< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

บุปผาพรางใจ เล่ม 3 ตอนที่ 218-319

หอหมื่นอักษร
5.0
<
>
ตอนที่ 218 ข้าชอบแค่เจ้าคนเดียว

จูจูเห็นสีหน้าของอิ๋นจื่อจางยิ่งดูไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เกรงว่าปีศาจจิ้งจอกจะพูดอะไรที่แทงจิตใจอีก จึงรีบลองเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ครั้งก่อนพวกที่มากับข้า สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร?”

ปีศาจจิ้งจอกเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “ข้าเปลี่ยนแปลงความทรงจำของพวกเขา และโยนพวกเขาออกไป แต่เดิมคิดจะฆ่าทั้งหมดให้เกลี้ยง แต่ว่าคิดถึงที่พวกเขามาพร้อมกับเจ้า ถ้าหากเหลือเพียงพวกเจ้าที่มีชีวิตออกไป จะเกิดปัญหาวุ่นวายตามมาภายหลัง…สาวน้อยคนสวย เจ้าดูสิว่าข้าดีกับเจ้าขนาดไหน”

ถ้าหากตอนนี้ไปถามเกาชวนเสี้ยว เฝิงเจี๋ย ฉีย่า หลินเขิ่นและคนอื่นๆ จากสำนักอิ่นหังและสำนักเตี่ยนซิน พวกเขาก็จำได้เพียงว่ากลุ่มคนเดินเข้าไปในถ้ำ สุดท้ายก็ถูกอาคมป้องกันของสุสานโบราณเข้า สุสานโบราณทั้งหมดยุบตัวลงและถูกทำลาย เซวียเถี่ยหลงและผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ โชคไม่ดีถูกฝังอยู่ในนั้น พวกเขาจึงรีบวิ่งออกมาอย่างสุดชีวิตทันที จึงทำให้เหนื่อยมากจนเป็นลมไป

ส่วนเรื่องในสุสานฉินที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ภาพลวงตาที่เคยเห็นรวมทั้งปีศาจจิ้งจอก พวกเขาต่างก็ไม่มีความทรงจำเหลือเลยแม้แต่น้อย

จูจูได้ยินคำพูดของปีศาจจิ้งจอก ในที่สุดก็วางใจลง และนัดกับปีศาจจิ้งจอกว่าสามปีหลังจากนี้จะเชิญอาวุโสของตระกูลตันมาปรุงยาหวนวัฎฎะแทนเขา และร่ายรายการชื่อสมุนไพรที่เขายังขาดเอาไว้ให้ครบ ก็กล่าวลาและจากไปพร้อมกับอิ๋นจื่อจาง

ทั้งสองคนเดินออกมาจากบริเวณของหุบเขาเตี่ยนเฟิ่ง และห่างออกมาจากรังของอินทรีมารเล็บเหล็ก ถึงจะนั่งกระสวยเมฆและมุ่งไปยังภูเขาฝานเจี้ยนที่อยู่ใจกลางของแผ่นดินใหญ่จิ้นเฉียน

ตลอดทางอิ๋นจื่อจางมีใบหน้าที่เคร่งขรึมไม่พูดไม่จา จูจูรู้ว่าเขากำลังโกรธ จึงเอ่ยอย่างหยั่งเชิงว่า “ข้า ข้าเล่าเรื่องให้เจ้าฟังดีไหม?”

นางก็คิดจะเปิดเผย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่านางเองก็รู้สึกรางเลือนเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วก็อาศัยการเดา ไม่รู้ว่าจะนำมาปะติดปะต่อกันและพูดออกมาได้อย่างไร และยิ่งไปกว่านั้นท่านอาจารย์ขู่มาโดยตลอดว่าห้ามไม่ให้นางเผยความลับออกไป ทุกคนที่อยู่ข้างกายนางต่างก็จะซวยกันหมด นางกลัวว่าจะทำให้คนอื่นๆ ลำบาก

“ไม่อยากฟัง!” อิ๋นจื่อจางเอ่ยอย่างเย็นชา

จูจูจับชายเสื้อของเขาเอาไว้และดึงเบาๆ พลางเอ่ยว่า “อาจาง……”

อิ๋นจื่อจางไม่สนใจนาง ในใจของเขากำลังโมโหอยู่จริงๆ จูจูมีความลำบากใจจนต้องปิดบังเขานั้นเขาก็พอเข้าใจได้ แต่เขาคิดมาโดยตลอดว่าถ้าหากจูจูอยากพูดความลับของตัวเอง คนแรกที่ได้ฟังควรจะเป็นเขา สุดท้ายกลับเป็นเจ้าตัวที่พบหน้ากันไม่กี่ครั้ง เจ้าปีศาจจิ้งจอกที่มีท่าทางเจ้าชู้นั่น! แล้วจะให้เขาสงบจิตสงบใจได้อย่างไร?!

เจ้าหมูโง่ตัวนี้ถูกคนหยอกล้อไม่กี่ประโยคก็เผยความลับออกมาทั้งหมด แต่กลับปิดปากเงียบกับเขา ไม่สั่งสอนอย่างโหดเหี้ยมสักครั้งจะได้อย่างไร?

เขาจงใจดึงชายเสื้อของตัวเองกลับมา และมีใบหน้าที่เย็นชาขึ้นกว่าเดิม พลางคอยดูว่าจูจูจะทำอย่างไร

ในอดีตเมื่ออิ๋นจื่อจางโมโห ส่วนใหญ่แล้วก็จะดึงหูของนางและตะคอกใส่เสียงดัง ตะคอกจนนางยอมรับผิดอย่างไร้เดียงสาและยอมสาบานกับฟ้ารับประกันว่าครั้งหน้าจะไม่มีทางทำผิดอีก แต่ไหนแต่ไรมาล้วนไม่เคยมีท่าทางาเย็นชาไม่สนใจนางแบบนี้

จูจูกลัวเป็นอย่างมาก จนไม่สนว่ากำลังอยู่บนกระสวยเมฆ พลางเอนตัวไปกอดเอวของอิ๋นจื่อจางไว้และเอ่ยว่า “เจ้าอย่าไม่สนใจข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้า เป็น เป็นเพราะท่านอาจารย์บอกว่าถ้าหากข้าพูดเรื่องนี้ออกไป พวกเจ้าก็ถูกข้าดึงเข้ามาพัวพันกับหายนะครั้งใหญ่….ข้าไม่ได้พูดอะไรกับปีศาจจิ้งจอกเลย เป็นเพราะเขามองทะลุผ่านผนึกของข้า มีเรื่องตั้งมากมายที่เขาเป็นคนบอกข้า ข้าไม่รู้จริงๆ ฮือๆๆ!”

จูจูอธิบายอย่างติดอ่างเสร็จ ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมา

อิ๋นจื่อจางคิดไม่ถึงว่าจะทำให้นางร้องไห้ ชั่วขณะนั้นก็รู้สึกเสียใจที่ตัวเองใจแคบ รู้อยู่ชัดๆ ว่าจูจูสนใจเขาเป็นอย่างมาก ทำไมเขาถึงได้จงใจขู่ให้นางกลัวกันนะ?

“เอาล่ะ ไม่ต้องร้องแล้ว! ข้าไม่ได้โกรธ” อิ๋นจื่อจางเอ่ยอย่างฝืนใจ ประคองใบหน้าของจูจูเอาไว้ พลางเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าของนาง

“จริงหรือ!”

“งั้น….งั้นหลังจากนี้เจ้าจะไม่ไม่สนใจข้าแล้วใช่ไหม ข้ากลัว!” จูจูเอ่ยอย่างน่าสงสาร

“ได้”

“อาจางดีที่สุดเลย ข้าชอบแค่เจ้าคนเดียว” จูจูหยุดร้องไห้พลางยิ้ม พยายามเอ่ยออกมาแสดงความจริงใจ

อิ๋นจื่อจางถอนหายใจเบาๆ และเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เจ้าก็ต้องจำไว้ ไม่ว่าศัตรูของเจ้าจะเป็นใคร ไม่ว่าเจ้าจะมีฐานะอะไร และไม่ว่าก่อนหน้านี้เจ้าจะประสบกับอะไรมา ข้าจะไม่มีทางทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียว ในอนาคตหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ข้ากับเจ้าจะรับผิดชอบมันไปพร้อมๆ กัน”

ประโยคประเภทนี้ วันนั้นในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของผู้ปรุงยาในห้าแคว้นทางทิศตะวันตก อิ๋นจื่อจางก็เคยพูดกับนางแล้วครั้งหนึ่ง จูจูซุกหน้าเข้าไปในอ้อมอกของเขาและพยักหน้าอย่างแรง ทันใดนั้นก็รู้สึกผิดในใจ

เมื่อครู่อิ๋นจื่อจางทำหน้าเย็นชาขู่ให้นางกลัว ไหนเลยนางจะไม่แกล้งร้องไห้กับเขาเพื่อขอคืนดีล่ะ? รู้ๆ กันอยู่ว่านางเป็นฝ่ายผิด แต่อิ๋นจื่อจางกลับยังเชื่อใจนาง และไม่ยอมทอดทิ้งนาง….

จูจูตัดสินใจกับตัวเองอย่างเงียบๆ ถ้าหากในวันข้างหน้านางรู้เรื่องของตัวเองอย่างละเอียดแล้ว จะต้องบบอกอิ๋นจื่อจางเป็นคนแรกอย่างแน่นอน

“ข้าก็เหมือนกัน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะรับผิดชอบร่วมกับเจ้า!” จูจูเงยหน้าขึ้นขณะเอ่ย

“ได้ มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับหยวนอิงช่วย การแก้แค้นของข้าก็รัดกุมมากขึ้นแล้ว” อิ๋นจื่อจางยิ้มน้อยๆ

รอยยิ้มของเขาเหมือนกับดอกไม้ที่ผลิบานขึ้นมาบนหิมะน้ำแข็งอย่างฉับพลัน งดงามจนทำให้ผู้คนหลงใหล จูจูรู้สึกสูญเสียสติสัมปชัญญะไปชั่วครู่ สมองเชื่องช้าลงถึงค่อยมีปฎิกิริยาตอบสนองคำพูดของเขา ตอนนั้นจึงตกใจจนสะดุ้ง มองอิ๋นจื่อจางอย่างเซ่อๆ และเอ่ยว่า “เจ้า เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

“ผู้ที่ฆ่าพี่น้องซือถูและเฝิงเซียนเกาที่เมืองดีบุกเพื่อช่วยพวกเราคือเจ้าใช่หรือไม่?”

จูจูเมื่อตกอยู่ในแววตาที่มั่นใจของเขา ก็พยักหน้าอย่างไม่รู้ตัว

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทำได้อย่างไร แต่ว่าข้าเดาว่ามันเกี่ยวกับมัน?” อิ๋นจื่อจางชี้ไปที่เจ้าหมูน้อยที่มีใบหน้าเซ่อๆ แบบเดียวกันที่นั่งอยู่ข้างๆ

“อ๊า…” จูจูก้มหน้าลงอย่างประหม่า ที่แท้เขาก็เดาออก แต่ว่าไม่เคยพูดออกมา นางยังคิดว่าปิดบังทุกคนได้ซะอีก

“มิน่าล่ะถึงได้ไร้ความสามารถขนาดนี้” อิ๋นจื่อจางส่งเสียงหึขณะเอ่ย

“เจ้าไม่รู้สึกว่าข้าร้ายกาจหรือ?” จูจูเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้

อิ๋นจื่อจางยิ้มอย่างขบขันพลางบีบจมูกของนางและเอ่ยว่า “ต่อให้ร้ายกาจกว่านี้ก็เป็นเจ้าหมูโง่สุดๆของข้า” ตั้งแต่วันนั้นที่จูจูฆ่าศัตรูที่แข็งแกร่งและหลบหนีไปทันทีนั้น ดูเหมือนว่าความลับนี้ก็ไม่ได้รั่วไหลออกไป มิเช่นนั้นเกรงว่าศัตรูของนางคงจะพบตัวนางอย่างรวดเร็วแล้ว

วันนี้ที่เขาเอ่ยเรื่องนี้ ก็แค่ทำให้นางกลัว ใครใช้ให้ยัยเด็กนี่แกล้งร้องไห้หลอกเขากันล่ะ เหอะ!

หลังจากนั้นอิ๋นจื่อจางก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องความลับของฐานะจูจูอีก จูจูเองที่เป็นฝ่ายบอกทุกอย่างที่ตัวเองรู้กับเขา เรื่องที่เจ้าหมูน้อยคือรากวิญญาณไฟ ก็ได้ถูกปีศาจจิ้งจอกเปิดเผยต่อหน้าแล้ว จากความฉลาดของอิ๋นจื่อจางก็ไม่ยากที่จะคิดเรื่องอื่นๆ ออก

อิ๋นจื่อจางเตรียมใจเอาไว้ตั้งนานแล้ว เมื่อได้ยินจูจูพูดจบ ก็เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “พวกเราคนหนึ่งก็เป็นศัตรูกับราชสำนักแคว้นอู่ คนหนึ่งก็เป็นศัตรูกับราชสำนักแคว้นโอสถ บังเอิญไปแล้ว”

“ใช่น่ะสิ…” จูจูเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม นี่เป็นการบังเอิญของโศกนาฎกรรมจริงๆ ขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสองกลุ่มของแผ่นดินใหญ่จิ้นเฉียนต่างก็ยังไม่ได้จัดการกับพวกเขา

ดูจากจุดนี้แล้ว พวกเขาช่างเป็นคู่สร้างคู่สมกันจริงๆ ก็ไม่ต้องพูดว่าใครสร้างปัญหาให้กับใครแล้ว

“ไม่เป็นไร ต่อให้ศัตรูแข็งแกร่งกว่านี้ ข้าก็จะต้องเหนือกว่าพวกเขาสักวันหนึ่ง” อิ๋นจื่อจางลูบศีรษะของจูจูอย่างอ่อนโยนพร้อมเอ่ยปลอบโยน

“ข้าเชื่อใจเจ้า!” จูจูพยักหน้าอย่างแรงขณะตอบ นางเชื่อใจเขามาโดยตลอด ถึงแม้ว่าปกติอิ๋นจื่อจางจะชอบสั่งนางไปนู่นมานี่อย่างดุร้าย แต่เขาก็ไม่เคยหลอกนาง มักจะพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อปกป้องนาง สนับสนุนนาง

นางไม่กลัวว่าวันข้างหน้าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคอะไร เพราะว่านางรู้ดี ไม่ว่าจะตอนไหนเขาก็จะคอยอยู่เคียงข้างนาง หากนางแบกรับไม่ไหว นางก็ยังมีเขา!