< รายละเอียด

ทดลองอ่าน

AOZ World Online มหาศาสตราพิชิตโลก

WinterHM
5.0
<
>
ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

         “ AOZ World เกมออนไลน์ที่ไม่ได้แสดงอยู่แต่ในหน้าจอทีวีหรือคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่จะไปโลดโผนในโลกแห่งจินตนาการในขณะที่คุณกำลังหลับใหลอยู่ แน่นอน!.. คุณจะมีชีวิตที่มีอิสระในโลกของที่เราจัดเตรียมไว้ให้ คุณจะมีชีวิตได้ในทุกรูปแบบที่คุณนั้นอยากจะเป็น” น้ำเสียงนั้นตอกย้ำประโยคสุดท้ายเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

               “คุณจะเป็นนักดาบผู้เก่งกาจ ผู้เชี่ยวชาญอาวุธระยะไกล โจรที่ปล้นสะดมสินค้าจากผู้คนต่างๆ นักฆ่าผู้เลือดเย็น มือปราบผู้ผดุงความยุติธรรมหรือแม้กระทั่ง ชาวนา ชาวสวนและอาชีพต่างๆมากมายที่ให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในโลกของเรา ทุกๆท่านจะมัวรออะไรอยู่ล่ะ รีบๆ..” ในขณะที่เจ้าของเสียงในทีวีนั้นยังไม่ทันจะได้พูดสคริปต์ที่เตรียมไว้ได้อย่างเสร็จสิ้น บุคคลที่อยู่ตรงหน้าจอทีวีนั้นได้ทำการปิดภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอลงเสียแล้ว

               “ไร้สาระ..เวลานอนยังจะต้องมานั่งเล่นเกมอีก” เด็กหนุ่มเจ้าของเสียงบ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนจะวางรีโมทไว้ที่ข้างเตียงพร้อมพลิกตัวไปอีกด้านเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราต่อ

               “ให้ตายสิ..ไม่น่าเปิดทีวีทิ้งไว้เลย” เจ้าของเสียงบ่นเล็กน้อยด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีนักกับการถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงโฆษณาที่ปลุกเขาขึ้นมา

               “ก๊อกๆๆ”

               เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก่อนจะมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกแล้ว

               “ยังจะนอนอยู่อีกเหรอ..อคิราห์” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนพูดขึ้นกับเด็กหนุ่มที่นอนขี้เกียจอยู่ตรงหน้า

               “โธ่..คุณป้าครับ วันนี้วันเสาร์นะครับ ขอนอนขี้เกียจซักวันสองวันไม่ได้เหรอครับ” เสียงอิดออดของชายหนุ่มพูดขึ้นขณะที่ถูกคุณป้าของเขาขัดจังหวะความสุขในการนอนของเขา

               “หนูอคิราห์บอกป้าเองนี่จ๊ะ..ว่าวันนี้ต้องไปเจอเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ป้าเลยมาเตือนเรานี่ไง”

               “เอ้อ..ใช่สิ ผมลืมไปเลย” อคิราห์ตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะลุกขึ้นมาบิดตัวเล็กน้อย ทางป้าของเขาเองก็มองอคิราห์ด้วยสีหน้าเอ็นดูเล็กน้อยก่อนจะทำท่าเดินออกจากห้อง

               “อ้อ..อย่าลืมถอดปลั๊กทีวีด้วยนะจ๊ะหนูอคิราห์” ป้าหันหน้าเข้ามาพูดทิ้งท้ายเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปจากห้องไป

               “เฮ้อ..ให้ตายสิ วันหยุดแท้ๆยังต้องมีนัดอีก” อคิราห์บ่นพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวซักครู่หนึ่ง

           กรุงเทพมหานคร

           ‘ให้ตายสิ รถโคตรจะติดเลย.. เบื่อจริงๆการที่ต้องมานั่งขับรถในช่วงเวลาที่รถติดแบบนี้ รู้งี้ไม่ขับรถมาดีกว่า’ อคิราห์บ่นกับตัวเองในใจขณะที่ขับพอร์ชเปิดประทุนบนทางด่วน เรียกสายตามากมายให้จับจ้องไปที่รถและใบหน้าที่’ดูดี’ของเขา

               ในขณะที่อคิราห์จอดรถติดไฟแดงอยู่นั้น มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งจอดคู่กับรถของเขาด้วยเช่นกัน

               “โห.. พี่ รถพี่สวยจัง ราคาเท่าไหร่ครับเนี่ย” เจ้าของมอเตอร์ไซค์พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นสังเกตได้จากการมองผ่านเข้าไปในหมวกกันน็อคของเขา

               “ไม่กี่ล้านเองครับ” อคิราห์ตอบรับอย่างสุภาพ

               “สวยมากเลยพี่! ซักวันผมจะมีรถแบบนี้ขับเหมือนพี่บ้าง”

               อคิราห์ยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ก่อนที่ไฟเขียวจะมาถึงแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป

               มหาวิทยาลัย

           “โว้ย!! มาป่านนี้ ไม่มาซะพรุ่งนี้เลยละไอราห์!!” เสียงโวยวายของชายหนุ่มที่ดังขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของอคิราห์ที่พึ่งขับรถเข้ามาเทียบข้างๆเพื่อนของเขา

               “โธ่.. รถมันติดน่าไอ้กร มาเร็วป่านนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว” อคิราห์พูดพร้อมเกาหัวอย่างหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะตอบรับชายข้างหน้าอย่างตัดพ้อเล็กน้อย

               “เออๆ.. ไอ้เอฟกับไอ้เอแทบจะนอนรอแล้ว รีบๆไปกันเถอะ เดี๋ยวฝนจะตกเสียก่อน”

               มังกร , เอ  , เอฟ เพื่อนสนิทของอคิราห์ทั้งสามรวมถึงเป็นเพื่อนในคณะเดียวกัน ไม่รอช้าที่จะรีบเดินไปขึ้นรถของอคิราห์

               “โห เอ็งขับรถคันนี้มาเลยเหรอ เด่นบนท้องถนนอีกล่ะสิท่า” มังกรชายผู้ที่มีผมสกินเฮดเป็นคนหนึ่งที่แซวอคิราห์ขึ้นมาในระหว่างที่อคิราห์กำลังขับรถอยู่

               “เออ.. เด่นจนมีมอเตอร์ไซค์มาจอดถามตอนติดไฟแดงเลยล่ะ”

               “ถามอะไรวะ?”

               “ราคารถน่ะ” อคิราห์พูดพร้อมกับเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

               “จริงๆก็อยากจะถ่อมตัวนะ.. แต่ราคาเป็นล้าน จะถ่อมตัวยังไงก็เป็นล้าน พูดแล้วก็เซ็ง.. นี่ยังคิดอยู่เลย จะพูดให้รถราคาเกือบสิบล้านให้ดูไม่แพงยังไงดีวะ..” อคิราห์พูดอย่างหัวเสียเล็กน้อย

               “บอกยืมพ่อมาขับสิ” เป็นเสียงของนายเอที่พูดแทรกขึ้นมา

               “เขาจะมองฉันเป็นพวกเกาะพ่อแม่กินกันพอดี” อคิราห์แหวใส่เล็กน้อย ก่อนที่การสนทนาจะเงียบไปครู่หนึ่ง

               “เอ้อ..ว่าแต่ ไอ้มังกร” เสียงของชายหนุ่มผมสีแดงที่ชื่อเอฟพูดขึ้นหลังจากที่เขานั่งอยู่เงียบๆอยู่พักหนึ่ง

               “เมื่อคืนเอ็งทิ้งข้าไว้ในดันเจี้ยน ถ้าวันนี้ไม่ช่วยเก็บเลเวลคืนนี่มีเคืองนะขอบอก”ชายที่ชื่อเอฟพูดต่อ

               “โทษทีๆ กิลด์เรียกรวมว่ะ เลยบอกไม่ทัน มีเรื่องกันนิดหน่อย เลยไปหวดกันยับเลย” มังกรพูดอย่างขำๆพร้อมยกมือขอโทษเพื่อนอย่างขอไปที

               “นี่พวกแกพูดเรื่องเกมอยู่เหรอ” อคิราห์หันหลังไปเล็กน้อยพร้อมถามขึ้นอย่างสงสัย

               “เออสิ!” เสียงตอบรับทั้งสามคนดังขึ้นพร้อมกัน

               “ฉันชวนแกเล่นหลายรอบแล้ว ฉันเชื่อเลย ถ้าแกเล่นนะรับรอง ติดอันดับเป็น’เทพศาสตรา’แน่นอน” มังกรพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นในขณะที่อคิราห์ยังไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดถึงอะไรกัน

               “ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เป็นเสียงของเอที่ดังขึ้นอย่างสงสัย

               “เอ้า ไอ้เอ เอ็งไม่รู้เหรอว่าบ้านของไอ้ราห์เมื่อก่อนเป็นสำนักดาบ”

               “พอๆ..” เป็นเสียงห้ามปรามของอคิราห์ที่ดังขึ้นอีกครั้ง

               “ฟันดาบเป็นมันเกี่ยวอะไรกับเกมออนไลน์วะ โลกสมัยนี้อาวุธดาบอะไรพวกนี้มันเอ๊าท์ไปแล้วมั้ง เจอลูกปืนทีก็หงายเงิบกันหมด เป็นได้แค่กีฬาล่ะน่า” อคิราห์ท้วงขึ้น

               “ก็จริง.. แต่ในโลกของ AOZ World นะ จริงๆแล้วระบบมันเยอะมากจนฉัน..”  ไม่ทันที่น้ำเสียงของมังกรจะพูดจบ หน้าจอบอร์ดที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฉายภาพของการต่อสู้ของนักสู้คู่หนึ่ง

               “เฮ้ย.. ลืมไปเลย วันนี้มีประลองจัดอันดับแรงค์กิ้งนี่หว่า” เอฟพูดขึ้นขณะที่เงยหน้าขึ้นไปดูหน้าจอที่ใหญ่ยักษ์ตรงนั้นอย่างตื่นเต้น

               “ถ้าเอ็งอยากดูขนาดนั้น ข้าจอดข้างทางให้ก็ได้” อคิราห์พูดพร้อมขับรถไปจอดข้างทางอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนั่งดูหน้าจอทีวีอย่างไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

               เป็นการต่อสู้ระหว่างนักสู้ที่ใช้ชื่อว่า ‘ชิงธง” กับ “โซดิแอค” ในทางฝั่งของชิงธงใช้อาวุธปืนสั้นละฝั่งของโซดิแอคใช้อาวุธเป็นมีดสั้น มีตัวเลขมากมายแสดงขึ้นขณะที่ด้ามปลายของอาวุธนั้นถูกร่างกายของฝ่ายตรงข้ามในขณะเดียวกันเพื่อนของอคิราห์ทั้งสามให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

               “เห็นเกมละ ฉันนึกว่าบรรยากาศมันจะดูจีนๆซะอีก ที่ไหนได้ ดูทันสมัยเหมือนโคลอสเซียมแถบยุโรปเหมือนกันแฮะ” อคิราห์พูดขึ้น

               “มันก็แล้วแต่เมืองนั่นแหละ เมืองที่ฉันเกิดนี่แทบจะอยู่บนภูเขาเลยมั้งกว่าจะรีเซ็ทมาเซฟโซนได้ก็แทบแย่ ฉันไม่ชอบบรรยากาศจีนๆเหมือนกัน มันดูเกร่อๆ” เอพูดขึ้น

               “ของฉันเกิดแถบทะเลทรายว่ะ อารมณ์เมืองนี่แบบคาวบอยตะวันตกเลย กว่าเลเวลจะกลับเซฟโซนเมืองหลักได้ NPC แถวนั้นเถื่อนชิบเป๋ง!” มังกรเสริมขึ้นเมื่อได้ฟังเรื่องของเอ

               ในขณะที่การสนทนาเกิดขึ้น ภาพของการต่อสู้เริ่มดุเดือดขึ้น ขณะที่ชิงธงใช้ปืนสั้นรัวเข้าไม่ยั้งแต่ไม่สามารถสร้างความเสียหายกับโซดิแอคได้

               “ทำไมไอ้หมอนั่นยิงแล้วดาเมจไม่ขึ้นเลยวะ..” อคิราห์ถาม

               “ดูดีๆสิ โซดิแอคเขาใช้สกิลปัดป้องตลอด ในขณะเดียวกันก็ทำดาเมจสวนกลับไม่ได้ด้วยเช่นกัน ในเมื่อตั้งสมาธิตั้งรับนี่นา แต่เอาจริงๆนะ ถึงโดนยิงไปดาเมจก็ไม่ได้แรงขนาดนั้น อาชีพปืนเกมนี้มันได้เปรียบที่ระยะการต่อสู้ แต่เรื่องดาเมจน่ะบอกเลยว่าทำยากจริงๆ เคยจับอาวุธพวกปืนอยู่พักหนึ่ง ไม่เข้ามือเลยยอมแพ้ไปเล่นอย่างอื่นแทน” มังกรอธิบายให้อคิราห์ฟัง

               ภาพการต่อสู้ของโซดิแอคเริ่มเปิดฉากตีโต้ เขาปาระเบิดควันลงพื้นในขณะนั้นร่างกายเขาก็หายไปจากจอภาพ สร้างความตื่นตกใจให้กับเพื่อนของอคิราห์เป็นอย่างมาก

               “เฮ้ย.. โซดิแอคมันปลดอาชีพแล้วเหรอ” เอฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูตกใจเป็นอย่างมาก

               “ปกติระเบิดควันแค่อำพรางกาย แต่ไม่ถึงขนาดที่หายไปกับควันเลยนะ!”

               “เวรเอ้ย.. อยากรู้เงื่อนไขปลดล็อคอาชีพบ้างจัง” เอพูดอย่างใส่อารมณ์เล็กน้อยพร้อมกำมือแน่น

               “เอ่อ..พวกเอ็งพูดเรื่องอะไรวะ ไอโซดิแอคมันถือมีดสั้นมันก็เป็นอาชีพพวกแอสซาซินมันก็ต้องทำอะไรแบบนี้ได้อยู่แล้วปะ อันนี้พูดในฐานะเซนส์ของเกมทั่วไปที่เคยเล่นเมื่อนานมาแล้วนะ” อคิราห์ถามอย่างสงสัย

               ทั้งสามมองหน้ากันเล็กน้อยกับคำถามของอคิราห์ อยู่ที่ว่าใครจะเป็นคนอธิบายให้อคิราห์ฟัง ในท้ายสุดสายตาลงไปจับจ้องที่นายเอฟคนเดียว เอฟยกมือขึ้นทั้งสองข้างยอมแพ้ เหมือนยอมรับว่าตนเองจะเป็นฝ่ายอธิบายให้ฟังเอง

               “คืองี้นะ.. ระบบเกมนี้นะ มันไม่มีอาชีพให้เลือกตั้งแต่ต้นหรอกนะมันต้องค้นพบไปเอง เงื่อนไขการอัพขั้นอาชีพ บางคนอยู่อาชีพนักดาบไปจนสุดทางก็มี ไม่ได้แปลว่ามันแย่นะ แต่มันไม่หลากหลายในด้านการใช้สกิลไง อย่างโซดิแอค อาทิตย์ก่อนเขาพึ่งเป็นอาชีพโจร ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เล่นอาชีพนี้เยอะ แค่จับมีดสั้นพร้อมทำเควสต์’ปล้นสะดม’ก็ปลดล็อคอาชีพแล้ว แต่ถ้าให้เดาตอนนี้เขาคงเป็นแอสซาซินแล้ว ในบอร์ดเกมยังนั่งงมหาความรู้กันอยู่ เงื่อนไขการเป็นแอสซาซินต้องทำยังไง บางคนเป็นอาชีพโจรแล้วขยับไปเป็นอาชีพนักล่าเงินรางวัลแทนอะไรงี้ แต่ไม่ได้เป็นแอสซาซิน”

               “ดูซับซ้อนดีนะ”

               “เพราะซับซ้อนนี่แหละถึงได้สนุก” เอฟพูดขึ้น

               “แล้วแกเล่นอาชีพอะไรเนี่ยไอ้เอฟ” อคิราห์ถามขึ้น

               “คอมมานโดว่ะ”

               “พวกนักฆ่าอะไรงี้เหรอวะ”

               “ตอนแรกฉันก็เป็นอาชีพโจรนั่นแหละนึกว่าแอสซาซินมันต้องทำอะไรที่แบบ ลอบสังหารคนเยอะๆ พอทำไปทำมา กลายเป็นว่าปลดล็อคเป็นคอมมานโดแทนเฉยเลย มันใช้มีดสั้นกับปืนสั้น นี่ยังหาปืนสั้นถูกๆขายในเกมไม่ได้เลย”

               “เฮ้ยๆดูนั่น โซดิแอคเปิดฉากแล้ว!” มังกรชี้ภาพบนหน้าจอให้ทุกสายตาจับจ้องไปบนหน้าจอนั้น

               เป็นภาพของอาวุธบินมากมายที่พุ่งออกมาจากควันสีขาวทำให้ชิงธงกระโดดหลบไปข้างหลังในขณะเดียวกันมีเงาสีเทาพุ่งเข้ามาอ้อมไปด้านหลังเขาอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงสะบั้นมีดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายฝุบลงไป

               “KO! โซดิแอคเป็นฝ่ายชนะ” เสียงของกรรมการในหน้าจอที่ประกาศดังขึ้นก่อนที่เสียงเฮของผู้คนในเกมจะดังขึ้นอย่างล้นหลาม

               “เชร๊ดด!! ‘เฉือน 3ครั้ง’ มันใช้แบบนี้เองเหรอ” เอฟพูดขึ้นอีกครั้งในขณะที่อคิราห์ยังทำหน้างงอยู่เหมือนเดิม ตัวเอฟเองก็คงเข้าใจสีหน้าของอคิราห์จนต้องอธิบายให้ฟังเพิ่มเติม

               “คืองี้ สกิลนี้มันจะเป็นการใช้มีดสั้นฟัน 3ครั้ง แต่เท่าที่ฉันลองมา ท่านี้มันเบามากๆ ไม่เหมาะจะใช้เก็บเลเวล

หรือใช้ในการต่อสู้เลย แต่ที่โซดิแอคใช้เมื่อครู่ คือตอนที่โจมตีตอนอยู่ข้างหลังชิงธงแล้วดาเมจมันแรงมากๆ ซึ่งฉันเข้าใจว่าควรจะใช้ขณะอยู่ด้านหลังศัตรูเพื่อฟันจุดตายหลังท้ายทอยเพื่อเพิ่มดาเมจ”

               “เป็นไง เริ่มสนใจจะเล่นเกมแล้วบ้างรึยัง” เป็นมังกรที่ยื่นหน้าออกมาถามอคิราห์อีกครั้งโดยรอยยิ้มอย่างมีเลิศนัยเล็กน้อย

               “ไม่อ่ะ..ก็ดูสนุกดี แต่ถ้าจะให้ไปเล่น บอกเลยขอผ่าน” อคิราห์บอกปัดอย่างไร้เยื่อใย

               “เออๆ..เดาอยู่แล้วว่าแกคงไม่เล่นหรอก แต่ขอฝากเกมไว้ที่บ้านแกก่อนได้ป่ะ พอทีฉันต้องไปหาย่าที่ต่างจังหวัด ส่วนเครื่องเกมฉันแอบพ่อซื้อ ถ้าเจอที่ห้องฉันนี่เป็นเรื่องแน่ๆ” มังกรพูดขอร้องอคิราห์เล็กน้อย

               “อันนี้เอ็งขายตรงหรืออะไรกับเกมนี้รึเปล่าเนี่ย เหมือนจะให้ฉันทดลองใช้อะไรทำนองนั้นเลย” อคิราห์แซวเล็กน้อย

               “ไม่ๆ อันนี้จริงจัง ฉันกลัวมีปัญหากับพ่อเฉยๆ”

               “เออ พ่อไอ้มังกรน่ะดุจะตาย หัวโบราณด้วย ถ้ารู้ว่าซื้อเกมมานี่บ้านแตกแน่นอน” ไอ้เอพูดขึ้น

               อคิราห์ถอนหายใจยังเหนื่อยหน่าย ก่อนจะใช้สมาธิกับการขับรถบนท้องถนนในขณะที่เพื่อนๆของเขาสนทนากันอย่างออกนอกหน้านอกตา

               อคิราห์ขับรถมาถึงที่หมาย เป็นร้านกาแฟเล็กๆใจกลางกรุงที่เขากับเพื่อนอีก3คนหุ้นสร้างมันขึ้นมา เอทำในด้านงานช่าง เอฟทำในด้านงานสัพเพเหระ มังกรทำในเรื่องของการบริหารภายในร้าน ส่วนอคิราห์ทำในเรื่องของการตลาด

               หลังจากทั้งสี่ประชุมกันจนเสร็จสิ้น อคิราห์ขับรถพาพวกเขาไปส่งที่รถไฟฟ้าก่อนจะมุ่งตรงกลับบ้านอย่างเบื่อหน่าย

               “กลับมาแล้วครับป้า” อคิราห์พูดขณะถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านอย่างเป็นมารยาท

               “กลับมาแล้วเหรอคะ..หนูอคิราห์ หืม..ถือเครื่องอะไรมาด้วยน่ะ” ป้าของอคิราห์ถามขึ้นเมื่อเห็นเครื่องเกมของมังกรที่อคิราห์ถือเข้ามา

               “เกมของเพื่อนน่ะป้า เพื่อนมันฝากไว้” อคิราห์ตอบอย่างเรียบง่าย ขณะที่ป้าของอคิราห์เองก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก่อนที่อคิราห์จะเดินขึ้นห้องไปอย่างเงียบๆ

               ‘เฮ้อ.. เหนื่อยเป็นบ้าเลยวันนี้ ยังต้องมานั่งทำแผนการตลาดต่ออีก’ อคิราห์บ่นกับตัวเองกับความเหนื่อยหน่ายในชีวิตเขาเล็กน้อย

               อคิราห์มองไปที่เครื่องเกมเล็กน้อย ก่อนจะนึกถึงภาพการต่อสู้ที่เขาพึ่งดูมาเมื่อตอนกลางวัน

               “ไม่เอาน่า อคิราห์..โตป่านนี้แล้วยังจะเล่นเกมอีก” อคิราห์บ่นกับตัวเอง

               ‘แต่ถ้าเครียดก็ควรจะผ่อนคลายบ้างรึเปล่าวะ!?’ อคิราห์คิดในใจเล็กน้อย

               “เฮ้อ.. จะเถียงกับตัวเองทำไมเนี่ย ลองดูซักหน่อยก็ไม่ได้เสียหาย คิดซะว่าผ่อนคลายด้วยละกัน” อคิราห์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดดูกล่องเครื่องเกมของมังกรที่ฝากเขาไว้ อคิราห์เปิดดูจนเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งมีใจความว่า

               ‘ถึงอคิราห์ ถ้าเอ็งเปิดเจอกระดาษแผ่นนี้ แปลว่าเอ็งคิดจะเล่นเกมแล้วสินะ.. ขอบอกก่อนเลยว่า พวกฉันตั้งใจจะเซอร์ไพรส์วันเกิดก่อนหน้านี้ของแกนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสซักที ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เห็นแกทำงานหนักอยู่คนเดียว เลิกถอนหายใจแล้วลองเล่นเกมดูบ้าง! เล่นให้พังกันไปเลย มันไม่ใช่ของฉัน มันเป็นของแก!’

               สิ้นข้อความที่อคิราห์พึ่งจะอ่านเสร็จ เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง

               “เหอะ ไอ้พวกบ้า..”

               อคิราห์หยิบเครื่องที่เหมือนจะใช้สวมที่หัวขึ้นมาพร้อมกับข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งมีใจความถึงการทำงานของเกมที่จะซิงโครกับระบบสมองผ่านเครื่องตัวนี้

               “เอ่อ.. เมื่อกดปุ่ม Play ตัวเครื่องจะปล่อยคลื่นไฟฟ้าทำให้ง่วงออกมา เอ่อ.. ข .ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ขณะที่ไม่ง่วง อะไรวะเนี่ย” อคิราห์อ่านข้อความอย่างงงๆเล็กน้อย

               เมื่ออคิราห์สวมเครื่องเสร็จสิ้นแล้ว เขาไม่รอช้าที่จะกดปุ่ม Play ข้างบน ใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็ผล็อยหลับไป