noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๕๔ จุดมุ่งหวังของเงา

ชื่อตอน : ตอนที่ ๕๔ จุดมุ่งหวังของเงา

คำค้น : บ่วงอนธการ ๕๔

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 403

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2560 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๕๔ จุดมุ่งหวังของเงา
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-จุดมุ่งหวังของเงา-

เสียงฝีเท้ากระทบผืนป่าประสานกันท่ามกลางความเงียบของทั้งสองคนในที่นี้ ในความสลัวของป่าทึบจนคล้ายจะถึงเวลาพระอาทิตย์ตกก่อนความเป็นจริง วินทรเดินตามทองเงียบ ๆ อย่างไม่อิดออดแม้จะไม่ทราบว่าอีกฝ่ายกำลังจะพาไปไหน หากถามไปก็คงสื่อสารกันไม่เข้าใจอยู่ดี

กระทั่งทองพาเดินมาถึงที่พักเดิมที่เคยพักเมื่อวันก่อน ดวงตาของชายหนุ่มเหลือบเห็นกองไฟกองเก่าและรั้วน่ากลัว ใจของผู้เดินตามหลังก็หายวูบลงไปอย่างช่วยไม่ได้ หมายความว่าทองจะพาเขาเข้าไปในป่านั่นน่ะหรือ

วินทรยืนตัวแข็งทื่อคิดไม่ตกทั้งมองร่างสูงหนากำลังจัดข้าวของเพื่อค้างแรมในวันนี้ หลังเห็นว่าเวลานี้โพล้เพล้ใกล้มืด ใจของเขาสั่นไม่เป็นระส่ำด้วยความเกรงกลัวสิ่งที่อยู่ด้านใน แม้ตนเองจะเคยเดินผ่านมาและไม่เห็นสิ่งผิดปกติอะไรก็ตามที

ทองแหงนขึ้นมามองหลังจากปูผ้าให้วินทรเสร็จสรรพ แม้แววตาจะไม่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุพการีทั้งคู่ไปพร้อมกัน วินทรก็เข้าใจถึงความรู้สึกยากที่จะอธิบายของทองได้ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเชื่อใจและไม่ท้วงติงในสิ่งที่ทองตัดสินใจ 

หากเขาเป็นภาระสำหรับเอีกฝ่ายก็จะยินยอมกลับไปยังคฤหาสน์แต่โดยดี เมื่อคิดได้แล้วนั้นร่างระหงในชุดหนุ่มบ้านป่าก็ทรุดร่างนั่งบนผืนผ้านั้นอย่างว่าง่าย ด้วยความเพลียผนวกกับความเจ็บแผลที่ข้อเท้า

จากความเพลียที่สะสมมาติด ๆ กันทำให้ร่างกายที่โอบอุ้มอีกหนึ่งชีวิตไว้ในครรภ์ต้องการการพักผ่อน วินทรพริ้มตาหลับหลังจากทองก่อไฟแล้วเสร็จ เอนกายลงนอนไม่ดื้อดึงอย่างเคย ท่ามกลางการดูแลอย่างดีของพี่ชายบ้านป่าที่นั่งสบมองด้วยความห่วงใย

เขาพาตัวเองล่องลอยเข้าไปสู่ความฝัน อันคล้ายความเป็นจริงยิ่งนัก

วินทรมารู้สึกตัวเมื่อลมหนาวพัดใส่ร่างจนชาวาบต้องลืมตาตื่นมองหากองไฟ ทว่าภาพรอบกายกลับเป็นอีกแห่ง ทั้งที่ก่อนหลับยังจำได้ว่าตนอยู่กับทอง

เจ้าของร่างบอบบางเดินมองรอบกายอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก มือกุมที่อกตนเองด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกใครกำลังบีบหรือต้องการเด็ดออกจากขั้ว ชายหนุ่มกุมอกตนเองทรุดลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนหอบหายใจ กวาดสายตาหาทองก็ไม่พบ มีเพียงความว่างเปล่ากับสถานที่คุ้นชิน 

ซึ่งนั่นก็คือ ‘คฤหาสน์มืด’ แห่งนี้ วินทรไม่เข้าใจว่าตนมาถึงเมื่อใด

“กรี๊ด*!”*

เสียงอะไรกัน วินทรผวาหันขวับไปมอง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเหลือบไปเห็น

ร่างของหญิงคนหนึ่งกรีดร้องเจ็บปวดร่างกายดิ้นพล่าน เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดราวน้ำพุออกจากอก ครั้นเห็นแน่ชัดแล้วใจของเขาหายวาบเมื่อเจ้าของใบหน้าอันบิดเบี้ยวนั้น คือใบหน้าของนิสา และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เขาเห็นตัวเองกำลังจ้วงแทงอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแห่งความสุข!

“อะไรน่ะ”

วินทรใจหาย พยายามพาร่างตัวเองหลบหนีจากที่แห่งนี้ ครั้นขยับกายก็รู้สึกเจ็บที่อก เขายกมือตัวเองขึ้นดูด้วยความตกใจ มันเหนียวหนึบ เปื้อนไปด้วยเลือดซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่ามาจากตัวเขาหรือที่ใดกันแน่ ชายหนุ่มตัวสั่น กระถดกระถอยหนี ทั้งมองร่างของตัวเองอีกฝั่งที่กำลังสังหารนิสาอย่างโหดเหี้ยม

“ตายเสียเถอะ หนามยอกอกข้า”

เธอผู้นั้นลากเสียงเหี้ยม มีดแหลมในมือวาดมาตามแรง เสียงความคมฝ่าเนื้อผิวผู้ถูกกระทำดังฉึก

“ไม่…”

วินทรผวาลืมตา เรียกให้ทองหันมองคนตัวเล็กที่นอนกับพื้นนั้น กำลังลืมตาโพลงราวกับเพิ่งหลุดออกมาจากฝันร้าย ยกมือเช็ดเหงื่อที่ซึมออกบนหน้าผาก ทั้งที่อากาศก็หนาวเย็นออกเช่นนี้ อาจเพราะความกลัวและดวงใจที่เต้นเร็วเกินไป ร่างกายก็เลยขับเหงื่ออออกมาได้เยอะกว่าปกติ วินทรส่ายใบหน้าก่อนลุกขึ้นนั่ง มองบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งอาทิตย์ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว

“มืดแล้วหรือนี่ เร็วจัง”

เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องลั่นป่าพร้อมกับนกฮูกจากที่ไหนสักที่ขับร้อง ในเวลานั้นเองทั้งทองและวินทรหันไปสบดวงตากันอย่างเงียบเชียบ แม้ใจจะลุ้นระทึก เต้นดังโครมครามเพียงไหน

ทั้งคู่ได้ยินตัวอะไรสักอย่างกำลังย่างเท้าเดิน เกิดเสียงกิ่งไม้หักดังกรอบแกรบอยู่ไม่ห่างจากที่ตนพัก คาดว่าจะตัวใหญ่น่าดู และเมื่อได้ยินเช่นนั้นทองจึงขยับกายเข้าไปหาร่างบอบบางหวังปกป้องให้พ้นภัย 

แม้จะเกรงกลัว แต่ทว่าสายตาคมเฉียบก็กวาดหาว่าต้นเหตุของเสียงนี้มาจากสัตว์ชนิดใด มือก็เอื้อมไปหยิบไม้ยาวขนาดพอเหมาะในกองไฟมาถือไว้อย่างหวาดระแวง

ใจของวินทรหวิวโหวง สอดส่ายสายตาหาต้นตอแห่งความกลัวตัวเองตนนี้ ภาวนาว่าอย่าให้เป็นสัตว์ดุร้ายเลย ชายหนุ่มตัวสั่น หายใจไม่เป็นระส่ำมองรอบกายตนเอง ดวงตากวาดไล่ข้ามไปยังรั้วเล็ก ๆ ที่กั้นระหว่างป่าที่นี่และป่าอาถรรพ์ตรงหน้า ในไม่ช้าแสงจากกองไฟที่สาดเข้าไปในรั้วนั้น ปรากฏร่างกายมนุษย์คนหนึ่งเดินออกมาจนวินทรใจหาย

“พี่ทอง พี่ทอง…” ทองหันไปตามแรงสะกิดของวินทรเมื่ออีกฝ่ายเห็นแล้วว่าต้นเสียงฝีเท้าคืออะไร 

ชายหนุ่มเพ่งสายตาเข้าไปพินิจพิเคราะห์ในความมืดสลัว สิ่งที่เห็นนั้นเป็นรูปร่างของมนุษย์ก็จริง แต่ก็นึกกลัวอยู่ในใจ เขาเกรงว่าจะเป็นผีห่าซาตานสักตนเท่านั้น ด้วยไม่คิดว่ากลางป่าเขาจะมีใครเดินเล่นเพ่นพ่านเช่นนี้ หนำซ้ำเวลานี้ก็ตอนกลางคืนแล้วด้วย

กระทั่งร่างกายนั้นย่างเดินกรอบแกรบออกมาเรื่อย ๆ ให้ความสว่างสาดไปเผยให้ชายหนุ่มเห็นว่าเป็นใคร

ร่างหนาลุกขึ้นยืนพร้อมวินทรอย่างประหลาดแก่ใจยิ่งนัก ดวงตามองไปยังร่างของผู้มาใหม่ที่หยุดสงบนิ่งอยู่ภายในรั้วจ้องมองมายังเขาแววเศร้าโศก 

ทองไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น มันไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน เมื่อภาพในเงาสลัวเผยให้เห็นเป็นใบหน้าของหญิงท้วมวัยกลางคนผู้ให้กำเนิดเขา ดวงใจของหนุ่มบ้านป่าสั่นระรัวอยากวิ่งเข้าไปหาด้วยความอาวรณ์ หากสติสตังที่แม้จะไม่ค่อยครบสัมปชัญญะเท่าไรนักก็ท้วงติงเข้ามาในโสตประสาท เพื่อย้ำเตือนว่า

มารดาของเขาได้สิ้นใจไปแล้ว ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นหาใช่แม่ย้อยผู้เป็นที่รักไม่

นั่นน่ะซี…

ทองไม่อาจเข้าใจว่าสิ่งต่อหน้าเขามันคืออะไร หนุ่มบ้านป่าสะบัดหัวไปมาเรียกสติตนเองว่ายามนี้เขาอยู่ใกล้ป่าอาถรรพ์ เขาควรมีสติ แยกแยะความจริงกับสิ่งลวงตาให้ออกได้โดยไวกว่านี้ กระทั่งวินทรนั้นขยับกายเข้าไปหลบหลังเขาราวกับกำลังกลัวหรือหวาดระแวง

“ฟิลลิกซ์…” วินทรเสียงสั่นเครือไหวกอดแขนเขาแน่น “ฟิลลิกซ์มาแล้วพี่ทอง”

ทองมองไปยังร่างของมารดาตนด้วยความฉงนน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าวินทรบอกอะไร รู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวกำลังคืบคลานมาใกล้ จากสิ่งที่ได้พบตอนนี้ เหตุใดวินทรจึงมองเห็นมารดาของเขาเป็นสามีของตัวเองกัน มันช่างเป็นเรื่องชวนขวัญผวาดีแท้ ชายหนุ่มเหลือบมองไปยังแม่ย้อยในรั้วนั้นเขม็งด้วยกลัวนางจะเดินออกมา

เสียงต้นไม้หักโค่นดังขึ้นมาอีกฟากของป่า เรียกให้ทั้งคู่หันไปมองอย่างขวัญเสีย

“อะไรน่ะพี่ทอง!” วินทรรีบถามด้วยความตกใจ แม้จะไม่ได้ออกกำลังวิ่งเหนื่อย ร่างกายกลับหอบหายใจจากหัวใจที่เต้นเร็วแทบหลุดจากขั้ว

เสียงต้นไม้หักล้มดังไม่ไกลจากที่พักเท่าไรนัก นั่นได้สร้างความกลัวแก่สองร่างที่กำลังหันซ้ายขวาหวาดระแวงราวคนสิ้นสติ ด้วยเมื่อครู่ทั้งทองและวินทรหันมาให้ความสนใจอีกฟาก ครั้นหันกลับไปยังป่าอาถรรพ์อีกครั้ง ใจของผู้เดินทางก็หายวาบเมื่อไร้ร่องรอยของร่างที่ยืนอยู่ในรั้ว ทองเบิกตาตนเองรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นดี บอกตัวเองว่าดีแล้วที่วินทรไม่รู้ว่าเจ้าตัวที่อยู่ในรั้วหาใช่มนุษย์อย่างที่คิดไว้

ระหว่างที่ความกลัวเกาะกุมดวงใจอันเข้มแข็งของทั้งคู่อยู่นั้น ในความมืดมิดน่ากลัว ร่างสัตว์ประหลาดที่มีเค้ามนุษย์ก็พุ่งกระโจนออกมาจากที่มืดสู่คนทั้งคู่ให้ได้เห็นเต็มตา!

วินทรหวีดร้องทั้งเกาะกุมหลังทองอยู่ไม่ห่าง แม้จะทราบถึงความหวาดกลัวจากความสั่นไหวของร่างกายชายผู้ปกป้องเขาดี ทองตัวสั่น แม้จะกลัวก็ยังไม่ลดไม้ติดไฟที่ถือในมือหวังสู้ให้สุดชีวิตตน แม้จะไม่ทราบว่ากำลังต่อสู้กับตัวอะไรอยู่ก็ตาม

ดวงตามันสีดำสนิท แยกเขี้ยวขู่คำรามน่ากลัวสำหรับผู้เผชิญยิ่งนัก รูปร่างประหลาดคล้ายมนุษย์กับสัตว์หลากชนิดรวมร่างกัน คาดว่าบนโลกใบนี้ไม่มี ผมเผ้ามันรุงรัง มีสี่ขาและหางที่ยาวราวจระเข้ อีกทั้งเล็บก็แหลมคมคาดว่าล้มโค่นต้นไม้ได้ บัดนี้กำลังจับจ้องมาที่ร่างของวินทรเขม็ง 

วินทรนึกหวั่น กอดท้องของตัวเองพยุงไว้ด้วยกลัวจะกระทบกระเทือนยิ่งนัก

“พี่ทอง…” เขาบังคับเสียงสั่นไหวเอ่ยด้วยความกลัว หันซ้ายแลขวาหาทางออกก็ไม่พบอะไรนอกจากต้นไม้ ในขณะนั้นที่ทองพาวินทรก้าวเท้าถอยหลบเจ้าตัวประหลาดอัปลักษณ์ตรงหน้า โดยใช้ระยะห่างขั้นกลางจากกองไฟเป็นหลัก คาดว่ามันคงจะไม่กล้ากระโดดใส่กองไฟเป็นแน่

ทองคิดผิดถนัด มันกระโจนเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรง ร้องคำรามออกมาว่า “หัวใจชายตั้งครรภ์!”

วินทรใจหายและหวีดร้องสุดเสียงด้วยความกลัว เมื่อทองเหวี่ยงแขนฟาดมันสุดแรงจนกระดอนกลับไปคลุกฝุ่น เสียงทุ้มดิบเถื่อนนั้นคำรามสะท้อนป่า ทว่าการถูกสวนกลับไปด้วยไม้นั้นมิได้ทำให้แรงของมันลดลงไปแม้แต่น้อย เพียงแค่เสียหลักไป ทำให้ทั้งสองชีวิตคิดได้ว่าตนเองต้องตายเป็นผีเฝ้าป่าแน่ ๆ เขาทั้งคู่ไม่มีทางสู้ตัวประหลาดเกรี้ยวกราดนี้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ!

“ไม่! พี่ทองระวัง!”

วินทรส่ายใบหน้าเมื่อมันกระโจนเข้ามาอีกครั้งและหลบไม้ไฟของทองได้ เล็บยาว ๆ ของมันวาดวืดไปมาบนอากาศ เมื่อทองเองก็พยายามหลบไปอย่างหวุดหวิดได้เช่นกัน วินทรใจสั่นหวั่นเกรง ยกมือกุมริมฝีปากสั่นระริกร้องไห้ ดวงใจวูบไหวด้วยความกลัวว่าทองจะหลบกรงเล็บแข็งแรงคมเฉียบนั้นไม่พ้น ใจก็ภาวนาให้มันกลับไปเสียที

ในเวลาแห่งความกลัวเกรงกัดกินใจเขานั่นเอง ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้วินทรใจสลาย ทองถูกมันใช้มือปัดกระดอนจนกระแทกรั้วป่าอาถรรพ์ รั้วหักพังลง ร่างกายทองหล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลกลงทับกองกระดูกมนุษย์มากมาย คาดว่าในไม่ช้าทั้งเขาและเขาคงได้เป็นศพไปกองประดับรั้วตรงนั้นเพิ่มเป็นแน่

“พี่ทอง!” ดวงตาของวินทรเต็มไปด้วยน้ำตาจากความกลัว ถอยหนีสัตว์แปลกประหลาดตรงหน้าที่ย่างกรายเข้ามาหาเขาช้า ๆ มันแลบลิ้นยาวน้ำลายไหลราวกับกำลังหิวโหย ส่งเสียงหอบฟืด ๆ

ร่างของทองเปื้อนเลือด บอบช้ำจากแรงกระแทกไม่น้อย รู้สึกร้าวไปทั้งหมด หากชายหนุ่มหาได้สนใจตนเองในเวลานี้ พยายามขยับกายอันหนักอึ้งลุกขึ้นนั่งเหลียวไปมองหาวินทร พบว่าตัวการร้ายกำลังจะเข้าไปถึงตัวแล้ว

ทองรีบขยับกายลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าวินทรร่ำร้องไห้ด้วยความกลัว ด้วยความห่วงใยชายบ้านป่าจึงขจัดความเจ็บบนร่างวิ่งเข้าไปอย่างไม่หวั่น ยกไม้ฟาดไปกลางหลังของสัตว์ตัวนี้สุดแรง และตนก็ถูกหางของมันฟาดจนกระเด็นทางอีกทางเช่นกัน เลือดพุ่งออกจากปากของเขาจนจุก

เจ้าสัตว์ร้ายพุ่งกระโจนไปคร่อมตัววินทรที่นั่งกับพื้น เขาหวีดร้องมองมันที่กำลังคำรามใส่ข่มขู่ไม่ยอมหยุดยั้ง มันร้องต้องการหัวใจชายตั้งครรภ์ ใจของทองสลายคิดว่าต้องเสียวินทรไปอีกคนแน่ แม้จะเจ็บก็พยายามลุกขึ้น เพียงร่างกายถึงขีดสุดเท่าที่เจอมาแล้ว มือหนายกทุบผืนดินด้วยความเจ็บใจ มองร่างบอบบางในเงื้อมมือสัตว์ร้าย ทองรับไม่ได้หากจะต้องทนมองวินทรสิ้นชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้

ในขณะที่กรงเล็บถูกเงื้อขึ้นมาหวังจะจ้วงเอาขั้วหัวใจนั้นเอง วินทรสะดุ้งวาบเมื่อทั้งร่างของสัตว์ประหลาดหวีดร้องโหยหวน ปลิวว่อนตามแรงของอะไรสักอย่างไปกระทบต้นไม้หักโค่นดังครืนใหญ่ รวมถึงเหล่านกทั้งหลายบินแตกฮือดึงผึบผับออกจากรังด้วยความรวดเร็ว ชั่วอึดใจนั้นเองดวงตาเขาก็เชยขึ้นไปสบเจอนัยน์ตาคมคุ้นชินที่มองลงมา เท่านี้ความกลัวที่มีก็ลดทอนลงไปอย่างน่าประหลาด

“ฟิลลิกซ์...” วินทรลากเสียง เมื่อจู่ ๆ เจ้าสัตว์ร้ายที่เคยมุ่งหวังในตัวเขาคราแรกนั้นได้วิ่งหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวเกรงร่างสูงที่โน้มกายลงมาพยุงเขาในตอนนี้ วินทรไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงสักนิด รู้เพียงว่าเขากลัวเหลือเกิน กลัวจนใจแทบจะวายตาย

แล้วทำไมฟิลลิกซ์จึงมาที่นี่ได้ แม้จะอยากสอบถามให้กระจ่างแก่ใจ หากร่างกายเขาทั้งเหนื่อยอ่อนทั้งกลัว เมื่อเห็นร่างของชายกำยำตรงหน้าโน้มมาพยุง สติของวินทรก็ดับวูบลงไปอย่างควบคุมไม่ได้ แต่อย่างน้อยแล้วชายหนุ่มก็วางใจกว่าทุกครั้งเมื่อหลับตา

 แม้ฟิลลิกซ์จะเคยทำร้าย อย่างน้อยแล้ววินทรก็รู้สึกได้ถึงการวางใจอย่างแท้จริง

เมื่ออยู่ในอ้อมกอดอุ่น ของชายที่เขารัก

“วินทร วินทร!”

ฟิลลิกซ์ยกร่างบอบบางขึ้นอุ้มทันที คาดว่าวินทรคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงทำให้หมดสติไปเช่นนี้ ชายหนุ่มหันกายไปมองร่างคนบ้านป่าที่นอนแนบพื้นสิ้นท่าอีกมุม แล้วนิ่งคิดอยู่ครู่ ตรองว่าควรจะทำอย่างไรดี แม้ในคราแรกจะไม่ชอบใจก็ตามที่อีกฝ่ายกำลังคิดเกินเลยกับเมียเขา

ยังดีที่ขณะฟิลลิกซ์เดินอยู่ในป่าได้ยินต้นไม้หักโค่นทางด้านนี้จึงรีบมา สามารถช่วยคนทั้งคู่ไว้ได้ทันการณ์ ไม่อย่างนั้นทุกอย่างคงจบและพังไปอย่างไม่มารถทำอะไรได้อีก นอกจากรอภพชาติต่อไป ต้นเหตุที่ตกอยู่ในสภาวะคับขันเช่นนี้ก็คงเป็นความไม่เอาไหนของชายบ้านป่าคนนี้

“กลัวตายมากหรือไง” ชายหนุ่มหันไปมองทั้งเปรยกับอีกฝ่าย ดูคล้ายหนุ่มบ้านป่าตรงหน้าจะดูมึนงง ไม่เข้าใจ ฟิลลิกซ์จึงเร่งเร้า “ลุกขึ้นแล้วตามฉันมา!”

ทองรีบหยัดกายลุกขึ้นเก็บข้าวของ ก้าวเท้าตามชายที่กำลังโอบอุ้มวินทรซึ่งเดินนำไปก่อนหน้า ราวกับต้องการให้เดินไม่ทัน หากชายหนุ่มต้องรีบสาวเท้าตาม กลั้นความเจ็บปวดร่างกายไว้ภายใน ทั้งสมองกำลังประมวลผลว่าเหตุการณ์เมื่อครู่หมายความว่ายังไง แล้วชายคนนี้มีอำนาจอะไร สัตว์ตนนั้นจึงรีบหนีไป พ่ายแพ้แก่กำลังนั้นโดยง่าย

“เจ้าตัวนั่นมันมีชื่อว่า ‘เงา’ พลังของมันสามารถอ่านใจเรา ให้เราเห็นคนที่เรารักและโหยหาต้องการพบมากที่สุด พอเราลุ่มหลงกับภาพมายา มันก็จะใช่เวลานั้นควักหัวใจไปกิน” ชายที่เดินนำว่าอธิบายฝ่าความเงียบบอกคนด้านหลัง ทองยกมือเช็ดคราบเลือดที่ไหลออกจากมุมปาก รับฟังอย่างสุขุม

หมายความว่าวินทรรักชายคนนี้จริง เมื่อเขาเห็นเงาเป็นมารดาตนเอง วินทรกลับเห็นเป็นฟิลลิกซ์ “ดีที่นายไม่หลงเดินเข้าไปหามัน มันก็เลยใช้วิธีเผยตัวจริงเข้ามา” ชายแข็งแกร่งที่เดินนำกล่าว “แต่ก็ไม่เอาไหนอยู่ดี ผู้ชายตัวเล็ก ๆ ยังปกป้องไม่ได้ จะไปทำอะไรได้”

ทองอยากสวนนัก ว่าคนที่พูดน่ะดีแล้วหรือ ถ้าดีจริงเหตุใดเมียจึงหนีออกมาได้

“ฉันรู้ทุกอย่าง เมียฉันทั้งคน ฉันไม่เคยละสายตาเลยสักนิด แค่ปล่อยออกมาให้เที่ยวเล่นบ้าง” ชายปริศนานามว่าฟิลลิกซ์กล่าว ราวเดาใจทองออก

ฟิลลิกซ์ลอบถอนใจกับความไม่เอาไหนของทอง แต่อย่างน้อยเขาคนนี้ก็มีความสำคัญ แม้ในคราแรกจะแตกต่างจากที่ฟิลลิกซ์จินตนาการไว้ก็ตาม เจ้าชายประกาศิตที่เขาเคยคิดว่ายิ่งใหญ่และสง่างามนั้น ช่างเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับชายไร้ความสามารถแม้จะเก็บชีวิตตัวเองยามคับขัน

ชายเจ้าของคฤหาสน์มืดคิด ว่าเรื่องนี้มันคงจบไม่สวยหรูอย่างที่เคยคิดเป็นแน่




----------------------------------------



โอ๊ยยยยย มีความหวงเมีย มีความเกทับกิ๊กเมียรัว ๆ ได้ทีเอาใหญ่เลยนะพี่ฟิล

5555555

ทีนี้แล้วนะว่าอิตัวประหลาดที่อยู่ในคฤหาสน์คืออะไร

ตามไปลุ้นกัน เจอกันตอนหน้าจ้าาาาา!

ความคิดเห็น