noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๔๓ เรื่องดีที่เพิ่งพบ

ชื่อตอน : ตอนที่ ๔๓ เรื่องดีที่เพิ่งพบ

คำค้น : บ่วงอนธการ ๔๓

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 497

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 เม.ย. 2560 13:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๔๓ เรื่องดีที่เพิ่งพบ
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-เรื่องดีที่เพิ่งพบ-

เสียงอะไรสักอย่างดังกึกกักอยู่ชั้นบนของห้องพัก ดวงตาคู่สวยเหลือบขึ้นไปมองด้วยความระอาของเหล่าผู้อาศัยที่พักอยู่ด้านบน พวกเขาและเธอทั้งหลายมักจะส่งเสียงดังกันน่ารำคาญเช่นนี้เสมอ

อาทิตย์เดินถือผ้าขนหนูเช็ดเรือนผมที่เปียกปอนไปด้วยน้ำทั้งมุ่ยหน้า แม้จะยังมีรอยบอบช้ำทว่าความเจ็บทุเลาเบาบางลงบ้างแล้ว เขาไม่ได้คิดถือสาใครสักคนที่ทำเช่นนี้ เพียงแต่เหนื่อยกับสมรภูมิร้อนแรงแห่งนี้จนเกินทน อยากหนีออกไปจากที่นี่เสีย

เสียงเคาะประตูยามค่ำคืนเรียกขวัญของผู้ที่อยู่ในห้องผวาหันไปมองด้วยความตกใจ ชายหนุ่มผู้มารายล่าสุดในคฤหาสน์กำลังนั่งส่องกระจกหวีเส้นไหมสีดำเจือน้ำตาลของตน หลังจากอาบน้ำอาบท่าชำระร่างกายแล้วเสร็จ

“ใครกันนะ มาเวลานี้” 

อาทิตย์กล่าวกับตนเองเสียงแผ่ว หันจากโต๊ะที่นั่งหน้ากระจกไปมองประตูด้วยใคร่จะทราบ แม้เกรงกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยก็ตามที อย่างไรเสียคนจอมสงสัยอย่างอาทิตย์ก็ตามอารมณ์ตนเองไม่ทันอยู่แล้ว

ในขณะที่กำลังยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หางตาของชายหนุ่มขี้สงสัยดันไปเจออะไรบางอย่างนอกหน้าต่าง มันเรียกร้องให้อาทิตย์สนใจสิ่งนี้มากกว่าคนที่กำลังรออยู่หน้าประตู ภาพด้านนอกคือต้นไม้น้อยใหญ่ในป่าหนาทึบนอกคฤหาสน์ ซึ่งกว้างออกไปจนสุดสายตาอย่างที่เห็นเช่นทุกวัน มีแสงอะไรสักอย่างหลายจุดสะท้อนดวงตาเขาให้หันมอง

“หมู่บ้าน... หมู่บ้านงั้นหรือ” อาทิตย์ห9?สียง “ทำไมมามีหมู่บ้านตอนนี้ เมื่อก่อนทำไมไม่เห็นอะไรเลย” 

ชายหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นอย่างน่าประหลาด แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่อาจหลบห?%5บหนีออกไปจากที่แห่งนี้ได้ แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มโล่งใจไปอีกเปราะ หลงคิดว่าตัวเองมาอยู่ในคฤหาสน์ผีสิงร้างผู้คนตั้งนาน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกรอบ อาทิตย์สะดุ้งหันไปมอง ลืมไปเสียสนิทว่ามีคนกำลังรอเขาอยู่หน้าประตู ไม่ทราบว่ามีเหตุอันใดที่จะต้องเร่งรีบมาในยามวิกาล ชายหนุ่มเอะใจไปอยู่ครู่กับความคิดในด้านลบของตน หากเปิดประตูออกไปมีหวังฟิลลิกซ์จับให้ไปนอนอยู่ในห้องเดียวกันแน่ หนำซ้ำยังต้องถูกหัวเราะเยาะว่าโง่ซ้ำซากอีก

“นั่นใคร” อาทิตย์ร้องถาม เงียบเสียงไปชั่วครู่ ก็ได้ยินคำตอบกลับมาว่า “ฉันเอง”

“ฉันเองน่ะใคร” อาทิตย์หรี่ตามองด้วยความอยากรู้ ได้ยินเสียงจิปากราวกับไม่พอใจจากด้านนอก เดาออกว่าเป็นคนที่ค่อนข้างอารมณ์ร้อนเอาแต่ใจ “ใกล้รุ่ง”

“ใกล้รุ่งหรือ นายมาที่นี่ทำไม ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่เปิดประตูรับใครในช่วงกลางคืนทั้งนั้น”

“ฉันจะมาบอกนาย ว่าฉันไม่ได้ทำจริง ๆ คืนนั้นฉันสาบานได้ว่าหลับปานตายตลอดคืน อย่างกับคนมาวางยานอนหลับอย่างนั้นแหละ” ใกล้รุ่งรีบอธิบาย ราวกับต้องการให้อาทิตย์เข้าใจ ผู้ฟังได้ยินก็เงียบไปอยู่ครู่ มาทำเช่นนี้แถวบ้านของเขาเรียกว่าตีสนิทและอยากจะเป็นเพื่อน

ไม่มีใครอยากจะเสียคนที่มีความคิดตรงกันไปสักคนยามได้พบเจอ ข้อนี้อาทิตย์เห็นด้วย ชายหนุ่มลอบยิ้มด้วยความชอบใจ “ก็บอกไปแล้วนี่ว่าฉันเชื่อนาย”

“แต่ฉันไม่คิดอย่างนั้น นายแค่พูด ๆ ไปทั้งที่ก็คิดว่ายังไงก็ต้องเป็นฉันแน่ ๆ ใช่ไหมอาทิตย์” ใกล้รุ่งกล่าวจี้ใจดำคนฟังที่อยู่ด้านใน สร้างความแปลกใจให้อาทิตย์ที่สุดเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาพูดอะไรไม่ออกได้เพียงรับฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อ

“ใช่ ฉันยอมรับว่าตอนแรกคิดแบบนั้นจริง…”

“เห็นไหมเล่า แต่ฉันบอกไว้เลยว่าถึงฉันน่ะอาจจะร้ายกาจ พูดจาโผงผางไม่นึกถึงจิตใจคนฟังไปบ้าง แต่คนอย่างฉันน่ะคนจริง ไม่มีทางลอบกัดใครแน่ และที่สำคัญ... ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นศัตรูจนถึงขนาดทำร้ายให้เจ็บตัวขนาดนั้นหรอกนะอาทิตย์” คนด้านนอกแจง

“เอ่อ... ใกล้รุ่ง ฉันขอโทษ...” อาทิตย์ลากเสียงทำท่าจะเอื้อมมือเปิดประตูออกไป

“ฉันแค่จะมาบอกว่าฉันไม่ได้ทำ นายไม่ต้องออกมาก็ได้”

“ขอบคุณนะ ที่นายกล้าเดินฝ่าความมืดมาหาฉัน”

“ฉันร้อนใจ แต่ไม่ใช่ว่าร้อนตัวหรอกนะ ฉันเพียงแค่ไม่อยากให้นาย… เอ๊ะ!” ใกล้รุ่งชะงักหันไปมองด้านหลัง เมื่อลมเย็นพัดผ่านร่างไป ราวกับมีคนกำลังเดินผ่าน ชายหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบ “นั่นใครน่ะ…”

“อะไรหรือ”

“ปละ… เปล่า” ทว่าคนด้านนอกใจหาย แม้จะตอบเช่นนั้น “ใครน่ะ! นี่… เลิกแกล้งฉันเดี๋ยวนี้นะ!”

ใกล้รุ่งหันหลังให้ประตูห้องของอาทิตย์ เมื่อรับรู้ว่ามีเงาดำวิ่งผ่านหลังไปมา เขาเห็นแสงไฟที่ติดกับผนังสั่นระริกนั้นเป็นเครื่องวัด ว่าต้องมีใครสักคนเดินผ่านมันแน่ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดคอ หวังว่าจะเป็นพวกผู้หญิงขี้แกล้งสักคนของฟิลลิกซ์ ทว่าไม่มีใครออกมาเลยสักคน

“ใกล้รุ่ง เป็นอะไรไป” อาทิตย์เปิดประตู รั้งให้ร่างโปร่งสูงของคนที่ยืนพิงหงายลงก้นจ้ำเบ้า

“โอ๊ย! นี่… นายจะแกล้งฉันหรือไง เจ็บนะ” ใกล้รุ่งหันมาโวย

“ก็นายทำท่าทางเหมือนกำลังเจอตัวประหลาดนี่…”

“หยุดพูด เงียบไปเลย” ใกล้รุ่งหันมากำชับทั้งชี้นิ้วสั่ง หากแววตาที่มองรอบกายตนนั้นดูหวาดกลัว อาทิตย์เห็นดังนั้นจึงรีบปิดประตูให้แน่นหนาเพื่อความอุ่นใจ ซึ่งนั่นหมายความว่าใกล้รุ่งจะไม่ได้ออกไป ผู้เป็นแขกจึงหันมาสบตาด้วยความสงสัย “นี่ นายหมายความว่า…”

“นอนกับฉันที่นี่เถิดนะ นอนเป็นเพื่อนกัน”

ผู้ฟังนิ่ง ทำท่าพยักหน้าน้อย ๆ “ก็ได้ แต่ไม่ใช่เพราะฉันอยากอยู่หรอกนะ เพราะนายขอร้องต่างหาก”

หลังจากได้ยินน้ำเสียงเชิดนั้น ได้เรียกรอยยิ้มที่จางหายไปจากใบหน้าของอาทิตย์กลับคืนมาอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคุณหนูพูดจาโผงผางเอาแต่ใจ หากมองเพียงแต่เปลือกนอก ใกล้รุ่งเหมาะกับบทตัวร้ายในละครอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายในจิตใจของเขานั้นอ่อนโยนสักเพียงไหน น่ารักเพียงไหน อาทิตย์เข้าใจแล้วว่าเหตุใดวันนั้นใกล้รุ่งไม่เอาคืนทั้ง ๆ ที่สามารถทำได้

“นี่ อาทิตย์…”

ใกล้รุ่งที่นอนหงายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันเอ่ยขึ้นขณะทั้งคู่กำลังนอนมองเพดานห้องอย่างไม่ได้นัดหมาย “หืม...”

คนเรียกเงียบครู่หนึ่ง ราวกับกำลังคิดคำพูด “นายว่าคุณฟิลลิกซ์เป็นคนยังไงหรือ”

อาทิตย์ได้ยินคำถามก็ละจากภาพเบื้องหน้าหันมามองคนถามว่าหมายความว่าอย่างไร ใกล้รุ่งละมาสบมองเขาตอบ ราวกับต้องการจับผิดจากท่าทางเสียมากกว่า “เอ่อ… ทำไมถามอย่างนั้น”

“ก็เขาดูแคร์นายมากกว่าใครคนไหนเลยไม่ใช่หรือ แถมยกให้นายเป็นนายอีกคนของที่นี่อีก” คนข้าง ๆ อธิบาย

“สำหรับฉัน คุณฟิลลิกซ์เป็นนายทุนที่บ้ากาม แล้วก็หน้าเลือดที่สุด”

“ฉันหมายถึง นายชอบเขาไหมต่างหาก”

“บ้าหรือ เขามีวินทรอยู่แล้วทั้งคนนะ เขาเป็นคนรวยและหล่อก็จริงใช่ไหม แต่มีเจ้าของแล้วฉันก็ขอผ่านดีกว่า”

“แสดงว่าเขาก็ยังให้เกียรตินาย ไม่แตะต้อง ไม่บังคับน่ะหรือ” เมื่อได้ยินใกล้รุ่งย้อน อาทิตย์นิ่งไป “ก็จริง เขาให้เกียรติไม่บังคับฉัน นั่นคงเป็นข้อดีของเขาละมั้ง แต่คงลำบากหน่อยตอนที่พ่อเอาเงินมาคืน ฉันว่าเขาต้องหน้าเลือดใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นแน่” ชายหนุ่มหลุดยิ้มนึกขันเมื่อคิดเช่นนั้น

“นี่นายยังคิดอยู่อีกหรือ ว่าพ่อของนายจะกลับมา” น้ำเสียงเจือความเศร้าของใกล้รุ่งถามขึ้น อาทิตย์พยักหน้ารับ หันกายนอนตะแคงไปจ้องตาเพื่อนใหม่คิดว่าตนเองเชื่อมั่นเหลือเกิน พ่อของเขารักเขา ตั้งแต่วันที่แม่ตายไป ท่านให้คำสัตย์กับอาทิตย์ว่าจะดูแลและรักเขามากกว่าใครในโลกนี้ 

“พ่อรักฉันมาก ฉันรู้ว่ายังไงพ่อก็ต้องกลับมา”

“ต่างจากพ่อของฉัน เขาเอาแต่ดุด่าที่ฉันไม่เอาไหน เอาแต่เที่ยวเตร่ไปวัน ๆ ไม่ยอมทำตามที่ท่านขอสักอย่าง เรียนก็ไม่เรียน ไม่เอาถ่านอะไรสักอย่าง ฉันคิดว่าพ่ออาจจะมีความสุขถ้าไม่มีฉันในชีวิตของเขาแล้ว” ใกล้รุ่งเล่าเสียงขรม

“ไม่จริงหรอก คนที่หมั่นต่อว่าเรา ก็เหมือนคนที่คอยชี้ทางให้เราเดินไปในทางที่ถูกที่ควร นั่นเป็นเพราะท่านรักเรามากต่างหาก พ่อของนายคงเป็นคนจำพวกปากร้ายใจดีละมั้ง” อาทิตย์พูดบ้าง รอยยิ้มบางของชายหนุ่มผุดขึ้นเมื่อได้เปิดใจคุยกัน

“ฉันเคยเล่นยาตอนอายุสิบแปด ท่านโกรธมาก ตบฉันจนหน้าแดงทั้งที่ตัวเองก็กำลังร้องไห้ บอกว่าโกรธและเกลียดฉันมาก ไล่ออกจากบ้านไม่อยากเจอหน้า แต่ใครจะไปเชื่อกันล่ะ ก็หลังจากนั้นท่านคอยเอาอาหารเสริมมาให้กินฟื้นฟูร่างกาย ช่วงนั้นฉันเอาแต่ร้องไห้ ที่ทำตัวเหลวไหลไม่รักษาหน้าท่าน” คนที่นอนข้าง ๆ อาทิตย์ร้องไห้เสียงเครือ กล่าวต่ออีก “ฉันคิดถึงพ่อจัง…”

น่าเสียใจ มนุษย์ทุกคนมักกระทำก่อนที่จะคิดได้ สุดท้าย ทุกอย่างมันก็สายเกินไป

“ไม่เป็นไรนะ…”

อาทิตย์ปลอบใจเพื่อนใหม่ทั้งคืน ทั้งสองพูดคุย ปรับทุกข์กันราวกับไม่ได้เปิดใจกับใครที่สนิทมากมานานหลายปี ทำให้ชายหนุ่มทราบว่าใกล้รุ่งใจดีและค่อนข้างอ่อนไหวง่าย แม้ท่าทางภายนอกจะหยาบกระด้างตรงกันข้าม หากรู้จักและไม่มองคนเพียงผิวเผินหรือประเมินจากการดูภาพลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวก็จะทราบ

แต่คนส่วนน้อยนักที่จะทำเช่นนี้



------------------------------------------------



ขอกำลังใจหน่อยจ้า

ความคิดเห็น