใจทำสุดฝีมือเพื่อนำมาให้พี่ฉลามกิน 

"จะทำอะไร" 

"เห๊ย!" 

เป็นฉลามที่ร้องทักขึ้นเพราะระหว่างที่เดินกลับจากสั่งงานลูกน้อง สังเกตุเห็นประตูห้องตนเองเปิดอยู่เมื่อมองเห็นรถจักรยานจึงรู้ทันทีว่าเป็นใคร 

"นี่เธอทำอะไร เห็นมั้ยว่างานของฉันเสียหาย!!" 

"เอ่อ คือ ปลาวาฬขอโท-..." 

เสียงดังที่ทักขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ปลาวาฬตกใจ จนทำให้เทต้มจืดพลาดไปบนกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ 

"ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามายุ่งวุ่นวาย ไปเลยนะ ออกไปเลย!!" 

"เดี๋ยวปลาวาฬช่วยเช็-.." 

"ไม่ออกใช่มั้ย ได้!!" 

 

หมับ 

"โอ๊ย ปลาวาฬเจ็บ พี่ฉลาม" 

มือใหญ่คว้าจับที่ต้นแขนเล็กอย่างแรงแล้วลากปลาวาฬออกไปด้านนอก 

 

พลั่ก~ 

"โอ๊ย" 

กัปตันพลักปลาวาฬอย่างแรงจนเจ้าปลาทรงตัวไม่อยู่ จึงล้มลงกับพื้นดินที่ปะปนไปด้วยเศษไม้และหินก้อนเล็ก ทำให้หัวเข่า ข้อศอก และฝ่ามือ ของปลาวาฬ มีแผลใหญ่ โดยเฉพาะหัวเข่านั้นเป็นแผลลึกเพราะถูกหินแหลมๆแทงเข้าไป 

เสียงของการทะเลาะกันของสองคนดังลั่นทำให้ทหารที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองกันเยอะ บ้างก็ว่า ปลาวาฬซวยแน่ๆ ที่ทำให้กัปตันโมโห 

 

"ฮึก" 

"กลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้า แค่มาทุกวันฉันก็รำคาญจะแย่อยู่แล้ว ออกไปให้พ้น!!!" 

"ปลาวาฬขอโทษนะจ้ะพี่ฉลาม ปลาวาฬไม่ได้ตั้งใจ ฮื่อออ" 

เอ่ยจบเจ้าปลาก็ค่อยๆทรงตัวลุกขึ้น เดินจูงจักรยานแล้วเดินกระเผลกออกไปให้ไกลจากพี่ฉลาม ปลาวาฬไม่อยากให้พี่ฉลามไล่ปลาวาฬอีก 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กับตันเดินหัวเสียเข้ามาในห้องส่วนตัว ยืนมองภาพที่กองงานถูกราดไปด้วยต้มจืดแล้วยกมือกุมขมับ  

"ขออนุญาตครับกัปตัน" 

"มีอะไร" 

"เดี๋ยวผมช่วยทำความสะอาดให้ครับ" 

เป็นทหารฮอลล์ ที่อาสาเข้ามา เพราะในเวลานี้ทหารทุกคนต่างรู้กันดีว่าไม่มีใครเข้าหน้ากัปตันติดแน่นอน 

"ขอบใจ ฝากด้วยแล้วกัน" 

"เดี๋ยวครับกัปตัน" 

"..." 

"คือ งานที่เสียหาย กัปตันให้ผมสำรองข้อมูลไว้แล้วนี่ครับ" 

"ว่าไงนะ!" 

"งานที่เสียหายน่ะครับ ผมมีเก็บสำรองไว้อีกชุดนึงครับ อยู่ในไดรฟ์สำรองข้อมูล" 

"ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้ วิดพื้น 30 ครั้ง ปฏิบัติ!!!" 

"แต่กัปตันครับ! ผมไม่ดะ-..." 

"40 ครั้ง" 

" 1 2 3..." 

ผมผิดอะไรครับกัปตัน ฮอลล์อยากจะถามแต่ก็กลัวจะโดนอีก 40! เห้ออ ฮอลล์หนอฮอลล์ 

 

 

 

 

 

ตึก ตึก ตึก  

เสียงคอมแบตท์หนัก ก้าวเร็วๆไปตามทางเดินที่ชาวบ้านใช้สัญจร รวมไปถึงเด็กปลาวาฬ และสาเหตุที่ฉลามมาเดินเตร่แถวนี้ก็เพราะเด็กปลาวาฬอีกเช่นกัน 

กึก. 

เท้าใหญ่หยุดเดินเมื่อข้างหน้าที่มองเห็นคือจักรยานคันคุ้นตาถูกทิ้งให้นอนอยู่ข้างทาง 

"แล้วเจ้าของไปไหน" 

เสียงเข้มบ่นพึมพำคนเดียวพลางสอดสายตามองไปรอบ 

"ฮึก ฮึก" 

พลันหูก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมาจากข้างหลังต้นไม้ เท้าใหญ่ไม่รอช้าก้าวเดินไปยังต้นเสียงทันที และสิ่งที่เห็นก็ทำให้กัปตันหนุ่มถึงกับจุกในลำคอ เมื่อปลาวาฬกำลังใช้ชายเสื้อปิดแผลที่หัวเข่าไว้จนชายเสื้อชุ่มไปหมด ประเมินด้วยสายตาก็รู้ทันทีว่าเลือดไหลไม่หยุด! 

ไวกว่าความคิด กัปตันหนุ่มก็สอดแขนใต้ข้อเข่าช้อนตัวปลาวาฬขึ้นอุ้มแล้วเดินจ้ำกลับค่ายชั่วคราวทันที 

 

"ฮึก ฮื่ออ อ๊ะ!" 

ปลาวาฬตกใจมากที่จู่ๆก็ถูกอุ้มขึ้น แต่พอรู้ว่าใครอุ้มก็ยิ่งปล่อยน้ำตาให้ไหล ถึงกระนั้นก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากปลาวาฬ นอกจากเสียงร้องไห้ ที่ทำให้กัปตันหนุ่มรู้สึกแน่นในอกมากขึ้น 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเดินมาถึงหน้าค่ายชั่วคราว ทหารฮอลล์ก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความตกใจ ทหารนายอื่นก็เช่นกัน ที่เห็นกัปตันอุ้มปลาวาฬในสภาพโชกเลือดเข้ามาในค่าย 

"ตามหมอมาที" 

กัปตันหนุ่มบอกลูกน้องคนหนึ่งให้รีบไปตามหมอ มาโดยเร็ว แล้วตัวเองก็อุ้มเจ้าปลาเข้าไปในห้องพักของตนเอง โดยให้เจ้าปลานั่งอยู่บนตัก พร้อมหยิบผ้าสะอาดมากดแผลห้ามเลือดไว้ นั่นทำให้ปลาวาฬส่งเสียงร้องมากขึ้น 

"เจ๊บบบ ฮื่ออออออ" 

"ชู่ อย่าดิ้น ห้ามเลือดไว้ก่อน" 

"ฮื่ออออ" 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมอมาถึงก็รีบล้างแผลทันที ปลาวาฬที่นั่งอยู่บนตักพี่ฉลามก็เริ่มดิ้นแรงขึ้นเพราะเจ็บแผลเป็นอย่างมาก จึงทำให้ฉลามต้องกอดเจ้าปลาไว้แน่นขึ้น  

"ฮื่ออ ปลาวาฬจะหาแม่ ปล่อยปลาวาฬ ปลาวาฬเจ็บ ฮึกฮื่ออออ" 

"เอ่อ กัปตันครับ" 

"ครับหมอ" 

"คือแผลที่หัวเข่าน้อง มันต้องเย็บนะครับ เพราะแผลกว้างมาก" 

"เย็บเลยครับ" 

"แต่ว่าน้องจะดิ้นนะครับ" 

"ไม่! ปลาวาฬไม่เย็บแผล อย่าทำปลาวาฬ ฮื่ออออ" 

"หมอทำเถอะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง" 

 

 

 

 

กัปตันหนุ่มอุ้มเจ้าปลาขึ้นไปที่เตียงนอนของตนเอง แล้วให้เจ้าปลานั่งอยู่ที่หว่างขา ในท่านั่งเหยียดยาวพิงหัวเตียง พอจัดท่านั่งที่เหมาะสมได้ ก็ยกขาแข็งแรงของตนเองมาพาดทับขาเล็กไว้ทำให้เจ้าปลาขยับขาไม่ได้เลย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จึงส่งสัญญานให้หมอลงมือได้ มือใหญ่ของกัปตันก็ยกขึ้นมาปิดตาเจ้าปลาเอาไว้ เมื่อหมอเริ่มทำการเย็บแผลที่หัวเข่า 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลับไปแล้วเจ้าปลา คงร้องไห้จนเหนื่อยสินะ กว่าจะหมดฤทธิ์ได้ ทำเอาทุกคนหูชากันไปเลย ก็เล่นร้องไห้ดังลั่นค่ายขนาดนั้น  

 

"ช่วงนี้ต้องเช็ดตัวให้น้องนะครับ เพราะอาบน้ำไม่ได้จนกว่าจะกว่าจะตัดไหม" 

"ครับ" 

เมื่อหมอกลับที่พักไป กัปตันขี้โมโหก็เดินไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เจ้าปลา ที่ตอนนี้สิ้นฤิทธิ์นอนหลับไปพร้อมคราบน้ำตา มือใหญ่ยกขึ้นแล้วค่อยๆวางลงไปบนหัวเล็กอย่างเบามือ เพิ่งรู้วันนี้ว่าเจ้าปลาตัวเล็กมากขนาดไหน เพราะมือของเขาจับหัวเจ้าปลาได้ทั้งหัวเลยทีเดียว 

"ขอโทษ" 

กัปตันหนุ่มเอ่ยแผ่วเบากับเจ้าปลาที่หลับและคงไม่รับรู้ถึงน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนที่ตนเองแอบชอบ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รุ่งเช้าเจ้าปลาตื่นมาด้วยอาการระบมแผลเล็กน้อย และยังคงเดินไม่ได้ เพราะแผลนั้นอยู่ที่หัวเข่าจึงทำให้งอขาไม่ได้ 

"เจ็บบ~" 

"อ้าว ปลาวาฬ ตื่นแล้วเหรอ พี่เอาข้าวมาให้น่ะ" 

"ปลาวาฬอยากกลับบ้าน" 

"แต่ปลาวาฬยังเดินไม่ได้นะ" 

"พี่ฮอลล์ไปบอกแม่มารับปลาวาฬหน่อย" 

"เห้ออ งั้นเดี๋ยวพี่ไปบอกกัปตันก่อนนะ" 

"เดี๋ยวฉันไปส่งเอง" 

เสียงเข้มดังขึ้นที่หน้าประตูทำให้ทหารฮอลล์ลุกขึ้นทำความเคารพ 

"พี่ฮอลล์ไปส่งปลาวาฬหน่อย" 

"อ๊ะ!" 

ปลาวาฬร้องขึ้นเมื่ออ้อมแกร่งช้อนตัวขึ้นอุ้มจึงทำให้ปลาวาฬต้องโอบรอบคอกัปตันทันที 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บนรถจิ๊บที่กัปตันหนุ่มใช้เป็นพาหนะ เงียบกริบ ไม่มีเสียงเจือยแจ้วของคนช่างพูดอย่างเจ้าปลา เจ้าปลาทำเพียงมองต้นไม้ข้างทางตลอดทางที่รถขับผ่าน และไม่ได้หันมามองกัปตันหนุ่มที่คอยเหลือบมองเลยสักครั้ง นั่นจึงทำให้กัปตันรู้สึกแปลกๆไปเล็กน้อย 

ปลาวาฬปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่นิดเดียวจนถึงบ้าน มีแค่เพียงแม่ของเจ้าปลาที่ขอบคุณกัปตันจนนับไม่ถ้วน ด้วยความเป็นห่วงลูกชายตัวเล็กที่หายออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อวาน แต่พอแม่เจ้าปลาสอบถาม กัปตันหนุ่มกำลังจะสารภาพความจริงและขอโทษกับแม่เจ้าปลา เจ้าปลาก็พูดแทรกขึ้นมาว่า  

//ปลาวาฬรถล้มฮะ แล้วคุณกัปตัน ก็มาช่วยไว้// 

นั่นเองทำให้กัปตันฉลามรู้สึกยุบยิบในใจ 'คุณกัปตัน' งั้นเหรอ ทำไมถึงไม่ชินกับสรรพนามใหม่ของเด็กปลาวาฬกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2 อาทิตย์ต่อมา

 

"พวกเอ็งว่า กัปตันแปลกไปมั้ยวะ" ทหารที่ 1

"แปลกยังไงวะ" ทหารที่ 2

"ก็เอ็งไม่เห็นเหรอ กัปตันน่ะ ชอบยืนมองทางเข้าหน้าค่ายทุกวันเลยน่ะสิ" ทหารที่ 1

"เออ ก็จริงของเอ็ง แต่ข้าได้ยินมาจากแม่ครัวนะ ว่ากับตันกินข้าวไม่เคยหมดจานเหมือนเมื่อก่อนด้วย" ทหารที่ 2

"จริงเหรอวะ หรือว่ากัปตันจะไม่สบายวะ" ทหารที่ 1

"ไม่รู้ว่ะ ข้าว่าต้องไปถามพี่ฮอลล์" ทหารที่ 2

บทสนทนาของทหารที่จับกลุ่มคุยกัน พร้อมกับมองไปทางกัปตันที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้หน้าค่าย ทหารที่เหลือก็ส่งสัญญาณให้กันเพื่อสังเกตุอาการของกัปตันผู้เป็นเจ้านายตน ที่เดินวนไปมาแถวทางเข้าหน้าค่าย

 

สองอาทิตย์แล้วที่เจ้าปลานั่นหายไป ผมคงโดนเกลียดแล้วสินะ หลังจากที่ทำให้เจ้าปลาเลือดตกยางออกผมก็มาคิดทบทวนกับตัวเอง ถึงผมจะบอกรำคาญเจ้าปลานั่น แต่พอผมดุเข้าหน่อย เจ้าปลาก็มักจะรีบหนีกลับบ้านทุกครั้ง ไม่เคยมาตามผมแจ และไม่เคยมาเกาะติด ถึงเจ้าปลาจะมาทุกวันจนผมบ่นด่าแรงๆ แต่เจ้าปลาก็แค่เอาข้าวมาให้แค่นั้น วันนึงก็สามเวลาเลย เช้า กลางวัน เย็น เด็กนั่นมาทุกเวลาจริงๆ ผมได้แต่ฝืนยิ้มเพราะครั้งนี้ผมทำรุนแรงไปจริงๆ ตอนนี้ภารกิจผมเสร็จแล้ว และวันพรุ่งนี้ผมต้องเดินทางกลับไปรายงานตัวที่กรุงเทพฯต่อผู้บังคับบัญชา ผมจะไปหาเจ้าปลานั่นดีมั้ย ผมยังไม่ได้ขอโทษเจ้าเด็กนั่นเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รุ่งเช้า

 

"เก็บของทุกอย่างเรียบร้อยครับกัปตัน พร้อมออกเดินทางครับ"

"อืม งั้นไปกันเลย"

"ครับ!!"

 

 

 

 

 

รถบรรทุกของทหารเดินทางออกจากค่าย กัปตันหนุ่มที่นั่งอยู่เบาะท้ายสุดของรถ หันมองไปยังค่ายครั้งสุดท้าย พร้อมความรู้สึกหน่วงในใจ

 

'ไม่มาจริงๆด้วยสินะ ฉันขอโทษจริงๆที่ไม่มีโอกาสได้บอกขอโทษเธอจากปากของฉัน ลาก่อน เจ้าเด็กน่ารำคาญ' 

 

พลันสายตาก็เห็นใครคนหนึ่งแอบอยู่ที่หลังต้นไม้ใหญ่ ตาคมดุจเหยี่ยวของกัปตันรู้ได้ทันทีว่านั่นคือใครจึงสั่งหยุดรถทันที

"หยุดรถ!!!"

 

 

 

 

 

 

ที่ปลาวาฬมาแอบมองพี่ฉลามอยู่หลังต้นไม้นี่ ทุกคนอย่าคิดว่าปลาวาฬเป็นผู้ร้ายล่ะ แต่เพราะปลาวาฬไม่กล้าเข้าไปหาพี่ฉลามเพราะกลัวถูกดุอีกน่ะสิ ถึงได้แอบยืนส่งพี่ฉลามกลับกรุงเทพฯอยู่หลังต้นไม้นี่ ที่จริงปลาวาฬรู้ว่าพี่ฉลามจะกลับกรุงเทพฯ จากลุงผู้ใหญ่ เพราะพี่ฮอลล์มาหาผู้ใหญ่ที่บ้านแล้วบังเอิญเจอกันพอดี นี่ก็กะจะไม่มาแล้วด้วย จะงอนพี่ฉลามที่ขนาดจะกลับแล้วก็ยังไม่มาบอกลากันสักนิด ใช่สินะ ก็ปลาวาฬมันเป็นเด็กน่ารำคาญนี่

 

"ปลาวาฬ ออกมา"

เห้ย รู้ได้ไง เห็นได้ไง แล้วใครจะกล้าออกไปล่ะ ตั้งแต่ที่ปลาวาฬมาคอยวนเวียนที่ค่ายทหาร พี่ฉลามยังไม่เคยเรียกชื่อของปลาวาฬเลยสักครั้ง เอายังไงดีปลาวาฬ ออกไปดีมั้ย ถ้าออกไปจะโดนดุอีกรึเปล่านะ

"คือ ว่า ปลาวาฬจะรีบกลับเดี๋ยวนี้เลยจ้ะ"

ว่าแล้วก็หันหลังเตรียมกลับบ้าน เพราะพี่ฉลามลงจากรถเดินหน้านิ่งมาหา ใครจะอยากอยู่ต่อ

"เดี๋ยวก่อน"

"พี่ฉลามมีอะไรเหรอ"

"พี่ จะกลับแล้ว"

"เออะ เอ่ออ จ้ะ งั้นพี่ก็รีบขึ้นรถสิจ้ะ เขารอนานแล้ว"

"พี่ขอโทษ"

"ห๊ะ! อ่ะ ขะ ขอโทษอะไรจ๊ะ"

"ที่พี่พลักวันนั้น เจ็บมั้ย แล้วแผลหายดีหรือยัง"

"ฮึก ฮึก"

"ร้องทำไม เจ็บแผลเหรอ"

"..."

"ปลาวาฬเป็นอะไรบอกพี่"

"ฮึก เปล่า ปลาวาฬแค่ดีใจที่พี่ฉลามไม่ดุปลาวาฬ"

เกิดอาการแน่นหน้าอกกระทันสำหรับคำพูดของปลาวาฬ มันกระแทกใจอย่างรุนแรง ที่ผ่านมา เจ้าปลาที่ตัวแต่นี้ทนได้ยังไงกัน โดนดุโดนว่ามาห้าเดือนเต็มเลยนะ

 

หมับ อึก~

 

"เฮ้.............!!"

เหล่านายทหารที่นั่งสังเกตุการณ์บนรถถึงกับเฮลั่น เมื่อเห็นกัปตันหนุ่มขี้โมโห คว้าตัวเจ้าปลาเข้ามากอดไว้ กัปตันหนุ่มจึงเหล่มองและชี้นิ้วไปที่เหล่าทหารที่บังอาจมาโห่แซวเขา ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลงเพราะไม่อยากโดนลงโทษก่อนกลับกรุงเทพฯ แต่ก็ยังไม่วายแอบกระซิบกระซาบกันอยู่บนรถ

 

 

 

"พี่ขอโทษ ที่เคยดุปลาวาฬ หายโกรธพี่นะครับ"

ตู้มมมมมม!!! เสียงหัวใจปลาวาฬเองจ้ะทุกคน เคยโดนแต่ดุด่าตวาดไล่ พอมาเจออ้อนแบบนี้ บอกเลย ปลาวาฬขาอ่อนมากยืนไม่ไหวแล้ว

"ปลาวาฬไม่เคยโกรธเลยนะ"

"...."

"ปลาวาฬ"

"จ๋าา"

"เป็นกันแฟนพี่นะ"

ตู้มมมมมม!!! อันนี้ไม่ใช่หัวใจ แต่เป็นร่างกายปลาวาฬเอง ปลาวาฬขาดน้ำตายแล้ว ไม่ไหว ใครก็ได้มาเอาพี่ฉลามกลับไปทำงานที

"ปะ เป็นแฟน พี่ ฉะ ฉลาม"

"อืม ไม่เป็นเหรอ ไหนบอกว่าชอบพี่ไง"

"คือ ว่า ..."

"เวลาที่ผ่านมา และเวลาที่ปลาวาฬหายไปสองอาทิตย์ ทำให้พี่รู้ว่า... พี่คิดถึงเจ้าปลาน่ารำคาญตัวนี้ที่สุด"

ปลาวาฬหน้าเหอร้อนในอ้อมกอดของพี่ฉลามเมื่อพี่ฉลามก้มลงมากระซิบประโยคเรียกเลือดจากปลาวาฬ

"จ้ะ ปลาวาฬจะเป็นแฟนพี่ฉลาม"

ปลาวาฬรู้สึกว่าวันนี้มีความสุขที่สุดเลย ตัวเบาเหมือนลอยได้ ดีจังที่ปลาวาฬได้เป็นแฟนกับพี่ฉลามจริงๆ. 

"เป็นแฟนทหาร ก็ต้องอดทนเก่งเหมือนทหาร เข้าใจมั้ย รอพี่ได้หรือเปล่า พี่จะกลับมาหาปลาวาฬ ปลาวาฬไม่ต้องคอยตามพี่อีกแล้วนะ พี่จะคอยตามปลาวาฬเอง"

"ถึงพี่ฉลามไม่บอก ปลาวาฬก็จะอดทน เพราะปลาวาฬเป็นแฟนพี่ฉลาม"

ทำถึงได้น่ารักขนาดนี้นะปลาวาฬ ที่ผ่านมาผมดุเจ้าปลานี่ได้ลงได้ยังไง

"พี่จูบได้มั้ย"

ปลาวาฬยิ้มหวานให้พี่ฉลาม ก่อนที่เจ้าตัวจะเป็นฝ่ายโผเข้าหา แล้วจุ๊บพี่ฉลามเสียเอง

 

อุ๊ปป~~ 

 

เจ้าเด็กน่ารำคาญ กลายเป็นเด็กแก่แดดได้ยังไง!! สงสัยคงต้องโดนหวดสักหน่อยแล้วแบบนี้

 

 

ทหารฮอลล์ เอาไม้เรียวมา!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

END.... 

 

 

อยู่ๆก็นิมิตรเรื่องนี้ขึ้นมาในจินตนาการ เลยเอามาเขียนเป็นฟิคสั้นซะเลย แหะๆ แต่แอบนิสัยไม่ดีนิดนึงนะ เรื่องเก่าก็ยังดองค้างไว้ แต่ดันมาแต่งเรื่องใหม่จบซะงั้น สงสัยต้องโดนไม้เรียวพี่ฉลาม ฮี่ๆ 

# ชื่อตอน
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น