Wind Wolf สงครามแค้นทุรชน(18+)

ชื่อเรื่อง : Wind Wolf สงครามแค้นทุรชน(18+)

คำค้น : สงคราม

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

จำนวนตอน : 62

คนเข้าชมเดือนนี้ : 40

คนเข้าชมทั้งหมด : 79,618

คะแนนถูกใจทั้งหมด : 359

ความคิดเห็น : 118

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2559 14:43 น.

ยอดสนับสนุนเรื่อง
× 0
× 0
× 0
× 359
แชร์ :
บทนำ

 เรื่องราวของเด็กผู้หญิงที่มีชะตากรรมอันแสนจะหดหู่เพียงเพราะเธอเกิดมาพร้อมกับความสามารถที่น่ารังเกียจ ดังนั้นเธอจึงถูกสังคมปฏิเสธและทำกับเธอเหมือนสัตว์ตัวหนึ่ง 
 เมื่อโชคชะตากำหนดให้เธอเป็นนักเรียนทหาร เธอจึงต้องปิดความสามารถนี้เป็นความลับ แต่คุณทราบดีอยู่แล้วว่า"ความลับไม่มีในโลก"

------------------------------------------------------------

 สวัสดีค่ะ นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่เราแต่งนะคะ(ลงรูปยังไม่เป็นเลยTOT) รูปภาพอาจจะไม่สวยเท่าไหร่นะคะขออภัย ถ้ามีอะไรติดขัดก้อแนะนำกันมาได้นะคะ ในเรื่องนี้จะออกแนวโรงเรียนทหารนะคะเนื้อหาจะรุนแรงนิดนึงออกแนวโรคจิตหน่อยๆฝากlike และ comment ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ^ ^


------------------------------------------------------------


ตัวละคร


เจนน่า :เด็กสาวที่เกิดมาพร้อมกับพลังจิตที่ผู้คนรังเกียจ เธอได้สมัครเป็นนักเรียนทหาร ซึ่งด้วยความฉลาดและความสามารถของเธอทำให้เธอจัดอยู่ในกลุ่มนักเรียนหัวกะทิ
           :ผมสีดำ ตาสีน้ำตาล อายุ19ปี 
           :คนที่จะกำหนดคุณค่าในตัวฉัน คือตัวฉันเอง

โจเซฟ :นายพันหนุ่มหน้าตาดี เป็นครูฝึกของกลุ่มนักเรียนทหารที่เจนน่าอยู่ เป็นคนเอาจริงเอาจังกับงาน เจ้าเล่ห์ และมีอุดมการณ์สูง
           :ผมสีทราย ตาสีน้ำตาล อายุ24ปี
           :มีความสุขและหลีกหนีความเจ็บปวดคืออุดมการณ์ของสัตว์

แซม :เด็กชายที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเจนน่า แซมมักจะได้รับการปกป้องจากเจนน่าเสมอ เขาสมัครเป็นนักเรียนทหารตามเจนน่า
        :เป็นคนเผือก ตาสีแดง ผมสีขาว อายุ13ปี


 https://www.facebook.com/The-Madness-160097481008267/?ref=bookmarks

# ชื่อตอน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
"เร็วเข้า ทางนี้!" "อืม" นิควิ่งนำชิกิ ไปในป่าของค่ายทหาร พวกเขาวิ่งเรื่อยจนถึงกำแพงปูนสูง5เมตร พวกเขามองหน้ากัน ชิกิจึงเรียกอาวุธและพูดขึ้น "เกาะชั้นไว้ นับหนึ่งถึงสามให้กระโดดขึ้นพร้อมกัน" "1...2...3!!" ทั้งสองคนกระโดดพร้อมกันและลอยตัวสูงจากพื้นเสมอความสูงของกำแพง ชิกิยิงลวดไปยึดที่ต้นไม้อีกฝั่งนึ่งของกำแพงแล้วกดสวิชเก็บลวดทำให้ลวดดึงพวกเขาเข้าหาจุดที่ลวดยึด ชิกิปลดลวดจากจุดที่ยึดก่อนที่จะตกลงพื้น ทั้งสองคนลงพื้นได้โดยไม่บาดเจ็บอะไร "จำทางได้รึเปล่า?" ชิกิถามนิคขึ้น "แน่นอนอยู่แล้ว" แล้วนิคก็เดินนำชิกิไปอย่างสบายๆเพราะพวกเขาพ้นเขตค่ายทหารแล้ว "นี่ นายว่าซิสเตอร์จะเหมือนเดิมเลยรึเปล่า?" "ก็คงแก่ขึ้นนิดนึงละมั้ง" "งั้นหรอ ชั้นอยากเจอเด็กๆที่นั่นจังเลย" "หึๆ พวกเด็กแสบอะนะ" "อาจจะโตแล้วเรียบร้อยก็ได้นะ..." ทั้งคู่คุยกันตลอดทางจนเห็นโบสถ์เก่าๆแห่งหนึ่งที่เปิดไฟอยู่ พวกเขาหันมายิ้มให้กันแล้วรีบวิ่งไปที่โบสถ์แห่งนั้นทันที เมื่อไปถึงพวกเขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้วของโบสถ์พวกเขายืนมองอยู่นาน โบสถ์ที่นี่ไม่ต่างจากเดิมที่พวกเขาเคยมาอยู่เลย ยืนได้ซักพักก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งทักขึ้น "มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?" เสียงนั้นถามจากด้านในแล้วเธอค่อยปรากฏตัวออกมาตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง เธอเป็นผู้หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีสวมชุดเหมือนแม่ชีสีดำทั้งชุดและมีสร้อยไม้กางเขนสีเงินห้อยอยู่กลางอก "นี่ผมเองครับซิสเตอร์ นิคกับชิกิไง" นิคพูดอย่างดีใจ ซิสเตอร์จึงเปิดประตูให้พวกเขาเข้ามา "อ้าวหรอ! เข้ามาสิ" พวกเขาเดินเข้าไปในโบสถ์ด้วยความรู้สึกยินดี ซิสเตอร์เดินนำพวกเขาไปที่ห้องอาหาร ภายในห้องอาหารมีเด็กบางส่วนนั่งอยู่ก่อนแล้ว และบางส่วนก็วิ่งเล่นกัน ส่งเสียงดังโวยวายไปทั่ว แต่ไม่ได้สร้างความรำคานให้กับนิคและชิกิเลย แต่มันกลับทำให้พวกเขานึกถึงความหลังที่พวกเขาเคยเป็นหนึ่งในเด็กพวกนั้น พวกเขานั่งลงที่โต๊ะตัวใดตัวหนึ่ง "เดี๋ยวชั้นไปตักซุปมาให้นะ" "ครับ!" ทั้งสองคนตอบรับด้วยรอยยิ้ม ซิสเตอร์จึงเดินไปตักซุปและกลับมาพร้อมกับซุปสองถ้วย เธอวางมันลงต่อหน้านิคและชิกิ "เป็นยังไงมั่งสบายดีมั้ย?" "พวกผมสบายดีครับ ซิสเตอร์ล่ะครับ?" "ชั้นสบายดีน่ะ" เธอตอบด้วยรอยยิ้ม "โตเป็นหนุ่มกันหมดแล้วเนอะ ทั้งเธอทั้งชิกิเลย" "ก็ผ่านไปหกปีแล้วนิครับ555 แต่ซิสเตอร์นี่ไม่เปลี่ยนไปเลย" ในการสนทนานิคเป็นคนพูดซะส่วนใหญ่ ส่วนชิกิก็เอาแต่นั่งยิ้มบางๆเพราะไม่เป็นคนชั่งพูดเหมือนนิค เมื่อสนทนาไปได้ซักพัก พวกเขามีความสุขมากๆที่ได้กลับมาที่นี่ ชั่งคุ้มค่าจริงๆสำหรับการเสียงหนีทหารมา "ต้องของใจพวกเธอมากๆนะที่ส่งเงินมาให้ตลอด" "เรื่องเล็กน้อนนะครับ" "แล้วจะค้างที่นี่รึเปล่า?" "คงไม่ละครับ เดี๋ยวต้องกลับไปก่อนเที่ยงคืนครับ" นิคไม่อยากอธิบายเหตุผลให้ฟังว่าพวกเขาหนีมา เขามองนาฬิกาก็พบว่าใกล้เวลาที่เขาต้องไปแล้ว หากเลยเวลาไปมากว่านี้ทหารที่รักษาความปลอดภัยภายในงานจะกลับมาประจำที่อีกครั้งแล้วจะแอบเข้าไปได้ยากขึ้น "ผมคงต้องไปแล้วครับ รักษาตัวด้วยนะครับ" "อืม ไปเถอะ ดีใจที่ได้เจอพวกเธออีกนะ" ซิสเตอร์ยิ้มให้กับชายหนุ่มสองคนที่วิ่งออกไปจากโบสถ์ พวกเขาเหลือเวลาอีก15นาทีในการกลับเข้าไปที่ค่าย "ชั้นว่ากลับทางเดิมดีกว่า แถวนั้นไม่น่าจะมีทหารประจำ" "อื้ม" ชิกิพูดแล้วรีบวิ่งไป พอถึงจุดที่เข้าข้ามมา พวกเขาก็กระโดดขึ้นไปเกาะกำแพง โดยเอามือยึดไว้แล้วยกตัวขึ้น แกร็ก! เสียงขึ้นลำกล้องของปืนดังมาจากด้านล่าง ทหารสามนายเล็งปืนมาที่พวกเขา พอพวกเขาเห็นว่าเป็นนักเรียนทหารก็ลดปืนลง "เห้ย! ลงมา!" นิคตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ชิกิจึงตบบ่าเขาแล้วลงไปด้านล่าง นี่พวกเขามาไม่ทันงั้นหรอ "คงเตรียมใจแล้วสินะที่หนีไปแบบนี้" ทหารนายหนึ่งพูดแล้วนำพวกเขาไปที่อาคารอำนวยการ นิคกับชิกิถึงกับหน้าซีดที่ถูกจับได้ และคิดว่าคงโดนทำโทษสถานหนัก ---------- เช้าวันต่อมาเจนน่าตื่นขึ้นมาเช้าๆเหมือนทุกครั้ง เธอลุกขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันแล้วจัดการแต่งชุดเครื่องแบบแล้วจากเต็นท์ วันนี้เธอมีนัดกับโรแกนตอนสิบโมงเธอเลยใส่ชุดนี้ทั้งๆที่เป็นวันหยุด เธอก้าวขาออกจากเต็นท์ เธอสอดส่ายสายตาไป ไม่มีใครมายืนดักเธอเหมือนเมื่อคืน "ใส่ชุดเครื่องแบบจะไปไหนน่ะ?" เธอรีบหันกลับไปหาคนพูด กลายเป็นโครว์ที่ยืนอยู่ เธอจึงยิ้มให้เขา "ไปทำธุระน่ะ เดี๋ยวกลับมา" "งั้นหรอ..." เขาไม่ได้เซ้าซี้อะไร "เธอเห็นนิคกับชิกิบ้างรึเปล่า?" เขาถามขึ้น "ไม่อะ ชั้นพึ่งจะออกมาจากเต็นท์เลยไม่เห็นใคร" "อืม" เจนน่าโบกมือแล้วรีบไปหาโรแกนที่ห้องทำงานของเขา ขณะที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของโรแกนเธอก็ได้ยินเสียงคุยกันลอดมาจากด้านใน เธอจึงเลือกที่จะไม่เข้าไป "ผมจะให้โทษตามกฎไม่ว่ากรณีใดก็ตาม คงเข้าใจนะ" "ครับ รบกวนท่านด้วย" "ส่วนเรื่องการรับภารกิจ..." เจนน่าที่ยืนฟังอยู่ก็จับใจความได้ประมาณว่าเกี่ยวกับการทำโทษของใครซักคนที่ดูจะโทษหนักอยู่เธอยืนรอจนกระทั่งคนข้างในเปิดประตูออกมา เจนน่ายืนนิ่งไปเพราะคนที่เปิดประตูออกมาคือโจเซฟ โจเซฟเองก็ยืนค้างเหมือนกันเขาจ้องเธออย่างไม่วางตา เจนน่าทนไม่ไหวจึงแทรกตัวเขาเพื่อของไปในห้อง เธอมองหน้าเขาไม่ติดจริงๆ เมื่อเธอเข้ามาในห้องก็ปิดประตูและทำความเคารพโรแกน แล้วนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา "กินอะไรมารึยัง?" "ยังค่ะ" "ดีๆเพราะจะใช้มันต้องให้เงือดอยู่ในสภาวะปกติ เดี๋ยวเราไปกันเลยดีกว่า" "ค่ะ" โรแกนลุกเลยเดินออกไปยังลิฟท์ของตึก เจนน่าเดินตามเขาไป โรแกนกดลิฟท์ไปที่ชั้น12 เมื่อลิฟท์เปิดให้ทั้งสองคนโรแกนจึงเดินนำออกมาที่ห้องๆหนึ่งที่ดูเหมือนห้องที่ใช้สอบสวนเพราะมีเก้าอี้เพียงตัวเดียวที่มีที่รัดตัวกับอุปกรณ์หลายๆอย่าง ภายในห้องมีนักทดลองอยู่แล้วประมาณ5-6คนที่รอเธออยู่ "ขอโทษทีนะที่ใช้ห้องแบบนี้ พอดีมันอยู่ในการดูแลของชั้นคนเดียว ไม่อยากให้เรื่องนี้มันรั่วไหลน่ะ" เจนน่าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วเดินไปที่เก้าอี้ ทันทีที่เธอนั่งลงไปเก้าอี้ก็ทำการรัดตัวเธอไว้แน่นจนขยับไม่ได้ เธอไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก "สบายๆนะเจนน่า" โรแกนยิ้มให้เธอ ตอนนี้เจนน่าเองก็ยอมรับว่าเธอรู้สึกกดดันอยู่ไม่ใช่น้อย การทดลองครั้งนี้มันอันตรายมากบางทีอาจถึงตาย แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจมาขนาดนี้แล้วจะถอยหลังกลับก็คงสายเกินไป เธอพยายามผ่อนคลายตัวเอง "เริ่มเลยนะครับ" นักทดลองคนหนึ่งพูดกับโรแกน เขาจึงพยักหน้าเป็นเชิงให้เริ่ม เมื่อได้รับคำสั่งนักทดลองก็เปิดแขนซ้ายเธอออกมาแล้วราดน้ำยาฆ่าเชื้อให้เธอก่อนจะหยิบเข็มฉีดยาที่ภายในบรรจุของเหลวสีใสมาเต็มหลอดแล้วจ่อเข้าที่ข้อพับของเธอ ปลายเข็มค่อยๆแทงลึกเข้าทีเส้นเลือดแล้วนักทดลองก็ออกแรงกดเข้าที่ก้านเข็มช้าๆ ทันทีที่ของเหลวภายในสัมผัสกับเลือดของเธอมันก็แพร่ไปตามเส้นเลือดอย่างรวดเร็วจนเธอรู้สึกถึงยาพิษที่ไหลจากข้อพับไปยังต้นแขนและการจายไปส่วนอื่นๆ ยาพิษนั้นได้ทำปฏิกิริยาจนบริเวณที่ยาพิษไปถึงจะเป็นสีดำลามจากเส้นเลือดที่แขนไปยังส่วนต่างๆไม่เว้นแม้แต่เส้นเลือดที่ลูกตาทำให้ดูเหมือนตาเธอเป็นสีดำ เมื่อนักทดลองฉีดยาพิษให้เธอจนหมดหลอด เจนน่าก็รู้สึกร้อนไปทั้งตัว ร้อนเหมือนโดนไฟเผา "อ๊ากกกกกกกกกกก!!!" เธอกรีดร้องด้วยความทรมาน ประสาทปวดเกร็ง แสบไปตามเส้นเลือด ร่างของเธอเหมือนจะรับไม่ได้กับยาพิษนี้ เธอกระตุกอยู่บนเก้าอี้อย่างควบคุมไม่ได้ นักทดลองจึงรีบตรวจสอบสภาพร่างกายของเธอผ่านทางคอมพิวเตอร์ "ฉีดยาต้านพิษต้านพิษเลยมั้ยครับ!?" นักทดลองคนหนึ่งถามอย่างร้อนรน "จากสภาพร่างกายยังรับไหวอยู่ ดูไปก่อน" นักทดลองอีกคนหนึ่งตอบอย่างใจเย็น โรแกนยืนดูเธอด้วยความเป็นห่วง เขาเริ่มรู้สึกผิดที่ให้เธอเป็นหนูทดลองแบบนี้ เจนน่ายังชักกระตุกรุนแรงขึ้นเก้าอี้ที่เธอนั่งถึงกับสั่นจะแรงกระตุกของเธอ ตาเริ่มเหลือกขึ้นด้านบน ทั้งน้ำลายและน้ำตาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ซักพักเธอก็หยุดชักแล้วสลบไป ---------- เวลา15:00น. เจนน่าฟื้นขึ้นมา เธอเห็นว่าเธอนอนพักอยู่บนเตียง ที่นี่คือสถานพยาบาลของกองทัพ เธอรู้สึกปวดไปทั้งตัวและยังแสบเส้นเลือดที่แขนเพราะเป็นบริเวณที่รับยาพิษในปริมาณมาก เธอเปิดแขนซ้ายออกมาดูยังเห็นเส้นเลือดที่แขนซ้ายยังเป็นสีดำ แต่จางลงมากแล้ว เธอพยายามลุกออกจากเตียงก็เหลือบไปเห็นแคปซูลสองเม็ดวางไว้ให้เธอพร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว โรแกนคงเตรียมไว้ให้เธอ เธอจึงหยิบมันมากินลงไป เจนน่ายังคงไม่มีแรงจึงร่วงลงไปกับพื้นทันทีที่ลุกขึ้นยืน จึงมีพยาบาลมาประคองเธอไว้แล้วยกเธอกลับขึ้นเตียง "ทานยารึยัง นอนพักก่อนซัก15นาทีค่อยลุกนะ" เธอจึงทำตามคำแนะนำ เธอหลับตาลงแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย "การทดลองคงสำเร็จลงด้วยดีสินะ ทรมานใช่เล่นเลยต้องเจอแบบนี้ทุกอาทิตย์จริงๆหรือเนี่ย ตอนนี้ก็บ่ายสามแล้วจะมีคนเป็นห่วงชั้นมั้ยนะ?" เธอคิดแล้วนึกถึงภาพที่โจเซฟเปิดประตูมาแล้วมองหน้าเธอ "หึ! คนแบบนั้นไม่มีวันมาสนใจชั้นหรอก" เธอพูดกับตัวเองเบาๆ เหมือนเป็นการตอกย้ำตัวเธอเองมากกว่าที่ไปคิดถึงคนที่ไม่สนใจความรู้สึกของเธอ เขาผูกมัดเธอก็จริงแต่ตัวเขาเองก็มีคนอื่นด้วย เธอทั้งโกรธทั้งเสียใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ น้ำตาใสๆเริ่มไหลออกมาอีกครั้ง "น่าสมเพช น่าสมเพชจริงๆ" เธอสะอึกสะอื้นอยู่สักพักเธอก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เธอลองเลียน้ำตาของเธอดู น่าแปลกตรงที่ว่าเลือดของเธอเป็นพิษแต่น้ำตากลับมีรสชาติเหมือนเดิมไม่ได้โดนแล้วแสบร้อนหรือเกิดปฏิกิริยาอะไร พอเวลาผ่านไปสักพักเธอจึงลุกขึ้นและเดินกลับที่พักไป เจน่าเดินกลับที่พักไปอย่างยากลำบาก เธอยังรู้สึกเพลียการการรับยาพิษ เธอเดินไปช้าๆและพยายามหาที่ยึดระหว่างทาง จนเธอไปเจอกับแซม พรึบ! เธอร่วงลงไปต่อหน้าต่อของเขา "พี่ฮะ!" แซมวิ่งเข้าไปพยุงเธอ เจนน่าหมดสติอีกรอบ เธอไม่ไหวแล้วจริงๆทั้งร่างกายที่อ่อนแอกับอากาศร้อน แซมแบกเจนน่ากลับไปที่พักไปพอไปถึงเขาก็เห็นโจเซฟเดินกลับมาพอดี โจเซฟเห็นสภาพของคนตรงหน้าก็ตกใจ "เกิดอะไรขึ้น?" "ไม่ทราบเหมือนกันฮะ ผมเห็นเธอเดินอยู่แล้วล้มลงไปเลย" "พาเธอไปที่เต็นท์ชั้น" เขาพูดแล้วเดินนำแซมไปที่เต็นท์เขาแต่ไม่ทันได้เข้าไป "ไม่เป็นไรครับหัวหน้าเดี๋ยวผมดูแลเธอเอง" โครว์ที่พึ่งกลับมาพูดขึ้น โจเซฟจึงซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ แล้วโครว์ก็พูดต่อ "เธอดูไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืนแล้วครับ ให้ผมดูแลแทนดีกว่า" โครว์เดาว่าที่เจนน่าเป็นแบบนี้น่าจะมาจากเรื่องเมื่อคืนที่เธอไม่ยอมบอกเขา "แล้วจะให้เธอไปพักตรงไหน?" โจเซฟถามนิ่งๆ "ถ้าอย่างนั้นให้เธอพักที่เต็นท์หัวหน้าแล้ว ผมจะดูแลเธอเอง" "ชั้นว่าคนป่วยคงไม่ต้องการคนเยอะ" "ครับ...ผมจะดูแลเธอเอง คิดว่าเธอคงต้องการแค่ผม" โจเซฟมองชายร่างใหญ่ด้วยถ้าทีเย็นชา ที่โครว์พูดแบบนี้เท่ากับว่าเจนน่าไม่ต้องการเขา แต่ไม่พอใจก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจึงพูดขึ้น "งั้นเข้ามา ชั้นอนุญาตให้ใช้เตียงชั้นแล้วกัน" "ขอบคุณครับ" ทั้งสองคนเดินเข้าไปในเต็นท์ของเขา โดยโครว์อุ้มเจนน่าไว้แล้ววางเธอลงบนเตียง เขาพยายามปลดเสื้อผ้าเธอให้หลวมจะได้เช็ดตัวได้ ในขณะที่โจเซฟเอาผ้าขนหนูกับกะละมังมาให้ "ให้ตายสิ!" โครว์อุทานขึ้นทันทีที่เห็นแขนของเจนน่า ทำให้โจเซฟหันมามองแล้วตกใจไปด้วยอีกคน โจเซฟรีบมาถกแขนเสื้อเจนน่าขึ้นเพื่อให้เห็นชัดเจน แขนซ้ายของเธอยังขึ้นเป็นเส้นเลือดสำปรากฏรางๆแต่ก็ยังเห็นเป็นเส้นปรากฏทั้งแขน แผลที่ถูกเข็มเจาะได้สมานตัวจนไม่เห็นแล้ว สร้างความแปลกใจให้โจเซฟมาก "คิดว่าเป็นอะไรครับ?" โครว์ถามเขาอย่างอดไม่ได้ "คิดว่าอาจจะเป็นพิษอะไรซักอย่างมากกว่าถ้าเป็นปีศาจน่าจะมีร่องรอยการโจมตีบ้าง คิดว่าเธอคงได้รับยาต้านพิษไปบ้างแล้วถึงได้แค่เป็นลม" โจเซฟเอามือลูบตามกรอบหน้าของเธอที่ร้อนเพราะเริ่มเป็นไข้โดยไม่สนใจสายตาของคนที่อยู่ข้างเขา "แล้วควรทำยังไงครับ?" "กลับไปก่อนเดี๋ยวชั้นดูแลเอง" โครว์ยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม เขาไม่ไว้ใจโจเซฟเลย "ไปเถอะน่า ชั้นไม่ทำอะไรหรอก!" เขาพูดยืนยันโครว์ถึงได้เดินออกจากเต็นท์ไป โจเซฟเดินไปหยิบพลาสติกบางอย่างที่มีปลายแหลมเขาเจาะเข้าที่แขนซ้ายของเธอแล้วเก็บตัวอย่างเลือดไว้ เสร็จแล้วก็เดินไปเติมน้ำในกะละมังเพื่อเช็ดตัวให้เธอ เขาปลดเสื้อผ้าออกจนหมดแต่เธอก็ยังไม่ได้สติ โจเซฟมองหน้าเธอที่หลับสนิทแล้วคิดในใจ "ถ้าชั้นทำแบบนี้จะยกโทษให้ชั้นได้รึเปล่า?"
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
43
44
45
46
47
48
49
50
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น