< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

บุปผาพรางใจ เล่ม 5 (จบ)

หอหมื่นอักษร
5.0
<
>
ตอนที่ 423 จะไม่ขโมยก็ได้แต่ถ้าจะขโมยก็ต้องขโมยให้หมด!

ปีศาจแมงมุมจุดสีทองราวกับไม่ได้พบเห็นความผิดปกติของปีศาจแมงมุมพิษเย็นโดยกล่าวอย่างยิ้มแย้มว่า “นี่คือหินวิญญาณปิงกุ่ย ผู้น้องใช้ความพยายามอย่างมากถึงสามารถเสาะหามาได้ก้อนหนึ่ง หากใช้มันร่วมกับเคล็ดวิชาพิษเย็นของพี่พิษก็จะช่วยเติมเต็มส่งเสริมกันและกันอีกด้วย”

ปีศาจแมงมุมพิษเย็นพูดอะไรไม่ออกแม้แต่นิดเดียว ทำได้เพียงเบิกตาโตจ้องมองปีศาจแมงมุมจุดสีทอง ลูกตาสีดำที่ซีดขาวปรากฏประกายเย็นเยียบน่าขนลุกออกมา หากเป็นหินวิญญาณปิงกุ่ยปกติ สำหรับมันแน่นอนว่าต้องเป็นสมบัติวิเศษอันล้ำค่าที่สุด แต่ไอ้ก้อนที่อยู่ในมือมันนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนเล่นตุกติก!

ดูราวกับเย็นเยียบแต่ในความเป็นจริงถูกใครบางคนใช้วิธีพิเศษเฉพาะผสมน้ำของ ‘ต้นชื่อเอี้ยน’ ที่ไร้สีไร้กลิ่น โดยเจ้าต้นชื่อเอี้ยนนี้เป็นดาวข่มของปีศาจแมงมุมพิษเย็นพอดี เพียงสัมผัสเล็กน้อยก็จะทำให้อาคมสูญสิ้น อัมพาตทั้งตัวไปครึ่งค่อนวัน หรือแม้กระทั่งจิตก็จะถูกปิดผนึกอยู่ภายในกาย

ต้นชื่อเอี้ยนเป็นสมุนไพรระดับแปดชนิดหนึ่ง กล่าวกันว่าได้สูญพันธุ์ไปนานหลายปีแล้ว หากปีศาจแมงมุมไม่ได้มาต้นหนึ่งโดยบังเอิญก็คงไม่กล้าคิดที่จะวางแผนจัดการปีศาจแมงมุมพิษเย็นแบบนี้

มันสังเกตอย่างระมัดระวังอยู่สักครู่ เมื่อแน่ใจแล้วว่าปีศาจแมงมุมพิษเย็นได้รับผลกระทบจากยาจนสูญเสียความสามารถในการต่อต้านและยิ่งไม่อาจควบคุมค่ายกลได้อีกต่อไป ก็รู้สึกดีใจอย่างมากแล้วจึงส่งสัญญาณทางสายตาให้จางหล่างกล่าวว่า “ลงมือ!”

จางหล่างนำขวดแก้วขนาดใหญ่ออกมาขวดหนึ่ง ถอดจุกขวดออกมา เร่งเร้าพลังทำให้ยาน้ำสีแดงราวโลหิตที่อยู่ภายในขวดกลายเป็นกลุ่มก้อนหมอกควันสีแดงพัดไปยังใยแมงมุมผืนใหญ่ซึ่งอยู่ทางด้านหลังปีศาจแมงมุมพิษเย็น

ใยแมงมุมที่โปร่งใสเมื่อสัมผัสกับหมอกสีแดงเหล่านี้ก็ส่งเสียงซี่ๆ ออกมาแล้วถูกกัดกร่อนจนขาดสะบั้นไปอย่างรวดเร็ว ปีศาจแมงมุมสีทองและจางหล่างออกแรงโดยพร้อมเพรียง ชั่วอึดใจก็ทำให้ใยแมงมุมที่แบ่งสัดส่วนของตำหนักหยกดำใหญ่ผืนนี้ละลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายของปีศาจแมงมุมพิษเย็นซึ่งสูญเสียพลังอาคมและการสนับสนุนของใยแมงมุมผืนใหญ่จึงตกลงบนพื้น

พันปีหมื่นปีมานี้ ปีศาจแมงมุมพิษเย็นมีหรือที่จะเคยได้รับความอัปยศอย่างน่าอนาถเช่นนี้มาก่อน? ในใจของมันเคียดแค้นเผ่าพันธุ์เดียวกันที่อยู่เบื้องหน้ามันสองตัวนี้ถึงขีดสุด ทว่าเนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นชื่อเอี้ยน แม้แต่จะถลึงตาก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งอย่าว่าแต่จะโจมตีกลับเลย

ขณะนี้มันเพียงหวังว่าพวกมันจะไม่ได้มีความคิดที่ว่า ‘ในเมื่อทำไปแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ’และลงมือจัดการกับมันด้วยก็ถือว่าโชคดีอย่างมากแล้ว เห็นได้ชัดว่าหมอกแดงที่ละลายใยแมงมุมเหล่านี้ก็ประกอบขึ้นจากการผสมต้นชื่อเอี้ยนกับโอสถที่พิเศษอื่นๆ และเลือดของปีศาจเข้าด้วยกัน เพื่อนำมาจัดการกับมันโดยเฉพาะ การเตรียมการของฝ่ายตรงข้ามเพียบพร้อมถึงขนาดนี้ไม่รู้ว่าแอบวางแผนจัดการกับมันมากี่ปีแล้ว

ปีศาจแมงมุมจุดสีทองนำระฆังขนาดเล็กที่ส่องประกายสีทองสว่างไสวออกมาอันหนึ่งจากภายในแหวนจัดเก็บ ปากก็ท่องคาถาแล้วโยนระฆังใส่ตัวปีศาจแมงมุมพิษเย็น

ระฆังทองที่มีขนาดเพียงเท่าไข่เป็ดพริบตาเดียวก็ขยายใหญ่จนมีความสูงถึงครึ่งจ้าง ครอบปีศาจแมงมุมพิษเย็นเอาไว้ภายใน

ปีศาจแมงมุมสีทองยังรู้สึกไม่วางใจจึงนำยันต์กักขังหลากหลายชนิดปึกใหญ่มาติดบนระฆังทอง จากนั้นพยักหน้ากล่าวต่อจางหล่างว่า “เจ้าเฝ้าดูอยู่ตรงนี้ ข้าจะไปค้นหาโอสถมังกร!”

พูดจบก็อ้อมระฆังทอง วิ่งไปยังทิศทางหลังตำหนัก

นอกท้องพระคลัง อิ๋นจื่อจางนั่งอยู่ภายในค่ายกล บนกระจกผลึกแก้วที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นแสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในท้องพระคลังอย่างชัดเจนออกมาราวกับพวกตี่ฉานซ่างได้ประจักษ์กับตาตนเอง

“เอาล่ะ อิ้งลวี่ หลังจากนี้ก็ถึงตาเจ้าแล้ว” จี่โยวกู่กล่าว

สืออิ้งลวี่เตรียมตัวอยู่ทางด้านข้างมาตั้งนานแล้ว เบื้องหน้านางมีปิ่นปักผมวางอยู่อันหนึ่ง รูปทรงเหมือนกับที่ปักอยู่บนศีรษะจางหล่างอันนั้นไม่ต่างแม้แต่น้อย

แม้แต่จางหล่างยังไม่รู้ว่าตัวว่าปิ่นปักผมบนศีรษะของตัวเองนั้นถูกตันหนีสลับสับเปลี่ยนเป็นอีกอันตั้งแต่แรกแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงซึ่งมีหินวิญญาณมายาอยู่ในมือ หากคิดจะหาโอกาสสลับสับเปลี่ยนปิ่นปักผมของผู้บำเพ็ญเพียรเจี๋ยตันระดับต้นผู้หนึ่งโดยไม่ให้รู้ตัวก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร

บนลำตัวปีศาจแมงมุมพิษเย็นมีผนึกไฟของเอี้ยนซื่อเทียนอยู่ หากมันตายเอี้ยนซื่อเทียนก็จะรับรู้ได้ในทันที ดังนั้นจางหล่างและปีศาจแมงมุมจุดสีทองจึงจำต้องปล่อยให้มันมีชีวิตต่อไป โดยให้คนหนึ่งเฝ้าอยู่ตรงนี้

หากต้นชื่อเอี้ยนไม่ได้ผล ปีศาจแมงมุมพิษเย็นเพียงมีความคิดเล็กน้อยก็สามารถขับเคลื่อนค่ายกลภายในท้องพระคลัง ถึงตอนนั้นพวกมันก็จะตายโดยไร้ที่กลบฝังในทันที แม้พวกมันจะมีความเชื่อมั่นต่อฤทธิ์ยาของต้นชื่อเอี้ยนอย่างมาก แต่ก็ยังต้องระมัดระวังไว้ก่อนอยู่ดี โดยทันทีที่พบว่าปีศาจแมงมุมพิษเย็นเกิดผิดปกติ จางหล่างก็จะส่งข่าวแก่ปีศาจแมงมุมจุดสีทองให้รีบหลบหนีโดยไว อาศัยระฆังทองศักดิ์สิทธิ์และยันต์กักขังก็น่าจะสามารถต้านทานปีศาจแมงมุมพิษเย็นได้ชั่วครู่ ช่วยให้พวกเขามีเวลามากพอที่จะหลบหนีไปได้

ในตำหนักหยกดำหลงเหลือเพียงจางหล่างที่เฝ้าคุมระฆังทองมหึมานั้นเพียงลำพัง ปิ่นปักผมบนศีรษะของเขาพลันมีประกายห้าสีปรากฏออกมาเบาบางชั้นหนึ่ง สายตาของจางหล่างค่อยๆ เปลี่ยนไปกลายเป็นเลื่อนลอย ราวกับได้ยินคนกล่าวกับตนว่า “ลุกขึ้นมา มองไปทางด้านทิศตะวันตก เดินไปทางซ้ายสามก้าว ผลักมือออกไป!”

เสียงทั้งอ่อนโยนสนิทสนมและเต็มไปด้วยความยั่วยวนล่อลวงใจ ดวงตาจางหล่างหลับลงเล็กน้อย ลุกขึ้นยืนอย่างโอนไปเอนมา อดไม่ได้ที่จะทำตามอย่างไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ในใจมีความรู้สึกประหลาดชนิดหนึ่ง ต้องเชื่อฟังคำสั่งเสียงนี้ ห้ามต่อต้านโดยเด็ดขาด!

ภายในค่ายกลซึ่งอยู่นอกท้องพระคลัง อิ๋นจื่อจางรับผิดชอบฉายภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายในตำหนักหยกดำตามความจริงบนกระจกผลึกแก้วโดยอาศัยจิตที่ประกบติดอยู่บนปิ่นปักผม จีโยวกู่คำนวนถึงตำแหน่งสำคัญของค่ายกลที่ควบคุมนอกท้องพระคลังอย่างต่อเนื่องโดยยึดตามรูปภาพเหล่านี้ จากนั้นอาศัยจางหล่างที่อยู่ภายในท้องพระคลังซึ่งถูกควบคุมโดยภาพลวงตาของสืออิ้งลวี่ในการปรับเปลี่ยนค่ายกล ทำให้ค่ายกลแยกออกเป็นทางสายหนึ่งให้พวกเขาสามารถเข้าไปถึงภายในท้องพระคลังได้

โชคดีที่ตบะของพวกเขาบรรลุถึงระดับหยวนอิงแล้ว ทั้งยังอยู่ร่วมกันมานานหลายปี ร่วมมือกันได้อย่างไร้ที่ติ หากใช้คำว่า*ภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ มาชมก็ไม่ถือว่าเกินเลยไป ใช้เวลาประมาณครึ่งถ้วยชา ในที่สุดสืออิ้งลวี่ก็ควบคุมจางหล่างให้ปรับเปลี่ยนค่ายกลสำเร็จจนได้ สร้างเส้นทางซึ่งทอดตรงไปสู่ท้องพระคลังสายหนึ่งแก่พวกเขา

จีโยวกู่กล่าวว่า “เอาล่ะ พวกเราเข้าไปกันเถอะ! ภายในท้องพระคลังจะต้องมีสมบัติวิเศษที่บันทึกรูปร่างหน้าตาของผู้ที่เข้าไปข้างในอย่างแน่นอน ทุกคนจำไว้ระวังอย่าเผยพิรุธออกมาเสียล่ะ!”

ทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน จากนั้นแต่ละคนก็เร่งเร้าหินวิญญาณมายาที่อยู่ในตัวตนเอง พริบตาเดียวก็กลายร่างเป็นคนสนิทของจางหล่าง ทั้งห้าคนรีบเข้าไปภายในท้องพระคลังอย่างรวดเร็ว

จางหล่างที่อยู่ภายในท้องพระคลังยืนเหม่อลอยอยู่เช่นนั้น จนกระทั่งอิ๋นจื่อจางและคนอื่นๆ เดินมาถึงเบื้องหน้าเขา จึงค่อยๆ พยักหน้าอย่างเชื่องช้า ทว่าสีหน้ายังดูเซื่องซึม เห็นได้ชัดว่ายังไม่หลุดพ้นจากการถูกควบคุมโดยภาพลวงตาของสืออิ้งลวี่

สืออิ้งลวี่จ้องเขาแล้วกล่าวออกมาทีละคำว่า “พวกเรามาแล้ว เจ้าเฝ้าคุมอยู่ตรงนี้อย่างวางใจไปเถอะ”

จางหล่างพยักหน้าอย่างแข็งๆ หันกลับไปนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าระฆังทองอันมหึมา จนเมื่อเงาร่างของอิ๋นจื่อจางและคนอื่นๆ หายลับไปจากท้องพระคลังแล้วถึงค่อยได้สติกลับคืนมา แต่ก็จำเรื่องราวที่ตัวเองทำก่อนหน้านี้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

เมื่อรวมเอาข้อมูลข่าวสารจากจางหล่างและตันหนีทั้งสองฝั่งก็ทำให้ได้รู้ว่าภายในท้องพระคลังของราชวงศ์แคว้นโอสถถูกแบ่งออกเป็นสามชั้นโดยสมบัติวิเศษที่สำคัญที่สุดล้วนอยู่ชั้นที่สาม ดังนั้นอิ๋นจื่อจางและจูจูจึงมุ่งหน้าไปยังชั้นที่สามโดยไม่หยุด ส่วนตี่ฉานซ่าง จีโยวกู่และสืออิ้งลวี่สามคนนี้กลับกำลังสร้างค่ายกลสำหรับเคลื่นย้ายภายในท้องพระคลังอย่างระมัดระวัง

พวกเขามีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมชมภายในที่แห่งนี้อย่างยากลำบากย่อมไม่ขโมยสมบัติวิเศษเพียงแค่ชิ้นสองชิ้นถึงจะพอใจ หากกล่าวตามคำพูดของตี่ฉานซ่างก็คือ—จะไม่ขโมยก็ได้แต่ถ้าจะขโมยก็ต้องขโมยให้หมด!

ขอเพียงสมบัติวิเศษภายในท้องพระคลังขยับเขยื้อนจากตำแหน่งเดิมโดยไม่ไม่ได้รับอนุญาตแม้แต่ชิ้นเดียว ผู้คนภายในท้องพระคลังทั้งหมดล้วนจะถูกส่งไปยังห้องลับแห่งหนึ่ง เพียงปีศาจแมงมุมพิษเย็นระบุยืนยันว่าเป็นขโมยจริงกลไกภายในห้องลับก็จะทำงานและสังหารผู้คนในนั้นจนหมดสิ้น

ดังนั้นพวกเขาไม่คิดจะแตะต้องสมบัติใดๆ สิ่งที่พวกเขาจะทำก็คือใช้ประโยชน์จากค่ายกลส่งสมบัติไปให้ได้มากที่สุดเข้าไปภายในกำไลทองแดงของจูจูในทีเดียว!

*ภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ เป็นสำนวนที่เปรียบเทียบถึงเหตุการณ์ที่เรียบร้อยราบรื่นรอบด้าน ไร้ปัญหาอุปสรรคหรือข้อตำหนิใดๆ และสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ