< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

บุปผาพรางใจ เล่ม 4 ตอนที่ 320-422

หอหมื่นอักษร
5.0
<
>
ตอนที่ 320 ประวัติศิษย์พี่รอง

ตันเฟิ่งนั่งอยู่ด้านข้างไท่จื่อได้ยินที่เขาพูดก็เนื้อตัวสั่นเทิ้ม จับแขนเสื้อไว้แน่น

น้องสาวของนางเป็นอัจฉริยะยอดคนอย่างที่เขาว่ากันจริงๆ ในสถานการณ์ที่ไม่อำนวยยังสามารถดูดซับพลังไฟจากฟ้าสองชนิดได้ ในตอนนั้นไท่จื่อกว่าจะดูดซับพลังไฟจากฟ้าสองชนิดได้ต้องใช้พลังไปมากมาย เสียสละลูกน้องระดับล่างไม่ใช่น้อย และใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำสำเร็จ

ตันหวงหลบหนีออกจากแคว้นโอสถมาไม่กี่ปี ไม่เพียงแบ่งจิตธาตุไฟออกมา ยังได้ไฟจากฟ้าชนิดที่สองมาด้วย

เอี้ยนซื่อเทียนยังไม่ล้มเลิกแผนการบ้าดีเดือดของเขา คิดจะใช้จูจูเป็นเตาหลอมเพื่อแผนการดูดกลืนไฟจากฟ้าเก้าชนิดเป็นของตน เพียงแต่เขามีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าเมื่อจูจูดูดซับไฟจากฟ้าธาตุหยางสี่ชนิดแล้วเขาจะยังสามารถควบคุมนางได้อยู่?

“คิดอะไรอยู่?” เอี้ยนซื่อเทียนยื่นแขนออกมาโอบกอดเอวเล็กบางของตันเฟิ่งเข้าสู่อ้อมกอด

ตันเฟิ่งตกใจก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว เพิ่งสังเกตว่าคนอื่นๆ ออกจากตำหนักไปหมดแล้ว

เอี้ยนซื่อเทียนสังเกตท่าทีของนาง ก็ก้มหน้าลงหัวเราะข้างๆ หูนาง : “พวกเจ้าสองพี่น้องขี้อายเหมือนกัน..... มีอะไรต้องกลัวหรือ หากพวกเขากล้ามองส่งเดช ข้าจะสั่งควักลูกตามันออกมา”

“แต่ตอนที่พวกเจ้าเขินอายช่างงามนัก.........” จูบร้อนแรงแข็งแกร่งดุจพายุฝนโหมกระหน่ำประทับลงไปบนใบหน้า บนริมฝีปากงามของตันเฟิ่ง จากนั้นก็เลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ

ตันเฟิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดเบาๆ ว่า : “ท่านต้องเอาข้าไปเปรียบกับนางให้ได้เลยใช่ไหม? ท่านเห็นข้าเป็นอะไรกัน?”

เอี้ยนซื่อเทียนไม่สนใจซุกหน้าลงขบที่เนินอกเปลือยครึ่งบนของนางคำหนึ่งแล้วหัวเราะหยอกเย้าว่า : “เจ้าเป็นไท่จื่อเฟยเพียงคนเดียวของข้า ทำไมหรือ? เจ้าหึงหวง?”

ตันเฟิ่งกัดฟันอยากจะผลักเขาออก แต่ทั้งสองคนเรี่ยวแรงต่างกันมาก นางขัดขืนไปก็รู้ว่าเปล่าประโยชน์จึงยอมตามใจเขา

หลังกอดรัดกันไปสักพัก เอี้ยนซื่อเทียนกอดนางอยู่ในอ้อมอกแล้วกำชับว่า : “สองเดือนให้หลัง ข้าจะต้องเดินทางไปเกาะหยินหยางทางทะเลเหนือ เจ้าจงเฝ้าดูสองคนนั้นในวังให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องล่ะ”

ตันเฟิ่งได้ยินถึงสองท่านนั้นที่เก็บตัวอยู่ในส่วนลึกของวังก็อดสั่นกลัวไม่ได้

“กลัวอะไร? ข้าไม่ได้ให้เจ้าไปรับมือกับพวกเขา เป็นเด็กดีรอข้ากลับมา อย่าทำเรื่องให้ข้าผิดหวัง รู้ไหม?”  เอี้ยนซื่อเทียนหัวเราะ

ตันเฟิ่งก้มหน้าไม่พูดอะไร ชายตรงหน้าคนนี้เป็นปีศาจร้ายที่แท้จริง! มองแผนจัดการท่านพ่อกับท่านปู่ตนเองเป็นเรื่องไม่ผิดศีลธรรม ไม่ละอายแก่ใจแม้แต่น้อย

แต่เรื่องมาถึงตอนนี้ นางไม่รู้จะทำอย่างไรนอกจากทำตาม

นับตั้งแต่หลายปีก่อนที่นางปกปิดเรื่องผลึกวิญญาณของตันหวงเกิดเหตุผิดปกติขึ้น และคนที่นางส่งออกไปไม่ได้ข่าวคราวของตันหวงกลับมา เอี้ยนซื่อเทียนก็ไม่เคยเชื่อใจนางเหมือนเมื่อก่อนอีกเลย เรื่องราวมากมายล้วนไม่พูดให้นางเข้าใจชัด

แต่ตันเฟิ่งกลับรู้สึกสบายใจและไม่ไปซักไซ้ไล่เรียง

ในเวลาเดียวกัน ในหอกลางพรรคจิ้นเป่านอกเมืองฉงอู่ ตี่ฉานซ่างและพวกเซี่ยงจ้วนเชียนกำลังรวมตัวพูดคุยกัน ปกติพวกเขารวมตัวกันปรึกษาเคล็ดการบำเพ็ญอยู่เสมอ

แต่วันนี้สีหน้าพวกเขามีแต่ความแปลกประหลาด เรื่องที่สนทนาเป็นข่าวลือที่น่าสนใจต่างๆ ของวังไท่ซวีในเกาะหยินหยางที่ทะเลเหนือ

“วังไท่ซวี เกาะหยินหยางแห่งนี้กำหนดเงื่อนไขการรับสมัครลูกศิษย์อย่างแรกไม่ใช่รากวิญญาณ แต่เป็นรูปโฉม ลูกศิษย์จึงมีแต่ชายหล่อหญิงงาม! ผู้ใดหน้าตาธรรมดาแม้ว่าจะมีความสามารถเพียงใด พวกเขาก็ไม่รับ! หญิงงามในเกาะจึงมีมากมาย..... และแต่ละคนล้วนมีจริตจะก้านมากมาย แค่ทำให้พวกนางชื่นชอบได้ก็จะกลายเป็นแขกคนสำคัญ” จินจ้างฮูนานๆทีจะแสดงใบหน้ากระเหี้ยนกระหือรืนออกมาให้เห็น

“ลูกศิษย์ชายที่นั่นก็เหมือนผีเสื้อบินในทุ่งดอกไม้งาม ไม่มีความสุขจนตายไปเลยหรือ?!” ตี่ฉานซ่างรู้สึกว่าการรับสมัครลูกศิษย์แบบนี้น่าสนใจ ครั้งหน้าเขาจะไปคุยกับอาจารย์จริงๆ จังๆ ว่าให้รับศิษย์หญิง ตั้งเงื่อนไขต้องมีใบหน้าสะสวยด้วย!

จินจ้างฮูพูดตอบอย่างเห็นด้วย : “แน่นอนอยู่แล้ว แต่ละครั้งที่วังไท่ซวีรับลูกศิษย์ ไม่รู้ว่ามีลูกหลานผู้รากมากดีมากมายเพียงใดลงชื่อ ถ้าไม่เพราะท่านพ่อห้ามไว้ ป่านนี้......”

ตระกูลจินเป็นในหนึ่งตระกูลบำเพ็ญเซียนตระกูลใหญ่ไม่กี่ตระกูลในพรรคจิ้นเป่า จินจ้างฮูเข้าพรรคจิ้นเป่าด้วยความจำใจล้วนๆ

“ฮี่ๆๆ ศิษย์วังไท่ซวีเชี่ยวชาญวิชาบำเพ็ญคู่ ไม่ต้องพูดถึงลีลาบนเตียงของพวกนาง ถ้าได้เข้าไปให้พวกนางสอนสั่งบ้าง ก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว!” ลูกศิษย์อีกคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ตี่ฉานซ่างฟังจนเกิดราคะ : “วังไท่ซวีข้าเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน....... ไม่คิดว่าจะเป็นสถานที่ดีงามเช่นนี้ พวกเรารีบออกเดินทางดีกว่า ข้ารอไม่ไหวแล้ว!?!”

เซี่ยงจ้วนเชียนกระแอม : “น้องตี่เจ้าอย่าได้ฟังเจ้าพวกนี้พูดเหลวไหล หญิงงามพวกนั้นเชี่ยวชาญวิชาบำเพ็ญคู่ และยังเชี่ยวชาญวิชาดูดลมปราณ ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ถูกดูดลมปราณจนหมดตัวแล้ว แล้วทะเลเหนือยังมีสัตว์ร้ายมากมาย ลมทะเลพายุคลั่งก็มิอาจกำหนดได้ ต้องรอเวลาอีกสองเดือนถึงจะออกเดินทางได้ ”

ตี่ฉานซ่างพูดด้วยสีหน้าผิดหวัง : “ถ้าเช่นนั้นรออีกสองเดือนก็ได้ ชิ”

ท่าทางเขาตอนนี้ ไปถึงที่นั่นคงได้แต่สูดน้ำลายเข้าปาก แต่เขายินยอมที่จะให้พวกนางดูดลมปราณซักครั้ง เพราะยังไงตอนนี้เขาก็ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะถูกทำเช่นนั้นได้

เซี่ยงจ้วนเชียนมองเห็นจีโยวกู่และอิ๋นจื่อจางที่กำลังเดินมาทางนี้ ก็หัวเราะแล้วพูดหยอกว่า : “เจ้าไปถึงเกาะแล้วคงได้แต่มองทำอะไรไม่ได้ แต่ศิษย์น้องของเจ้าทั้งสองคนไปถึงที่วังไท่ซวีน่าจะเป็นที่ชื่นชอบมาก”

ตี่ฉานซ่างกล่าวอีก : “สองคนนั้นมีเจ้าของอยู่แล้ว ไปก็ได้แต่ยืนมองเช่นกัน”

“ยืนมองอะไร?” จีโยวกู่ฟังได้ครึ่งความจึงเอ่ยถาม

“พวกข้ากำลังพูดถึงเรื่องเดินทางไปวังไท่ซวีที่เกาะหยินหยาง” เซี่ยงจ้วนเชียนหัวเราะ

จีโยวกู่ได้ยินคำว่า “วังไท่ซวีเกาะหยินหยาง” สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ปกปิดเอาไว้ในทันท่วงที ทักทายสองสามประโยคแล้วอ้างว่ามีธุระปลีกตัวออกมา

จินจ้างฮูมองจีโยวกู่เดินจากไปก็หันมาพูดกับตี่ฉานซ่าง : “น้องโยวกู่กับศิษย์น้องสามเจ้าถ้าเจ้าวังไท่ซวีพบเข้า จะต้องชอบใจอย่างมากแน่ พวกเขาทั้งสองรากวิญญาณคู่กัน เหมาะที่จะฝึกวิชา “เคล็ดวิชาหยินหยางสอดประสาน”ของวังไท่ซวี”

ตี่ฉานซ่างตอบกลับ : “แล้ว “เคล็ดวิชาหยินหยางสอดประสาน” มันคืออะไรหรือ?”

เซี่ยงจ้วนเชียนตอบกลับ : “กล่าวกันว่ามันเป็นเคล็ดวิชาอันดับหนึ่งของวิชาบำเพ็ญคู่หญิงชาย ได้ยินมาว่าต้องใช้หญิงชายคู่หนึ่งที่มีรากวิญญาณที่รวมกันแล้วธาตุทั้งห้าครบสมบูรณ์เหมาะสมกันถึงจะฝึกได้สำเร็จ รากวิญญาณของศิษย์น้องรองและศิษย์น้องสามเจ้ามีธาตุทั้งห้าครบถ้วน และร่างกายยังแข็งแรงเหมาะสม เหมาะสำหรับการฝึกวิชานี้ที่สุดแล้ว”

ความงดงามของสืออิ้งลวี่ ลูกศิษย์ของสามพรรคใหญ่ที่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงต่างลุ่มหลงนางกันหมด แต่พวกเขารู้ว่าไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้นาง รอบกายของหญิงงามจะมีองค์รักษ์ผู้พิทักษ์ผู้หล่อเหลาอยู่เสมอ พวกเขาคิดจะแย่งชิงนางมาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ตี่ฉานซ่างฟังคำของเซี่ยงจ้วนเชียนก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้ในทันที เขาจึงขมวดคิ้วนึกสักพัก

ใช่แล้ว! เขาเคยได้ยินชื่อวังไท่ซวีชื่อนี้มาแล้วจริงๆ!

เมื่อหลายปีก่อน อาจารย์โหยวเชียนเริ่นกลับจากการออกเดินทางท่องเที่ยว ได้พาศิษย์คนใหม่จีโยวกู่กลับมา มีครั้งหนึ่งเขาได้ยินอาจารย์กับจีโยวกู่คุยกันไกลๆ และพวกเขาเคยเอ่ยถึงวังไท่ซวี!

หรือว่าศิษย์น้องรองกับวังไท่ซวีจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างนั้นหรือ?!