เฌอรามิล/ษุรอยยา/วาเลนไทน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จบ นิยามแสงดาว

ชื่อเรื่อง : นิยามแสงดาว

สถานะเรื่อง : จบแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

จำนวนตอน : 50

คนเข้าชมเดือนนี้ : 636

คนเข้าชมทั้งหมด : 28,148

คะแนนถูกใจทั้งหมด : 192

ความคิดเห็น : 89

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ค. 2563 13:59 น.

ยอดสนับสนุนเรื่อง
× 0
× 325
× 245,900
× 192
เริ่มติดตาม กดถูกใจนิยายเรื่องนี้
แชร์ :
บทนำ

 

 

 

 

นิยามแสงดาวเฌอรามิล 

www.mebmarket.com

ผมไม่มีเหตุผลว่าทำไมถึงรักคุณ หัวใจสั่งให้รัก ผมก็รัก...หรัณย์...

________________________

ว่ากันว่า...หากหญิงสาวคนใดได้รับช่อดอกไม้เจ้าสาว หรือช่อบูเก้ในงานแต่งจะได้สละโสดเป็นคนต่อไป แต่ไม่เคยมีใครบอกหล่อนเลยว่า ผู้หญิงที่รับช่อบูเก้ของหล่อนได้ จะได้ว่าที่ผัวหล่อนไปด้วย!! ชีวิตต้องพลิกผันในชั่วข้ามคืน เมื่อเจ้าสาวหม้ายขันหมากอย่างณธิดาต้องหอบหิ้วหัวใจอันบอบช้ำอุ้มขวดเหล้าทั้งชุดเจ้าสาวซัดเซพเนจรหนีอดีตคนรักสุดโฉดที่ไม่โสดอย่างปากว่า เพราะมีทั้งเมียทั้งลูกมาเดินร่อนรื่นในงานแต่งที่หล่อนควรเด่นหรูที่สุด แต่กลับถูกแย่งซีนจนชุดแพงหมดแสงออร่า แล้วใครจะทน!ความเมาและบ้าบิ่นทำให้ณธิดาพบชายรูปงามท่ามกลางแสงดาวแสงเดือนและคลื่นทะเล หล่อนจึงบอกเขาว่าเมาจนความจำเสื่อมเพื่อให้เขาเอ็นดูอุปการะ ตั้งใจหันหลังให้รักครั้งเก่าที่น้ำเน่าจนเหม็นเขียว หลบลี้หนีหน้าผู้คนมาซบอกพ่อค้าผู้น่ากินกว่าลูกชิ้นปิ้งที่เขาขาย แต่กลายเป็นว่าหล่อนกลับถูกเขากิน! นัวๆ และตั้งชื่อใหม่ตามสินค้าหน้าร้านให้ว่า ‘ลูกชิ้น’หรัณย์เป็นผู้ชายใจดี รักหมารักแมวและรักโลกที่สำคัญ...เขาชอบกินลูกชิ้นเป็นชีวิตจิตใจ

ท่านที่ซื้อนิยามแสงดาวนะคะ 

จะได้รับนิยายในรอยเหมันต์ฟรีอัตโนมัติด้วยจ้า 

หรือสามารถดาวน์โหลดฟรีเฉพาะในรอยเหมันต์ก็ได้ค่ะ 

--------------------------------------- 

ทะเล...ไม่เคยหลับใหล นับร้อยพันหมื่นปี มันยังคงทำหน้าที่สาดเกลียวคลื่นสู่ฝั่ง แล้วถอยลงผืนน้ำ เพื่อก่อมวลละอองฟองครั้งใหม่ ถาโถมขึ้นมาอีกระลอก ชั่วกัปชั่วกัลป์.... 

หรัณย์หนุนแขนต่างหมอน แล้วทอดสายตามองดูดาวในคืนที่ฟ้าไร้หมอกเมฆมาบดบังสายตา ลมยามค่ำคืนพัดโชยเย็นฉ่ำ เสียงคลื่นขับกล่อมเป็นจังหวะผสมผสานเสียงของหรีดหริ่งเรไรโดยรอบ 

ธรรมชาติ...ทำให้เขาลุ่มหลงดั่งต้องมนต์สะกด คงไม่มีอะไรในโลกงดงามไปถึงจิตวิญญาณได้เท่านี้อีกแล้ว เขาชอบมานอนดูดาวที่นี่แทบทุกคืนหากไม่มีเหตุสุดวิสัย ความเงียบสงบปราศจากความวุ่นวายทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย แม้มันจะอยู่ห่างจากที่พักพอสมควร แต่เพียงได้มาเยือน ก็รู้สึกหายเหนื่อยจากความรับผิดชอบทั้งหลายทั้งปวง เป็นปลิดทิ้งทุกครั้ง... 

คลื่นทะเล แสงดาว สายลม และดวงจันทร์เฉิดฉาย คือมิตรแท้ที่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าเขาจะอยู่แห่งหนไหนก็ตาม เขาอาจเป็นคนขี้ขลาด ที่หนีโลกแห่งความจริงอันวุ่นวายมาอยู่ที่นี่หลายปี ตัดขาดจากทุกอย่าง...ไม่รับรู้ไม่เคยหันกลับไปมองทางเดิมที่เคยจากมา แต่หรัญย์ก็มั่นใจว่าหากย้อนกลับไปวันวานได้ และให้เขาเลือก เขาก็จะเลือกแบบเดิม ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม... 

บรรยากาศอันน่าภิรมย์ ทำให้ความง่วงเริ่มครอบงำ หลายครั้งเขามาตั้งแคมป์กินนอนที่นี่ แต่คงไม่ใช่คืนนี้ เพราะวันรุ่งเช้ามีงานต้องสะสาง ชายหนุ่มจึงพยุงกายลุกนั่งและบิดตัวคลายความเมื่อยขบ สายตาของเขามองไปยังเบื้องหน้าซึ่งเป็นผืนทะเลกว้างใหญ่ที่กำลังสาดซัดคลื่นเป็นระลอกๆ ตรงขอบชายหาด 

" 

นั่นอะไร...คนหรือผีวะ..." บางอย่างที่ผิดปกติทำให้ชายหนุ่มขยี้ตามองซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะสิ่งที่เห็นคือผู้หญิงในชุดขาวฟูฟ่องกำลังเดินโซเซลัดเลาะไปตามชายหาด แม้จะเป็นในยามค่ำคืน แต่ก็เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจากดวงจันทร์จึงสว่างพอจะทำให้มองได้ชัดเจน 

สามปีที่มาอยู่ที่นี่ เขาไม่เคยพบเจออะไรอย่างนี้มาก่อน และไม่ใช่คนเชื่อเรื่องลี้ลับเสียด้วย 

กระนั้นก็อดขนลุกไม่ได้เหมือนกัน... 

ชุดที่หญิงสาวคนนั้นสวมอยู่ ดูคล้ายชุดเจ้าสาว ชายกระโปรงยาวลากไปตามผืนทราย หล่อนเดินผ่านตรงที่เขาอยู่ไกลพอสมควรและความมืดสลัวแสงก็ทำให้มองรายละเอียดอื่นๆ ได้ไม่ถนัดตานัก แต่จากที่เห็นคร่าวๆ แล้วก็พอรู้ว่าหล่อน เป็นผู้หญิงตัวเล็กพอสมควร 

" 

ช่างแม่ง...กลับดีกว่า" ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นคนไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่หรัญย์ก็เลือกที่จะไม่ยุ่ง มันไม่ใช่เรื่องของเขา หล่อนอาจมีเหตุผลบางอย่าง หรือกำลังทำอะไรบางอย่างที่เขาคาดไม่ถึงก็เป็นได้ 

หลายวันก่อนมีผู้หญิงหลอกล่อพาผู้ชายคนหนึ่งมาเดินเล่นชายหาดในที่ห่างไกลผู้คน แล้วจากนั้นพวกกลุ่มวัยรุ่นก็รวมหัวกันปล้น และทำร้ายบาดเจ็บปางตาย ดังนั้นอะไรก็ตามที่เป็นความเสี่ยงเขาไม่ควรเกี่ยวข้องด้วย 

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินไปตามแนวผักบุ้งทะเลที่ตัวเองนอนเอกเขนกอยู่เมื่อครู่ 

เป็นคู่ขนานกับหล่อนซึ่งอยู่ตรงชายหาด เพราะเป็นทางเดียวกันกับที่เขาจอดรถเอาไว้ 

หล่อนเดินช้ากว่าเขามาก หรัญย์ที่คอยสังเกตอยู่ตั้งแต่แรกเมื่อใกล้กันเขาจึงเห็นว่าในมือหล่อนถือขวดเครื่องดื่มอยู่ด้วย ริมฝีปากหยักหนาแสยะยิ้มแล้วส่ายหน้าทันที 

ผู้หญิงในชุดเจ้าสาว กับเหล้า...ไม่ต้องเดาก็พอสรุปได้ว่าเจ้าตัวต้องเผชิญกับอะไรมา 

ที่น่าแปลกใจก็คือทำไมหล่อนเดินมาถึงนี่ได้ หากมีงานแต่งก็คงเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่อยู่ไกลออกไปเกือบสิบกิโล ชายหาดก็ไม่ได้ทอดยาวมาถึง เพราะมีกลุ่มหินโสโครกคั่นอยู่เป็นระยะยาวเลยทีเดียว ขนาดกลางวันจะเดินข้ามมาไม่ใช่เรื่องง่าย หรือหล่อนขับรถมาจอด จากทางนั้นก็ไม่มีถนน... 

ปริศนาต่างๆ ผุดพรายให้เขาต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จากที่ไม่อยากใส่ใจ กลับเริ่มอยากรู้ว่าหล่อนเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ ดูแล้วรอบๆ นี้ก็น่าจะมีแค่หล่อน กลับเขา... 

ไม่น่าจะมีกลุ่มดักปล้นชิงทรัพย์ซ่อนตัวอยู่แต่อย่างใด 

ทันใดนั้น...ก่อนที่หล่อนจะสร้างความสับสนให้เขามากไปกว่านั้นสิ่งที่หรัญย์ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น 

" 

นี่เธอ!! หยุดนะ อย่าลงไป!!" ร่างเล็กในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์เปลี่ยนทิศทางจากชายหาดที่ทอดยาวลงสู่ทะเล... 

หล่อนกำลังจะฆ่าตัวตาย... 

หรัญย์วิ่งสุดกำลังโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง ถึงจะไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่จะให้มองผู้หญิงคนหนึ่งจมน้ำตายไปต่อหน้าต่อตาเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน หล่อนไม่สนใจเขา ยังคงตรงดิ่งสู่ผืนน้ำอันเวิ้งว้าง พร้อมๆ กับคลื่นที่ซัดกระทบเป็นฟองฟู่ 

"เวรเอ้ย...อะไรกันวะเนี่ย" หล่อนเดินลงลึกเข้าไปทุกทีในขณะที่เขามาถึงชายหาด หรัญย์รีบถอดรองเท้าแล้วกระโจนตามไป ผ่าเกลียวคลื่นที่ถาโถมไม่หยุดยั้ง และจับตัวหล่อนเอาไว้ได้ในที่สุด 

"หยุดนะ!! จะทำอะไรบ้าๆ" 

"ว้าย! แกเป็นใครเนี่ย มาจับฉันทำไม” 

"ฉันต่างหากที่ต้องถามเธอ!! จะมาตายที่นี่ไม่ได้นะ นี่มันที่ของฉัน!!" หล่อนสะบัดตัวสุดแรงในขณะที่เขาก็ใช้กำลังลากร่างของหล่อนขึ้นฝั่ง 

"ปล่อย!!!" หล่อนยังดีดดิ้นไม่เลิก ทั้งจิกทั้งข่วนผู้ช่วยชีวิต 

"นี่หยุด! ฉันเจ็บ!!" หรัญย์ยิ่งรัดร่างเล็กแน่นเมื่อหล่อนทุบตีเขาไม่เลิก ไม่พอ...หล่อนยังกัดแขนของเขาจนเจ็บร้าวไปหมด ใจหนึ่งก็คิดว่าฤทธิ์เยอะขนาดนี้น่าจะปล่อยเป็นผีเฝ้าทะเลไปซะให้รู้แล้วรู้รอด 

แต่อีกใจก็แย้งว่า...มันคงไม่ดีแน่หากปล่อยให้มีคนตายไปต่อตาในสถานที่ที่เขายังต้องมาแทบทุกคืน ชายหนุ่มพาหล่อนขึ้นฝั่งมาได้ด้วยความทุลักทุเล และเหวี่ยงหล่อนลงพื้นก่อนจะสะบัดแขนแล้วจับตรงที่ถูกกัดเป็นรอยฟัน 

"ไอ้บ้า! ไอ้คนบ้า ทำอะไรของแก!!" หล่อนล้มลงนั่งบนพื้น มิวายยังกำทรายซัดใส่เขาจนต้องหลบพัลวัล 

"หยุดโว้ย! หยุดซะทียัยขี้เมา ถ้าฉันไม่ช่วยเธอจะได้มานั่งอาละวาดใส่อย่างนี้เหรอ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เวรเอ้ย" หรัญย์หัวเสีย เขาถอนหายใจแรงข่มอารมณ์คุกรุ่น ไม่เช่นนั้นหล่อนคงได้สมใจเพราะน้ำมือเขา หลังถูกช่วยจากการฆ่าตัวตายไปเมื่อไม่กี่วิก่อนหน้า 

"ช่วย...ช่วยอะไร" หล่อนเอามือปาดผมที่ปรกหน้าด้วยความหงุดหงิด น้ำเสียงบ่งบอกถึงอาการเมายังไม่สร่างแม้จะเปียกม่อล่อกม่อแล่กไปทั้งตัว 

"ช่วยไม่ให้เธอตายไงเล่า...ถ้าอยากฆ่าตัวตายคราวหลังไปตายที่อื่น ตรงนี้มันที่ฉัน ฉันซื้อมาแพง ใครจะมาตายใส่ง่ายๆ ไม่ได้" 

"ใครบอกนายฉันจะฆ่าตัวตาย" หล่อนถาม 

"ก็เธอเดินลงน้ำขนาดนั้น เมาก็เมา จะให้คิดว่ายังไง" 

"ฉันปวดฉี่...ฉันแค่เดินลงไปฉี่!!" 

# ชื่อตอน
1
| 10 หน้า
2
| 14 หน้า
3
| 6 หน้า
4
| 18 หน้า
5
| 19 หน้า
6
| 8 หน้า
7
| 7 หน้า
8
| 14 หน้า
9
| 9 หน้า
10
| 6 หน้า
11
| 6 หน้า
12
| 7 หน้า
13
| 6 หน้า
14
| 11 หน้า × 300 , × 5
15
| 13 หน้า × 300
16
| 9 หน้า × 300 , × 5
17
| 4 หน้า
18
| 10 หน้า × 500 , × 5
19
| 3 หน้า
20
| 13 หน้า × 500
21
| 9 หน้า × 500
22
| 9 หน้า × 500
23
| 8 หน้า × 500
24
| 15 หน้า × 500
25
| 9 หน้า × 500
26
| 9 หน้า × 500
27
| 10 หน้า × 500
28
| 8 หน้า × 500
29
| 7 หน้า × 500
30
| 8 หน้า × 500
31
| 10 หน้า × 700
32
| 9 หน้า × 500
33
| 8 หน้า × 500
34
| 10 หน้า × 500
35
| 16 หน้า × 900
36
| 10 หน้า × 300
37
| 10 หน้า × 500
38
| 11 หน้า × 500
39
| 8 หน้า × 500
40
| 14 หน้า × 500
41
| 8 หน้า × 500
42
| 13 หน้า × 500
43
| 11 หน้า × 700
44
| 10 หน้า × 600
45
| 8 หน้า × 500
46
| 10 หน้า × 500
47
| 16 หน้า × 700
48
| 11 หน้า × 500
49
| 10 หน้า × 500
50
| 15 หน้า × 500
ความคิดเห็น