< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

พ่ายรักเมียร้าย

รวิญาดา
0.0
<
>
ตอน ค้นหาความจริง

ตอนที่1. ค้นหาความจริง

คฤหาสน์ ตระกูลเกียรติก้องหล้า

วันนี้คนงานในคฤหาสน์พากันเร่งมือจัดตกแต่งบริเวณสนามหญ้าด้านหน้าตึก เพื่อเตรียมการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ คุณหนู จอมขวัญ เกียรติก้องหล้า ลูกสาวแสนสวยของนาย เลิศ เกียรติก้องหล้า นักธุรกิจเจ้าของกิจการส่งออกอัญมณีอันดับหนึ่งของประเทศ ที่จบการศึกษาจากประเทศออสเตรเลีย โดยมี จอมทัพ เกียรติก้องหล้า ผู้เป็นพี่ชายเป็นคนควบคุมความเรียบร้อยทุกอย่าง เพื่อให้งานออกมาประทับใจน้องสาวสุดที่รักคนเดียวของเขามากที่สุด

ตอนนี้ฐานะของตระกูลเกียรติก้องหล้ากำลังติดลบอย่างหนัก จากวิกฤติทางการค้าจนต้องยอมขายหุ้นบางส่วน ให้กับ อรอินทร์ ปัญญาภัทร ประธานบริษัทพีพีกรุ๊ป กลุ่มทุนใหญ่ที่มีอำนาจทางการเงินสูงบริษัทหนึ่งของประเทศ นายเลิศ กับจอมทัพ ไม่เคยแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ จอมขวัญรับรู้ พยายามช่วยกันดิ้นรนรักษาทรัพย์สินของตระกูลไว้สุดความสามารถ

“คุณพ่อให้ใครไปรับหนูจอมหรือครับ ป่านนี้น่าจะมาถึงสนามบินแล้ว”

จอมทัพเอ่ยถามบิดา หลังจากดูแลความเรียบร้อย แล้ว ขึ้นมาบนตึกพบท่านกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาจึงเดินไปนั่งคุยด้วย

“คุณอรเขาให้คนขับรถของเขาไปรับน่ะ วันนี้คุณอรกลับมาจากออสเตรเลียเหมือนกัน เห็นว่ารู้จักหนูจอมเลยอาสาพามาส่งบ้านให้ คุณอรเขาเป็นคนน่ารักนะ แกว่าไหมทัพ”

นายเลิศเอ่ยถึงอรอินทร์ เจ้าหนี้รายใหญ่ของตนด้วยน้ำเสียงชื่นชม หากไม่ได้อรอินทร์ปล่อยเงินกู้ให้ บริษัทของเขาคงพบกับวิกฤติจนล้มละลายแน่ อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงเก่งแม้จะมีอายุน้อยกว่าจอมทัพ ลูกชายของตนหลายปี แต่ฝีมือการบริหารงานเก่งไม่แพ้คนอายุมากกว่า ที่สำคัญ ยังโสด เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงอินทรผู้มีเชื้อสายเป็นเจ้าทางเหนือ ทั้งสวย ทั้งเก่งครบเครื่องจนอยากลุ้นให้ลูกชายลองจีบดู

“คุณอร เจ้าหนี้ของเรานั่นหรือครับ”

จอมทัพเหยียดมุมปากเมื่อนึกถึงหญิงสาวนามว่าอรอินทร์ เขาเคยพบกับเธอครั้งหนึ่งในงานเลี้ยง ความสวยของเธอทำให้เขาติดใจ แต่เมื่อเห็นท่าทางราวกับนางพญาและสายตาดูแคลนที่มองเธอใช้มองเขา กับคำพูดประโยคแรกที่ออกมาจากปากอิ่มนั้น ก็หมดอารมณ์ทันที

“ฉัน อรอินทร์ ปัญญาภัทร รองประธานบริหารพีพีกรุ๊ป และผู้ถือหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทในเครือเกียรติก้องหล้า รวมถึงเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทคุณ ได้ยินแล้วก็ขยับถอยไปห่างๆ ฉันเหม็นสาบลูกหนี้”

เธอเหยียดหยามดูแคลนเขาทั้งสายตาและคำพูด โดยไม่สนว่าคนในงานจะมองแล้วคิดยังไงกับเขาบ้าง จอมทัพเข็ดขยาดผู้หญิงแบบอรอินทร์จนไม่อยากเจอหน้า ได้แต่เลี่ยงทุกครั้งที่ได้พบเธอตามงาน

“ผมหลอกน้องว่าผมกับคุณพ่อติดงาน น้องงอนใหญ่เลยครับ บอกว่าพ่อกับพี่ไม่สนใจ ถ้าหนูจอมมาเห็นว่าเราจัดงานเลี้ยงเซอร์ไพรซ์แกคงหายงอน”

จอมทัพเลี่ยงจะเอ่ยถึงอรอินทร์ เขาชวนบิดาคุยถึงน้องสาวแทน

“แกหาตำแหน่งให้น้องทำหรือยัง หนูจอมเขาจบการออกแบบมา คงอยากทำงานตรงกับที่เรียน”

บิดาเอ่ยถึงลูกสาวคนเดียว ด้วยน้ำเสียงรักใคร่ หลังจากภรรยาจากไป จอมขวัญคือตัวแทนความรักทั้งหมดที่เขามี เป็นแก้วตาดวงใจของเขาและพี่ชายอย่างจอมทัพ

“ผมจะให้ไปดูแลส่วนการออกแบบผลิตภัณฑ์ครับ น้องคงชอบเพราะได้ออกแบบคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ของเราเอง”

งานในบริษัทคงมีแต่งานส่วนนี้ ที่ไม่ต้องยุ่งกับการบริหาร ไม่ต้องรับรู้เรื่องสถานะทางการเงินที่กำลังวิกฤติของบริษัท จอมทัพตั้งใจกันน้องสาวให้ออกจากปัญหาที่เขากับบิดา กำลังช่วยกันแก้ หากเสนอคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ให้เจ้าชายประเทศทางตะวันออกกลางสำเร็จ จะสามารถชำระหนี้ให้กับพีพีกรุ๊ปได้กว่าครึ่ง ถึงเศรษฐกิจหลายประเทศจะชะลอตัว ทำให้ออเดอร์การสั่งจิวเวลรี่น้อยลง แต่สำหรับประเทศที่ร่ำรวยแถบนี้ไม่เคยมีปัญญาหาเรื่องนี้เลย ขอเพียงถูกใจก็จะสั่งออเดอร์จนทำแทบไม่ทันทีเดียว จอมทัพพยายามติดต่อคู่ค้าด้วยตนเอง เพื่อให้อีกฝ่ายมั่นใจในคุณภาพของสินค้า และหาข้อมูลเพื่อให้นักออกแบบสร้างผลงานล้ำค่าออกมาให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด

“อ๊ะ หนูจอมโทรมาพอดี คงมาถึงแล้ว ยายเด็กดื้อนี่พูดถึงไม่ได้เลย”

จอมทัพยิ้มกว้าง เมื่อโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอโชว์เบอร์ของน้องสาวสุดที่รัก เขารีบกดรับสายทันที

“เป็นไงหนูจอม มาถึงแล้วใช่ไหม”

“ค่ะพี่ทัพ หนูมาถึงโดยสวัสดิภาพแล้ว คุณพ่อกับพี่ทัพเสร็จงานแล้วหรือคะ” จอมขวัญเอ่ยถาม

“เสร็จตั้งนานแล้ว ตอนนี้พี่กับคุณพ่อรอเราอยู่ที่บ้าน รีบกลับมาเลยนะยายตัวยุ่ง”

“ขอหนูคุยกับคุณพ่อหน่อยค่ะ”

“หนูจอมจะคุยด้วยครับ”

จอมทัพส่งโทรศัพท์ให้บิดาคุยต่อ ตัวเขานิ่งฟังอยู่ข้างๆ นายเลิศกดเปิดลำโพงให้ได้ยินพร้อมกัน

“ว่าไงยายหนู คิดถึงพ่อหรือเปล่า” เขาทักทายบุตรสาว

“คิดถึงคุณพ่อที่สุดในโลกเลยค่ะ” เสียงหวานๆ ออดอ้อน เรียกรอยยิ้มจากคนฟัง

“พ่อก็คิดถึงหนูลูก”

พูดไป ดวงตาก็เริ่มแดง เสียงใสๆ ของลูกสาวทำให้คนเป็นพ่อหัวใจพองฟู ยายหนูตัวน้อยที่พ่อรักปานแก้วตาดวงใจ ทะนุถนอมยิ่งกว่าไข่ในหิน แม้จะส่งไปร่ำเรียนไกลถึงต่างแดนก็เลือกประเทศที่ใกล้ที่สุด จะได้เดินทางไปเยี่ยมได้บ่อยๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่ทำให้ระยะหลัง ได้พบหน้ากันน้อยลง ความคิดถึงจึงทวีคูณ ลูกเรียนจบมาครั้งนี้เขาไม่คิดจะปล่อยให้ลูกไปอยู่ไกลตาอีกแล้ว

“พ่อขา พ่อจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะขอไปเที่ยวที่เชียงใหม่ บ้านพี่อร” เจ้าตัวเอ่ยถามเสียงเบา

“ได้สิลูก คุณอรเขาชวนหรือไง ถึงอยากไป” นายเลิศตามใจลูกสาวเสมอ

“ค่ะ พี่อรเขาชวนหนูเลยอยากไป แล้วตอนนี้หนูก็...”

จอมขวัญเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

“หนูกำลังจะบินไปเชียงใหม่ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะคุณพ่อ หนูขอไปเที่ยวก่อน แล้วค่อยกลับไปหอมแก้มคุณพ่อกับพี่ทัพทีหลังนะคะ”

นอกจากชอบเอาแต่ใจแล้ว จอมขวัญยังทำตามใจตัวเองแบบที่ไม่มีใครห้ามได้ การทำก่อนบอกทีหลังก็เป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย สร้างความปวดหัวให้บิดาไม่รู้จบ นายเลิศหันไปมองหน้าจอมทัพ แล้วถอนหายใจแรง ยกมือขึ้นกุมขมับ

“ยายหนูจอม เอาอีกแล้วนะ ทำไมชอบทำให้พี่กับพ่อต้องปวดหัวอยู่เรื่อย”

จอมทัพอดไม่ไหวเอ็ดน้องสาวเสียงดัง

“พี่ทัพ หนูขอโทษค่ะ จะให้หนูกลับตอนนี้คงไม่ได้ค่ะ เครื่องใกล้จะออกแล้ว หนูต้องรีบไปก่อนนะคะ ถึงแล้วจะโทรรายงาน รักพี่ทัพกับคุณพ่อม๊ากมาก จุ๊บๆ”

เจ้าตัวแสบกดวางสายไปแล้ว ปล่อยให้พี่ชายตบหน้าผากตัวเองอย่างระอาใจ

“ไม่ไหวเลยหนูจอม ทำตามใจตัวเองจนเคยตัว แบบนี้จะดัดนิสัยไหวไหม เห้อ”

“ช่างเถอะ น้องอยากไปเที่ยวก็ปล่อยแกไป พอเบื่อก็กลับมาเองแหละ แกไปบอกคนงานให้ยกเลิกงานเลี้ยง อาหารที่สั่งมาก็ให้เอาไปแจก ชาวบ้านแถวๆ นี้ให้หมด พ่อขึ้นห้องก่อนนะ”

พูดจบนายเลิศก็ลุกขึ้นเดินหนีเข้าห้อง ปล่อยให้ลูกชายมองตามแล้วส่ายหน้า

“แบบนี้สิ ยายหนูจอมถึงได้ใจ ปากบ่นแต่ไม่เคยห้ามสักที ยายอรอินทร์นั่นก็ตัวแสบ รู้ทั้งรู้ว่าพวกเรารอยายหนูอยู่ ยังมาชวนไปเที่ยว รอให้หมดหนี้ก่อนเถอะ พ่อจะกำราบให้หายหยิ่ง”

จอมทัพบ่นถึงเจ้าหนี้สาว ด้วยความหมั่นไส้ เขาอยากจะทำให้ยายผู้หญิงจอมเชิดคนนั้นหายหยิ่งสักที หากมีโอกาสเขาไม่ยอมให้เธอชักสีหน้าใช้สายตาดูถูกเขาเป็นครั้งที่สองแน่

///

“อ้าว คุณพ่อยังไม่ไปทำงานอีกหรือครับ”

จอมทัพหยุดทักทายบิดา เมื่อเดินผ่านห้องนั่งเล่นแล้วเห็นนายเลิศนั่งอยู่ มองดูนาฬิกาบนผนังแล้วพบว่าเป็นเวลาแปดนาฬิกาแล้ว ตัวเขากำลังจะออกไปบริษัท

“ยายหนูยังไม่โทรมาเลย ป่านนี้น่าจะถึงแล้ว แต่ทำไมไม่ยอมโทรมาบอก”

นายเลิศถอนหายใจแรงๆ สายตามีความห่วงใยลูกสาวคนเดียวปรากฎอยู่ เขานั่งรอรับโทรศัพท์จากจอมขวัญมาค่อนคืน แต่ลูกสาวไม่ยอมโทรมาตามที่บอกไว้ ปกติลูกสาวมักจะโทรรายงานให้ผู้เป็นพ่อทราบเสมอ

“สงสัยหนูจอมคงเหนื่อยครับ ไม่ก็แถวนั้นไม่ค่อยมีคลื่น คุณพ่อไปทำงานก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมจะโทรไปหาน้องเอง”

“พ่อมีนัดกับลูกค้า ยังไงก็โทรบอกพ่อด้วยนะ”

นายเลิศขยับลุกขึ้น เดินไปยังรถที่จอดรออยู่หน้าบ้าน

“วันนี้ผมจะแวะไปดูโรงงานเสียหน่อย เย็นๆ ค่อยคุยกันนะครับคุณพ่อ”

จอมทัพเดินมาส่งบิดาที่รถ ตัวเขาก็ขึ้นรถอีกคันเดินทางไปโรงงาน ระหว่างทางก็ครุ่นคิดถึงน้องสาว หยิบโทรศัพท์มากดโทรหา แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ

“หนูจอมปิดมือถือหรือยังไง”

จอมทัพกดโทรอีกสองครั้งก็ไม่มีสัญญาณ จึงเปลี่ยนไปกดโทรหาอรอินทร์แทน รออยู่ครู่หนึ่งอีกฝ่ายก็กดรับสาย

“คุณอรอินทร์ใช่ไหมครับ ผมจอมทัพ”

“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงหวานใสตอบกลับมา

“ผมโทรหาหนูจอมไม่ติด ตอนนี้แกอยู่ที่ไหนครับ ผมอยากคุยกับแกสักหน่อย” เขาเอ่ยถาม

“หนูจอมไม่ได้อยู่กับฉันค่ะ เมื่อวานเจอกันที่สนามบิน คุยกันครู่หนึ่งหนูจอมก็ขอตัว จะไปส่งก็ไม่ยอม บอกว่าจะกลับเอง”

อรอินทร์พูดปดแต่งเรื่องไปตามที่เกริกบอก กัดฟันลุ้นว่าอีกฝ่ายจะยอมเชื่อไหม คนอย่างจอมทัพฉลาดเป็นกรด การหลอกเขามันเป็นเรื่องยาก

“คุณพูดอะไร หนูจอมโทรมาบอกผมกับคุณพ่อว่า จะไปเที่ยวบ้านคุณที่เชียงใหม่”

จอมทัพทักท้วง เริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล น้องสาวของเขาไม่ใช่คนที่ชอบโกหก

“แกไม่ได้มากับฉันค่ะ คุณลองโทรหาหนูจอมอีกครั้งสิคะ บางทีแกอาจจะไปเที่ยวกับเพื่อนคนอื่นก็ได้”

อรอินทร์ยืนยันอีกครั้ง ทำให้จอมทัพนิ่วหน้า เขาไม่เชื่อว่าน้องสาวจะโกหก

“คุณจะบอกว่า หนูจอมโกหกผมกับคุณพ่ออย่างนั้นเหรอ”

“อันนี้ฉันก็ไม่รู้นะคะ เพราะหนูจอมไม่ได้มากับฉัน”

“น้องสาวผมไม่เคยโกหก” เขาเชื่อเช่นนั้น

“ไม่เคย ก็ใช่ว่าจะไม่ทำนี่คะ”

อรอินทร์ปั้นเสียงเยาะ เบี่ยงประเด็นให้เขาคิดตาม

“หนูจอมแกอาจจะอยากไปเที่ยวกับเพื่อนตามลำพังบ้าง หรือไม่แกก็อาจจะมีแฟน”

“หยุดนะ! น้องสาวผมไม่เคยคบหากับผู้ชายคนไหน อย่ามาปากพร่อยพูดจาใส่ร้ายกันแบบนี้นะ”

จอมทัพตวาดเข้าใส่ เมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู อรอินทร์ไม่เคยรู้จักจอมขวัญดี มาพูดจาใส่ไคล้กันแบบนี้เขาไม่ยอมหรอก

“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันแค่วิเคราะห์ไปตามเหตุผล สมัยนี้เด็กผู้หญิงหายไปจากบ้าน พ่อแม่ประกาศตามหา สุดท้ายก็พบว่าหนีไปเที่ยวกับผู้ชายทั้งนั้น”

อรอินทร์ยกเรื่องราวที่มักเจอในโซเชียล มาประกอบคำพูดของตน

“หนูจอมไม่ใช่คนเหลวไหลแบบนั้น ขอบคุณที่ให้ข้อมูล”

จอมทัพกดวางสาย เขากำโทรศัพท์ไว้แน่น ในอกร้อนรนด้วยความห่วงใยน้องสาว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จอมขวัญจะโกหกพี่ชายกับพ่อ น้องสาวรู้ดีว่าทั้งเขาและนายเลิศ รักและตามใจแกแค่ไหน จะมาโกหกเพื่อหนีเที่ยว เขาไม่เชื่อเด็ดขาด

“หนูจอม น้องอยู่ที่ไหน ทำไมไม่รับสายพี่”

จอมทัพกุมขมับ ปวดหัวกับปัญหาที่หาคำตอบไม่ได้เขาไม่กล้าบอกเรื่องนี้ให้บิดารู้ นายเลิศเป็นโรคหัวใจหากรู้เข้าคงเป็นห่วงลูกสาวจนอาการกำเริบได้

“พี่จะตามหาน้องได้ที่ไหน ยายเด็กดื้อ น้องไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน จะให้พี่เชื่อหรือว่าน้องโกหกพี่”

จอมทัพไม่อยากเชื่อ ว่าน้องสาวจะเป็นคนเหลวไหล ตอนนี้เขาจนปัญญาไม่รู้จะตามหาน้องสาวเจอได้อย่างไร เบาะแสสุดท้ายจากปากอรอินทร์ก็บอกว่าน้องสาวเขาแยกตัวกลับเอง ค้านกับคำพูดของจอมขวัญที่บอกว่า ตามไปเที่ยวเชียงใหม่กับอีกฝ่าย ใครกันแน่ที่โกหก

“อรอินทร์ ผมไม่เชื่อคุณ”

จอมทัพกดโทรศัพท์โทรหาเพื่อน ที่ทำงานอยู่ที่สนามบิน เขาต้องการเช็คว่าน้องสาวของเขาไปที่ไหนต่อ

“ปกรณ์เหรอ ฉันจอมทัพนะ รบกวนแกช่วยตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารให้ฉันหน่อย ว่ามีชื่อ จอมขวัญ เกียรติก้องหล้า เดินทางไปเชียงใหม่หรือเปล่า”

“ได้ แต่น้องสาวนายเดินทางเวลากี่โมง สายการบินไหนพอจะรู้ไหม” อีกฝ่ายเอ่ยถามข้อมูล

“ฉันก็ไม่รู้ นายช่วยเช็ค ทุกเที่ยวบินได้ไหม น้องสาวของฉันหายไปยังติดต่อไม่ได้เลย รบกวนหน่อยนะ”

จอมทัพจำเป็นต้องบอกความจริง เขาต้องการข้อมูลไม่ใช่การบอกกล่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ หากจอมขวัญไม่ได้เดินทางไปกับอรอินทร์จริง น้องสาวของเขาไม่ควรมีชื่อในรายชื่อผู้โดยสาร

“จริงหรือ ช่วยส่งรูปน้องสาวนายมาให้หน่อย ฉันจะให้เขาเช็คกล้องวงจรปิดด้วย”

คนในย่อมรู้วิธีการหาข้อมูล จอมทัพส่งรูปของน้องสาวไปให้เพื่อนดู อดทนรอราวยี่สิบนาที ปกรณ์ก็โทรกลับมา

“ฉันพบรายชื่อ ของน้องสาวนาย เดินทางไปเชียงใหม่เที่ยวบินที่...”

ข้อมูลถูกแจงให้จอมทัพรับรู้ ซึ่งมันตรงกันข้ามกับสิ่งที่อรอินทร์บอก อีกฝ่ายกำลังเล่นตลกอะไรกับเขากันแน่

“มีผู้โดยสาร ชื่ออรอินทร์ ปัญญาภัทรเดินทางไปด้วยหรือเปล่า นายช่วยเช็คให้ฉันด้วย”

“สักครู่นะ”

ปลายสาย เงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาว่า

“ผู้โดยสารที่นั่งเก้าอี้ติดกัน ชื่อ อรอินทร์ ปัญญาภัทร เครื่องไปลงที่สนามบินเชียงใหม่ เวลา...”

ข้อมูลที่ได้ ทำให้จอมทัพกำหมัดแน่น มั่นใจเกินร้อยว่า อรอินทร์ อาจมีส่วนรู้เห็นในการหายไปของน้องสาว หากเขาเชื่อคำพูดของหญิงสาวโดยไม่ตรวจสอบก่อน อีกฝ่ายอาจจะรอดตัวไป แต่งานนี้เขาไม่โง่พอจะเชื่ออะไรง่ายๆ

“ขอบใจมากปกรณ์ นายพอจะหาตั๋วไปเชียงใหม่ เที่ยวที่เร็วที่สุดให้ฉันได้ไหม”

“ได้สิ ช่วงนี้ตั๋วว่างเพรียบ เดี๋ยวฉันจะสั่งลูกน้องให้จองให้นายเอง”

“ขอบใจมากปกรณ์ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวเจอกัน”

จอมทัพกดวางสาย แล้วสั่งให้คนขับรถเปลี่ยนเส้นทางไปยังสนามบินแทน เขาต้องไปตามหาจอมขวัญที่เชียงใหม่ต่อให้ต้องค้นบ้านของอรอินทร์เขาก็จะทำ!

///

สวัสดีค่ะ

ช่อชมพูขอนำเสนอนิยายเรื่อง พ่ายรักเมียร้ายค่ะ เรื่องราวต่อเนื่องกับเรื่องแค้นรักเมียเชลยนะคะ 

อัพให้อ่านเป็นตอนแรกแล้วนะคะ

ช่อชมพู