< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

หลุมพรางรักร้าย

Storytellers
0.0
<
>
บทนำหลุมพราง

บทนำหลุมพราง

“ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วลงไปรอฉันในอ่าง”

คำสั่งจากน้ำเสียงห้วนๆ เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางร่างอันบอบบางของกุลนิษฐ์ที่ยืนตัวซีดตัวสั่นอยู่ตรงกลางห้องพักสุดหรูของโรงแรมระดับแถวหน้าใจกลางกรุงเทพมหานคร หลังจากที่เธอถูกพามาส่งไว้ที่นี่โดยผู้ชายชุดดำสี่คนที่ไปรับตัวเธอมาจากบ้านที่เธอพักอาศัย

กุลนิษฐ์หันไปมองเจ้าของเสียงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องอีกห้องหนึ่ง เธอชะงักอึ้งไปเล็กน้อยเพราะความหล่อคมคายและร่างกายกำยำบวกกับความสูงชะลูดนั่นยิ่งส่งผลให้คนคนนี้ดูน่าดึงดูดและน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น

แต่ถ้าหากว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกต้องกว่านี้และดีกว่านี้กุลนิษฐ์คงมีกะจิตกะใจที่จะหลงใหลได้ปลื้มกับบุคคลที่เพิ่งเดินผ่านหน้าเธอไป อยากที่จะชื่นชมความหรูหราโอ่อ่าของสถานที่แห่งนี้แน่ เพราะหากให้สำรวจกันจริงๆ ห้องพักขนาดใหญ่แห่งนี้มันทั้งกว้างขวางใหญ่โตแค่ห้องที่เธอยืนอยู่ในตอนนี้ก็เทียบเท่ากับขนาดห้องนอนสองห้องของบ้านคุณลุงวานิตกับคุณป้าอรกานต์ที่เธอพักอยู่อาศัยทั้งหลังแล้ว

เตียงขนาดคิงไซส์ที่ถูกปูทับด้วยผ้าปูเตียงสีขาวสะอาดตากับผ้าห่มผืนหนาสีเดียวกันหากดูกันจริงๆ แล้วก็น่านอนพักผ่อนไม่ใช่น้อย แล้วยังมีทีวีจอแบนขนาดมหึมาที่แขวนอยู่บนผนังใกล้ๆ อ่างจากุชชี่ทรงกลมขนาดใหญ่ที่กินอาณาเขตเกินกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของห้องทั้งหมด แถมวิวข้างนอกหน้าต่างยามค่ำคืนก็สุดแสนจะโรแมนติกเพียงแค่ถูกกั้นด้วยกำแพงกระจกบานใหญ่ไม่ได้ทำให้ความงามของราตรีด้านนอกลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่นั่นกลับทำให้กุลนิษฐ์รู้สึกหวาดหวั่น หวาดกลัวจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง ยืนงกๆ เงิ่นๆ ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนทำตามคำสั่งของผู้ชายที่เพิ่งได้ตัวเธอมาเพราะแลกกับหนี้การพนันของผู้มีพระคุณ

หากย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ กุลนิษฐ์ ยังคงเป็นแค่นิสิตนักศึกษาที่มีความสุขมีรอยยิ้มที่สดใส ใบหน้าสะสวยนั้นสดชื่นมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ แม้จะถูกอรกานต์ผู้เป็นป้าจิกใช้ให้ทำงานบ้านทุกชนิดอยู่ทุกวี่วัน ถูกอคิราภ์ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ชายและอษิกาผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาว รังแก เอารัดเอาเปรียบขนาดไหนแต่ยังไงสำหรับกุลนิษฐ์แล้วก็คงดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้แน่ๆ

หลังกลับจากมหาวิทยาลัยกุลนิษฐ์ยังไม่ทันที่จะได้ดื่มน้ำหรือนั่งพักเธอก็ถูกผู้ชายสี่คนฉุดกระชากลากเธอขึ้นรถยนต์คันหรู เธอทั้งตกใจทั้งร้องไห้โวยวาย ร้องขอให้อรกานต์กับวานิตช่วยเหลือแต่ผู้เป็นป้าไม่แม้แต่จะปริปาก มีเพียงคำพูดสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนจะถูกผลักเข้าไปในรถนั่นก็คือ...

“แกจะร้องไห้โวยวายทำไม แกต้องทดแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่พ่อแม่ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงแกมาตั้งหลายปี ถึงเวลาแล้วที่แกจะต้องตอบแทนครอบครัวฉัน”

นั่นคือเสียงที่ออกมาจากปากของคนที่กุลนิษฐ์เพียรเรียกว่าพี่สาว

หลังจากพ่อแม่ตายกุลนิษฐ์ก็อาศัยอยู่กับครอบครัวของป้า แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักความเมตตาเท่าที่ควรแต่อย่างน้อยป้ากับสามีของป้าก็ยังกัดฟันส่งเสียให้เธอได้เข้าเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย

อรกานต์กับสามีของเธอชอบเล่นการพนันด้วยกันทั้งคู่ ส่วนลูกชายก็คอยติดสอยห้อยตามผู้ให้กำเนิดไปเข้าบ่อนอยู่เป็นประจำ ลูกสาวก็ไม่ทำงานทำการเอาแต่เที่ยวเล่นคั่วผู้ชายไปวันๆ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากเงินและสมบัติก้อนสุดท้ายของพ่อแม่ของกุลนิษฐ์ทั้งนั้น

...สุดท้ายแล้ววันนี้...

กุลนิษฐ์กลับต้องมายืนอยู่ตรงนี้กับผู้ชายที่เธอไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อและไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนด้วยซ้ำ