noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๔๙ เรื่องใหญ่

ชื่อตอน : ตอนที่ ๔๙ เรื่องใหญ่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 491

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2560 22:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๔๙ เรื่องใหญ่
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-เรื่องใหญ่-

หลังจากที่เดินทางมาถึงเซฟเฮาส์ของฟิลลิกซ์ อาทิตย์ก็ว้าวุ่นใจและโกรธเคืองชายหนุ่มเป็นอย่างมาก ต้นเหตุมิใช่เพราะฟิลลิกซ์ไม่รีบพาเขาไปหาบิดาแต่อย่างใด มันเกิดขึ้นเพราะในวันนี้ชายหนุ่มเจอเรื่องไม่คาดฝันในคฤหาสน์

ในเวลาที่รอให้ทุกคนตระเตรียมของอยู่นั้น เสียงร้องของใกล้รุ่งดังขึ้นขึ้นลั่นคฤหาสน์ ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่พวกเขา ๆ ทั้งหลายและเจ้าของบ้านเจอก็คือศพของจินตวีร์ในสภาพที่น่ากลัว

มันไม่ทำให้ฟิลลิกซ์แสดงถึงความตกอกตกใจเลยแม้แต่น้อย ยังทำตัวปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งทุกคนในคฤหาสน์ซึ่งกำลังหวาดกลัวฆาตกรใจร้ายที่แฝงอยู่ในนั้น พาอาทิตย์ออกมาโดยที่ไม่พูดอะไรให้หลายคนสบายใจ บอกเพียงว่าจะพยายามจับตัวคนร้ายให้ได้ก็เท่านั้นเอง

หรือที่นี่สามารถทำร้ายและฆ่าใครก็ได้ อย่างที่เขาเคยประสบพบเจอมา

อาทิตย์เดินวนไปมาในห้องพักของตนเองเป็นรอบที่ร้อย ด้วยความเป็นห่วงใกล้รุ่ง ในวินาทีที่เห็นคราแรกอาทิตย์สงสารจับใจ ใกล้รุ่งตัวสั่นงก ช็อกจนแทบเสียสติ ยังดีที่เขาพยายามเข้าไปปลอบประโลมไว้ แม้จะไม่ชอบเหล่าผู้อาศัยในนั้น แต่อาทิตย์ไม่อาจละทิ้งชายหนุ่มหญิงสาวทั้งหมดในนั้นได้ แม้ตนเองยังไม่ทราบว่าจะช่วยเขา ๆ ทั้งหลายอย่างไรก็ตาม

เขาโกรธฟิลลิกซ์ เหตุใดจึงใจร้ายกับพวกเขาถึงเพียงนั้นกัน

อาทิตย์ต้องการได้ยินถึงความรับผิดชอบของเจ้าบ้าน ไม่อยากให้ฟิลลิกซ์ปล่อยปละละเลยพวกเขาในนั้น เมื่อคิดได้แล้วชายหนุ่มจึงทิ้งกายลงบนเตียง พยายามพริ้มตาหลับด้วยจะได้ผ่านพ้นวันเวลานี้ไปโดยไว แต่เพราะกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะฟิลลิกซ์เป็นต้นเหตุ วันนี้เขาจึงหลับช้ากว่าทุกวัน 

แต่เมื่อรุ่งสางมาเยือน อาทิตย์ก็ยังสามารถตื่นตามเวลาปกติของตนเองมาอาบน้ำเตรียมตัว เตรียมความพร้อมกับทุกสิ่งที่ต้องเผชิญ

ร่างโปร่งในชุดลำลองเดินลงมาด้านล่าง เห็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่ก่อนแล้วบนโต๊ะอาหาร เห็นแล้วฟิลลิกซ์จึงละจากหนังสือภาษาของมนุษย์สมัยใหม่หันไปมองอาทิตย์ เจ้าตัวหน้ามุ่น ยังเคืองไม่หาย

“ตื่นแล้วหรือ กำลังจะให้คนไปตามอยู่พอดี มาสิ มานั่งตรงนี้” ฟิลลิกซ์บอก

อาทิตย์พยักหน้ารับ เดินเข้าไปทรุดนั่งข้าง ๆ มองชายรูปงามที่กำลังนั่งจิบกาแฟ หรือชา หรืออะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นหอมอย่างที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน 

“ทานอาหารเช้าซะสิ แล้วเดี๋ยววันนี้พ่อของเธอจะเข้ามาพบช่วงสาย ๆ เพราะเขารีบมากที่จะเจอเธอหลังจากไม่ได้เจอกันเป็นเวลานาน” 

“ครับ”

ฟิลลิกซ์เหลือบมองอาทิตย์เล็กน้อย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่หายเคืองจากเรื่องเมื่อวานจริง ๆ ดูจากใบหน้าที่บึ้งตึงนั้น “น้องซัน ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจ แต่เธอควรละทิ้งความรู้สึกนี้ไป เพราะเธอคิดในใจอยู่แล้วว่าจะไปจากคฤหาสน์ให้ได้ ถ้าจะไปก็ไม่ควรไม่พอใจอย่างนี้ เพราะยังไงเสีย เธอก็ไม่ได้รับรู้ความลำบากอะไรกับคนในนั้นอีกต่อไปแล้ว”

“พอเถอะครับ” อาทิตย์เสียงฉุน

“ฉันไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องศพนั่น แต่ฉันห่วงความปลอดภัยเธอมากกว่าจึงรีบพาเธอมาที่นี่ น้องซัน ฉันบอกไปแล้วนี่ว่าชีวิตของเธอสำคัญสำหรับฉัน” ฟิลลิกซ์หันไปสบตาผู้รับฟัง สร้างความแปลกใจแก่ชายหนุ่มยิ่งนัก

“แต่คุณทิ้งพวกเธอไว้กับฆาตกรในนั้น มันไม่สมควร” อาทิตย์ส่ายหน้า

“มันจะถูกจับได้ในอีกไม่ช้า”

“แล้วก็ขังเขาไว้ในคุกใต้ดิน อย่างผู้ชายคนก่อนนั้นน่ะหรือครับ”

เมื่อสิ้นคำถาม ฟิลลิกซ์ขมวดมุ่นคิ้วตนเองเป็นคำตอบด้วยทราบดีว่าอาทิตย์ต้องการที่จะยั่วโมโห ชายหนุ่มถอนใจทั้งส่ายหน้าระอาที่จะต่อล้อต่อเถียงกับอาทิตย์ จอมรั้นที่ไม่ว่าจะพยายามช่วยอย่างไรก็ยังดื้อรั้นอย่างนี้ 

“ฉันจะฆ่ามันทิ้ง ไม่เลี้ยงมันไว้ให้เปลืองหรอก”

“ใจร้าย…” คนฟังรีบหันไปต่อว่า “พวกผู้หญิงผู้ชายที่อยู่ในคฤหาสน์ คุณทิ้งพวกนั้นไว้ได้ยังไง พวกเขาก็เป็นเมียคุณนะครับ คิดบ้างสิคุณฟิลลิกซ์”

“ไม่ใช่ ฉันบอกแล้วไงว่าเมียของฉันคือคนที่ไม่ใช่แค่แลกความสุขกันบนเตียง” ฟิลลิกซ์หันมาแจง

อาทิตย์ผ่อนลมหายใจ “ผมไม่ได้อยากเถียงกับคุณเรื่องนี้นะครับ”

“งั้นก็เลิกย้ำว่าพวกนั้นในนั้นเป็นเมียของฉันสักที”

“เห็นแก่ตัว…” อาทิตย์หลุดพูดออกไปด้วยความระอา 

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังส่งสายตาจิกกัดกันอยู่นั้นเอง เหล่าลูกน้องก็เดินเข้ามาด้วยความเร่งรีบ นำชายคนหนึ่งให้เดินตามหลังมาโดยไม่ยอมบอกกล่าวอะไร ฟิลลิกซ์เมื่อเห็นเช่นนั้นก็แปลกใจ มองไปยังร่างท้วมของชายผู้เป็นแขกทั้งเอ่ยสอบถาม

“นี่คุณมาเร็วกว่าที่คิดมากทีเดียว คุณพิศุทธิ์ ทนรอไม่ไหวถึงขนาดนั้นเชียวหรือ”

ผู้ถูกถามถอนใจก่อนพูด 

“อันที่จริงน่ะ ผมใจร้อนอยากมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เพียงแต่เกรงว่าซันจะเหนื่อยหากต้องเดินทางติดต่อกันยาวนาน ก็เลยยอมมาวันนี้แทน” คุณพิศุทธิ์กล่าวตอบทั้งหันไปมองลูกชายด้วยความคิดถึง ครั้นได้เห็นใบหน้าคนที่ตนตั้งตารอเพื่อจะได้พบ ชายผู้มีความอาวุโสที่สุดแสดงถึงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพบว่าสภาพของลูกชายช่างน่าสงสารยิ่งนัก

บนใบหน้าน่ารักที่แม้แต่ตัวคุณพิศุทธิ์เองก็ยังไม่เคยกล้าสัมผัสรุนแรงและเฝ้าหวงแหนนั้น ตอนนี้เต็มไปด้วยความบอบช้ำ อีกทั้งลำแขนเล็กที่มีรอยเขียวและบวมอยู่ 

“ซัน ลูกพ่อ…”

ใจคุณพิศุทธิ์หายวาบ เร่งฝีเท้าเข้าไปจับร่างกายของอาทิตย์หาร่องรอยบาดแผลอื่นด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจ ทั้งหวงแหนและโกรธเคืองชายผู้เป็นเจ้าของบ้าน “นี่มันอะไรกัน ทำไมลูกชายผมถึงเป็นแบบนี้!”

ผู้ถูกมองใจหาย หลังจากเคยนึกโกรธบิดาที่ทอดทิ้งชายหนุ่มไว้ในคราแรก คาดว่าหากได้พบกันนั้น อาทิตย์จะต่อว่าเสียให้เข็ด แต่เมื่อได้พบกัน บัดนี้ทราบแล้วว่าคุณพิศุทธิ์ห่วงใยเขาเหลือเกิน อาทิตย์แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ด้วยทั้งชีวิตเหลือบิดาอยู่เพียงคนเดียว 

เขาโผเข้าไปซุกในอกของบิดาแน่นด้วยความคิดถึง

“ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะดูแลซันแบบนี้ ผมเสียความรู้สึกมาก!” ผู้เป็นบิดากล่าวกับฟิลลิกซ์ “คุณดูแลยังไงน่ะ นี่ถ้าผมมาช้ากว่านี้ ผมอาจจะพบซันในสภาพที่แย่กว่านี้ใช่ไหมคุณฟิลลิกซ์”

“หุบปาก…”

“ไม่เป็นไรชัชชาติ นั่นคือสัญชาตญาณความเป็นพ่อ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะโกรธเมื่อเห็นว่าแก้วตาดวงใจตัวเองถูกทำร้าย” 

ชายเจ้าของสถานที่ยกมือห้ามปรามลูกน้องคนสนิทที่พร้อมจะพุ่งเข้าไปจัดการชายแก่ตรงหน้า ในฐานแสดงความต่ำทรามของกิริยาต่อผู้สูงศักดิ์กว่า

“ใช่! ผมผิดหวังจริง ๆ ไม่คิดเลยว่าลูกชายผมจะต้องเจอเรื่องแย่ ๆ ขนาดนี้” คุณพิศุทธิ์ส่ายใบหน้า

“มันเป็นเรื่องสุดวิสัยครับคุณพิศุทธิ์”

“หยุดแก้ตัวด้วยวิธีเด็ก ๆ แบบนี้ เชิญคุณรับเงินของตัวเองไป แล้วผมจะพาลูกชายกลับไปที่บ้าน” อาทิตย์รีบเงยหน้าไปมองชายหนุ่มเจ้าของสถานที่ เห็นชัชชาติลูกน้องคนสนิททำใบหน้าขึงขังโกรธบิดาเขา 

“ไอ้แก่ ทีตอนต้องการความช่วยเหลือแทบจะกราบกรานเจ้านายฉัน ทีนี้มาอวดเบ่งวางก้ามท่าทีใหญ่โต ชูคออย่างกับคางคกขึ้นวอ มันน่านัก!”

ผู้ถูกต่อว่าเบิกตาด้วยความฉุน “หน็อย ไอ้เด็กไม่มีสัมมาคารวะ”

“ไอ้แก่แต่สังขาร”

“นายมันอายุเท่าไหร่กล้ามาว่าฉัน!” คุณพิศุทธิ์กำหมัด กัดฟันกรอด

“อย่างน้อยอายุสมองฉันก็มากกว่าแกก็แล้วกัน!” ชัชชาติย้อน ฟิลลิกซ์ยกมือปรามลูกน้องอีกครั้งเมื่อชัชชาติเองก็เริ่มจะฉุนเฉียวท่าทางของชายตรงหน้า อาทิตย์ที่เห็นเหตุการณ์ก็แปลกใจเมื่อได้รับฟังข้อสนทนา

“พ่อ หยุดเถอะครับ ซันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แค่ไม่ระวังตัวเท่านั้นเอง” เขาเกลี้ยกล่อมบิดาให้ใจเย็นลงทั้งรั้งต้นแขนเขาไว้แน่น เกรงว่าจะไม่คุ้มหากจะมีเรื่องกันจริง ๆ อย่างน้อยก็ตอนนี้ คนของฟิลลิกซ์มีมากกว่าและอาทิตย์เดาใจอีกฝ่ายไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ที่นิ่งเงียบเช่นนั้น

คุณพิศุทธิ์พยักหน้าระรัวแต่ความคิดตรงกันข้ามกับท่าทาง สายตามองชายเจ้าของสถานที่อย่างเข่นเขี้ยวไม่ยอมแพ้ “ขอบคุณมากสำหรับการดูแลลูกชายผม และสำหรับการใช้ลูกน้องต่ำ ๆ มาทำท่าทางทราม ๆ กับผมเช่นนี้”

“แกน่ะสิต่ำไอ้เศษมนุษย์ มนุษย์ที่มักต่อว่าเหยียดหยามผู้อื่นว่าต่ำกว่าจากฐานะหรือรูปลักษณ์ภายนอกที่เห็นเพียงอย่างเดียว จิตใจมันย่อมต่ำตมกว่าเสมอ”

“ฉันไม่เคยทำตัวต่ำทรามแบบนี้แน่”

“แล้วการขายลูกชายกินนี่มันดีเลิศและสูงส่งมากสินะ” ชัชชาติย้อน

“พอกันที ฟิลลิกซ์ เชิญนับเงินของคุณให้ครบแล้วปล่อยให้ผมพาลูกชายกลับไปได้แล้ว!” คุณพิศุทธิ์หันไปบอกกับชายเจ้าของสถานที่เมื่อท้ายที่สุดแล้ว ตนเองก็ถูกแทงใจดำเข้ามาอย่างเต็มเปา แม้จะไม่พอใจเจ้าลูกน้องจอมหาเรื่องก็ตามที ชายที่คิดว่าตนอาวุโสที่สุดปรับอารมณ์ไปกล่าวกับฟิลลิกซ์ ซึ่งยังทำตนนิ่งราวกับพอใจที่ลูกน้องตัวเองมาต่อว่าสาดเสียเทเสียต่อเขา

คิดแล้วก็โมโห แต่ต้องรีบปรับตัวและอารมณ์จะได้พาอาทิตย์กลับไปให้เร็วที่สุด

“ผมต้องการให้อาทิตย์อยู่กับผมต่อไป” ฟิลลิกซ์เอ่ยฝ่าความเงียบขึ้น เรียกให้คุณพิศุทธิ์ที่ยืนอยู่ต้องหันไปมองด้วยความข้องใจกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ จึงย้อนถามด้วยคิดว่าตนอาจหูฝาด “ว่ายังไงนะ ที่คุณพูดเมื่อกี้นี้”

“ลูกชายคุณไม่ได้ทำตามสัญญาที่คุณมีให้กับผม ดังนั้นเขาจึงต้องอยู่กับผมต่อไป”

“ไม่มีทาง!” คุณพิศุทธิ์ตอบทันที

“ฟิลลิกซ์ ไม่มีทางที่ผมจะอยู่กับคุณต่อ” อาทิตย์สั่นหัวตามบิดาทั้งมองเสี้ยวใบหน้ารูปงามของชายหนุ่มที่ตนกล่าวด้วย “ผมมีโอกาสออกมาแล้วและจะไม่กลับไปที่นั่น คุณก็รู้”

“เธอต้องไป” 

อาทิตย์เชยตาขึ้นไปมองคนกล่าว แม้คำพูดจะแสดงถึงการวางอำนาจอย่างชัดเจนจนคุณพิศุทธิ์ต้องขมวดคิ้วเข้มไม่พอใจ แต่แววตาที่อาทิตย์กำลังสบมองนั้นมีความหมายที่แตกต่าง ทำอย่างกับฟิลลิกซ์รู้อยู่แล้วว่ายังไงเสีย อาทิตย์ก็ต้องเลือกที่จะกลับไปอยู่ดี

เห็นอย่างนี้แล้วอยากที่จะทำให้ฟิลลิกซ์หน้าแตก ชายหนุ่มขบคิดกับตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกตัดสินใจกล่าวสิ่งที่ตนเองต้องการต่อหน้าบิดาให้ชัดแจ้ง สร้างแรงกระทบกับฟิลลิกซ์ที่ได้รับฟังว่า “ถึงอย่างไรผมก็อยากจะกลับบ้าน”

ฟิลลิกซ์ส่ายหน้า “ฉันคิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วเสียอีก”

“นี่ ลูกชายผมตัดสินใจแล้ว คุณควรจะปล่อยพวกเราไปในเมื่อก็ได้เงินไปครบ แล้วก็เลิกวุ่นวายกับเราสองพ่อลูกสักที” คุณพิศุทธิ์ขัดขึ้น มือกระชับร่างของลูกชายเตรียมจะพาออกไป

ทว่า มีร่างของชายอาวุโสซึ่งสวมผ้าปิดตาเดินเข้ามาเสียก่อน 

“เดี๋ยวสิครับคุณ ต้องขอโทษแทนหลานชายและเด็ก ๆ ด้วยที่เสียมารยาท ผมเสียใจจริง ๆ” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มทั้งค้อมศีรษะให้ด้วยท่าทีที่ให้เกียรติ ใจของอาทิตย์เห็นบิดาที่กำลังโกรธาก็โหวงขึ้นมาเสียเฉย ๆ

“คุณเป็นใครผมไม่ทราบ แต่ผมมีธุระต้องไป ไม่อยากอยู่ที่นี่นาน ๆ” 

“ไม่เอาน่า มาถึงที่นี่ทั้งที ขออนุญาตให้แม่บ้านแสดงฝีมือหน่อยก็แล้วกันนะครับ มาเช้า ๆ แบบนี้คงยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่ เสียเวลาไม่นานหรอกนะครับคุณ อย่าต้องให้ผมเป็นเจ้าบ้านที่เสียมารยาทไปกว่านี้เลย ถือว่าเป็นการเลี้ยงเพื่อขอโทษจากใจนะครับ”

คุณพิศุทธิ์เลิกคิ้วมองชายท่าทางแปลกประหลาดตรงหน้าที่แย้มยิ้มกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อมให้เกียรติ ผิดจากฟิลลิกซ์ที่เห็นเขาเป็นหัวหลักหัวตอไม่เคารพแล้ว อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก็ทุเลาลงจากคำเยินยอของชายตรงหน้า 

คนที่มีน้ำโหจึงยินยอมพยักหน้ารับโดยง่าย “ก็ได้ครับ เพราะคำขอร้องของคุณนะ”

“ขอบคุณมากครับ”

ชายที่สวมผ้าปิดตาน้อมรับด้วยรอยยิ้ม มือหนาผายออกให้แขกนั่งลงร่วมรับประทานอาหารเช้า ด้วยทราบถึงจิตใจของชายผู้นี้ดี ว่าคุณพิศุทธิ์จองหองพองขนถึงเพียงไหน หากจะคุยก็ต้องคุยด้วยคำเยินยอสรรเสริญเท่านั้น มนุษย์ทุกคนย่อมต้องการเกียรติจากผู้อื่นเสมอ

“อ้อ เดี๋ยวผมขอติดต่อที่บ้านก่อนก็แล้วกัน”

คุณพิศุทธิ์บอกหลังจากนึกอะไรได้ ก่อนยกมือควานหาอะไรสักอย่างในกระเป๋ากางเกง ท่ามกลางสายตาของฟิลลิกซ์ที่ลอบมองอาทิตย์ด้วยความไม่ชอบใจกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ 

ส่วนอาทิตย์ ทำเป็นไม่รับทราบอะไรทั้งนั้น นิ่งฟังบิดาที่กำลังสนทนาผ่านเครื่องมือติดต่อสื่อสารสมัยใหม่ที่ถูกเรียกว่า โทรศัพท์

“นี่ แม่อิ่ม วันนี้ฉันจะเข้าบริษัทสายนะไม่ต้องจัดอาหารเช้าเผื่อฉันกับซันแล้ว”

อาทิตย์หันไปมองบิดาที่กล่าวกับแม่อิ่ม แม่บ้านที่อยู่มาตั้งแต่สมัยเขายังเด็กนัก ด้วยความคิดถึง ตอนนี้ชายหนุ่มอยากจะคุยกับนางใจจะขาด ทราบถึงความห่วงใยของแม่อิ่มดี ถึงขั้นเวลาเดินทางไปไหนมาไหนต้องรายงานนางทุกฝีก้าวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นห่วง

ที่แท้ก็กำลังรายงานแม่บ้านของพวกเขาอยู่นี่เอง

“งั้น แม่อิ่มก็จัดเฉพาะของคุณประกาศิตกับผู้ติดตามก็พอ ทางนี้จะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ” คุณพิศุทธิ์กล่าวทั้งยิ้มน้อย ๆ กับปลายสาย ก่อนจะพูดอีกสองสามคำจึงวางสาย 

แต่นั่น... 

ได้เรียกให้ชายเจ้าของสถานที่กับผู้เป็นตาต้องลอบหันไปสบตากัน  ราวกับรู้ถึงความคิดกันและกัน เมื่อได้ยินชัดแจ้งแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคุณพิศุทธิ์จึงมีเงินมาใช้หนี้เขารวดเร็วเกินความเป็นจริงนัก ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!

เจ้าชายประกาศิต อยู่ใกล้จมูกแค่นี้เท่านั้น…




------------------------------------------



นี่เพิ่งจะเป็นปฐมบทของเรื่องราว 

สำหรับคนที่รักซันเชียร์ซัน บอกเลยว่าจะไม่เสียใจ เพราะซันเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ ทุกอย่างถูกเล่าผ่านมุมมองของซัน น้องดีมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ในบทไลรี่ย์ ไม่ผิดที่ทุกคนจะรัก 

แต่หนูนาเขียนตอนจบแบบที่มันควรจะเป็นไว้แล้ว ดีที่สุดแล้ว

บทซันสำคัญกว่าฟิลลิกซ์ที่เป็นพระเอกคนหนึ่งซะอีก

อาจมีภาคต่อด้วย

ความคิดเห็น