ณิสสรณ์ นิกข์นิภา ภูษิดา

คำเตือน!! เรื่องนี้ติดเหรียญโหดค่ะ

ชื่อตอน : 0. [50%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 24k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 เม.ย. 2560 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
0. [50%]
แบบอักษร

บทนำ

            ปึก!! มือบางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างแรง แขนเรียวถูกยกขึ้นปาดริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนหยาดน้ำสีอำพันที่เพิ่งดื่มลงคอไปเมื่อครู่ เริ่มรู้สึกมึนๆ นิดๆ ทั้งๆ ที่เพิ่งดื่มไปได้แค่แก้วเดียว เธอไม่ใช่นักดื่ม ออกจะไม่ชอบด้วยซ้ำ แต่วันนี้เธอต้องการมันเพื่อเพิ่มความกล้าให้กับตัวเองที่จะทำเรื่องบ้าบอคอแตกที่สุดในชีวิต

            วริศรานึกย้อนกลับไปถึงเมื่อตอนเย็น ตอนที่เธอเอาต้นฉบับงานเขียนไปส่งให้เจ้านายที่ห้องและโดนต่อว่ามา

            ‘เขียนไม่ได้เรื่อง ไม่เห็นจะสมจริงเลย แบบนี้ไม่มีใครอยากอ่านหรอก’ ประโยคแรกที่บอสสุดโหดของเธอพูดหลังอ่านต้นฉบับจบ และนั่นทำเอาเธอถึงกับมึนตึ๊บ

            วริศราทำงานเป็นนักเขียนบทความให้กับนิตยาสารแห่งหนึ่ง ปกติเธอเขียนนิยายรักเป็นตอนๆ ส่งให้นิตยสารรวมกับคอลัมภ์อื่นๆ ด้วย แต่เมื่ออาทิตย์ก่อน เกิดโปรเจ็คนิตยสารสำหรับผู้ใหญ่ขึ้นมา และหนึ่งในบทความของโปรเจคนั้นก็คือนิยายอีโรติกเร่าร้อน แน่นอนว่าเธอต้องรับหน้าที่นั้นไปโดยปริยาย ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือ...เธอยัง ‘จิ้น’ อยู่ ถึงแม้จะอาศัยอ่านนิยายแนวนี้เยอะๆ บวกกับนั่งดูหนังโป๊ที่ดูไปก็หน้าแดงไป แต่นิยายที่เขียนออกมามันก็ยังดูไม่สมจริงในสายตาบอสสักเท่าไหร่

            ‘ถ้ายังอยากทำงานอยู่ก็ไปหาประสบการณ์ซะ’ คำประกาศิตของบอสยังฝังแน่นอยู่ในหัว และแน่นอนว่าคนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างวริศราก็จะไม่ยอมออกจากงานง่ายๆ เช่นกัน และนั่น...เป็นเหตุผลที่เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ สอดส่องสายตามองหาผู้ชายสักคนที่จะมาสร้างเสริมประสบการณ์ให้เธอเอาไปเขียนนิยายได้

            หญิงสาวสูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอด ได้เวลาแล้ว เธอต้องทำมันเสียทีก่อนที่จะไม่มีความกล้าพอ ตอนนี้กำลังมึนๆ ได้ที่ หากสร่างเมาเมื่อไหร่เธอคงไม่กล้าทำอะไรแบบนี้อีกแน่

ร่างบางลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวสูง สายตาที่เริ่มฉ่ำเยิ้มมองไปรอบๆ เพื่อ ‘หาเป้าหมาย’ ที่เหมาะสมสำหรับภารกิจในวันนี้ ครั้งแรก ต่อให้ไม่ใช่กับคนที่รัก แต่ก็ขอเป็นคนที่ดูดีหน่อยก็แล้วกัน

            อืม… คนนี้อ้วนไป คนนั้นก็ผอมไป คนนู้นเตี้ยเกิน อา…

            วริศรารู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องขึ้นมาทันทีเมื่อบังเอิญไปสบตาเข้ากับดวงตาคมสีสนิมคู่หนึ่ง เธอไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนดวงตาคู่นั้นจะโชนแสงขึ้นยามมองกลับมาที่เธอ หญิงสาวก้มลงมองสำรวจตัวเองก่อนจะส่ายศีรษะ เธอก็ไม่ได้แต่งตัวแปลกประหลาดตรงไหนนี่นา

            หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วก็ต้องตกใจเมื่อดวงหน้าหล่อเหลาสไตล์อเมริกันโผล่มาตรงหน้าในระยะแทบประชิด นัยน์ตาสีสนิมที่เห็นในระยะใกล้ดูจะเข้มข้นมากกว่าเดิม มันทำให้เธอเกือบจะละสายตาจากดวงตาคู่สวยนั้นไม่ได้ คิ้วหนาเรียงเส้นสวยพาดอยู่เหนือดวงตายาวรีดูเจ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูก ไหนจะจมูกโด่งและริมฝีปากบางอมชมพูที่เผยอยิ้มน้อยๆ นี่อีก โอ...ยิ่งดูใกล้ๆ เขายิ่งหล่อเหลาขึ้นเป็นเท่าตัว

            “อุ๊ย!” เท้าเรียวเผลอก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับเก้าอี้ ร่างบอบบางจวนเจียนจะล้มลงถ้าไม่ได้อ้อมแขนแกร่งที่เข้าประคองอย่างรวดเร็ว

            มือหนาข้างหนึ่งดันเรือนร่างอ้อนแอ้นเข้าประชิด ส่วนอีกข้างก็ถือวิสาสะแอบลูบคลำเอวบางอย่างหน้าตาเฉย

            “...!” วริศรากำลังจะโวย แต่พอนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์ในการมาที่นี่ครั้งนี้ เธอก็รีบเก็บกลืนคำต่อว่าทั้งหลายแหล่ลงคอแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มบาง “ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานหยดย้อยที่สุดเท่าที่เธอจะปั้นแต่งมันขึ้นมาได้ ถ้าเป็นในยามปกติเธอต้องขนลุกตัวเองแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาปกติ

            “ผมคงทำให้คุณตกใจ” เสียงทุ้มเจ้าเสน่ห์หลุดรอดออกจากริมฝีปากบางของเขา สุ้มเสียงแหบต่ำน้อยๆ นั้นทำเอาคนฟังขนลุกชันด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด โดยเฉพาะเมื่อรวมเข้ากับความอุ่นร้อนจากร่างกายกำยำที่แผ่ออกมาจนเธอรู้สึกได้

            รูปก็หล่อ เสียงก็เพราะ ดูจากเสื้อผ้าหน้าผมก็ใช้ได้ เอาเป็นว่าเอาคนนี่แหล่ะ!! วริศราตัดสินใจในวินาทีนั้น ก่อนจะทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งต้องมาทำอะไรแบบนี้ มือบางเย็นเฉียบยกขึ้นคล้องคอหนาด้วยท่าทางเย้ายั่ว หญิงสาวยื่นใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มเป็นอย่างดีเข้าหาใบหูของอีกฝ่ายพร้อมกระซิบถ้อยคำเสียงเบา “เรา...ไปหาที่เงียบๆ นั่งคุยกันดีกว่าไหมคะ” เธอพูดออกไปแล้ว!!! เธอพูดมันออกไปแล้วจริงๆ!! ตอนนี้ก็ได้แต่กลั้นใจรอว่าเขาจะตอบเธอว่ายังไง

            “นึกว่าคุณจะไม่ชวนเสียแล้ว”

            “คุณชื่ออะไร” เสียงทุ้มถามเมื่อทั้งคู่เข้ามานั่งอยู่ในรถ วริศราสะดุ้งเบาๆ เธอไม่ได้เตรียมตัวกับคำถามนี้มาก่อน หญิงสาวรีบคิดคำตอบเร็วจี๋ก่อนจะพ่นชื่อมั่วซั่วออกไป

            “วีวี่” เธอไม่อยากบอกชื่อตัวเองให้อีกฝ่ายรู้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ที่สำคัญ เธอหวังว่าจบคืนนี้ไปแล้ว จะไม่ได้เจอกับเขาอีกก็แล้วกัน

            “ยินดีที่ได้รู้จักวีวี่ ส่วนผม เรียกผมว่านิค” นิโคลัสเผยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ เขาหันกลับไปสนใจถนนตรงหน้าอีกครั้ง “คอนโดของผมอยู่ใกล้ๆ หรือคุณอยากไปห้องคุณมากกว่า”

            “ไม่ค่ะ!” วริศรารีบตอบ พอนึกขึ้นได้ว่าน้ำเสียงตัวเองออกจะตื่นตระหนกไปสักหน่อยถึงได้พูดต่อ “ของฉันอยู่ไกล ไปห้องคุณแหล่ะดีแล้ว” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก หวังว่ามันจะช่วยลดอาการตื่นเต้นของตัวเองลงได้ แต่กลับยิ่งหนักกว่าเดิมเพราะดันสูดเอากลิ่นหอมสะอาดที่คาดว่าน่าจะโชยมาจากผู้ชายคนข้างๆ นี่มาด้วย

            “โอเค ตามนั้น” ชายหนุ่มอมยิ้มมุมปากขับรถไปตามทางที่คุ้นเคย ปากก็เอ่ยถามต่อ “คุณมาที่นี่ครั้งแรกเหรอ ผมไม่เคยเห็นคุณเลย”

            หญิงสาวเหลือบมองคนถาม พอเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ไม่ได้หันกลับมามองจึงค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง เธอผ่อนคลายอาการเกร็งลงก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้น “ใช่ค่ะ ฉันเพิ่งมาครั้งแรก” อันที่จริง เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าร้านแบบนั้นเลยมากกว่า แต่เรื่องอะไรจะต้องไปบอกเขาด้วย “คุณมาบ่อยเหรอคะ” เธอถามกลับ กันไม่ให้เขาป้อนคำถามมาอีก

            “ก็พอสมควร” คำตอบของชายหนุ่มทำเอาวริศราพยักหน้า คิดไว้อยู่แล้วว่าคำตอบคงไม่หนีไปจากนี้มาก ก็ท่าทางเขาเป็นธรรมชาติออกปานนั้นคงต้องทำแบบนี้บ่อยๆ อยู่แล้วละ “ใกล้ถึงแล้ว”

            หญิงสาวสะดุ้งเบาๆ เมื่อรถญี่ปุ่นคันเล็กเลี้ยวเข้าไปในซอยหนึ่ง นี่เพิ่งออกมาได้ไม่ถึงสิบนาทีเลย เธอยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยแท้ๆ “เอ่อ…” ปากบางอ้าออกเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ย รถคันงามก็เลี้ยวอีกครั้งเข้าสู่บริเวณของคอนโดชื่อดัง

            “มีอะไรหรือเปล่า” เขาถาม แต่ไม่ได้หันมามอง ดวงตาสีสนิมยังเอาแต่จ้องถนนเส้นเล็กๆ เบื้องหน้า

            “เปล่าค่ะ” สุดท้ายวริศราก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป มาถึงนี่แล้ว เธอคงเปลี่ยนใจไม่ทันแล้ว สู้ทำให้จบๆ ไป เธอจะได้มีหน้ากลับไปลบคำสบประมาทที่โดนกล่าวหาเอาไว้ได้เสียที

            “งั้นก็ดี” รถหักเลี้ยวเสียบเข้าช่องจอดพอดิบพอดี ก่อนที่ร่างสูงเจ้าของรถจะดับเครื่องแล้วหันหน้ามาหาคนที่นั่งข้างๆ “เพราะผมจะไม่ทนแล้ว”

            วริศราเบิกตาโตกับคำพูดนั้น ยังไม่ทันได้คิดว่าเขาหมายความว่ายังไง ใบหน้าหล่อเหลาก็ฉกวูบเข้ามาใกล้ ชิงปิดปากเธอด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเสียก่อน

            หญิงสาวอึ้งสนิท ความร้อนแล่นปราดจากจุดที่โดนสัมผัสไล่ลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากนุ่มเคลือบลิปสติกสีหวานถูกจูบอย่างหิวกระหาย

            นิโคลัสไม่เพียงแตะ แต่ทั้งบดขยี้และดูดดึงด้วยความชำนาญทำเอาร่างบางอ่อนระทวยแนบกายไปกับเบาะรถ ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังเคลิบเคลิ้มสอดแทรกเรียวลิ้นสากเข้าไปกวาดชิวความหวานภายในได้อย่างง่ายดาย

            “อืม…” เขาครางในลำคออย่างพออกพอใจ รสชาติและสัมผัสที่ได้รับทำเอาอดไม่ได้ที่จะตักตวงความหวานต่ออีกสักหน่อย ทั้งๆ ที่ตอนแรกแค่จะจูบเบาๆ เพื่อทำความรู้จักก่อนที่จะขึ้นไปต่ออะไรที่หนักกว่าบนห้อง แต่ตอนนี้เขาชักห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ปีนข้ามไปทาบทับบนกายเล็ก มือหนาเลื่อนกดเอนเบาะพิงทั้งๆ ที่ริมฝีปากยังไม่ละออกจากจูบที่ทวีความร้อนแรงจนแทบมอดไหม้

            “อ..อื้อ” วริศรารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกลายเป็นเบาะรองให้อีกฝ่ายนอนทับเสียแล้ว แถมปากของเธอก็ราวกับไม่ใช่ของเธออีกต่อไป มันขยับจูบตอบรับอีกฝ่ายไปตามสัญชาตญาณอย่างที่เธอก็ไม่เคยมาก่อน มือบางพยายามผลักอกแกร่งออกจากตัวก่อนที่เธอจะขาดอากาศหายใจตายทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร

            “หืม…” นิโคลัสหรี่ตามองหญิงสาวที่อ้าปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดด้วยสายตาแปลกใจ อีกฝ่ายทำเหมือนไม่เคยชินกับการกระทำของเขา ซึ่งมันน่าแปลกมาก “คุณโอเคไหม” เขาถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

            วริศราเหลือบตามองค้อน เขากล้าถามเธอแบบนี้ได้ยังไงกัน ความดื้อรั้นอันเป็นนิสัยส่วนตัวทำให้เธอใจกล้ากว่าที่เคย แทนที่จะตอบคำถาม มือบางกลับโน้มลำคอหนาลงมาเริ่มต้นจูบที่สองด้วยอย่างไม่รอช้า คราวนี้เธอเป็นฝ่ายรุกบ้าง จูบที่แล้วเขาทำอะไรเอาไว้ คราวนี้เธอทำแทน เรียวลิ้นร้อนผ่าวเกี่ยวกระหวัดรัดพันอย่างไม่มีใครยอมใคร กว่าจะผละจากกันอีกรอบก็แทบทำเอาห้องโดยสารลุกเป็นไฟ

            “เก่งจริง” นิโคลัสชมเปาะ จูบย้ำลงบนข้างริมฝีปากอิ่มที่แดงเรื่อฉ่ำวาว เมื่อครู่ก่อนเธอยังเงอะๆ งะๆ แต่ตอนนี้หญิงสาวจูบตอบเขาได้อย่างเป็นงานเสียแล้ว เดาเอาว่าครูคนก่อนของเธออาจไม่เก่งเท่าเขาก็เป็นได้ ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มร้ายกาจเมื่อมองเห็นใบหน้าแดงเรื่อพราวเหงื่อของอีกฝ่าย มือหนาสอดลงเบื้องล่าง ค่อยๆ ลูบไล้ตั้งแต่เข่ามนขึ้นมาแผ่วเบา แต่ทำเอาร่างบางขนลุกซู่ด้วยความเสียวสะท้าน

            “อย่าเพิ่ง” วริศราปราม รีบจับมือหนาเอาไว้ทันควันก่อนที่มันจะเลื้อยหายเข้าไปในกระโปรง

            “อะไร” คิ้วเข้มเลิกขึ้น หงุดหงิดเล็กๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว “อย่าบอกนะว่าเกิดเปลี่ยนใจ” ถ้าเธอจะตอบว่าใช่ ฆ่าเขาเลยดีกว่า

            “เปล่า แต่..ขึ้นไปบนห้องก่อน” วริศราส่ายศีรษะ ถึงนี่แล้ว เธอไม่ยอมถอยง่ายๆ เหมือนกัน แต่จะให้ทำตรงนี้ เธอก็คิดว่ามันออกจะแอดวานซ์ไปหน่อยสำหรับ ‘ครั้งแรก’

            “กลัวคนเห็นเหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัย แน่นอนว่าคำตอบของหญิงสาวคือการพยักหน้ารัวๆ พอเห็นแบบนั้น นิโคลัสก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาถอยกลับไปนั่งที่เดิมทั้งๆ ที่ยังหัวเราะลั่นรถ

            “มันน่าขำนักรึไง” วริศราถามเสียงเขียว เธอกลัวแล้วมันแปลกนักรึไง “ถ้าขำอีก ฉันจะไปแล้วนะ”

            “โอเคๆ ไม่ขำแล้วๆ แต่... คุณนี่ตลกชะมัด” นิโคลัสกลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง กว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ วริศราก็แทบจะลุกหนีออกไปหลายครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไม่คิดว่าจะกล้าชวนผู้ชายออกมาแบบนี้อีก ป่านนี้เดินออกไปถึงหน้าปากซอยแล้ว

            “พอได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะกลับแล้วจริงๆ” หญิงสาวปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว ทำท่าจะลุกไปจริงๆ จนอีกฝ่ายต้องยกมือขึ้นห้าม

            “โอเค โทษที แค่ไม่คิดว่าถึงขั้นนั้นแล้วจะมีใครบอกให้หยุดอีก” นิโคลัสส่ายหน้า เขาเปิดประตูออกไปข้างนอกก่อนจะวิ่งอ้อมมาเปิดประตูอีกฝั่งให้หญิงสาว “เชิญครับ คุณผู้หญิง” ริมฝีปากหยักส่งยิ้มทรงเสน่ห์แพรวพราวจนคนมองได้แต่ค้อนกลับไปวงโต

            “ฮึ” ถึงจะส่งเสียงแบบนั้น แต่หญิงสาวก็ยอมก้าวลงจากรถแต่โดยดี เดินตามชายหนุ่มเข้าไปในส่วนของอาคารที่พักด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าเดิม เธอจะรอดพ้นคืนนี้ไปได้ด้วยดีใช่ไหม

ความคิดเห็น