< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

ทัณฑ์แห่งรัก

มาชาวีร์
0.0
<
>
รอยอดีต

1

รอยอดีต

___________________________________________________

“กรี๊ดดด!!!” เสียงร้องอันโหยหวนดังขึ้นในตอนดึกบนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ แม่บ้านสูงวัยรีบวิ่งขึ้นบันไดไปดูด้วยความตกใจ

“คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ปล่อยฉันนะ! ฉันบอกให้ปล่อย”

เสียงตะโกนดังลั่นออกมาจากข้างในห้องนอนของผู้เป็นนาย ก่อนที่หญิงสาวในชุดชั้นในสีแดงสดเปิดประตูหน้าตาตื่นออกมาจากข้างใน ใบหน้ามีรอยฟกช้ำอยู่บนแก้มทั้งสองข้าง คิ้วของนางเบญจมาศถึงกับขมวดเข้าหากันแน่นอย่างคนอดสงสัยไม่ได้ เพราะว่าปกติแล้วผู้หญิงที่นายของตนเรียกมาใช้บริการ ส่วนใหญ่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้มาก่อนหน้าแล้ว ไม่ว่าจะโดนนายของตนกระทำรุนแรงสักเพียงใดก็ไม่มีปริปากบ่นสักคน

“คุณคะ นั่นคุณจะไปไหนคะ” นางถามด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าชุดที่อีกคนสวมอยู่นั้นดูล่อแหลมจนเกินไป

“โอ๊ยป้า ไปให้พ้นคนบ้าน่ะสิ ขืนอยู่ต่อก็ตายเปล่าหนูไม่เอาด้วยหรอก” คนพูดยังมีอาการตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด

“แต่ชุดนั่นของคุณ...” นางเบญจมาศชี้นิ้วไปยังชุดที่หญิงสาวสวมใส่อยู่อย่างเสียไม่ได้

“ช่างเถอะป้า ให้ไอ้พวกหื่นข้างนอกมันปล้ำ ยังดีกว่าให้คนบ้าฆ่าตาย คนอะไรคิดจะฆ่าจะแกงกันได้ลงคอ” พูดเสร็จสาวกร้านโลกก็ยักไหล่เหมือนไม่แคร์อะไรทั้งนั้น สะบัดหน้าเดินจากไปทั้งที่สวมชุดชั้นในแค่สองชิ้น นางเบญจมาศต้องรีบเดินตามหลังหญิงสาวเพื่อออกไปเปิดประตูให้

หมอนวดสาวออกอาการโล่งอกทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกปิดลง ตั้งแต่ทำอาชีพให้บริการทางเพศมาเกือบสองปี ไม่เคยมีวันไหนที่จะน่ากลัวได้เท่าวันนี้มาก่อนเลย ผู้ชายที่อยู่ในห้องนั้นราวกับสองคนในร่างเดียว ร่างหนึ่งเทพบุตร อีกร่างก็ซาตาน ถ้าไม่ตัดสินใจออกมาก็ไม่รู้ว่าจะยังมีลมหายใจอยู่อีกหรือเปล่า เธอยังมีน้องต้องเลี้ยงดูอีกเป็นโขยงคงไม่มีความจำเป็นที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องพรรค์นี้ มิน่าล่ะถึงได้จ่ายแพงกว่าคนอื่นเกือบเท่าตัว ที่แท้ก็มาเป็นกระสอบทรายให้เขาซ้อมดีๆ นี่เอง ฝันไปเถอะ! คิดได้อย่างนั้นหญิงสาวก็ตัดสินใจโบกแท็กซี่กลับไปยังที่พักของตัวเอง

คนขับแท็กซี่ถึงกับอ้าปากค้างตาโตจ้องผู้โดยสารสาวอย่างไม่ลดละ

“พี่ไม่ต้องมองหื่นขนาดนั้นหรอก คืนนี้หนูลดให้จากสองพันเหลือ พันห้าแล้วกัน” หัวสมองอันชาญฉลาดของเธอรีบหาลูกค้าในทันที คนขับแท็กซี่หนุ่มกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก่อนจะตอบกลับว่า

“ขึ้นมาเลยน้องสาว” เพราะว่าเขาเองก็กำลังหาที่ระบายอยู่พอดี ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาบริการถึงที่ แถมยังเสนอสินค้าให้เห็นเต็มตาแบบนี้ด้วย มีหรือจะปล่อยให้หลุดมือไป แล้วรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองก็แล่นจากหน้าประตูไปสู่สถานบริการยามค่ำคืน จอดสนิทภายใต้ม่านรูดสีฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อสนองกิเลสตัณหาที่ทั้งคู่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้า

ฝั่งนางเบญจมาศหลังจากส่งหญิงสาวขึ้นรถแล้ว ก็กลับขึ้นมาบนบ้านอีกครั้งหนึ่ง นางยังไม่ทันได้แก้ต่างให้ผู้เป็นนายเลยว่าถึงเขาจะทำร้ายหญิงสาวยามหลับนอน แต่ก็ไม่เคยถึงกับลงมือฆ่าใครสักคน ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความทุกข์ระทมของบางคน ตั้งแต่ที่ใครบางคนได้จากโลกนี้ไป นายของตนก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความโศกเศร้าจากการสูญเสียเปลี่ยนคนดีแสนดีให้กลายร่างเป็นปีศาจร้ายไปได้ คิดได้เพียงเท่านั้นก็ต้องสะดุ้งโหยงกับเสียงที่ตะโกนออกมาจากข้างในห้องของผู้เป็นนาย

“ป้า! ไปบอกอาณพให้หาคนใหม่มาแทน” เสียงสั่งดังลั่นตามด้วยเสียงกระแทกประตูให้ปิดลง

“ปัง!”

“ค่ะ คุณกรณ์” นางเบญจมาศขานรับก่อนจะเดินลงบันไดบ้านไปเพื่อทำตามคำสั่งของเจ้านาย

3 ปีที่แล้ว

กฤษกรณ์ อัศวโรจนันท์ เจ้าของธุรกิจกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีชื่อติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่ดิน โรงแรม หรือโครงการหมู่บ้านต่างๆ ที่นับวันก็ยิ่งสร้างผลกำไรให้แก่เขาอย่างมหาศาล ไหนจะโชคดีในเรื่องของความรัก เพราะได้หญิงคนรักที่เพียบพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าตาที่สวยงามหรือหน้าที่การงานที่เหมาะสม เป็นถึงลูกสาวนักธุรกิจส่งออกอาหารสดแช่แข็งอันดับหนึ่งของประเทศ

ทั้งคู่ได้ปลูกต้นรักกันมายาวนานเกือบสิบปี ในที่สุดก็ตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน กัญญาวีร์ คือหญิงสาวสุดที่รักดั่งดวงใจของกฤษกรณ์ แม้กาลเวลาจะส่งบททดสอบความรักของคนทั้งคู่มาบทแล้วบทเล่า แต่พวกเขาก็สามารถก้าวผ่านบททดสอบในทุกๆ เรื่องมาได้ หากไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน

ในวันที่กฤษกรณ์ได้พาคนรักไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานในร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าการมาที่นี่ของเขาและหญิงคนรัก จะนำพามาซึ่งโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายในภายหลัง

ดวงตาคู่อ่อนโยนทอดมองไปยังหญิงคนรัก เพ่งไปยังนิ้วนางข้างซ้ายของเธอที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดขนาดย่อมที่กัญญาวีร์เลือกเองกับมือ เพชรเม็ดงามบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอดูด้อยค่าไปเลย หากมันคิดบังอาจมาเทียบรัศมีคนรักของเขา หากมีเพื่อนคนไหนถามว่ากัญญาวีร์เป็นผู้หญิงแบบไหน คำตอบของเขามักจะเป็นคำพูดประโยคนี้

‘เป็นสิ่งล้ำค่าที่ฟ้าประทานมาให้เขา’ เพื่อนๆ ของเขามักจะต่อว่าในความคิดที่แสนจะเลิศเลอเกินจริงของเขาเสมอ แต่กฤษกรณ์ก็ไม่เคยนำมาใส่ใจ คบหาดูใจกันมาเกือบสิบปี กัญญาวีร์เป็นคนยังไงมีเพียงเขาที่รู้ดีที่สุด ไม่ว่าตัวเขาผิดพลาดอย่างไรหญิงสาวก็ไม่เคยเปลี่ยนใจไปจาก ขอเพียงแค่รู้ตัวว่าผิดกัญญาวีร์ก็มักจะให้อภัยเขาทุกครั้งเสมอ ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร มีจิตใจอันงดงาม อ่อนหวานน่ารัก มีรอยยิ้มที่สุดจะแสนวิเศษ และมีเพื่อมอบให้เขาเพียงผู้เดียว บางครั้งชายหนุ่มก็อดคิดไม่ได้ว่ากัญญาวีร์เป็นนางฟ้าเดินดินดีๆ นี่เอง

‘กรณ์จะรักและดูแลปกป้องวีร์ตลอดไป กรณ์สัญญา’ เขากล่าวสัญญาในวันที่ขอเธอแต่งงาน และกัญญาวีร์ก็ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูดที่เขาไม่รู้จะบรรยายถึงความปลาบปลื้มนี้ได้อย่างไรดี

‘ขอแค่กรณ์รักวีร์เหมือนที่วีร์รักกรณ์ แค่นั้นวีร์ก็พอใจแล้วละ’

คนรักของเขาขอแค่ให้เขารักเธอเหมือนที่เธอรักเขาแค่นั้นเอง แค่นั้นจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับคนอย่างเขา เพราะชายหนุ่มเองก็ไม่รู้ว่าจะรักเธอให้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้อย่างไร

‘หัวใจของกรณ์เป็นของวีร์คนเดียว’ ชายหนุ่มกล่าวด้วยถ้อยคำอันหนักแน่น กัญญาวีร์ถึงกับตรงปรี่เข้าสวมกอดเขาไว้แน่น พร้อมกับเสียงสะอื้นเบาๆ ออกมา น้ำตาแห่งความดีใจไหลอาบสองแก้ม ชายคนรักใช้ฝ่ามือลูบไปบนศีรษะของเธอเบาๆ ดึงตัวเธอออกเล็กน้อย พร้อมกับจูบซับน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน หัวใจของทั้งคู่พองโตและเต้นรัวด้วยแรงความรักที่สุขจนเปี่ยมล้น