นาบิ

มาคุยกันได้ที่เพจ : Boy's love_나비 เด้อจ้า 🤗

ตอนที่ 1 กอดสายลม [100%]

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 กอดสายลม [100%]

คำค้น : ซ่า,สายลม,นิรุจ,ปราญ,สายลมที่รัก,stromylove

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 344

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2560 19:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 กอดสายลม [100%]
แบบอักษร

ตอนที่ 1 กอดสายลม [100%]

By...Nabi



ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นกับหัวสมองเล็ก ทำให้เจ้าของร่างบางรู้สึกหงุดหงิดจนแทบอยากจะเอาไม้แข็งๆมาทุบหัวของตัวเองให้แหลกสลายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะตื่นมาทำไมในเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วก็ต้องพบเจอแต่ความว่างเปล่าแบบนี้ นี่มันเวรกรรมอะไรกัน...เขาไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเคยทำชั่วอะไรไว้บ้างถึงได้รับผลกรรมที่แสนทรมานอย่างนี้


ตอนนี้ที่เข้ารับรู้จากคนรอบข้างคือ เขามีพ่อมีแม่ มีพี่ชายและ...เขามีแฟนแล้ว...


 การประสบอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งนั้นทำให้เขาสูญเสียความทรงจำ เขากลายเป็นคนหวาดกลัวฝนและเสียงฟ้าคำราม แค่ได้ยินเสียงเม็ดฝนหล่นจากฟ้ากระทบผืนดินก็เจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ มันแปลกมากและเขาไม่เข้าใจว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรไม่มีใครยอมบอกเขาสักคน


 วันนี้แล้วที่เขาจะได้รับอนุญาตจากคุณหมอเจ้าของไข้ ให้ออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ผู้ใหญ่ก็ได้ทำการปรึกษาหารือในเรื่องที่พักอาศัยของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ บ้านหลังที่สองของคนที่บอกว่าเป็นแฟนของเขา “ไร่ภูฟ้าคราม” สายฟ้ายืนยันกับทุกคนว่าที่นั่นอากาศดีและบรรยากาศดีมากจริงๆ พ่วงไปด้วยคำร้องขอจากซ่าที่ต้องการดูแลเขาแทนพ่อแม่ ในที่สุดทุกคนก็ตกลงกันได้ว่าเขาควรไปพักผ่อนที่นั่น ตอนนี้ในหัวมันโล่งไปหมดใครอยากจะทำอะไรอยากจะพาไปไหนเขาก็ไม่ขัด ใครจะพูดอะไรเขาก็เหมือนจะเชื่อไปเสียทุกเรื่อง


 มันไม่ใช่ว่าเขาโง่ แต่มันเป็นความไว้ใจที่เขามีให้ทุกคน ว่าจะไม่มีใครโกหกเขาในขณะที่เขากำลังอ่อนแอ


 เบญจาพยาบาลส่วนตัวจัดการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับสายลมในห้องน้ำเพื่อความเป็นส่วนตัว สายลมไม่นึกอายและเบญจาก็ไม่ได้กระดากอายที่จะเห็นร่างกายของผู้ชาย เพราะความมีจรรยาบรรณในวิชาชีพและอีกอย่างอาชีพพยาบาลมันต้องเจอกับเรื่องแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่นานด้วยความชำนาญของเบญจาและการให้ความร่วมมือที่ดีของสายลมทุกอย่างจึงผ่านพ้นไปด้วยดีและรวดเร็ว ทั้งสองออกมาจากห้องน้ำโดยที่สายลมก็นั่งอยู่ในรถเข็นคนไข้ พ่อแม่ของเขาซื้อมาไว้ให้เป็นของตัวเองไปเลย รวมทั้งไม่ค้ำยันด้วย


เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าทุกคนมายืนรอเขาอย่างพร้อมหน้าทั้งครอบครัวรวมถึงซ่าด้วย สายลมกวาดสายตามองทุกคนเพราะก่อนที่เขาเข้าห้องน้ำยังไม่มีใครมาเลย แต่พอกลับออกมากลับเห็นหน้าทุกคน พ่อแม่และพี่ชายของเขายิ้มรับราวกับดีใจอะไรนักหนา แต่ผู้ชายอีกคนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังนั่นกลับทำหน้านิ่ง สายลมจ้องไปที่ร่างสูงสักพักและฝ่ายนั้นก็จ้องตอบจนสายลมเป็นฝ่ายหลบสายตา


 “พ่อกับแม่คงไม่ได้ไปส่งลมที่ไร่เพราะติดธุระด่วน พี่ฟ้าเลยอาสาไปส่งลมแทนไม่เป็นไรนะลูก” แม่เอ่ยบอกน้ำเสียงค่อนข้างกังวลกลัวว่าลูกชายคนเล็กจะน้อยอกน้อยใจที่เขาสนใจในงานมากกว่าลูกในไส้ สายลมหันไปมองสายฟ้าบ้าง


 “ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบอย่างเข้าใจ เขาไม่รู้ว่าถ้าเป็นเขาเมื่อก่อน เขาจะต้องรู้สึกยังไง จะหงุดหงิดน้อยใจหรือโกรธเคืองพ่อกับแม่ที่ไม่สนใจเขา แต่ตอนนี้เขาเข้าใจว่าทุกอย่างก็สำคัญเท่ากันหมด ที่พ่อแม่ต้องทำงานหนักก็เพื่อลูกๆอย่างเขา


“ขอบใจนะลูก พ่อกับแม่จะไปแล้ว ส่วนเรื่องค่ารักษาพ่อเค้าจัดการให้เรียบร้อยแล้วล่ะ ฟ้ากับซ่าพาน้องไปได้เลยนะ”


 “ครับแม่” สายฟ้าและซ่าตอบพร้อมกัน เมษไม่ได้อยู่ด้วยเพราะวันนี้ต้องอยู่ดูแลมินเนื่องจากมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นนิดหน่อย


  “ฝากดูแลสายลมด้วยนะเบญจา ฝากซ่าด้วยนะลูก” แม่กำชับอีกครั้ง


   “ครับผมจะดูแลน้องให้ดีที่สุด” ซ่าตอบอย่างแน่วแน่


   “เบญจะทำให้เต็มที่ค่ะ มดจะไม่ให้ไต่ไรก็จะไม่ให้ตอมเลยค่ะคุณหญิง” เบญจาตอบติดตลก


   “ดีจ่ะ แล้วอย่าตามใจน้องกันมากนะรรู้มั้ย”


                “ผมไม่ได้เอาแต่ใจขนาดนั้นสักหน่อย” สายลมแย้งทันที เพราะเขาคิดกว่าตัวเองไม่ใช่คนแบบนั้น ทุกคนก็ขำกับคำพูดของสายลมเบาๆ


 “เราน่ะยิ่งกว่าเอาแต่ใจเสียอีก” พ่อพูดว่าให้ลูกชายบ้าง สายลมย่นจมูกใส่เมื่อเห็นว่าเถียงไม่สู้ หลังจากนั้นบทสนทนาก็จบลงทุกคนเดินออกจากห้องพักฟื้นพิเศษราคาเฉียดแสนระดับวีไอพีของทางโรงพยาบาล พ่อกับแม่บอกลาอีกเล็กน้อยก่อนรีบไปขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปทำธุระที่ต่างประเทศ


ภายในโรงจอดรถ


Rrrrrrrrrrrrrrrr


 เสียงโทรศัพท์มือถือของสายฟ้าแผดเสียงและสั่นไหวอยู่ในกางเกงยีนตัวเก่ง มือบางล้วงหยิบขึ้นมาเมื่อเห็นเป็นเบอร์คนรักก็รับทันที


“ว่าไง...ห๊ะ....มันเป็นอะไร....ทำไมถึงเป็นแบบนั้นวะ....อืมๆเดี๋ยวฟ้าจะรีบไป....” ร่างโปร่งยืนคุยโทรศัพท์หน้าเครียด ทุกคนก็มองสายฟ้าอย่างข้องใจเช่นกัน


“เกิดอะไรขึ้นวะ” ซ่าถาม สายฟ้าเม้มปากมองหน้าน้องชายอย่างลังเล


“มินมีปัญหาว่ะ กูต้องรีบไปดูมัน คือ...เอ่อ...ลมพี่ไม่ไปส่งที่ไร่ได้มั้ย” มันสุดวิสัยจริงๆจนเขาต้องทิ้งให้น้องไม่ที่นั่นกับซ่าและเบญจา สายลมขมวดคิ้วเพราะเขายังไม่ไว้ใจซ่าเต็มร้อย ฟันเล็กขบกัดริมฝีปากบางอย่างช่างใจ เขาคิดว่าสายฟ้าอาจจะต้องรีบไปจริงๆแต่อีกใจเขาก็อยากให้สายฟ้าไปส่งด้วย


“แต่ลมไม่อยากไปกับพี่ซ่าแค่สองคน” สายลมเริ่มเอาแต่ใจ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ซ่าชะงักเมื่อได้ยินก่อนหันมองสายลม


 “แต่สายฟ้ามันมีธุระด่วนที่ต้องรีบไปนะ อีกอย่างมีเบญจาไปด้วยเราไม่ได้ไปกันแค่สองคน” ซ่าปราม สายลมตวัดสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนหันกลับมาหาพี่ชาย


 “นะพี่ฟ้า ไปส่งลมนะ” สายลมขอร้อง ยื่นมือข้างที่ไม่ใส่เฝือกมาจับมือพี่ชายเอาไว้แน่น จนได้ยินเสียงเรียกเข้ามือถืออีกครั้ง สายฟ้ารู้ทันทีว่าเมษโทรเร่งแล้ว


 “แต่พี่มินต้องการพี่จริงๆ พี่ต้องรีบไปนะ ลมเข้าใจพี่นะ” สายฟ้าพยายามเกลี้ยกล่อม แต่เหมือนว่าสายลมจะไม่ยอมท่าเดียว


 “ลมก็ต้องการพี่ฟ้า พี่ฟ้าไม่ห่วงลมใช่มั้ยถึงได้คิดจะปล่อยให้ลมไปกับคนอื่นแบบนี้น่ะ” ร่างเล็กเบะปากหันหน้านี้ สายฟ้ารับรู้ทันทีว่าน้องกำลังงอน เขาเองก็ลำบากใจ คนหนึ่งก็เพื่อนสนิทอีกคนก็น้องชาย ซ่าถอนหายใจก่อนจะดึงมือสายลมที่จับมือสายฟ้าไว้ออกแล้วเขาก็เป็นฝ่ายจับมือข้างนั้นของสายลมแทน


“พี่ไม่ใช่คนอื่น เราเป็นแฟนกัน” ยัดเยียดน่ะสิไม่ว่า โกหกพ่อกับแม่รึเปล่าก็ไม่รู้เห็นเขาจำไม่ได้เข้าหน่อยก็อยากจะมัดมือชก เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าคนรักของเขาจะเป็นคนๆนี้


 “ในเมื่อลมจำไม่ได้ ก็แปลว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน” สายลมไม่ยอมรับ เขารู้สึกเหมือนซ่ามีอะไรบางอย่างที่เขาควรจะตีตัวและหัวใจออกให้ห่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาไม่ควรถลำใจไปกับคนๆนี้


“ลม” ซ่าเรียกชื่อเสียงเข้มขึ้น สายลมเองก็รู้สึกได้ถึงความคุกรุ่นตอนนี้ เขาหลับตาแน่นถอนหายใจแรงๆ


“ก็ได้ แต่ลมจะฟ้องพ่อกับแม่ว่าพี่ฟ้าทิ้งลม” สายฟ้าหน้าเสียเมื่อได้ยิน สายลมก็ยังคงเป็นสายลมอยู่วันยังค่ำ ตอนตื่นขึ้นมาครั้งแรกก็เห็นนิ่งๆคิดว่าจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้เสียอีก แต่สุดท้ายร่างเล็กก็ยังคงเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองที่ถึงขั้นเรียกได้ว่าเห็นแก่ตัว


“ไปเถอะ เดี๋ยวกูดูแลต่อให้เอง” ซ่าบอก สายฟ้าลังแลไม่กล้าไปไม่อยากทิ้งน้อง แต่เสียงมือถือก็แผดเสียงดังไม่หยุด


“พี่ขอโทษนะ เดี๋ยวไว้พี่จะไปเยี่ยม” สายฟ้าพยายามพูดให้สายลมสบายใจขึ้นแต่อีกฝ่ายก็ไม่ตอบอะไรเพราะกำลังงอนหนักมาก สายฟ้าเม้มปากวิ่งออกไปจากบริเวณนั้น ซ่าถอดหายใจมองตามไปก่อนหันกลับมามองสายลมที่นั่งหน้าบูดอยู่ เขาไม่คิดสนใจคนเอาแต่ใจไร้เหตุผลในตอนนี้ ร่างสูงเดินไปเปิดประตูรถด้านข้างคนขับเขาจะให้สายลมนั่งตรงนี้เพราะจะได้นั่งได้สบายๆเนื่องจากร่างเล็กยังคงใส่เฝือกที่แขนและขาอย่างละข้างอยู่ เขาจัดการปรับเบาะจนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับมาที่ร่างเล็ก


 พรึ่บ


 “อ๊ะ...” สายลมนั่งหน้างอไม่ทันได้คิดอะไร แขนแกร่งก็สอดเข้ามาใต้ข้อพับขาและหลังเนียนก่อนยกตัวขึ้นขากรถเข็นจนตัวลอย สายลมอยากโวยวายแต่ไม่กล้าดิ้นมากเพราะกลัวตก ระหว่างทางที่เดินไปรถร่างสูงไม่พูดอะไรเลย สายลมเองก็มองไม่ออกว่าซ่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่จึงได้แค่นอนนิ่งๆไม่พูดอะไรเช่นกัน เบญจาพับรถเข็นเพราะเป็นแบบพับเก็บและใช้งานง่าย หญิงสาวเดินตามด้วยรอยยิ้ม เมื่อทุกคนขึ้นรถเรียบร้อยแล้วซ่าก็จัดการเช็คความเรียบร้อยอีกนิดหน่อยก่อนขับรถออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ การเดินทางไปที่นั่นไม่ใช่ใกล้ๆเลยร่างสูงกังวลว่าคนป่วยข้างกายจะนั่งไม่สบายตัวเนื่องจากใช้เวลานานพอสมควร ซ่าเหลือบมองสายลมเป็นระยะก็เห็นว่าอีกฝ่ายหันมองนอกหน้าต่างตลอดเวลา


 “อยากฟังเพลงมั้ย” ร่างสูงถามเอาใจ แต่ไร้ซึ่งคำตอบเบญจาที่นั่งเงียบอยูด้านหลังรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ครอบคลุมไปทั่วคันรถจึงเอ่ยตอบแทนให้


 “เปิดคลอเบาๆก็ได้ค่ะคุณซ่า” เธอตอบยิ้มๆร่างสูงเหลือบมองหญิงสาวผ่านกระจกก่อนพยักหน้าแล้วเอื้อมมือไปเปิดเพลงเบาๆฟังสบายอารมณ์ สายลมเหลียวมองซ่าด้วยหางตาเล็กน้อย ร่างเล็กมีท่าทีหงุดหงิดมากกว่าเดิม สายลมรู้ตัวดีว่าเขากำลังเป็นอะไรเขาเกลียดตัวเองจริงๆที่จู่ๆก็เกิดความรู้สึกหึงเบญจากับซ่าขึ้นมาเล็กๆ ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าพยาบาลสาวมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่เขาก็รู้สึกไม่ชอบใจอยู่ดี


“เป็นอะไร” ซ่าถามเมื่อเห็นว่าคนข้างกายมีสีหน้าบึ้งบูดยิ่งกว่าเดิมเสียอีก


“ไม่เป็นอะไร” สายลมตอบเสียงห้วน ซ่ายกยิ้มก่อนจะมองเบญจาผ่านกระจกหลัง อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะรับรู้ในสิ่งที่เข้าต้องการสื่อ เขาก็แค่อยากแกล้งคนปากแข็ง


“คุณเบญ เดี๋ยวผมจะแวะปี๊มด้านหน้า ลงไปเข้าห้องน้ำซื้ออะไรกินรองท้องก่อนได้นะ” ซ่าบอกยิ้มๆ น้ำเสียงอ่อนโยนและสุภาพจนสายลมเริ่มกำมือแน่น


“ได้ค่ะ คุณซ่าอยากกินอะไรมั้ยคะเดี๋ยวเบญซื้อมาให้” เธอตอบซ่า แต่สายตาเหลือบมองไปทางคนป่วย เธออยากเห็นสายลมแสดงอาการหึงหวงให้มากกว่านี้ เธอชอบที่เห็นสายลมเอาแต่ใจโดยเฉพาะกับซ่า จะเรียกเธอว่าเป็นแม่สื่อสาววายชวนจิ้นก็ว่าได้


“ไม่ล่ะครับเดี๋ยวผมลงไปกับคุณเบญด้วยดีกว่า คนแถวนี้คงไม่อยากลงไปสักเท่าไหร่ ให้เขานั่งเฝ้ารถก็แล้วกัน” ซ่าตอบ พอดีกับที่รถเคลื่อนเข้ามาจอดภายในบริเวณปั๊มน้ำมันใหญ่ สายลมหันมองซ่าด้วยสายตาตัดพ้อปนไม่พอใจ แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัวว่ากำลังมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแบบไหน เบญจาลงจากรถไปแล้วร่างสูงหันมองร่างเล็กก่อนเปิดประตูก็เห็นว่าสายลมมองเขาอยู่


“ทำไมมองแบบนั้น อยากลงไป?” ซ่าถาม ข้างในเขาอยากระเบิดหัวเราะออกมาจะแย่เมื่อเห็นท่าทางและแววตาของอีกฝ่าย สายลมกัดปากเล็กน้อย


“ลมอยากเข้าห้องน้ำ อุ้มลงไปหน่อย ไม่อยากนั่งรถเข็น” สายลมบอกน้ำเสียงยังคงเอาแต่ใจ ก่อนจะมองไปทางเบญจาที่ยืนรออยู่ข้างรถ


“บอกให้คุณเบญรอที่รถก่อนสิ” เขาบอกอีกแต่ไม่ยอมสบตาร่างสูง ซ่ากลั้นขำเล็กน้อยก่อนส่งสัญญาณบอกให้เบญจาเข้ามาในรถ หญิงสาวก็รีบเปิดประตูเข้ามาทันที


“มีอะไรกันหรอคะ” เธอแกล้งถามแม้จะรู้อยู่แล้ว


“ผมจะพาสายลมลงไปเข้าห้องน้ำก่อนก่อน เดี๋ยวคุณรอเรากลับมาค่อยไป”


“อ้าว แล้วไหนคุณสายลมบอกว่าจะไม่ลงไงคะ” เธอทำเป็นถามด้วยความสงสัย สายลมขมวดคิ้วคล้ายไม่พอใจ


 “ผมพูดตอนไหน” เถียงอย่างไม่ยอม


 “ก็...” เบญจาจะแกล้งพูดอีกแต่ซ่าขัดขึ้นมาเสียก่อน


 “พอๆ จะไปเข้าห้องน้ำใช่มั้ย” ซ่าถามสายลมก็พยักหน้า


 “เดี๋ยวพาไป” เขาตอบก่อนเดินอ้อมมาด้านที่สายลมนั่ง เปิดประตูและจัดการช้อนตัวร่างเล็กมาไว้ในอ้อมแขนสายลมค่อนข้างตัวเล็กสำหรับเขา ร่างสูงอุ้มพาร่างบางเข้ามาในห้องน้ำแล้วตรงไปที่ห้องน้ำด้านในทันที เมื่อพาเข้ามาแล้วสายลมยังคงอยู่ในอ้อมแขนของซ่าเพราะเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรยังไงต่อไปดีร่างเล็กเม้มปากแก้มแดง ซ่าเองก็มองอย่างหลงใหลแต่เก็บอาการเอาไว้ เขาค่อยๆวางร่างเล็กลงยืนอย่างแผ่วเบา แต่เนื่องจากขาข้างหนึ่งยังคงใส่เฝือกจึงทำให้สายลมทรงตัวไม่อยู่สักเท่าไหร่ซ่าจึงต้องคอยชาวยประคองเอาไว้


“พี่ซ่า...หันหลังไปสิ...ลมจะฉี่” เขาสั่งเสียงอ้อมแอ้ม ซ่าปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนเอื้อมมือไปหมายจะดึงกางเกงขาสั้นขอบยางยืดที่ร่างเล็กใส่อยู่ ทำเอาสายลมสะดุ้งคว้ามือหนาไว้แทบไม่ทัน


 “นี่!จะทำอะไรหะ ลมบอกให้พี่หันไปไงเล่า” สายลมโวยวายเสียงเขียวแต่ซ่ายังคงพยายามถอดกางเกงให้ร่างเล็กอยู่


 “ไม่เห็นต้องอาย มากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้ว” ซ่าพูดเหมือนนี่เป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ใครๆก็ทำกัน แล้วก็อะไรนะ! มากกว่านี้หมายความว่ายังไง? สายลมข้องใจหนักมาก


 “ไม่จริง มากกว่านี้อะไร ลมไม่เชื่อ พี่อย่ามาขี้ตู่นะ” เขาไม่อยากยอมรับ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ เขาไม่เชื่อว่าเขากับร่างสูงจะเคยมีอะไรกันที่มันลึกซึ้งกว่านี้มาก่อน


 “ลองมั้ยจะได้รู้ว่าเคยรึเปล่า หืม?” ร่างสูงถามใก้ลใบหูเล็กเสียงพร่า สายลมเอียงคอหนีแทบไม่ทัน


 “อื้อ ปล่อย! ลมทำเองได้” เขาสั่งเสียงเข้มกว่าเดิมเล็กน้อยแต่ใบหน้านวลยังคงแดงปลั่ง เขาไม่ยอมรับหรอกว่าที่แก้มของเขาขึ้นริ้วแดงมันเกิดจากสาเหตุอะไร ซ่าจึงยอมปล่อยให้สายลมทำธุระด้วยมือข้างเดียวของอีกฝ่ายนั่นล่ะ แต่สายตาคมยังคงจ้องมองร่างเล็กทุกอริยะบท จนกระทั่งสายลมทำธุระเสร็จซ่าจึงอุ้มพาออกมาล้างมือและออกจากห้องน้ำตรงกลับไปที่รถ เบญจาจึงลงไปทำธุระบ้าง ซ่ากับสายลมก็สั่งของที่อยากกินให้เบญจาซื้อมาให้ด้วย พวกเขาก็นั่งฟังเพลงรออยู่ในรถโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่ง


“พี่ซ่า...เราเคย เอ่อ...มีอะไรกันแล้วจริงๆหรอ” สายลมถามขึ้นเสียงอ้อมแอ้มเขารู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูกที่ตองพูดถามถึงเรื่องนี้แต่เขาก็คาใจจริงๆ ซ่ายกยิ้มก่อนหันมามองร่างเล็กตรงๆ


“นึกให้ออกเองสิ” ซ่าพูดกระตุ้น สายลมขมวดคิ้วทำท่าเหมือนจะปวดหัว ซ่าเห็นท่าไม่ดีจึงโน้มตัวไปดึงเอาสายลมเข้ามากอดแนบอกพลางลูบหัวเบาๆ                 


“พี่ขอโทษ ปวดหัวใช่มั้ย อย่าพึ่งนึกอะไรตอนนี้ก็ได้” ซ่าบอกเสียงอ่อนโยน ทำให้สายลมคลายอาการปวดหัวได้อย่างรวดเร็ว ซ่ายั่งลูบหัวสายลมอยู่สักพักจนร่าเล็กเป็นฝ่ายดันร่างสูงให้ออกห่างและผละออกมา เป็นจังหวะที่เบญจาเดินกลับมาที่รถพอดี เธอรู้สึกถึงความอึมครึมแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยรถคันหรูจึงเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นและตรงไปยังที่หมาย ระหว่างทางทุกคนยังคงเงียบฟังเพลงคลอไปตลอดทาง ในขณะที่สายลมขมวดคิ้วมุ่นพยายามนึกเรื่องราวเกี่ยวกับความรักระหว่างเขาและซ่าว่ามันไปยังไงมายังไงกันแน่ และที่สำคัญความสัมพันธ์นี้มันลึกซึ้งถึงขั้นไหน แต่นั่งนึกยังไงก็นึกไม่ออก เขาจึงหยุดคิดเพราะเริ่มปวดหัวอีกครั้ง ไม่นานสายลมก็หลับลงไป 



-------------------------------50%------------------------------

เมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว

ณ คฤหาสน์กาญสกุล


“ปิ่น” เสียงของผู้เป็นพ่อเรียกชื่อลูกสาวคนเล็กในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งรับประทานอาหารค่ำอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บ้านหลังใหญ่หลังนี้มีสมาชิกภายใจครอบครัวทั้งหมดสี่คนถ้วน หญิงสาวเงยหน้าจากการทานอาหารจิบน้ำเล็กน้อยก่อนตอบ


“คะ คุณพ่อ” เธอยิ้มถามด้วยใบหน้าน่ารักใสๆ คนเป็นพ่อหันมองหน้าภรรยาก่อนถอนหายใจเบาๆ


“คงรู้กันแล้วใช่มั้ยว่าปิ่นจะต้องเข้าพิธีหมั้นหมายกับเจ้าซ่าลูกชายเพื่อนพ่อในอีกสองเดือนข้างหน้า” พูดไปพลางทำหน้าหนักใจไปด้วย เรื่องนี้เป็นสัญญาระหว่างสองครอบครัวที่มีมาตั้งแต่ลูกๆยังไม่เกิดมาลืมตาดูโลกด้วยซ้ำและเป็นพันธะสัญญาทางธุรกิจอีกด้วย หากสองบริษัทเป็นดั่งทองแผ่นเดียวกันอะไรๆก็จะง่ายดายยิ่งขึ้น ถึงแม้จะรู้อยู่บ้างแล้วว่าลูกสาวคนสวยของตนหลงรักลูกชายทางฝั่งโน้นไปแล้ว แต่ก็ไม่วายต้องถามความสมัครใจของเด็กสาวอยู่ดี


“ทราบค่ะ” เธอตอบอย่างนอบน้อม ปิ่นจะค่อนข้างเรียบร้อยไม่เอาแต่ใจไม่เหวี่ยงไม่วีน ไม่เคยประพฤติคัวไม่ดีต่อหน้าพ่อแม่เลย แต่กับพี่ชายนั้นพวกเขารู้จักเนื้อในของกันและกันดีอยู่แล้ว แก่นแท้แลสันดานเป็นอย่างไรก็ต้องเก็บไว้ในส่วนลึกยากที่ใครจะเห็นโดยเฉพาะคนเป็นพ่อ


 “แล้วปิ่นมีความคิดเห็นว่าไงลูก ถ้าลูกไม่เต็มใจก็ไม่...” ผู้เป็นแม่พยายามพูดประนีประนอม แต่ไม่ทันพูดจบหญิงสาวก็พูดขึ้นมาเสียก่อน            

                                                                                                                                  “ปิ่นเต็มใจค่ะถ้ามันจะทำให้คุณพ่อกับคุณแม่สบายใจ ในเมื่อมันเป็นสัญญาปิ่นก็ไม่อยากทำให้ครอบครัวของเราต้องผิดสัญญาค่ะ” เธอตอบอย่างจำยอม ทั้งที่แท้จริงแล้วร่างกายระริกระรี้อย่างให้ถึงวันหมั้นจะแย่ ปราญยกยิ้มให้กับความสมบทบาทของน้องสาว เขารู้ดีว่าปิ่นกำลังรู้สึกอย่างไรซึ่งมันตรงข้ามกับที่แสดงออกให้พ่อกับแม่เห็นโดยสิ้นเชิง

 “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นสอบเสร็จเมื่อไหร่ก็เดินทางไปดูงานที่นู่น เตรียมการรอวันหมั้นได้เลยนะ” ผู้เป็นพ่อยิ้มกว้างก่อนตอบและบอกกล่าวถึงกำหนดการหลังจากที่หญิงสาวเรียนจบมัธยมปลายและแน่นอนว่างานนี้จะยังคงเป็นแค่งานหมั้น เขาต้องการให้ทั้งสองคนเรียนจบมหาวิทยาลัยเสียก่อนถึงค่อยจัดงานแต่งงานตามมา และเชื่อว่าระหว่างนี้กาลเวลาจะทำให้พวกเขารักกันได้ในที่สุด


 หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มแต่ยิ้มเหมือนฝืนจะยิ้ม ทั้งๆที่ในใจยิ้มฉีกจนจะถึงใบหูอยู่แล้ว เธอมองตากับพี่ชายเหมือนรู้ใจกันดีว่ากำลังคิดอะไร

-

-

“กระดี้กระด้าเชียวนะ” ปราญพูดเหน็บแนมน้องรักขำๆ เมื่อเดินเข้ามาในห้องนอนของปิ่นก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งเก็บกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปที่ไร่ภูฟ้าคราม หญิงสาวตวัดสายตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนยักใหญ่ทำทีไม่ใส่ใจกับคำพูดนั้น ทำหน้าเย้ยหยันพี่ชายเล็กน้อย


  “ปากเป็นอะไรหรอ” ปราญแกล้งเดินไปหยิกรอมฝีปากน้องสาวเบาๆเมื่อเห็นว่าปิ่นแบะปากใส่ตนเอง แต่ก็แกล้งเล่นเท่านั้นเพราะรู้นิสัยกันดี สีหน้าแบบนี้ไม่มีทางที่พ่อกับแม่จะได้เห็นอย่างแน่นอน


“เจ็บนะไอ้พี่บ้า” ปิ่นโวยวายใส่ปราญเสียเขียว


“หึหึ ทีต่อหน้าคุณพ่อไม่เห็นพูดน้ำเสียงแบบนี้บ้างห๊ะ”


“ปิ่นอยู่เป็น” เธอตอบอย่างไม่ยี่หระ


“เดินทางพรุ่งนี้หรอ” ปราญถามก่อนเดินมานั่งข้างกายน้องสาว ปิ่นพยักหน้าไม่พูดอะไร


“พี่คงไม่ได้ไปด้วยนะ พอดีต้องไปทำธุระกับคุณแม่น่ะ” ปราญบอกพลางลูบหัวน้องสาวเบาๆ ปิ่นชะงักมือทันที


“แล้วพี่ปราญจะตามไปมั้ย” เธอถาม ไม่มีหางเสียงเช่นทุกทีมีปราญคนเดียวที่รับรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของปิ่นเป็นแบบนี้ เขาห่วงอยู่ลึกๆว่าน้องสาวของเขาจะไปเผลอทำอะไรไม่ดีจนคนที่นู่นรู้ลึกไปถึงกมลสันดานหรือเปล่า


“ตามไปอยู่แล้ว พี่อยากไปเที่ยวด้วย” ปราญตอบ ปิ่นเอนหัวมาพิงกับอกของพี่ชายเหมือนต้องการอ้อน

“ถ้ามีคนมาแย่งพี่ซ่าไปจากปิ่น พี่ปราญต้องจัดการมันให้ปิ่นนะ” เธอขอขึ้นมาเสียงจริงจัง ปราญนิ่งไปแต่ก็ยอมพยักหน้า ปิ่นเป็นเด็กเอาแต่ใจที่ต้องคอยเอาใจและดูแลอย่างใกล้ชิด ห้ามขัดใจ และห้ามมีใครมาแย่งของๆเธอไปอย่างเด็ดขาด


 “อืม พี่ไม่ปล่อยมันไว้หรอก” ปราญตอบ เขานึกไปถึงความแค้นฝังหุ่นเมื่องานเลี้ยงการกลับมาของ ซ่ากับแสบ เขาหลงรักแสบมาตั้งแต่เด็กแต่สุดท้ายกลับถูกหักอกและหักหน้าอย่างไร้เยื่อใย มันทำให้เขาพาลเกลียดซ่าไปด้วย อะไรที่ทำให้ซ่าเจ็บปวดเขาก็พร้อมจะทำทุกอย่าง

-

-


ปิ่นมาถึงที่ไร่ภูฟ้าคราม แต่พ่อเสียงเจ้าของไร่หรือว่าที่คู่หมั้นของเจ้าตัวนั้นไม่อยู่เนื่องจากต้องรีบกลับไปดูอาการคนรักที่รถคว่ำและความจำเสื่อม จึงไม่สามารถอยู่รอรับหญิงสาวได้ ทำให้ปิ่นโกรธมาก หญิงสาวโทรไปร้องไห้กับผู้เป็นพ่อว่าซ่าไม่ทำตามสัญญาไม่อยู่รอรับเธออย่างสมเกียรติ ทำให้ทางผู้ใหญ่วุ่นวายเป็นอย่างมาก และในที่สุดความผิดของร่างสูงในครั้งนี้ก็ทำให้พ่อของหญิงสาวขอเลื่อนการหมั้นในอีกสองเดือนข้างหน้าเข้ามาให้เหลือแค่หนึ่งเดือน และฝ่ายพ่อแม่ของซ่าก็ต้องจำยินยอมเช่นเดียวกัน


“สวัสดีค่ะคุณหนูปิ่น เดี๋ยวเหมยช่วยถือกระเป๋านะคะ” เหมย หญิงสาวผู้ดูแลเรือนรับรองแขกวิ่งแจ๋นเข้ามาทำหน้าที่ของตนเองอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นคุณหนูแห่งกาญสกุลเดินเข้ามาภายในบ้าน เธอไม่พูดตอบอะไรแต่สายตามองไปรอบบริเวณ


“ที่นี่สร้างและออกแบบเป็นสไตล์วินเทจค่ะ ฉาบเป็นแบบปูนลอฟน่าอยู่มาก....”


“หยุดพูดได้แล้ว น่ารำคาญ ไปเอาน้ำมาให้ฉันดื่มหน่อยซิ อากาศก็ร้อนเหนื่อยก็เหนื่อยบริการห่วยแตกกันจริงๆ” เธอตัดบทจนเหมยชะงักไปไม่เป็น นางทำหน้าเหรอหราอยู่แวบหนึ่งก่อนจะตอบรับแล้วรีบวิ่งไปรินน้ำมาให้คุณเธอได้จิบให้ชื่นใจ ดูจากท่าทางแล้วเหมือนคุณหนูจะอารมณ์ไม่ดีสักเท่าไหร่


“นี่ๆๆๆ ยัยตะขบ เห็นหน้าคุณหนูปิ่นรึยัง สวยมากกกกก” เหมยเดินเข้ามาเม้ากับตะขบหญิงรับใช้อีกคนที่ทำงานด้วยกันในขณะที่กำลังรินน้ำไปให้หญิงสาว


“หรอ แล้วใจดีมั้ย” ตะขบถามด้วยท่าทางตื่นเต้น เหมยกรอกตามองบนเล็กน้อย


 “ก็....นิดนึง แล้วแกน่ะก็อย่ามัวแต่อู้งานนะยะ หัดไปปรนนิบัตรแขกเหรื่อบ้าง วันๆเอาแต่ขลุกอยู่ในครัวไม่ทำงานทำการ” พูดจบนางก็สะบัดก้นเดินหนีไปทันที ทั้งสองคนทำงานร่วมกันแต่ก็ไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ ตะขบเป็นคนที่ทำงานหนักอยู่คนเดียวในขณะที่เหมยชอบอู้งานอยู่บ่อยๆ แต่ตะขบก็ไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปฟ้องเจ้านายแต่อย่างไร แต่ก็มีตอกกลับเหมยไปบ้างบางครั้ง เพราะเธอไม่อยากให้มีปัญหามากนัก เธอยังไม่อยากหางานใหม่


 “เฮ้อ ใครกันแน่ที่ไม่ทำงานทำการ เอาแต่เลียแข้งเลียขาเจ้านายไปวันๆน่ะ” ตะขบบ่นเบาๆ พลางถอนหายใจอย่างปลงๆ



 ...ปัจจุบัน...

เสียงรถคันหรูขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านใหญ่ซึ่งเป็นบ้านพักของพ่อเลี้ยง ร่างสูงเดินลงมาจากรถอ้อมมาที่อีกฝั่งเปิดประตูและช้อนอุ้มเอาคนตัวเล็กที่นอนหลับสนิทขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนหันไปสั่งพยาบาลสาวให้จัดการขนของตามเขาเข้าไปด้านในตัวบ้าน


“วางของไว้ที่ห้องโถงนี่แหละ คุณไปพักผ่อนเถอะรอให้สายลมตื่นก่อนเดี๋ยวผมเรียก” ซ่าหันไปบอกเบญจาแล้วทำท่าจะเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้าน หญิงสาวเหมือนทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าจะต้องไปพักผ่อนที่ไหน

 “แล้วให้เบญพักที่ไหนคะ” เธอตัดสินใจถามก่อนที่ซ่าจะเดินไป เขาชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนผินใบหน้าคมกลับมาตอบ


 “เรือนรับรองแขก เดี๋ยวแม่บ้านจะพาไป” เขาพูดจบก็เดินขึ้นไปบนห้องของตนเองทันที สายลมยังคงหลับสนิทคงเพราะความเพลียที่เกิดจากอาการเจ็บป่วย เมื่อเข้ามาในห้องร่างสูงก็ค่อยๆว่างร่างเล็กลงบนเตียงอย่างแผ่วเบาจัดการห่มผ้าให้ร่างเล็กได้นอนอย่างสบายๆ สายลมดิ้นเล็กน้อย แต่เนื่องจากร่างเล็กยังคงใส่เฝือกที่แขนและขาจึงทำให้นอนไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ มือหนาปัดปอยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างเบามือ เขาค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปใกล้กับใบหน้านวลเนียนอย่างช้าๆ ริมฝีปากหนาจรดหนาผากมนแนบไว้สักพักก็คลายออกมา


 “รีบจำพี่ให้ได้เร็วๆนะ จำเรื่องของเราให้ได้เร็วๆ” เขาพูดกับคนที่นอนหลับสนิทไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายที่หลับใหลหัวใจและความทรงจำของร่างเล็กก็กำลังหลับใหลไปด้วยเช่นกัน เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้องนอนตนเองตรงไปยังห้องทำงาน เปลือกตาบางขยับเล็กน้อยแต่ไม่เปิดขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำอยู่ในกายบาง


เมื่อคุยงานกับเลขาฯเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาอาหารเย็น ซึ่งปกติจะมีนิรุจกับนิลิณลูกสาวตัวน้อยมาร่วมทานข้าวด้วยกันในทุกมื้ออาหารและทุกวัน แต่หากวันใดเป็นวันสังสรรค์ภายในครอบครัวทั้งสองคนก็จะไม่ขอเข้าร่วม แต่วันนี้ซ่าขอให้ทั้งสองคนมาร่วมทานอาหารค่ำด้วยกันที่บ้านใหญ่ และตอนนี้ทุกคนก็นั่งกันพร้อมหน้ารวมทั้งสายลมด้วย พอร่างเล็กตื่นอีกครั้งก็ได้เวลาอาหารเย็นพอดีจึงยังไม่ได้เข้าไปที่บ้านพัก ทุกคนนั่งอยู่กันพร้อมหน้าแต่ยังขาดคนสำคัญไปนั่นก็คือปิ่น


 “หิวรึยัง” นิรุจถามลูกสาวไม่ดังมาก เด็กหญิงแอบพยักหน้าตอบกลับไปเพราะหิวจริงๆ ซ่าปรายตามองเล็กน้อย เพราะนิลิณยังเด็กควรทานข้าวให้ตรงเวลาเพื่อการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย เขาจึงตักไก่ต้มน้ำปลาของโปรดเจ้าตัวใส่จานให้ นิลิณขมวดคิ้วมองหน้าเจ้านายของพ่ออย่างไม่เข้าใจ


 “นิลิณกินก่อนได้เลยนะ เป็นเด็กเป็นเล็กต้องกินข้าวให้ตรงเวลารู้มั้ยคะ” ซ่าพูดกับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงคล้ายเอ็นดู เธอไม่กล้าทานจึงเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อ เมื่อเห็นว่าพ่อพยักหน้าเธอจึงยกมือไหว้พ่อเลี้ยง


 “ขอบคุณค่า” เธอตอบก่อนตักข้าวใส่ปาก สายลมนั่งอึ้งไปนิดหน่อยเขาไม่เคยเห็นซ่าในมุมที่อ่อนโยนแบบนี้เลยแต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนซ่าจะเป็นคนแบบไหนกันแน่เพราะเขาก็ยังจำอะไรไม่ได้ สักพักหญิงสาวก็เดินเข้ามาเธอปรายตามองทุกคนและไม่พอใจเด็กน้อยที่กำลังนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รอให้คนมาครบก่อน ช่างเป็นเด็กที่ไร้มารยาทจริงๆ เธอเดินไปกอดคอร่างสูงทำเอาสายลมขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความไม่เข้าใจ


“ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงจังเลยค่ะ” เธอพูดทักทายราวกับว่าพวกเขาสนิทชิดเชื้อรู้จักกันมานาน ทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ซ่าแกะมือปิ่นออกและหญิงสาวก็ยอมแต่โดยดี


 “ไปนั่งเถอะ ได้เวลาทานข้าวแล้วล่ะ” เขาบอกเสียงเรียบ เธอทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินไปนั่งข้างกายชายหนุ่มตัวเล็กที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงสักเท่าไหร่ ทั้งโต๊ะเงียบไปเล็กน้อยสายลมนั่งขมวดคิ้วคิดมากเรื่องซ่ากับหญิงสาว ซ่าเองก็สังเกตได้ เขาแอบเอื้อมมือลงไปใต้โต๊ะหมายจะจับมือกับอีกฝ่ายแต่สายลมก็ชักมือหลบทำเป็นยกขึ้นมาจับช้อนจับซ้อมและเริ่มทานอาหารกัน นั่นทำให้ซ่ารู้ว่าสายลมต้องไม่พอใจเขาอยู่แน่ๆ


 “แล้วคนนี้ใครหรอคะ พี่ซ่าไม่คิดจะแนะนำให้ปิ่นรู้จักบ้างรึไง” หญิงสาวถามขึ้นมาเสียงปกติ ซ่ากับสายลมที่กำลังทานข้าวก็ชะงักไปเล็กน้อย ซ่ายกแก้มน้ำขึ้นมาจิบก่อนตอบ


 “นี่สายลม เป็นแขกพิเศษของพี่จะมาพักผ่อนเพื่อรักษาตัวที่นี่” ได้ยินที่ซ่าแนะนำตัวเขากับหญิงสาวก็รู้ได้ในทันทีว่าตัวเขามีค่าและมีความสำคัญแค่ไหน บอกกับพ่อแม่ของเขาว่าเขาเป็นคนรักอย่างนู้นอย่างนี้แต่กลับมาบอกกับผู้หญิงคนอื่นว่าเขาเป็นแขกพิเศษ ไอ้คนกะล่อน! สายลมวางช้อนและดื่มน้ำตามเขาทานอะไรไม่ลงอีกต่อไปเหมือนความรู้สึกอึดอัดจุกแน่นอยู่ในอก


 “ส่วนนี่ก็ ปิ่น” ร่างสูงแนะนำหญิงสาวสั้นๆ เขายังไม่อยากให้สายลมรู้เรื่องหมั้นตอนนี้ หญิงสาวชะงักแต่ก็ไม่คิดจะแก้ไขคำพูดของร่างสูงแต่อย่างไร


 “ยินดีที่ได้รู้จัก” ปิ่นเอ่ยขึ้นและหันไปยิ้มให้อีกฝ่าย สายลมเองก็รู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ไม่จริงใจเอาเสียเลย


 "อืม ลมอิ่มแล้ว ขอตัวนะครับ” เขาตอบหญิงสาวโดยไม่หันไปมอง ก่อนพูดบอกกับพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่ว่าเขาต้องการกลับที่พัก

“ทำไมอิ่มเร็วจัง...ให้พี่ไปส่งนะ” ซ่าเสนอขึ้นด้วยความเป็นห่วง เขาคิดว่าเรื่องระหว่างเขากับเจ้าตัวเดี๋ยวไว้ค่อยเคลียกันคืนนี้ ร่างเล็กนิ่งไป


“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมโทรเรียกคุณเบญมารับ” พูดจบก็หยิบเอาไม้เท้ามาค้ำยันตนเองแล้วค่อยเดินออกไป ซ่าอยากจะลุกไปช่วยประคอง แต่ก็ติดที่ยังมีปิ่นอยู่ตรงนี้ หญิงสาวย้ายที่มานั่งแทนที่สายลมทันที เธอสลับที่จานของตนเองและของสายลมด้วย และทุกคนก็ทานอาหารกันต่อโดยที่มีแค่ปิ่นคนเดียวที่พยายามชวนซ่าคุย โดยที่ร่างสูงไม่มีสมาธิจะฟังสักเท่าไร่เพราะมัวแต่กังวลและเป็นห่วงคนตัวเล็ก

-

-


“จะอาบน้ำหรือจะเช็ดตัวดีคะ” เบญจาถามขึ้นเมื่อพาสายลมกลับมาถึงห้องพักแล้ว และเธอก็ได้อธิบายให้สายลมฟังระหว่างทางที่เดินกลับมาที่บ้านพักแล้วว่า พวกเขาต้องพักอยู่บ้านหลังเดียวกับปิ่น แต่พักอยู่คนละห้องกันซึ่งภายในบ้านก็จัดสรรปันส่วนเอาไว้ให้แล้วเป็นอย่างดี สายลมเองก็ไม่ได้ติดขัดอะไร แต่อย่ามาระรานเขาก่อนก้แล้วกันเพราะเขาเองก็ไม่ยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆเหมือนกัน


“ผมอยากอาบน้ำ” ร่างเล็กตอบเพราะเขาเหนียวตัวมาก ถึงแม้จะรู้ว่าเบญจาจะลำบากเพราะห้ามให้แผลโดนน้ำแต่เขาก็ยังรั้นจะอาบน้ำให้ได้ เบญจายิ้มรับเธอไม่เคยเกี่ยงงานอยู่แล้ว เธอประคองพาสายลมเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ เนื่องจากร่างเล็กยังคงใส่เฝือกอยู่จึงทำให้ยากลำบากนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็อาบน้ำได้สำเร็จ เบญจาพาสายลมออกมาแต่งตัว มองดูนาฬิกาก็สามทุ่มกว่าแล้ว คนไข้ในความดูแลของเธอควรจะนอนหลับพักผ่อนได้แล้ว เบญจาจัดยาก่อนนอนให้สายลมทานก่อนจะห่มผ้าและปิดไฟในห้องเหลือไว้เพียงทางเดินหน้าห้อง เบญจาเอาสัญญาณขอความช่วยเหลือมาติดไว้ให้สายลมด้วยเผื่อฉุกเฉินเพราะพวกเขาไม่ได้นอนห้องเดียวกัน เบญจามีห้องนอนแยกต่างหากซึ่งซ่าเป็นคนจัดเอาไว้ให้ เธอแปลกใจนิดหน่อยที่ซ่าไม่ยอมให้เธอนอนห้องเดียวกับสายลมทั้งๆที่มันดูแลได้สะดวกกว่า


 ในค่ำคืนวันนั้นทุกอย่างมืดสนิท เสียงฝีเท้าเดินย่ำมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง เป็นจังหวะที่ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงกลางดึกพอดี


แอ๊ดดดดด


 เสียงประตูเปิดดังขึ้น สายลมนอนนิ่งแกล้งหลับตาเหมือนกำลังนอนหลับสนิท หัวใจเต้มโครมครามด้วยความกลัว ร่างเล็กกลัวว่าจะมีโจรป่าบุกเข้ามาทำร้ายเขา เสียงประตูปิดลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่ย่ำเข้ามาจนถึงปลายเตียง


 ยวบ!


สายลมทนไม่ไหวและลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่าเตียงของเขามันยวบลง ร่างเล็กหายใจแรงและกำลังจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ


“อึ่ก..อื้อออออ” เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ รีบเอามือมาปิดปาดเล็กเอาไว้ทันทีสายลมอยากจะร้องไห้เพราะกลัวมาก จะดิ้นหนีก็ทำไม่ได้เพราะสภาพร่างกายตอนนี้มันช่างไม่เอื้ออำนวยเอาเสียเลย


“อย่าร้อง พี่เอง” พี่ซ่างั้นหรอ? ร่างเล็กสงบลงเมื่อได้ยินเสียงผู้มาเยือน แต่หัวใจยิ่งเต้นกระหน่ำมากกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือซ่า


 “มาทำไม” สายลมถามเสียงห้วน เพราะเคืองเรื่องที่ซ่าไม่ยอมบอกหญิงสาวว่าเขาเป็นอะไรกัน เขาน้อยใจอยู่ลึกๆเพราะคิดว่าซ่าคงมองเขาเป็นแค่ คนอื่น คนหนึ่ง


“นอนด้วย” เขาพูดเสียงอ่อนลงก่อนล้มตัวนอนข้างกายคนป่วยซ่าเว้นระยะเล็กน้อยเพื่อไม่ให้สายลมอึดอัด


“ลมเป็นแค่แขกคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นอะไรกับพี่ซ่าสักหน่อย จะมานอนด้วยกันได้ไง” สายลมพูดประชดซึ่งทำให้ซ่ากระหยิ่มยิ้มด้วยความพอใจ ร่างสูงนอนตะแคงชันแขนขึ้นมาเท้าหัวเอาไว้แล้วนอนมองหน้าคนขี้งอน แต่ปากแข็ง                    

“งอนหรอ” เขาถามเสียงนุ่ม เหมือนกับต้องการง้อ แต่สายลมก็เบือนหน้าหนี 



------------------------------100%------------------------------


มาแล้วนะจ๊ นะจ๊ะ ตอนนี้เพิ่งเกริ่นเรื่อง หวานกันเบาๆค่ะ กล่าวคร่าวๆถึงนิสัยตัวละคร คริๆ 

เจอกันตอนหน้านะเจ้าคะ ^3^

(ขอโทษที่มีคำผิดนะฮะ)



ขอเม้นด่วนฮะ ^3^


ความคิดเห็น