< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

สงครามรักต่างแดน (แนวดราม่า โรมาน์ช35+++)

อังศุมาลินทร์ กังสดาล พิมพ์มาดา
0.0
<
>
บทที่1 ตอน "ความฝันในอดีตที่ฝังใจ" 20%

‘ความฝันในอดีตที่ฝังใจ’

บึมม!!!

“ระ...ระวัง! หละ...หลบไปครับพี่บุญมี!”

เสียงครางของผู้ชายตัวโตที่นอนเกลือกกลิ้งกระสับกระส่ายสะดุ้งเป็นพักๆ อยู่บนที่นอนหนานุ่มขนาดใหญ่ มือไม้ทั้งสองข้างไม่อยู่สุขก็คอยไขว่คว้าเอาอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามากอดไว้แนบชิด ซึ่งสิ่งที่คนนอนละเมอฝันร้ายก็คว้าเอาหมอนข้างกายมากอดไว้แน่นแทนอะไรบางอย่างที่ชายหนุ่มเรียกร้องโหยหา เฝ้าเสาะแสวงหามาตลอดสิบห้าปีกว่า

วี้ดด!! บึมมม!!! บึมมมม!!!

เสียงหวอระเบิดเตือนภัยมาพร้อมเสียงตูมๆ ของระเบิดหลายลูกที่เครื่องบินหลายลำบินผ่านโจมตีโยนลงสู่พื้นดินตรงหมู่บ้านเล็กๆ ในแผ่นดินประเทศลาวติดชายแดนไทยลุ่มแม่น้ำโขง ผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นคนเฒ่าผู้แก่เด็กเล็กเด็กแดงในหมู่บ้านต่างพากันร้องวี้ดว้ายขอความช่วยเหลือ

ทุกคนต่างวิ่งหนีหลบลูกระเบิดกันขวักไขว่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกันกับครอบครัวของผู้ใหญ่บ้าน ‘นาย บุญมี วิบูรณ์’ เขาจูงเมียและอุ้มลูกสาวเดินฝ่าความมืดไปตามตลิ่งแม่น้ำโขง ซึ่งมีนายทหารฝรั่งนายหนึ่งคอยเดินนำทาง

“คุณเดวิด...ผมฝากลูกสาวของผมด้วยนะครับ

เมื่อมาถึงที่หมาย ชายหนุ่มร่างท้วมวัยสี่สิบปีพูดภาษาฝรั่งเศสผสมภาษาไทยแบบคำต่อคำพอทำให้เดวิด นายทหารฝรั่งวัยยี่สิบหกปีได้เข้าใจ...

นายบุญมีหวาดระแวงคอยสอดส่องมองความปลอดภัยซ้ายขวาเมื่อเสียงปืนดังอยู่ข้างหลัง ไหนจะเสียงระเบิดที่เครื่องบินหลายลำบินผ่านและโยนลงแต่ละครั้งเสียงดังตูมตามๆ

ดวงหน้าหยาบกร้านของนายบุญมีเป็นกังวลอย่างหนักเมื่อมองหน้านายทหารชาวฝรั่งเศส เขาสงสารลูกแต่จะทำยังไงได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ลูกสาวมีชีวิตรอดก็คือ ฝากฝังลูกสาวสุดดวงใจให้นายทหารฝรั่งที่เขาไว้ใจว่าชายหนุ่มจะปกป้องคุ้มครองดูแลลูกแทนเขาได้เป็นอย่างดี

และก่อนที่เขาจะยื่นลูกสาวคนเดียวให้เดวิดนั้น...นายบุญมีก็ได้หันไปมองตาของภรรยาชาวลาว ซึ่งภรรยาของนายบุญมีก็พยักหน้าให้สามีทั้งที่มีน้ำตาไหลเป็นทางยาวอาบแก้มขาวผ่อง มือที่กุมมือของสามีไม่ยอมปล่อยนั้นเย็นเฉียบเมื่อเห็นสามียื่นลูกสาวสุดดวงใจให้เดวิด

“ไปด้วยกันนะครับพี่บุญมี...พี่ช่อไม้”

เดวิดพูดภาษาฝรั่งเศสผสมภาษาไทย เขาช่วยนายบุญมีเอาเรือพายออกมาจากที่ซ่อน แล้วค่อยๆ ก้าวขึ้นเรือที่มีเพียงสองที่นั่ง ซึ่งนายบุญมีเป็นคนหามาเตรียมไว้เพื่อหลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศไทย...

เดวิดรับหนูน้อยกล้วยไม้มาอุ้มแล้วปล่อยให้เด็กน้อยนั่งเกาะขาเขาไว้ แล้วเขาก็ยื่นมือให้ภรรยาของนายบุญมีเกาะเพื่อจะได้ข้ามเข้าไปนั่งบนเรือได้ แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับคืนมาคือ…

“ฉันฝากยัยหนูของฉันด้วยนะนายทหาร” นางช่อไม้ส่ายหน้าปฏิเสธ เธอสะอื้นไห้เสียงดังฮือๆ เมื่อเห็นลูกอยู่ในอ้อมกอดของนายทหาร

“ยื่นมือมาให้ผมเถอะพี่ช่อไม้ ไปด้วยกันนะครับ” เดวิดเป็นทหารของฝรั่งเศสซึ่งถูกพวกทหารจีนแดงตามล่าและเขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บ โชคดีที่นายบุญมีช่วยชีวิตเอาไว้และช่วยให้เขาหลุดพ้นจากหน่วยงานข้าศึกจีนแดง

“ฮืออ...นายทหาร...ยัยหนูเป็นดั่งดวงใจของฉัน...ฉันขอฝากกล้วยไม้ให้คุณดูแลแทนฉันด้วยนะคะ” นางช่อไม้กำชับบอกเดวิดด้วยเสียงสั่นเครือ

“อย่าร้องไห้เลยช่อไม้ เราจะต้องได้เจอลูก และได้ไปอยู่ที่ประเทศไทย บ้านเกิดของพี่แน่นอน...พี่สัญญา พี่จะพาเธอไปเจอลูกให้ได้”

นายบุญมีจุกอกหายใจไม่ออกเมื่อเอ่ยคำสัญญาที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เขาสงสารเมียรักที่เอาแต่ร้องไห้ จึงเข้าไปยืนเคียงข้างเมียกอดเมียไว้ด้วยความรัก และปลอบขวัญด้วยเสียงกระซิบให้เมียได้ยินเพียงคนเดียว

“พี่บุญมี...ฉันสงสารลูกค่ะ” เสียงสะอื้นสั่นเครือกระซิบบอกสามี เธอทำตามสามีบอก ให้หยุดร้องไห้โดยการยกมือขึ้นปิดเรียวปากไว้แน่นกลัวใครจะได้ยิน...

นางช่อไม้ได้แต่จ้องสบสายตาบ้องแบ๊วของลูกสาว ใจจะขาดตายเสียให้ได้เมื่อนึกถึงวันข้างหน้า ถ้าการจากกันครั้งนี้เป็นการจากที่ไม่มีวันได้พบเจอหน้าลูกอีก นางช่อไม้ไม่อยากจะนึกถึงเลยว่าลูกสาวของเธอจะประสบปัญหาอะไรบ้าง และลูกของเธอจะอยู่ได้ไหมโดยที่ไม่มีพ่อและแม่คุ้มครอง