ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Sorry32 END แก้ไขแล้ว

ชื่อตอน : Sorry32 END แก้ไขแล้ว

คำค้น : Sorry yaoi y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2560 18:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Sorry32 END แก้ไขแล้ว
แบบอักษร

​"ทำไมถึงใส่ชุดแบบนั้นมาห้ะ!!!" เสียงของคาร์ฟาดูโกรธมากเป็นพิเศษทำให้ผมไม่กล้าสู้หน้า

"แม่เป็นคนบอกและเป็นคนแปลงโฉมหนูลมเองแหละ ก็แหม ทั้งลูกแล้วก็พ่อของลูกสนใจแม่ซะที่ไหน แม่เลยจับหนูลมแต่งตัวเผ็ดๆมาให้ชมเป็นการเอาคืนไงละ" แม่ของคาร์ฟากางมือออกสองข้าง เพื่อบังผมไว้ทำให้คาร์ฟาไม่เดินมาต่อ 

"แต่แม่ผมมาทำงานแล้วสุขภาพแม่ก็ไม่ดีทำไมถึงทำแบบนี้ "คาร์ฟาดูใจเย็นลงก่อนจะเริ่มคุยกันดีๆ

" นี่ไงแม่ก็พาแพทย์ติดมาด้วย หรือลูกไม่เชื่อว่าหนูลมเค้าจะดูแลแม่ได้" ผู้เป็นแม่ว่ากล่าวก่อนจะเสกพัดสีเงินออกมาจากมือแล้วนำมาพัดอย่างใจเย็น 

"เห้อ~~ แม่ให้ลมน้อยเปลี่ยนชุดเถอะครับถือว่าผมขอ" คาร์ฟาที่ไม่อาจเถียงต่อได้จึงเริ่มการขอร้องดีๆพร้อมมองมาทางผม  

"เชอะก็ได้ แต่บอกไว้เลยนะแม่จะมาดูงานด้วยยังไงแม่ก็เป็นราชินี ไม่คิดจะนั่งๆนอนๆในขณะที่เมืองเรามีปัญหาหรอกนะ" คนเป็นแม่ตวัดพัดไปทางบ้านคนก่อนจะบอกเป็นนัยๆว่าให้ผมเปลี่บนชุดได้ 

ผมจึงเดินเลียบไปแอบเปลี่ยนชุดอย่างเนียน เพื่อไม่ให้คาร์ฟาโกรธอีก

"สงสัยพี่ฟาร์คงไม่ชอบ"ผมบ่นพลางนำชุดที่ได้มาอีกชุดเพื่อเปลี่ยน ผมใช้เวลาเปลี่ยนไม่นาน ก็เสร็จ มองกระจกดูสภาพตนเอง ชายที่สวมรองเท้าบูทหนังน้ำตาลครีมที่รองเท้าหุ้มสูงถึงบริเวณหน้าแข้งถูกรัดแน่นด้วยเชือกน้ำตาลเข้ม สูงขึ้นมาอีกหน่อยจะเจอกางเกงขาสั้นลายพลางขาวปนครีมยาวถึงขาอ่อน เสื้อที่สวมคือเสื้อคอวีแขนสั้นปล่อยปลายเสื้อแต่เพราะเสื้อปลายยาวด้านขวามากกว่าด้านซ้ายเลยทำให้กางเกรงลายพรางขาวถูกบังบางส่วน บริเวณมือสวมถุงมือสีขาวที่เห็นนิ้วยื่นออกมา เส้นผมเปียก่อนหน้านี้ถูกแกะออกและรวบด้วยโบว์สีหยก  เป็นชุดที่ดูจ่อคล่องแคล่วแต่ก็สง่าไปในตัว

ผมเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นกลับไปยังจุดๆเดิม แต่ตอนนี้เหมือนเจอปัญหาหนัก 

"เกิดอะไรขึ้นหรอครับ ทำไมถึงกางข่ายป้องกันที่สถานแห่งการกำเนิด" ผมมองไปยังกลุ่มคนที่น่าจะเป็นเผ่าเอล์ฟและมังกรที่มากางข่ายป้องกันอย่างแข็งขัน 

"มีเรื่องนิดหน่อยลมน้อยไม่ต้องห่วงหรอก" ผมมองไปยังคาร์ฟาที่พูดกับผมสักพักก็เดินไปร่วมกางข่ายป้องกันกับคนในกลุ่ม  

"ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นหรอครับ?" ผมหันไปมองคนที่มีสีหน้าวิตกต่างจากตอนแรก 

"ฟิ้น มันคลุ้ทคลั่งแถมเราไม่ทราบสาเหตุและวิธีจัดการมันจึงต้องการข่ายป้องกันไว้ ตอนแรกพวกเราก็พอจะจัดการได้แต่พอเวลาผ่านไป ก็ยิ่งจัดการได้ยากจนตอนนี้ไม่สามารถจัดการได้ เลยต้องกางข่ายป้อกันไว้ ซึ่งแม่คิดว่ามันคงกันไว้ได้ไม่นาน เลบจะเริ่มให้คนอพยบหนี" แม่คาร์ฟากางพัดและบินไปเหนือน่านฟ้า และร่ายคาถาบางอย่าง

"ประชาชนแห่งข้าจงฟัง  ตอนนี้เมืองเราไม่อาจจะยื้อไว้ได้อีกแล้ว ตัวเรา เบลร็อค มินอฟ ขอให้ประชาชนอพยพไปทางใต้ของเมืองโดยไว และขอให้จำไว้ว่าเมืองที่ไร้ประชาชรย่อมไม่ใช่เมืองแต่หากยังมีประชาชนเมืองย่อมเกิดอีกครั้ง ตัวเราและสมาคมต่างๆจะช่วยเหลือและยื้อเหตุร้ายอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนทุกคนรีบออกจากเมืองโดยไว" สิ้นเสียงประกาศเหล่าคนเมืองต่างตื่นตระหนก และหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน แต่เพราะมีสมาคมต่างคอยช่วยเหลือทำให้ประชาชนเริ่มทยอยออกจากเมืองกันผมที่ยืนมองสาเหตุแห่งการอพยพก็สะเทือนใจ

"เราต้องไปจริงๆหรือเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือไง" ผมพูดออกมาเบาๆ เป็ยฝนเวลาที่ท่านมินอฟบินลงมา 

"หนูลมก็รีบไปเถอะทางนี้เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเอง" แม่คาร์ฟายิ้มและเดินไปตรงกลุ่มคนที่ต่างหมกมุ่นกับกางแาณาเขตข่ายป้องกัน 

"ตุบ" เสียงของคนที่ล้มทำให้ผมตวัดสายตาไปมองอย่างเร็วไว 

"คุณค่ะ อย่าฝืนดีกว่า "  เสียงหวานใสสั่นเครือราชาองค์ปัจจุบันล้มลง โดยที่มือยังคงใช้พลังกางข่ายอยู่ 

"เพื่อประชาชน ชีวิตนี้ย่อมแลกได้ มินอฟเธอรีบพาประชาชนหนีไปเถิด เพราะดูจากเวลาที่มีแล้ว อาจไม่เพียงพอที่จะให้คนในเมืองหนีไปได้" ราชาเอ่ยเสียงเบาก่อนจะยืนเพื่อกางข่ายพลังอีกครั้งทำให้ผู้เป็นภรรยาปาดน้ำตาแล้วเริ่มกางข่ายด้วยอีกคน

"ฉันจะไม่ทิ้งคุณ หึก เราสัญญากันแล้วหนิคะ ต่อให้มีอะไรที่ลำบากเราจะฝ่าฟันไปด้วยกันต่อให้มีอะไรมาทำให้เราต้องเจ็บเราจะเจ็บไปด้วยกันและต่อให้ความตายมาพรากเรา หึก เราก็จะยอมตายด้วยกัน" เสียงสะอื้นของผู้เป็นภรรยา ยังคงมีแม้เวลายามที่เอื่อนเอ่ยคำใดๆออกมา  

ผมที่ทนมองไม่ไหวจึงเดินไปคาร์ฟาที่ตอนนี้เหงือกำลังหยดลงสู่พื้นดิน การกางข่าบป้องกันยิ่งมันใหญ่ ยิ่งกินพลังมาก และแน่นอนสถานแห่งการกำเนิดนั้นใหญ่มาก คนที่นี่คงยื้อได้อีกไม่นาน 

"พี่ฟาร์ พี่จะตายที่นี่แล้วทิ้งผมไว้หรอ "ผมเอ่ยถามเค้าอย่างเรียบๆก่อนจะช้อนตามองคนที่เหงื่อไหลออกมาเรื่อยๆ 

"หึ! พี่ขอโทษน่ะ ลมน้อย พี่อยากให้ลมน้อยมีชีวิตต่อแทนพี่ที" คาร์ฟาเอ่ยออกมาพร้อมกับสายตาเศร้า

"แกรก"  เสียงของข่ายป้องกันชั้นแรกร้าวแล้วและถ้าชั้นปรกพังชั้นที่พวกคาร์ฟายืนอยู่คือชั้นต่อไป 

" การเสียสละเพื่อคนที่รักงี้นหรอครับ โง่จังเลยน้ะหึ" ผมเอ่ยเสียงแค่นหัวเราะแต่เสียงที่ออกมากลับดูเศร้าจนคนฟังจับได้ 

"น่านสิ พี่คงโง่ที่รักลมน้อย รักประชาชน รักเมืองนี้มาก พี่ยอมตายได้เพื่อคนอื่นๆ เพราะมันคือหน้าที่ที่คนโง่อย่างพี่จะต้องรับไว้หน้าที่ขององค์ชายแห่งคาร์นอฟ"คาร์ฟาเอ่ยก่อนจะยิ้มรับให้ผมพร้อมทำท่าเหมือนอยากให้ผมหนีไป 

 "เพล้ง" ข่ายป้องกันชั้นแรกแตกออกทำให้กลุ่มก้อนสีดำพุ่งมาที่ข่ายชั้นที่สองทันที

' อย่าทิ้งหนูไป ' ' หนูอยากมีชีวิต' ' หนูอยากได้ความรัก' 'หนูกลัว' 'ช่วยหนูด้วย' 'เหงาจัง' 'หนูหนาว' เสียงต่างๆนานาที่ผ่นเข้ามาทำให้ผมจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างปวดร้าว แต่ดูเหมือนคนอื่นๆจะไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเลย 

"พวกเค้ายังมีชีวิต พวกเค้ายังรอคนมารับไป" ผมเอ่ยออกมาแต่เหมือนคาร์ฟาจะไม่ได้ยิน  ผมหันไปมองหน้าคาร์ฟาที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วยิ้มน้อยๆ 

"พี่ฟาร์ พี่เสียสละเพื่อคนที่รักใช่ไหมครับ"ผมถามออกไปโดยจ้องหน้าคนที่ตอนนี้หน้าซีดมากแล้ว คงเพราะใช้พลังมากเกินไป 

"ครับ" คาร์ฟาร์ตอบสั้นๆเท่านั้นคงเพราะต้องเพ่งสมาธิในการกางข่ายป้องกัน

"งั้นทุกคนที่นี่คงยอมสละชีวิตเพื่อคนที่รัก"ผมมองไปทั่วๆเพื่อแสดงถึงความเป็นทุกคน "ที่นี่มีคนเกือบร้อยคนที่ต้องเสี่ยงชีวิต ที่นี่มีคนอีกหลายคนที่ทำตามหน้าที่ ที่นี่มีหลากหลายคนที่ยอมทำเพื่อปกป้องใครบางคน" ผมหลับตาลงช้าๆก่อนจะเดินไปตรงข่ายป้องกันที่กางไว้ "มันคงช่วยกันใครไว้ได้อีกไม่นาน" ผมมองเหล่าฟิ้นที่ตอนนี้มีทั้งเสียงโหยหวนและ อารมณ์ที่รุนแรง "พวกนี้แค่ต้องการพ่อแม่ที่รักและให้ความอบอุ่นก็เท่านั้น" 

"จะทำอะไรหนะลมน้อย?" คาร์ฟาเพ่งมองการกระทำของร่างบางที่ดูแปลกไป

"พี่บอกว่าพี่โง่ แต่ผมอยากบอกให้พี่ได้รู้ไว้" ผมกัดนิ้วจนเลือดออกก่อนเขีบนอักขระลงที่แขน "กระจกนพรัตน์" ผมเรียกอาวุธประจำกายออกมาก่อนจะเอามือโอบรอบคอของชายสูงที่ตอนนี้มีเหงื่อผุดตามใบหน้าไว้ 

"จุ๊บ" ผมจูบที่ปากคาร์ฟาร์อย่างแผ่วเบาก่อนที่จะค่อยๆถอยมาตรงผนังข่ายป้องกัน "ผมรักพี่ฟาร์นะครับ และต่อให้พี่โง่แค่ไหน" "คงเป็นผมเองที่โง่กว่า" ผมเว้นระยะห่างก่อนจะตัดสินใจแกะโบว์สีหยกออกและคล้องคอคาร์ฟาร์ไว้และเดินเข้าไปในข่ายป้องกันตอนนี้เหล้าฟิ้นกำลังมองพร้อมคลือบคลานมาทางผมที่เข้ามาในข่ายป้องกัน 

"ออกมานะลมน้อยอย่าทำอะไรโง่ๆ รีบออกมา!!!!!"ผมยิ้มรับคำโวยวายของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น แม้ตอนนี้ผมกำลังจะตายก็ตาม 

"พี่บอกเองว่าพี่เสียสละได้เพื่อคนที่รักผมก็เช่นกัน" ผมเอามือปาดน้ำตาออกลวกก่อนจะพูดต่อ"พี่ฟาร์ขอโทษ ที่ผมมันโง่นะครับ"

"กระจกแห่งความบรรลัย จงสำแดงเดช" ร่างบางเอ่ยคำสั้นๆ ออกมาก่อเกิดแสงสีดำที่พัดพาครอบคลุมทั่วบริเวณ จนไม่อาจมองเห็นภายในได้ แม้คนข้างนอกจะตะโกนหรือพยายามยังไงก็ไม่สามารถเข้ามาได้  เพราะกระจกนี้มันคือการเปิดมิติใหม่  ที่ทำให้ผมและเหล่าฟิ้นนี้หายไปพร้อมๆกัน 

"ลม " เสียงของแม่หนิ เสียงที่หวานใสและน่าคิดถึง 

"แม่ผมทำถูกแล้วใช่ไหมครับ " ผมเอ่ยถามในความมืดมิดแห่งมิติกระจก  

"แม่เชื่อว่าลูกทำดีที่สุดแล้ว แต่แม่อยากบอกให้ลูกรู้ไว้น่ะว่า ความรักโดยการจากลาแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ลูกต้องทำเป้าหมายของลูกให้ลุล่วงแล้วส่งต่อแก่ลูกหลาน"  ความถูกต้องหรอ? เป้าหมายหรอ?  

"คืออะไรกันครับ " เสียงที่เอื่อนเอ่ยออกมาอย่างต้องการคำตอบเว้าวอนในความมืดมิด 

"ตอนนี้ลูกไม่ได้อยู่คนเดียวหนิ ลูกยังมีทั้งสิ่งนี้และพวกเค้าเหล่านั้นก็รอลูกอยู่"  เพียงเสียงหวานเอ่ยจบสร้อยคอมังกรของขวัญที่คาร์ฟาเคยให้ก็เปล่งแสงทำให้ความมืดมิดรอบๆนั้นหายไป ทำให้ผมได้พบกับเหล่าฟิ้นที่รายลอบ และยืนมองผมอย่างห่วงใย 

"ผมเข้าใจแล้วครับ หน้าที่ที่ผมจะทำต่อไปหน้าที่ในสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทำได้"  

ร่างบางยยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าฝูงชนที่คนอื่นอาจมองว่าเลวร้ายแต่สำหรับร่างบางพวกคนเหล่านี้เป็นเพียงเด็กน้อยๆเท่านั้น  

♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​♫ ♪ ♪​ 

ขับขารบทเพลงเพื่อให้ผู้รับฟังได้สบายใจ ให้เด็กตัวน้อยๆ เป็นเด็กที่น่ารักเป็นเด็กที่ได้รับความอบอุ่น  

---------------------------------------

1ปีผ่านไป 

"ไว้อาลัยแก่ผู้เป็นคนคลุ้มครองเมืองปกป้องและคอยดูแลเสียสละเพื่อให้เมืองสงบสุข " 

เสียงของพลเมืองชาวมินอฟมารวมตัวกันและนำดอกไม้หอมมาเพื่อไว้อาลัย ณ แท่น หลุมศพ  

"  แด่นายวาโย พิพัฒิตรา ผู้ล่วงลับ "  พิธีอัญเชิญแสงสีขาว เพื่อส่งดอกไม้เหล่านี้ให้กระจายราวกับไปถึงสรวงสวรรค์   หน้าตาคนในงานต่างเศร้าและหม่นหมอง โดยไม่รู้สถานการณ์ด้านหลังเลย  

"คาร์ฟาไปเถอะลูก"ผู้เป็นแม่เอ่ยบอกชายร่างสูงที่โทรมไปมาก ชายหนุ่มยังนั่งกุมมือเอาไว้และโศรกเศร้า 

"ถึงเวลากล่าวขอบคุณทุกคนแล้วไอ้ลูกชาย " เสียงผู้เป็นพ่อกล่าวเตือนสติอีกครั้งทำให้ชายร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากมือและเดินไปที่แท่นเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณ 

"เราขอขอบคุณ ที่มาร่วมไว้อาลัยแก่ผู้ที่ลาลับ แก่ผู้เป็นที่รักของเรา ลม" คนในงานยืนขึ้นก่อนจะก้มหัวลงมาเพื่อเป็นการไว้อาลัยอีกครั้ง 

สายลมพัดโหมกระหน่ำเหมือนเป็นการตอบรับของใครบางคน

"หม่ามี๊ เค้าเป็นอะไรกันหยอ  "   เสียงใสๆลอยเหนือกลางอากาศทำให้คนทั้งงานเงยขึ้นไปมอง และพบกับเด็กชายหน้าหวานจูงมือคนที่เรียกหม่ามี๊อยู่

"มี๊หนูไหนป่าปี๊หรอ / งื้อป่าปี๊ละ"     เด็กชายตัวเล็กอีกสองคนจูงมือ ลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับจับมือของร่างที่คุ้นตา 

"นี่พี่ฟาร์คิดว่าผมตายหรอเนี่ย เสียใจจัง "  เสียงที่คุ้นเคยร่างที่คุ้นเคยทำให้คนที่อยู่ในงานอึ้งกันไปตามๆกัน 

"ลมน้อย " ร่างบางค่อยๆลอยลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับเด็กอีกสามคนที่จับมือผู้เป็นหม่ามี๊แน่น

"หนูลมแม่คิดว่าหนูตายไปเสียแล้ว โอ๋ลูกแม่" คนที่อาการหนักสุดเลยคือแม่พี่คาร์ฟาโดดมากอดผมทันทีที่ผมลงถึงพื้นจนเด็กทั้งสามต้องยอมปล่อยมือออก แล้วเดินไปหาชายร่างสูงแทน 

"นี่ๆ ใช่ป่าปี๊อะป่าวอะ" เด็กน้อยหน้าหวานกระตุกเสื้อคาร์ฟาแล้วเ่อยถามส่วนอีกสองคนก็มองหน้าคาร์ฟาอย่างจดจ่อ 

"เอ่อ ลมอย่าบอกนะว่า " ชายร่างสูงถามคนที่ดอดมารดาตัวเองแน่น 

"อ่อแนะนำตัวสิครับเด็กๆ " ร่างบางกล่าวก่อนจะบอกให้เด็กน้อยทั้งสามแนะนำตัว 

"เค้าอ่ะน๊ะชื่อฟานล์  ส่วนอีกสองคนชื่อคานล์กับรานล์ เป็นลูกของหม่ามี๊แหละหม่ามี๊บอกมางี้อะ" คาร์ฟายืนนิ่งทันทีแล้วรีบหันหน้าไปมองลมทันที

 "ถึงว่าสองแฝดนั่นเหมือนเจ้าคาร์ฟาตอนเด็กๆเป๊ะเลยแหะ แถมอีกคนสีผมก็คล้ายหนูลมมากโครงหน้าก็เหมือน"คาราฮากล่าวออกมาอย่างวินิจฉัยรูปลักษณ์ของเด็กทั้งสาม 

"อย่าบอกนะว่า" คาร์ฟาพูดก่อนผมจะพยักหน้าเป็นคำตอบ ว่าสิ่งที่เค้าคิดถูกต้อง "พี่ดีใจที่สุดเลย พี่ดีใจมาก" คาร์ฟากอดลมแน่น กอดจะถอนกอดออกมาเพื่ออุ้มลูกๆโดยอุ้มสองแฝดที่เหมือนกันเปี๊ยบ และลมอุ้มเจ้าตัวน้อยฟานล์ 

"ผมยังต้องทำงานต่อนะครับ ผมมาเพื่อสร้างสถานแห่งการศึกษาให้แก่เด็กๆทุกๆเผ่า และนำความรู้สึกของคนสองคนมามอบให้  "  ลมพูดพลางมองไปทางเบอบาสและนอว์ที่ยืนอึ้งๆอยู่ "มารับไข่แห่งความรักของคุณสองคนไปสิครับ" ลมไม่ว่าเปล่าเปิดประตูมิติแห่งกระจกทำให้พบสวนที่มีไข่มากมาย ไข่ที่เรืองแสงรอคนที่รักมารับเค้าไป

 เพราะความรักไม่ได้มีแค่ด้านดีไม่ได้มีแค่ความสวยงาม มีทั้งอุปสัก ทั้งความผิดพลาดแต่ก็ไม่มีอะไรที่รักนั้นมันผ่านไปไม่ได้หากรักนั้นเป็นรักแท้ 

"ขอโทษนะครับพี่ฟาร์ช่วยรักคนโง่อย่างผมไปตลอดได้ไหม" ผมกล่าวก่อนยิ้มนิดๆ 

"แน่นอนคนโง่ของพี่ต่อให้โง่พี่ก็รักเพราะพี่ไม่เคยโทษลมเลยพี่ไม่เคยเห็นด้านที่โง่ของลมเลย เพราะงั้นอย่าขอโทษเลยน่ะ " ร่างสูงว่าก่อนจะประกบปากเพื่อสัญญาว่าจะรักตลอดไป 

**********************************************************************

คำขอโทษของคนที่ให้กัน             เป็นดั่งคำรักมั่นของสองคน 

คำขอโทษอาจมีความหมายปะปน   ดั่งวังวนที่หนทางรักที่ต่างกัน

 END 

เย่อันนี้แต่งจบแบบจริงๆไม่มีหลอกแล้วเย่ๆ  

ไงก็คอมเม้นให้หน่อยเนอะตอนสุดท้ายแล้ว

ความคิดเห็น