< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

สามีท่าน...ข้าต้องการ(ปรารถนาอย่างยิ่ง)

กระต่ายจันทรานิทรารัก,กระต่่ายในฝัน
0.0
<
>
ตอนที่ 1 ชุบชีวิตพวกนักฆ่าไร้สังกัด

ลี่จินหยางได้สมรสพระราชทานจากฮองเต้ไป๋เหยาเทียน เขาสะสมความดีรบชนะ 100 ครั้ง ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุ 20 ปี

ทำให้ลี่จินหยางได้แต่งงานกับคุณหนูใหญ่สกุลเหมย นาม เหมยเหลียนฮัว เป็นบุตรีคนโตของเสนาบดีฝั่งซ้ายสกุลเหมย ตัวนางเองก็มีความสนิทสนมกับ ฮองเฮาเอียนลู่เสียนอย่างมาก ทำให้เขาได้ภรรยามาเชยชม นางนั้นมีรูปโฉมงดงาม กิริยามารยาทนั้นล้วนดีงามไปหมด เขาจึงวางใจและมอบหมายให้นางดูแลบ้านอย่างวางใจ

        จนกระทั่งผ่านไป 5 ปี บิดาของฮูหยินใหญ่ของเขานั้นถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ทำให้คุณหนูเล็กสกุลเหมยที่ยังไม่ได้แต่งออกเรือนนั้นต้องมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันกับพี่สาวที่ได้แต่งงานออกเรือนไปเกือบ 5 ปี เต็ม

ฮูหยินใหญ่ให้น้องสาวไปอยู่เรือนเล็กที่ไกลออกไปจากเรือนใหญ่ ให้เหตุผลว่าน้องสาวนั้นชอบความเป็นส่วนตัวอย่างมาก ไม่ชอบความวุ่นวาย ทำให้เขาไม่เคยล่วงรู้เลยว่าพี่สาวเกลียดชังน้องสาวแค่ไหน

        ยามเหม่า (05.00) ณ จวนแม่ทัพพยัคฆ์คำราม

        ณ เรือนเล็กของเหมยหลานหลินนั้นเกิดความวุ่นวายขึ้นหลังจากเจ้าบ้านนั้นได้ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าฮองเต้ก่อนฟ้าสาง ทำให้ฮูหยินใหญ่สบโอกาสจัดการฆ่าน้องสาวตนเองกับสาวใช้ให้ตายไปด้วยกันโดยที่สมรู้ร่วมคิดก็คือฮองเฮาเอียนลู่เสียนนั้นเองที่จงใจให้ฮองเต้เรียกใช้งานแม่ทัพพยัคฆ์คำราม

        “แกน่าจะตายๆไปตั้งนานแล้วจะอยู่เป็นหอกข้างแคร่ข้าไปอีกนานเท่าไหร่” ฮูหยินใหญ่ เหมยเหลียนฮัว กำลังกรอกยาพิษใส่ปากน้องสาวที่น่าชังของนางด้วยความเกลียดชังอย่างมาก แทบไม่อยากจะอยู่ร่วมโลกกันเลยแม้สักวันเดียว ยิ่งพอต้องมาอยู่ใกล้กันในอาณาเขตเดียวกันย่อมเพิ่มพูนความเกลียดชังมากพอ “ระริกระรี้หว่านเสน่ห์เล่ห์กลใส่สามีของข้าอย่างงั้นเหรอ ช่างไม่กลัวตาย” พอกรอกยาพิษเสร็จแล้วก็บีบบังคับให้กลืนลงลำคอลงไปพร้อมกับแววตาที่สะใจรอยยิ้มเหี้ยมโหดปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวที่งดงามอย่างน่าหวาดหวั่น ส่วนสาวใช้ของน้องสาวของนางนะเหรอ ตายไปตั้งแต่เกือบยามเหม่าแล้วด้วยการรมควันพิษรุนแรงส่งผลให้ตายคาที่เลือดไหลออกจากปากจมูกตาชวนเป็นภาพสยดสยองพองขนเชียว

        เหมยเหลียนฮัวมองภาพการทุรนทุรายของน้องสาวที่นางเกลียดชังทุกคืนวันด้วยอย่างมีความสุข สบายใจและสั่งให้พวกนักฆ่าฆ่าทุกคนที่รู้เห็นเรื่องนี้ทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่คนเดียวและสหายของนางนั้นก็พาคนมาสวมรอยใหม่เกือบทั้งหมด

        พวกนักฆ่าไร้สังกัดต่างเป็นพี่น้องร่วมสาบานทำงานร่วมกันมานานหลายปี แม้จะเป็นมืออาชีพก็หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยการรับจ้างฆ่าคนไปวันๆ ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่งานที่รับมาในครั้งนี้ทำให้พวกเขาต่างรู้สึกสงสารและเห็นใจอย่างมากถึงความอำมหิตผิดมนุษย์ แม้จะเป็นสตรีหญิงงามและเป็นฮูหยินใหญ่ของแม่ทัพลี่ก็ตามก็ยังกล้าลงมือฆ่าน้องสาวตายอีก และจำใจหอบเอาศพทั้งสองมาทิ้งนอกเขตเมืองหลวง ห่างไกลพอสมควร ต่างตั้งใจขุดหลุมฝังศพทำตามพิธีกรรมให้ดีที่สุดโดยไม่สนใจว่าพวกเขาได้รับคำสั่งปล่อยศพให้นกแร้งกัดกินจนไม่เหลือซาก แต่พวกเขาก็ยังมาโนธรรมในใจอยู่ ไม่อาจทำเช่นนั้นได้

        “เฮือกกกก!” เหมยหลานหลินหายใจเข้าปอดอย่างเร็วพร้อมกับลุกขึ้นมานั่ง

ท่ามกลางเหล่านักฆ่าที่กำลังช่วยกันทำพิธีกรรมอยู่ก็ต้องแตกฮือตกใจตามๆกันกับสภาพของคุณหนูผู้นี้ที่ลุกขึ้นมานั่งราวกับมีชีวิตอีกครั้ง ทั้งๆที่เห็นนางถูกจับกรอกยาตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นกลับนั่งมองพวกเขาด้วยแววตาใสซื่อ

“อะ...ที่นี่ที่ไหนกัน แล้วพวกท่านเป็นใครและข้าเป็นใครและมันเกิดอะไรกันขึ้นเนีย” เหมยหลานหลินยกมือปิดปากตนเอง การพูดการจาของนางเปลี่ยนไปมากส่วนกลุ่มบุรุษตรงหน้าต่างเงียบ ทำเอานางหงุดหงิดอย่างมาก“ว่าอย่างไรเล่า!!!” เสียงถามแทบจะลุกขึ้นมาตวาดใส่กลุ่มบุรุษทั้งสี่คนที่ยืนมองนางราวกับเห็นผีอย่างนั้นแหละ

        “คุณหนู ท่านยังไม่ตายหรือ” ฟางโจว เป็นผู้กล้าที่สุดในจำนวนพี่น้องร่วมสาบาน เขาเดินเข้ามาใกล้พลางนั่งลงยองๆลงตรงหน้าคุณหนูเหมยหลานหลินที่เห็นว่านางตายไปตรงหน้าและไร้ลมหายใจมาเกือบหลายชั่วยาม

        “นั้นสิ ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี นี่มันเรื่องอะไรกัน มีใครพอจะเล่าได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เหมยหลานหลินนั่งอยู่ที่เดิมพลางมองพิจารณาบุรุษทั้งสี่คนที่น่าจะมีอายุไล่เลี่ยไม่มากนักพลางขยับกายลุกขึ้นมองไปรอบๆที่ไม่คุ้นเคย

        “แม่นางคือคุณหนูเหมยหลานหลิน ส่วนพวกข้าทั้งหมดคือนักฆ่าที่ไร้สังกัด พวกเรารับคำสั่งสุดท้ายมาให้จัดการโยนศพท่านกับสาวใช้ไปพวกนกแร้งกัดกินเพื่อทำลายหลักฐาน แต่พวกข้ารู้สึกเห็นใจ สงสารท่านก็เลยร่วมกันออกเงินทำพิธีกรรมอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมแต่ที่ไหนได้พอฝังศพสาวใช้ท่านๆก็กลับมานั่งมีลมหายใจซะงั้น” ฟงชุน ที่มีอายุมากที่สุดและเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มนั้นเล่าเรื่องคร่าวๆให้คุณหนูเหมยรับฟังและเห็นสีหน้าของนางที่ดูเหมือนจะตกใจระคนสับสนเอามากๆ

        เหมยหลานหลินนั่งนิ่งพลางทบทวนตัวเอง หรือว่านางตายแล้วและย้อนเวลามาอยู่ในร่างคุณหนูเหมยหลานหลินที่มีชื่อคล้ายกับนางและมีรูปลักษณ์เหมือนกับนางอีก อะไรกันชีวิตทำไมบัดซบขนาดนี้เนีย

        “แล้วข้ามีครอบครัวไหม” เหมยหลานหลินถามพวกบุรุษทั้งสี่คนที่ต่างขยับมาตรวจจับชีพจรและวุ่นวายถกเถียงกันไปมาอย่างน่ารำคาญ

        “คุณหนูเป็นบุตรีคนเล็กของเสนาบดีฝ่ายซ้ายแต่ตอนนี้ บิดาท่านตายไปแล้วเกือบปี ทำให้ท่านต้องย้ายมาอยู่บ้านของท่านแม่ทัพลี่ที่เป็นสามีของพี่สาวท่านและพี่สาวท่านนี่แหละที่เป็นคนจับท่านกรอกยาจนตาย” เฟยอู่ เล่าเรื่องส่วนตัวด้านครอบครัวของเหมยหลานหลินพอรู้ให้เจ้าตัวรับรู้ “ดูเหมือนว่าพี่สาวท่านจะแค้นท่านมากเลยสบโอกาสที่เจ้าบ้านไม่อยู่จัดการฆ่าโดยร่วมมือกับฮองเฮาส่งคนมาฆ่าท่านและฆ่าคนรู้เห็นจนหมดและยังให้คนฮองเฮาเข้ามาแทนที่”

        เหมยหลานหลินฟังไปมันเหมือนเรื่องของตัวเองที่เพิ่งผ่านมาไม่มีผิด เฮ้อ ชีวิตของนางจะมีอะไรดีบ้างไหมหนอ

        “พี่เขยของข้า หน้าตาเป็นเช่นไร” เหมยหลานหลินถามพวกผู้ชายที่ต่างยืนล้อมตัวนางและยังไม่ทันได้มีใครบอกเรื่องพี่เขยก็พากันกระอักเลือดตามๆกัน ยกเว้นนางที่มองอย่างตกใจและรีบหาทางรักษาพวกเขาอย่างเร่งด่วน

        พวกนักฆ่าต่างพากันกระอักเลือดตามๆกันแล้วทรุดตัวลงกับพื้นอย่างทรมาน ทุรนทุราย แล้วภาพการตายอันแสนทรมานของคุณหนูเหมย ก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขานึกย้อนแล้วภาพของพวกเขาก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน พวกเขาหลงลืมไปว่าพวกเขาอาจได้รับพิษเช่นกัน ทำให้เกิดความคับแค้นใจอย่างมาก

        “พวกท่านรอเดี๋ยว ข้าจะรีบไปหาสมุนไพรมาทำยาให้พวกท่าน” เหมยหลานหลิน คิดวิธีรักษาออกแล้วรีบวิ่งออกไปมองหาสมุนไพรและรีบวิ่งกลับมารีบก่อกองไฟแล้วมองหาอะไรมาต้มน้ำและรีบวิ่งไปตักน้ำมาต้มแล้วค่อยๆนำสมุนไพรมาผสมกันแล้วได้ยาแก้พิษแล้วค่อยๆเป่าไล่ไอร้อนแล้วประคองแต่ละคนป้อนยาจนครบทุกคนแม้จะยากลำบาก เพราะพวกเขาเป็นผู้ชายรูปร่างใหญ่โต และมีน้ำหนักมากกว่าผู้หญิงเช่นนางก็ไม่หวั่น “พวกท่านดื่มยาแก้พิษเข้าไป ร่างกายจะขับพิษออกมาเป็นเลือดดำจากนั้นพวกท่านรีบเดินพลังปราณหมุนเวียนพลังกายให้กลับมาเข้าที่ดังเดิม” พวกเขามองนางอย่างไม่คาดคิดว่านางจะช่วยชีวิตพวกเขา การช่วยชีวิตพวกท่านถือว่าจะเป็นประโยชน์กับนางในวันนี้หรือวันหน้าก็ได้

        ผ่านไปหลายชั่วยามจนเกือบยามเซิน (15.00)

        อาการแต่ละคนกลับมาหายเป็นปกติ ต่างพากันมองเหมยหลันหลินอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา นางทั้งทำยาแก้พิษและยังทำอาหารให้พวกเขาอีกและยังใช้ผ้ามาชุบน้ำเช็ดเนื้อตัวให้พวกเขาอีก นางช่างเหมือนมารดาของพวกเขาไม่มีผิด หากไม่ได้ตอบแทน ก็ไม่นับว่าพวกเขาไม่ใช่คนแล้ว

        “นายหญิง ได้โปรดให้พวกข้าได้ติดตามรับใช้ท่านต่อไปด้วยเถิด” พวกนักฆ่า พี่น้องร่วมสาบานพากันคุกเข่าหัวโขกกับพื้นอย่างไม่กลัวเสียศักดิ์ศรีอีกต่อไปพร้อมกับเหมยหลานหลินที่ตกใจกับการกระทำของพวกเขา

        “พวกท่านอย่าทำแบบนี้เลย เราคนกันเองทั้งนั้น หากข้าไม่ได้พวกท่าน ข้าก็คงต้องตายด้วยพวกนกแร้งไปเสียแล้ว ต่างคนต่างตอบแทนกันแล้ว นับว่าไม่เลว” เหมยหลานหลินยิ้มๆออกมาพลางมองสำรวจแต่ละคนแล้วนิ่งคิด “พวกท่านมีนามว่าอะไรกันบ้างล่ะ”

        “พวกข้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน เราทำงานกันเป็นกลุ่ม ทำงานรับจ้างฆ่าคนเพื่อแลกการเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เป็นพวกไร้สังกัด” ฟูหลิวรีบชี้แจ้งให้อีกฝ่ายรับฟัง “ตัวข้า มีนามว่าฟูหลิว อายุ 20 ปีเป็นน้องเล็กสุดในบรรดาพี่น้องร่วมสาบานทั้งหมด” ชายที่ชื่อฟูหลิวแนะนำตัว เขามีลักษณะเป็นชายผิวขาว โครงหน้าเรียวยาว รูปร่างสูงโปร่งค่อนข้างผอมเพรียวลม

        “ตัวข้าเป็นน้องคนที่สามในบรรดาพี่น้องร่วมสาบานทั้งหมด มีนามว่า ฟางโจว อายุ 23 ปี” ชายที่ชื่อฟางโจวแนะนำตัว เขามีลักษณะเป็นชายผิวขาวเช่นกัน โครงหน้าโค้งมนได้รูป รูปร่างสูงโปร่งมีเนื้อมีหนังไม่ผอมเหมือนน้องสี่

        “ตัวข้าเป็นน้องคนที่สองในบรรดาพี่น้องร่วมสาบานทั้งหมด มีนามว่า เฟยอู่ อายุ 24 ปี” ชายที่ชื่อเฟยอู่แนะนำตัว เขามีลักษณะเป็นชายผิวขาวเช่นกัน โครงหน้าเรียวคม รูปร่างสูงโปร่งเรือนร่างดูกำยำไม่มากนัก

        “ข้ามีนามว่าฟงซุน อายุ 25 ปี ถือว่าอายุมากสุด พวกเขาจึงให้ข้าเป็นพี่ใหญ่ ในบรรดาพี่น้องร่วมสาบานทั้งหมด” ชายที่ชื่อฟงซุนแนะนำตัว เขามีลักษณะเป็นชายผิวขาว หน้าคมดุ รูปร่างสูงกำยำบึกบึนกว่าพี่น้องร่วมสาบานทั้งหมด

        “เอาล่ะ ในเมื่อพวกท่านต้องการติดตามรับใช้ข้าและเต็มใจเรียกข้าว่านายหญิงก็แล้วแต่พวกท่านและข้าก็อยากกลับไปที่นั้นแล้ว รบกวนพวกท่านช่วยดูแลและคอยคุ้มครองตัวข้าด้วย” เหมยหลานหลินพยักหน้าอย่างยินดี ประกายตามีความแค้นและความยินดีไปด้วยกันที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและนางอยากพบคนที่มีจิตใจเลวทรามอย่างพี่สาวของเหมยหลานหลินผู้นี้เสียแล้ว “ต่อไปข้าเรียกพวกท่านตามลำดับ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พี่สี่ ส่วนพวกท่านก็เรียกข้าว่านายหญิง ตกลงตามนี้” นางเอ่ยปากบอกกับพวกเขาที่ดูเหมือนจะตกใจที่นางเรียกขานพวกเขาเช่นนี้ ทำให้นางมองเห็นพวกเขาหลั่งน้ำตาซาบซึ้งการเรียกขานของนาง

        อดีตนักฆ่าไร้สังกัดได้ถือกำเนิดใหม่เป็นองค์รักษ์ติดตามรับใช้คุ้มครองนายหญิงเหมยหลานหลิน และถือว่าโชคดีที่ตอนทำงานพวกเขาปกปิดใบหน้าทำให้ไม่มีใครจดจำพวกเขาได้ว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหนและจึงติดตามนายหญิงกลับบ้านสกุลลี่อย่างคลายความกังวลในใจไปได้ระดับหนึ่งแต่จะรอดพ้นสายตาของเจ้าบ้านสกุลลี่หรือเปล่า นั้นก็อีกเรื่องหนึ่งและยังคนของฮองเฮาอีก