noonaa(น.ส.ศรัทธาวลี)

ทุกตอนอยู่ในเรทของกุญแจฟรีนะคะ ทริคสำหรับการอ่านคือ หนูนาเว้นตอนให้แล้ว กว่าจะอ่านถึงตอนที่ติดกุญแจ เวลาก็เดินถึงจนกุญแจครบอีกรอบพอดี หรือใครใจร้อน ใช้เหรียญซื้อทั้งเรื่องไปเล้ยยย จะได้ทำบุญกับนักเขียนตาดำๆ ด้วยเด้ออออ

ตอนที่ ๔๒ อันตรายในความปลอดภัย

ชื่อตอน : ตอนที่ ๔๒ อันตรายในความปลอดภัย

คำค้น : บ่วงอนธการ ๔๒

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 546

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2560 23:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๔๒ อันตรายในความปลอดภัย
แบบอักษร

บ่วงอนธการ

-อันตรายในความปลอดภัย-

มนุษย์เอย มักมองและประเมินผู้อื่นเพียงแค่ภายนอก หาใช่ดวงใจที่อยู่ภายในไม่

ท่ามกลางความมืดมิดของป่าที่เงียบสงบยามค่ำคืนนี้ สร้างความสุขใจแก่ผู้ที่ยืนสบมอง ภายในดวงตาสวยหวานที่สะท้อนแสงพราวระยับจากดวงจันทร์

จินตวีร์แหงนมองออกไปยังนอกหน้าต่าง เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บางอย่างด้วยความสะใจ เมื่อเห็นว่าคนที่เขาตั้งใจจะแกล้งได้ตกอยู่ในที่นั่งลำบากทั้งคู่ ชายหนุ่มร่างบางในชุดนอนเดินเอื่อย วนขอบเตียงตัวสวยลวดลายงดงามอย่างพินิจพิเคราะห์ความหรูอลังการในที่แห่งนี้ ราวกับปราสาทของเจ้าชาย ทุกอย่างล้วนดูอลังการและน่าหลงใหล เขารู้ดีว่าจะทำอย่างไรให้มันตกมาเป็นของตัวเอง ทั้งสมบัติ หรือเจ้าของสิ่งเลอค่าที่ไม่มีวันนับได้นี้ ให้สมที่บิดาต้องการ

จินตวีร์ถูกส่งมาทั้งที่ครอบครัวไม่ได้ลำบากอะไร

“ฉันเอง... ฉันเองที่พาทุกคนไปทำร้ายอาทิตย์...” สะใจกับความเขลาของทุกคน จากการแสดงตบตาว่าเขาเป็นคนดีและขี้อาย “แค่นี้ ความผิดก็ตกไปอยู่ที่ใกล้รุ่งเพื่อนรัก แพะที่ฉันรู้สึกว่าสมควรที่สุด หึ...”

จินตวีร์ยกริมฝีปากหวานได้รูปมองออกไปด้านนอกอย่างอารมณ์ดี ด้วยทราบดีว่าไม่มีใครปริปากบอกฟิลลิกซ์แน่ว่าเขาคือผู้นำหรือชักจูง เพราะทุกคนล้วนถูกจิตวิทยาของเขาโน้มน้าวให้ไปอย่างเต็มใจ ลงมือทำด้วยตัวเอง หากมีใครรับหรือบอกอะไรก็ต้องผิดไปด้วย ที่สำคัญบทลงโทษมันช่างน่ากลัวสำหรับพวกเขาเหลือเกิน

การถูกขังอยู่ในที่มืดคนเดียวนั้น มันไม่น่าพิสมัยสักนิด

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังชื่นชมผลงานอันชาญฉลาดของตนเองอยู่นั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน จินตวีร์ละรอยยิ้มตัวเอง ในยามค่ำคืนเช่นนี้ใครกันมาเคาะประตูเรียก นึกแล้วภาพของอาทิตย์ยามเปิดประตูรับให้พวกเขาเข้าไปทำร้ายก็ผุดขึ้นมาในสมอง เกรงว่าจะมีใครคิดซ้อนแผนมาดักทำร้าย จินตวีร์นิ่งฟังเมื่อเสียงนั้นเงียบไป

“บ้าจริง...” เขาสบถ 

ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะดังขึ้นมาอีก ดวงใจหลุดวูบ ยกมือกุมอกมิให้เต้นโครมคราม

“นั่นใคร...” น้ำเสียงผู้ถามหวาดหวั่นเล็กน้อย สาวเท้าบาง ๆ เดินไปหยุดหน้าประตู ทว่าเมื่อได้ยินว่าภายนอกคือใคร ดวงตาของเขาเบิกกว้างพร้อมใจที่เต้นระทึกดีใจ

“ฉันเอง... ฟิลลิกซ์”

จินตวีร์ยิ้มร่า แอบกระโดดดี๊ด๊าด้วยความตื่นเต้นเมื่อผลที่ต้องการนั้นได้เร็วกว่าที่คิด 

เท่าที่สังเกตมานาน จินตวีร์เห็นว่าไม่มีใครคนไหนที่น่าสนใจสำหรับชายเจ้าของบ้าน ยกเว้นคนที่อยู่ในร่องในรอยและอ่อนหวาน ความคิดของเขาก็สำเร็จได้รวดเร็วทันใจ รีบเอื้อมไปเปิดประตู พยายามเก็บความดีใจไว้ในอก แสร้งทำสีหน้าไม่รู้เข้าไว้

ประตูเผยออกให้เห็นชายรูปงามราวเทพบุตรในเงาสลัวของตะเกียงด้านนอก จินตวีร์ใจสั่นไหว เมื่อใบหน้านั้นเผยเต็มตาจากแสงด้านในว่าเป็นชายเจ้าของคฤหาสน์นี้จริง แสร้งตีหน้าซื่อเอ่ยถามไปว่า 

“คุณฟิลลิกซ์ มาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ชายตรงหน้านิ่ง ดวงตาคมงุดลงมองเรือนร่างจินตวีร์อย่างไม่เก็บซ่อน ใจของผู้ถูกมองสั่นสะท้าน อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มหวานยั่วยวนไปให้ การกระทำสวนทางกับคำพูดและนิสัย “มองอะไรครับ”

ชายตรงหน้าจับจ้อง “รู้ดีอยู่แล้วนี่...”

“คุณพูดเรื่องอะไรครับ จินไม่เห็นรู้เรื่อง...” จินตวีร์ลากเสียงหวาน ชายสูงใหญ่เจ้าของคฤหาสน์ยกมุมปากยิ้ม เคลื่อนมือมาแตะหัวไหล่บอบบาง “รังเกียจฉันหรือ”

“เปล่า ไม่เลยครับ จินไม่เคยคิดแบบนั้น” ชายหนุ่มรีบตอบ เกรงว่าเหยื่อชิ้นโตจะหลุดลอยไป สร้างความพึงพอใจในดวงตาคนต่อหน้า สิ่งนั้นจินตวีร์สัมผัสได้ หลงระเริงใจว่าชายตรงหน้าพึงพอใจกับร่างกายเขา ต้องการร่างกายเขาถึงเพียงนี้

“ตัวเจ้าช่างหอม...”

ฟิลลิกซ์กล่าวเสียงพร่ากระเส่า ได้สร้างความเขินอายและชอบใจแก่ผู้ฟังยิ่งนัก นิ้วมือเรียวเองก็ขยับเคลื่อนไปไล้แผงอกแข็งแรงตรงหน้าตอบสนอง พร้อมดวงตาเจ้าเล่ห์เชยขึ้นไปยั่วยวน เขยื้อนขึ้นไปโอบรอบลำคอดึงรั้งให้อีกฝ่ายเข้ามาด้านใน “พูดอะไรก็ไม่รู้ น่าอายจริงเชียว…”

“หึ...”

ก้าวเท้าเข้ามาได้ ชายตรงหน้าโน้มลงซุกใบหน้าในซอกคอสูดความหอมหวาน โอบกอดเรือนร่างบอบบางกว่าราวกับขาดความรักมานานแรมปี สร้างความชอบใจแก่ชายหนุ่มที่ถอยกรูดมาทิ้งตัวลงบนเตียง ใต้ร่างหนาใหญ่สมชายชาตรี อยู่ในท่าอันล่อแหลมนี้ 

จินตวีร์เอื้อมมือโอบคอมิให้อีกฝ่ายละทิ้งไปไกล ท่ามกลางเสียงหอบหืดราวกับเรียกพลังของชายกำหนัดตรงหน้าดังอยู่ข้างหู

มือหนาไล้เรือนกาย ดวงตาคมกริบน่าค้นหาไล่กวาดมองตามร่างน้อยที่นอนรออย่างอย่างใจจดใจจ่อ ก่อนใบหน้าหล่อเหล่าจะเคลื่อนลงมาสบดวงตา จินตวีร์ใจเต้นตึกแทบหลุดออกจากขั้ว เมื่อเห็นรอยยิ้มตรึงใจของชายตรงหน้า

อีกฝ่ายลูบไล้ตามส่วนสัดเรือนร่างราวกับโหยหา ขยับเคลื่อนมาบนหน้าอก กระชากชุดนอนบางจนขาดวิ่นออกไปในครั้งเดียว

“อุ๊ย คุณฟิลลิกซ์...” 

ในคราแรกชายหนุ่มสะดุ้งตกใจ แต่ครั้นเห็นแววตาที่ยั่วยวนใจจากคนด้านบน เขาจึงรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดช่างน่าตื่นเต้นจนแทบอดทนรอไม่ไหว จากสีหน้าแตกตื่นก็แปรเปลี่ยนมาแย้มยิ้ม ยวนยั่ว เคลื่อนคู่มือไปดึงรั้งคนบนกายเข้ามาแนบกอด มอบความรู้สึกแทบล้นทะลักให้แก่กัน

“ไม่ต้องกลัว คนเก่ง…” มือหนาเคลื่อนมาเชยคางมนเบามือ ก่อนโน้มใบหน้าลงไปซุกข้างหูจนชายหนุ่มร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง เมื่อได้ยินเสียงหอบหายใจ น้ำเสียงทุ้มพร่าที่กล่าวออกมาแผ่วเบากับเขา

“ที่ข้าว่ากายเจ้าหอม มันคือกลิ่นความชั่วของเจ้าต่างหาก...”

สิ้นคำ จินตวีร์รู้สึกชาวาบไปทั่วร่างเมื่อชายที่โน้มลงมาแนบกระซิบได้ลุกขึ้นมายกยิ้ม ดวงตาของเขาเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าคือใคร หรือตัวอะไรกำลังนั่งทับอยู่บนร่างกาย มันแปรเปลี่ยนรูปร่างจากชายที่งดงามมาแลบลิ้นยาวข่มขู่ให้กลัว ดวงตาทั้งลูกเต็มไปด้วยสีดำและกว้างกว่าดวงตามนุษย์ธรรมดา น้ำลายไหลย้อย นิ้วมือเล็บยาวสีดำสกปรก มีหางราวกับจระเข้!

“ชะ ช่วย!”

เสียงของจินตวีร์ร้องได้ไม่ถึงวินาที มันสิ้นไปพร้อมกับลมหายใจที่หลุดออกจากห้วง เลือดของเขากระฉูดออกมาอย่างไม่หยุดยั้งพร้อมกับใบหน้าที่ยังแลดูผวากับสิ่งที่เห็น 

กล่องดวงใจถูกจ้วงหายออกไปในเพียงไม่กี่อึดใจ พร้อมกับอสูรกายประหลาดตรงหน้ากำลังกลืนกินไปด้วยความเอร็ดอร่อย กินหัวใจของมนุษย์เป็นอาหาร!

เวรกรรม มันมาตามกลิ่นของความเลวเสมอ...

เจ้าตัวประหลาดแลบลิ้นเลียรอบปากกว้างเมื่อกินอาหารอันโอชะเสร็จสิ้นแล้ว ร่างกายสูงใหญ่เท่ามนุษย์เพศชายของมันไต่ออกจากร่างชุ่มเลือดที่นอนอยู่บนเตียงแน่นิ่ง ซึ่งเบิกเนตรค้างผวาจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต 

มันเคลื่อนกายน่ารังเกียจโสมมออกไปทางหน้าต่างราวกับเป็นสัตว์สี่ขา ไม่หันกลับมามองด้านหลังสักนิด ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืนที่ใคร ๆ ก็คิดว่ามันปลอดภัย

คฤหาสน์แสนกว้างที่เงียบสงบบัดนี้ได้มีอันตรายย่างกรายเข้ามาในความเงียบเชียบ ไม่มีใครรู้...




----------------------------------------------



อ้าว จินตวีร์ไม่หงิมนะนี่

เปิดตัวปุ๊บตายปั๊บเลย

ความคิดเห็น