< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

สินกำเด็กป่วนกวนหัวใจนายวิศวะ

BYM
5.0
<
>
ตอนที่ 1

มาทักทายกันด้วยเรื่องใหม่ถูกใจหรือไม่ถูกใจคอมเม้นท์กันได้นะคะ ให้กำลังใจไรท์ด้วยการกดถูกใจกันมั่งน๊าไรท์อ่อนแอต้องการกำลังใจเป็นยารักษาคร่า

"มึงจะปากมากอีกมั๊ย"​เสียงคำรามเบาๆปนกับเสียงตีนปะทะเนื้อดังตุ๊บตั๊บเล่นเอาผมต้องหลับตาปี๋

"เชี่ยน่ากลัวชิบหายกูจะตายมั๊ยวะ"ผมบ่นกับตัวเองภาวนาอย่าให้พวกมันสามตัวเห็นผมเลยครับ แนะสงสัยกันล่ะสิว่าผมเป็นใคร ผมนายปรามีหรือไอ้แซลม่อนของเพื่อนๆครับแล้วผมมานั่งหลับตาภาวนาอะไรน่ะหรือครับคือเรื่องมันเป็นแบบนี้

หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า

"คณะสินกำอยู่ทางนี้จ้าน้องๆซุ้มอยู่ตรงนี้มาแล้วก็มาเซ้นต์ชื่อรับป้ายด้วยนะคะ"เสียงดังโวกเวกโวยวายของรุ่นพี่ทั้งหนุ่มทั้งสาวเต็มลานไปหมดที่นี่เขาให้น้องใหม่อย่างพวกผมมาอยู่ตรงลานที่มีเต้นสีเขียวๆฟ้าๆปนกันไปยาวเป็นแถบแล้วก็มีพวกพี่ๆที่แต่งชุดนักศึกษาครบตั้งแต่หัวจรดเท้ามาถือโทรโข่งตะโกนเย๊วๆเรียกน้องเข้าไปเช็คชื่อตามคณะที่ตัวเองสอบได้ผมก้เหมือนกันครับ ผมอยู่คณะศิลปกรรมสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ครับ เมเจอร์อนิเมชั่นเท่ป่ะล่า เอ๋านอกเรื่องกลับเข้าฝั่งแปปผมกำลังรอเพื่อนผมอีกสองคนที่นัดกันไว้พวกมันชื่อไอ้กอไผ่กับไอ้ปลาบู่ครับพวกเราเรียนสาขาเดียวกันก็อยู่ด้วยกันตั้งแต่สมัยอนุบาลหมีน้อยจนเข้ามหาลัยอยู่ห้องเดียวกันมาตลอดครับเรียกว่าโตมาด้วยกันบ้านของพวกมันอยู่ต้นซอยบ้านผมอยู่ท้ายซอยพูดปุ๊บก็มาปั๊บมันวิ่งตาตื่นเข้ามาหา

"แฮ่กๆๆๆขอโทษหว่ะไอ้ม่อนพวกกูตื่นสายแถมโดนลูกพี่กวักเรียกเพราะไม่ใส่หมวกกันน๊อคอีกต่างหากรอนานมั๊ยวะ"ไอ้ไผ่มันรีบบอกกลัวผมงอนครับ

"เพราะมึงแหละไอ้ไผ่เชี่ยกูบอกแล้วว่ามีด่านๆเสือกไม่เชื่อแล้วเป็นไงล่ะเสียทั้งทรัพย์เสียทั้งเวลา"ไอ้บู่หน้างอ

"มึงจะบ่นทำส้นตีนอะไรวะไอ้บู่ก็กูกลัวช้าแม้งกูบอกมึงเมื่อคืนแล้วว่าอย่าเล่นดึกๆไงล่ะpubgมึง"ไอ้ไผ่บ่นผมฟังพวกมันเถียงกันจนกระทั่งพวกพี่สาวทัก

"เอ้าน้องๆเรียนคณะนี้หรือเปล่ามาลงทะเบียนกันได้แล้วค่ะพวกผมเลยเข้าไปลงชื่อถูกผูกจุกมัดผมปะแป้งเอาจุกหลอกคล้องคอพร้อมกับป้ายชื่อตัวเอง

"เดี๋ยวสิบโมงไปเจอกันที่ใต้ตึกคณะนะคะ"พวกพี่ๆรุมสังคกรรมพวกผมแล้วก็ถีบหัวส่งออกมาเพื่อจะดูแลคนอื่นต่อไปพวกผมก็มายืนหน้าเด๋อด๋าอยู่ตรงหน้าตึกหมุนหมุนขวาไปมา

"เอาไงดีวะยังไม่ค่อยมีคนเลย"ไอ้ไผ่ถามผมกับไอ้บู่เลยตัดสินใจแยกกันผมจะไปเข้าห้องน้ำแล้วหาอะไรมานั่งกินรอเพื่อนๆที่ทะยอยกันมาไอ้บู่จะไปเอาของที่รถดันลืมไว้ใต้เบาะเดือดร้อนไอ้ไผ่ต้องไปส่งอีกจนได้

"มึงนี่มันขี้ลืมนะไอ้บู่วันหลังแดกปลาเยอะๆไอ้ห่า"ไอ้ไผ่มันปากดีไปงั้นแหละครับแล้วมันก็ต้องเดินไปเป็นเพื่อนไอ้บู่อยู่ดีผมเดินไปเข้าห้องน้ำด้านหลังตึกคณะพอจะเดินกลับผมก็ได้ยินเสียงนั่นแหละฮะอ้อลืมบอกไปครับก่อนพวกผมจะมาเรียนที่นี่ก็เข้ามาตามเพจบลาๆของมอพอสมควรครับข่าวเด่นข่าวดังก็มีให้ลึ่มแถมยังมีเฟสของรุ่นพี่ที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกันสปอยอีกด้วยคนที่ไม่สมควรไปแตะต้องข้องเกี่ยวเลยคือรุ่นพี่ปีสามครับมีอยู่สามคน หล่อ ดัง รวย ร้าย อยู่ในนั้นหมดหัวโจกก็คือไอ้พี่อัคคีหรือที่คนในมอเรียกๆกันว่าพี่เพลิงครับขานั้นหล่อโหดสัดอะตึกของผม(ยึดเป็นของตัวเองหน้าเฉย)อยู่ถัดจากตึกของคณะวิศวะโดยที่มีสวนหินกั้นกลางด้านหลังตึกวิศวะเป็นที่รู้กันครับว่าห้ามเข้าไปตรงนั้นมันเป็นพุ่มไม้แล้วก็มีที่โล่งๆด้านหลังพื้นปูด้วยหญ้าเอาจริงมันเป็นที่น่าหลบพักผ่อนมากเลยครับแต่ก็นั่นแหละฮะห้ามเข้ามันเป็นที่สิงสถิตของสามหนุ่มวายร้ายแห่งวิศวะครับเอาง่ายๆพี่สามคนนั้นเป็นเจ้าพ่อของมอนี้อย่าได้คิดไปแตะเชียวครับพี่แกโหดชนิดที่ว่าดังกระฉ่อนข้ามไปถึงมออื่นสาวๆนี่เพียบครับเก้งกวางชะนีเจอทีนี่หวีดเหมือนเปรตขอส่วนบุญ ชะอุ่ยคิดว่าผมพูดแรงไปเหรอครับ ไม่นะเนี่ยเรื่องจริงเลยและตอนนี้ก็ถึงคราวซวยของผม พูดแล้วน้ำตาจะไหลผมพาตัวเองเข้ามาเจอเรื่องร้ายๆเพราะความอยากเสือกครับ กลับมาครับกลับมาผมนั่งหลับตาปี๋อยู่หลังพุ่มไม้เพราะไอ้พี่สามคนมีพี่เพลิงเป็นคนเอาตีนกระทืบคนอยู่ระยะห่างจากผมถึงตัวพวกพี่เขาไม่กี่สิบเมตรมองเห็นชัดกระทั่งเส้นขนเอ้ยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนั่นด้านหลังมีพี่วินหรือพี่มาวินยืนคุมเชิงอยู่กับพี่ธันหรือพี่ธันวาขวัญใจสาวๆแหมนะทำตัวเป็นแบ็คดรอปให้พี่เพลิงมันตลอดเวลาเลยครับ เสียงเท้ากระหน่ำลงบนตัวบุคคลโชคร้ายแห่งปีทำให้ผมอดสยองไม่ได้ฝืนลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งเพื่อดูความเป็นไป

ไหนๆก็ไหนๆละผมตัดสินใจคว้าเอาโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาถ่ายคลิปตามนิสัยความอยากรู้อยากเห็นเป็นเจ้าหนูจำไมซะหน่อยก็แล้วกันเดี๋ยวนะกล้องโทรศัพท์ผมรุ่นกล้องชัดเด๊ะนะครับแต่ทำไมถึงดูมืดๆ

"หือ? เหี้ย"ผมตกใจจนหงายหลังก้นกระแทกพื้น

"ทำไร"

"ป่ะ ป่าวจ้า"ผมส่ายหน้าดิก

"หึ"

"แล้วที่ถือคืออะไร"

"ไหนอะไรไม่มีอะ"ผมรีบเอาโทรศัพท์ที่รบเร้าแม่กว่าจะได้มาแอบใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้

"ยังจะหน้ามึนเอาออกเดี๋ยวนี้"ไอ้พี่เพลิงมันเพลิงสมชื่อครับตานี่ลุกเป็นไฟตัวมันสูงชะลูดยืนกางขายกมือกอดอกเสื้อชอปของมันกระดุมก็ไม่ติดโชว์เสื้อยืดสีดำข้างในอยู่ได้ไอ้เด็กผิดระเบียบเอ้ยข้างหลังยังมีพี่วินกับพี่ธันยืนกอดอกแต่งตัวเหมือนกันเด๊ะ เดี๋ยวๆๆมีฟ้องจานอะผมนึกในใจ

"ยังอีกเอามาโทรสับมึงอะ"พี่เพลิงมันทำเสียงเข้มไม่ให้ตายก็ไม่ให้ของๆผมกว่าจะได้มาต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อล้างถ้วยล้างจานเก็บกวาดบ้านเกือบตายยังไงก็....

"อ๊ะ!!พี่ของผมนะ"มันแย่งคามือเลยครับฮือออใครก็ได้ไปบอกคณะบดีให้ผมที

"หึมึงถ่ายอะไร"พี่เพลิงยิ้มมุมปากแล้วถามเรื่องสิที่ผมจะบอก

"ไม่มี๊...ผมไม่ได้ถ่าย"(เสียงสูงไปไหนวะกู)

"อย่ามาตอแหลกูเห็นมึงหยิบออกมาถ่ายอยู่แล้วนี่อยู่คณะไหนแม่งหน้าเหมือนหมาปั๊กเลยมึงอะ"พี่มันด่าผมเป็นหมาครับงานนี้ม่อนไม่ยอมเพราะม่อนไม่ใช่หมา

"อะไรเล่าก็บอกไม่ได้ถ่ายไงเอาโทรสับผมคืนมานะ"ผมเผลอตัวลุกขึ้นจะคว้าโทรสับที่มันชูขึ้นสูงเชี่ยเอ้ยนี่ขนาดผมสูงแล้วตั้ง175cmแต่ทำไมยังดูเตี้ยกว่าวะไม่เข้าใจ

"ไอ้เตี้ยเอ้ยพี่มันบ่นแล้วเอื้อมมือมาหยิบป้ายที่ห้อยคอของผมไปอ่าน

"แซลม่อนโหของโปรดกูเลยหว่ะ"พี่เพลิงมันว่าพี่วินกับพี่ธันก็หัวเราะผมหน้างอหัวเราะทำป้าเหรอครับชื่อคนนะไม่ใช่ชื่อคณะตลกจะได้ขำอะ

"พี่เอาคืนมาเถอะครับเดี๋ยวผมต้องไปรวมคณะแล้วอะ"ผมกัดฟันบอก

"คณะไหน"

"ศิลปกรรมครับ"ผมใจเย็นที่สุดของที่สุดแล้วนะไม่ติดที่เกรงใจพี่มันทรุดแน่ผมจะซัดให้หน้าหงายเลยคอยดูนี่ถ้าลูกรักผมมีรอยแม้แต่นิดเดียวละก็ พ่อจะปกป้องลูกเองนะลูกรัก โอ๊ยไอ้บ้าก็ยังเพ้อเน๊าะกลับมาๆดึงสติแปป

"เด็กสินกำซะด้วย"พี่มันพูดจบก็เดินกลับไปหน้าตาเฉยผมถอนหายใจโล่งอกดีนะที่ไม่เจ็บตัวพี่วินกับพี่ธันส่ายหัวเล็กน้อยแล้วก็เดินตามผมนี่แทบจะกลั้นหายใจเมื่อพี่มันเดินเฉียดตัวผมไปเส้นยาแดงเลยครับกลิ่นอะไรวะโคตรหอมอะเห้ยเหมือนผมจะลืมๆอะไรไปนะ หรือทุกคนคิดว่าไงครับ

"ไปละนะหมาปั๊กน้อย"หืดหาดๆเสียงลมหายใจของผมที่สูดลมเข้าปอดจนจมูกบานด้วยความโมโห

"ผมไม่ใช่หมาว๊อย"ผมตะโกนจนสุดเสียง...ฟิ้ววววผู้อ่านได้ยินเสียงลมพัดใบไม้มั๊ยครับไอ้ที่ผมตะโกนๆไปน่ะพวกพี่มันไม่อยู่แล้วละครับใครจะกล้าเอาคอไปพาดเขียงล่ะระหว่างที่ฮึดฮัดด้วยความโมโหก็ได้ยินเสียงไอ้ไผ่กับไอ้บู่ที่ออกมาตามหาคงเห็นว่าผมหายไปนานแล้วแน่ๆเลย

"มึงมายืนจมูกบานอะไรตรงนี้วะไอ้ม่อน"น่านไอ้เชี่ยบู่ปากหมา

"จมูกกูไม่ได้บานสัด"

"งั้นมียืนทำตาโปนไอะไรแถวนี้ก็ได้"คราวนี้ไอ้ไผ่ถามมั่งผมเลยโบกหัวพวกมันไปกันคนละที

"กูมีเรื่องหว่ะ"

"ห๊ะ/ห๊ะ"พวกมันประสานเสียงกันตกใจ

"ใครกล้ามีเรื่องกับมึงวะกูอยากรู้"ไอ้ไผ่ทำหน้าสงสัย

"ไอ้พี่เพลิงเว่ย"ผมยืดอกบอกพวกมันครับ

"เชี่ย...งั้นพวกกูไปก่อนนะมึง"พวกมันก้าวถอยหลังพร้อมๆกันมองผมเหมือนตัวประหลาด

"มึงใช้เวลาในการหลับไปนานถึงกับฝันเลยเหรอวะ"ไอ้บู่ข้องใจ

"ฝันเชี่ยไรเรื่องจริงเถอะ"ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พวกมันฟังเดี๋ยวนะๆทุกคนหยุดก่อนไอ้ที่ลืมคือพวกผมหันขวับไปมองพี่คนที่นอนกองอยู่กับพื้นแล้วต้องรีบวิ่งเข้าไปหาโอ้โหเละเลยครับขอบอก

"พี่ครับๆเป็นไงมั่ง"พี่คนที่นอนใบหน้าบวมบูดเลยครับเสื้อขาวมีแต่รอยรองเท้าของไอ้พี่เพลิงมัน

"ซี๊ดเบาๆจุกอยู่"พี่มันเก่งนะครับยังพูดได้เป็นผมน่ะเหรอเหอะๆ สลบคาตีนตั้งแต่โดนครั้งแรกแล้วครับ

"ขอโทษๆพี่ไหวมั๊ยอะ"ไอ้บู่ถามพวกเราช่วยกันพยุงพี่เขาลุกขึ้น

"เออขอพักแปปเจ็บชิบหาย"มันก็สมควรเจ็บหรอกครับเสียงตีนกระทบเนื้อแน่นซะขนาดนั้นอะ

"แล้วพี่โดนได้ไงอะครับ"ผมยังข้องใจพวกเราพาพี่มันไปนั่งม้าหินอ่อนหน้าห้องน้ำไอ้ไผ่วิ่งดุ๊กๆเอาผ้าเช็ดหน้าไปชุบน้ำมาเช็ดให้พี่มันขนาดหน้าช้ำแบบนี้พี่มันยังดูหน้าตาดีนะครับ แหมมอนี้สะสมแต่คนหล่อหึหึผมก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันนะเออพวกเราดูแลพี่มันจนเห็นดีขึ้นก็ขอตัวเพราะมันใกล้เวลาจะรวมคณะแล้วครับ

"พี่ชื่ออาทขอบใจนะที่ช่วยขอเบอร์หน่อยสิไม่งั้นก็ไลน์ก็ได้"พี่มันบอกผมก็ล้วงกระเป๋าเอาโทรสับยื่น...เอ๋!!โทรสับอะเชี่ยเอ้ยอยู่ที่ไอ้พี่เพลิงแล้วจะทำไงเอาคืนอะครับทีนี้แม่ต้องด่าแน่เลยฮื่อออ อยากจิครายผมนั่งทึ้งหัวตัวเองด้วยความโมโห

"เอ้ามึงนั่งถอดจิตอีกแล้วไอ้ม่อนเอาให้พี่เขาดิวะ"ไอ้ไผ่โบกหัวผมไปทีนึงผมทำท่าจะร้องไห้จนพวกมันสงสัย

"อย่าบอกนะว่าโทรสับมึงหาย"ไอ้บู่เชี่ยแม้งตอกย้ำผมส่ายหน้าเม้มปากแน่น

"ไม่หายก็เอาออกมา"ไอ้ไผ่สั่งจะเอาจากไหนไปให้มึงวะเชี่ยผมสะอื้นในใจ

"อยู่ที่พี่เพลิงมันอะ"ผมตอบด้วยน้ำเสียงหมดอาลัยตาอยาก

"เชี่ยยยย"สองเสียงประสานกันอีกแล้วพวกมึงน่าจะไปอยู่คณะประสานเสียงกันนะพี่อาทมองหน้าผม

"เดี๋ยวกูไปเอาคืนมาให้"พี่อาทที่หน้าเยินจนหมอเอายาเบตาดีนใส่ให้ไม่ถูกจุดอะคงต้องราดเอามือที่แตกเลือดซึมปนดินสีดำๆผมกวาดตามองไปทั่วตัวโธ่พี่ดูแลตัวเองก่อนดีมั๊ยก่อนจะช่วยผมน่ะ

"ไม่เป็นไรพี่เดี๋ยวผมไปเอาเอง"ผมบอกด้วยเสียงมุ่งมั่น

"โหมึงกล้ามากอะกูไม่ไปนะเป็นกำลังใจให้ที่ม้าหินอ่อนหน้าคณะ"เออครับไอ้เพื่อนเวรรักกูมากเลยละสิผมค้อนไอ้บู่ไปแรงๆทีนึง

"มึงอยากกินอะไรวะ"ไอ้ไผ่ตบไหล่ผมเบาๆผมทำหน้างงมันถอนใจ

"ก็เวลามึงนอนโรงบาลอาหารมันไม่อร่อยกูจะซื้อไปเยี่ยม"ครับเพื่อนเชี่ยแต่ละคน

"ไอ้เพ่ื่อนเชี่ยแทนที่จะให้กำลังใจ"ผมด่าแล้วไอ้บู่ก็มองนาฬิกา

"เห้ยๆได้เลาแล้วไปกันพวกมึง"พวกเราโดนขู่เอาไว้ครับใครมาช้าก็ได้เต้นท่าไก่ย่างหรือแล้วแต่ที่พี่ๆเขาจะสั่งพวกผมเตรียมใส่เกียร์หมาแต่ต้องค้างหันมามองพี่อาทที่นั่งคอตกอยู่พวกผมมองหน้ากันไปมาพี่มันคงรู้เลยเงยหน้าขึ้นมาฌบกมือไล่

"ไปเหอะกูพักแปปเดียวเดี๋ยวก็ดีแล้ว"พวกผมเลยวิ่งหน้าตั้งไปคณะหอบเป็นหมาหอบแดดเลยครับคนที่นั่งเต็มใต้ตึกเป็นน้องๆปีหนึ่งเหมือนพวกผมมีรุ่นพี่ผู้หญิงยืนถือไมค์ไฟส่องหน้าเอ้ยถือโทรโข่งประกาศเรียกป่าวๆพวกผมเลยทรุดตัวลงนั่งด้านหลังๆมีพี่ผู้ชายยืนกดดันวนไปมาระหว่างแถว

"แล้วเอาไงกับโทรสับมึงวะไอ้ม่อน"ไอ้ไผ่พอหายเหนื่อยก็เริ่มเสือกผมถอนใจ

"ยังไม่รู้หว่ะ"ผมกระซิบตอบกลับ

"กูว่านะไม่มีหวังจะได้คืนแล้วแหละพี่เพลิงมันคงกระทีบลูกมึงจนเละคาตีนอะกูว่า"

"เชี่ยโคตรให้กำลังใจกูเลยสัด"ผมด่าไอ้บู่เบาๆ

"ก็จริงหนิเสือกมีเรื่องกับใครไม่มีดันไปมีเรื่องกับเทพแห่งมอเราซวยไปเหอะมึง"ไอ้บู่ย้อนเจ็บจึกเลยครับฮื่อออใครจะไปรู้กูไม่ได้ตั้งใจนะครับ เสียงรุ่นพี่ยังประกาศปาวๆแต่พวกผมสามคนก็ไม่สนใจจะฟังคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมารู้ตัวอีกทีก็มีรุ่นพี่คนนึงมายืนค้ำหัวอยู่แล้วครับ

"ไม่เคยคุยกันเหรอครับน้อง....น้องแซลม่อน"หน่ะกูว่าแล้ววันนี้ไม่ทันได้เช็คเวลาเดินออกบ้านด้วยสิก้าวขาผิดข้างแหง๋

"ประเปล่าครับ"ผมทำหน้าแหย

"งั้นเมื่อกี้เค้าเรียกให้แนะนำตัวไม่ทำล่ะครับหรือตูดติดกาวลุกไม่ขึ้น"โหอายครับโคตรอาย

"ผมไม่ทันฟังขอโทษครับ"ผมอายจนหน้าแดงก็ไอ้สายตาร้อยห้าสิบคู่หันมาดูฉันมันยังใช้ได้อยู่นะครับ

"เอ้าได้ยินแล้วก็ลุกสิครับหรือให้พี่อุ้มดี"ว๊อยไอ้พี่เชี่ยมึงจะแซะกูไปถึงไหนวะผมนึกในใจแต่ก็ลุกขึ้นยืนแนะนำตัวเองแล้วไอ้สายตาที่ดูผมแบบนี้มันคืออะไรครับมันเป็นยังไงไหนบอกซิ เดี๋ยวๆสายตาทุกคู่ที่มองผมน่ะมันมองผ่านผมไปครับขนคอที่ลุกชันของผมนี่มันคือะไรผมค่อยๆหันหน้าไปมองข้างหลังแล้วต้องสะดุ้งสุดตัวพวกไอ้พี่เพลิงครับ แย่แล้วนรกมาเยือนกูแล้วพ่อจ๋าแม่จ๋าลูกขอโทษที่ดูแลจนแก่เฒ่าไม่ได้.....

#มาหยอดเล็กหยอดน้อยค่ะ นึกปลงกับเจ้าแซลม่อนลูกชายคนใหม่ของไรท์ท่าทางเบ๊อะๆของนางจะพาตัวเองรอดมั๊ยน๊อ